วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2010
อ่าน: โรม 13:1-10
อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกันเพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้านก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว – โรม 13:8
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 87-88, โรม 13
นานมาแล้วที่ภรรยาของผมลงความเห็นว่าการขับรถตามความเร็วที่กำหนดทำให้เธอมีเสรีภาพที่แสนวิเศษ เธอบอกผมว่า “ฉัน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตรวจจับเรดาร์ และไม่จำเป็นต้องขับให้ช้าลงเวลาที่เห็นรถลาดตระเวนของตำรวจ หรือกลัวว่าจะต้องถูกปรับเพราะขับรถเร็ว” แม้กระทั่งในเวลาที่ต้องเดินทางไกลซึ่งกินเวลานาน เธอก็ยังคงควบคุมความเร็วไว้ไม่ให้เกินกำหนดและมีความสุขกับการเดินทาง “ที่สำคัญ” เธอย้ำกับผม “นั่นคือสิ่งที่กฎหมายกำหนด”
โรม 13:1-10 พูดถึงความรับผิดชอบที่เราต้องมีต่อผู้ปกครองบ้านเมืองที่มนุษย์แต่งตั้งขึ้นและต่อบัญญัติของพระเจ้า เมื่อเราเชื่อฟังผู้ที่มีอำนาจปกครอง เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวการลงโทษ และจิตสำนึกผิดชอบของเราก็จะบริสุทธิ์เพราะเราทำสิ่งที่ถูกต้อง (ข้อ 3,5)
เปาโลเรียกร้องให้ผู้ติดตามพระคริสต์ในกรุงโรม ให้สิ่งที่พวกเขาพึงให้ต่อผู้มีอำนาจปกครอง ไม่ว่าจะเป็นเงินภาษี เงินรายได้ ความเคารพ หรือเกียรติ (ข้อ 7) นอกจากข้อกำหนดของมนุษย์แล้ว ท่านยังกล่าวต่อไปว่า “อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน เพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้าน ก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว” (ข้อ
เรามีหน้าที่เชื่อฟังกฎของมนุษย์และเรามีสิทธิพิเศษในการปฏิบัติตามบัญญัติของพระเจ้าด้วยการรักผู้อื่น และบัญญัติของพระองค์ก็เป็น “บท บัญญัติอันสมบูรณ์ซึ่งให้เสรีภาพ” (ยก.1:25) -DCM
พระเจ้าสอนว่ากฎหมายที่มีอยู่ เมื่อเรารู้ทำตามอย่าฝ่าฝืน
กฎพระเจ้ารักซึ่งกันกฎยั่งยืน นำเสรีสดชื่นมาสู่เรา – Sper
Read more…
วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม 2010
อ่าน: กาลาเทีย 4:21-5:1
เพื่อเสรีภาพนั้นเอง พระคริสต์จึงได้ทรงโปรดให้เราเป็นไท – กาลาเทีย 5:1
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 28-29, กิจการ 13:1-25
ในปี 1776 อาณานิคมของอังกฤษ 13 แห่งในทวีปอเมริกาเหนือได้ประท้วงกฎหมายที่กษัตริยอังกฤษใช้บังคับพวกเขา และพวกเขาได้ต่อสู้จนกระทั่งได้ก่อตั้งประเทศใหม่ขึ้น ต่อมาไม่นานประเทศใหม่นี้ ได้ร่างเอกสารสำคัญที่รู้จักกันดีในปัจจุบันว่า คำประกาศอิสรภาพ
เมื่อเกือบ 2000 ปีก่อน องค์พระเยซูตรัสบนไม้กางเขนว่า “สำเร็จแล้ว” เพื่อประกาศ “อิสรภาพ” ของผู้ที่เชื่อในพระองค์ มนุษยชาติต่างตกอยู่ใต้อำนาจของบาปและความตาย แต่พระคริสต์ผู้ปราศจากบาป ได้รับโทษบนกางเขนและตายแทนเรา การที่พระองค์ทรงกระทำตามพระบัญชาอันชอบธรรมของพระเจ้า พระองค์จึงได้ทรงปลดปล่อยผู้เชื่อศรัทธาในพระองค์ทุกคนสู่ชีวิตนิรันดร์
เปาโลบันทึกว่า “พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นความแช่งสาปแห่งธรรมบัญญัติ โดยการที่พระองค์ทรงยอมถูกแช่งสาปเพื่อเรา” (กท.3:13) โรมบทที่ 8 ยืนยันว่า “เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะว่ากฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตในพระเยซูคริสต์ ได้ทำให้ข้าพเจ้าพ้นจากกฎแห่งบาปและความตาย” (ข้อ 1-2) กาลาเทีย 5:1 เรียกร้องทุกคนที่ได้รับการไถ่แล้วให้ “ตั้งมั่นและอย่าเข้าเทียมแอกเป็นทาสอีกเลย”
เราขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับเสรีภาพที่เรามีในประเทศของเรา แต่ที่ดียิ่งกว่านั้นคือ ผู้เชื่อทั่วโลกสามารถยกย่องสรรเสริญพระองค์ได้ เพราะเสรีภาพที่มีในพระคริสต์ – RWD
ข้าพ้นจากทาสเป็นไท ณ บัดนี้ มีเสรีไม่ต้องถูกพิพากษา
องค์พระคริสต์ประทานความรอดมา หลุดจากความมรณาฝ่ายวิญญาณ
“จงมาเถิด” พระองค์ตรัสเรียกข้า ขอตอบรับพระวาจาอันอ่อนหวาน
ข้าจึงเป็นพลเมืองแดนวิมาน ได้ชื่นบานเพราะการไถ่ของพระองค์ – Bliss
Read more…
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 28-29, กิจการ 13:1-25
อ่าน: กาลาเทีย 5:1-6, 16-21
อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด – กาลาเทีย 5:13
เสรีภาพเป็นอันตรายเมื่อตกอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้วิธีใช้ ด้วยเหตุนี้อาชญากรจึงต้องถูกขังไว้ในคุกที่ล้อมด้วยรั้วลวดหนาม ลูกกรงเหล็กและกำแพงคอนกรีต หรืออาจเปรียบได้กับกองไฟที่จุดทิ้งไว้ในค่ายพักแรม จนลามไปในป่าแห้ง แล้วกลายเป็นไฟประลัยกัลป์ที่ลุกโพลงอย่างรวดเร็ว เสรีภาพที่ไร้ขอบเขตก่อให้เกิดความหายนะได้
เรื่องนี้เห็นได้ชัดในชีวิตคริสเตียน ผู้เชื่อเป็นอิสระจากคำแช่งสาป บทลงโทษและความรู้สึกผิดที่เกิดจากบทบัญญัติ ความกลัว ความวิตกกังวลและความรู้สึกผิดถูกแทนที่ด้วยสันติสุข การให้อภัย และเสรีภาพ คนที่เป็นอิสระในส่วนลึกของจิตวิญญาณมีความรู้สึกของเสรีภาพแท้ แต่ในเสรีภาพนี้ที่เรามักจะทำผิดพลาด เราเพลิดเพลินในเสรีภาพ และอยู่อย่างเห็นแก่ตัว หรือไม่เราก็อ้างความเป็นเจ้าของต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงเพียงแต่ให้เราดูแลเท่านั้น เราปล่อยตัวให้ใช้ชีวิตที่ตามใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสังคมที่มั่งคั่ง
การใช้เสรีภาพอย่างเหมาะสมก็คือ “ความเชื่อซึ่งแสดงออกเป็นกิจที่ทำด้วยความรัก” ในการรับใช้กันและกัน (กท.5:6,13) เมื่อเราพึ่งพาพระวิญญาณและทุ่มเทกำลังเพื่อรักพระเจ้าและช่วยเหลือคนอื่นแล้ว พระเจ้าจะทรงผูกมัดการงานของเนื้อหนังที่คอยบ่อนทำลายนั้น (ข้อ 16-21) ดังนั้น จงใช้เสรีภาพของเราเพื่อก่อกันขึ้นอยู่เสมอ ไม่ใช่เพื่อทำให้พังทลายลง
เสรีภาพที่ปราศจากขอบเขตเป็นอันตราย ดั่งเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ แต่เมื่อได้รับการควบคุม ก็เป็นพระพรสำหรับทุกคน – DJD
พระคริสต์มาเพื่อให้เสรีภาพ
ช่วยพ้นบาปพลีชีวีพระองค์ให้
เสรีภาพนี้ได้ผูกพันเราไว้
เราจึงได้ปันความรักและพระคุณ
- D. De Haan