<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; รับใช้</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>คริสตจักรที่หนึ่งคันประทีป</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/13/first-church-of-the-lampstand/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/13/first-church-of-the-lampstand/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2009 17:01:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[กลับใจ]]></category>
		<category><![CDATA[คริสตจักร]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[พระเยซู]]></category>
		<category><![CDATA[รับใช้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=354</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 7-9, กิจการ 18 อ่าน: วิวรณ์ 1:10-2:5 จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่ &#8211; วิวรณ์ 2:5         ผมชอบชื่อคริสตจักรอย่างเช่น “คริสตจักรลูเธอร์แลนแห่งกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริ” หรือ “คริส ตจักรแบ็พติสต์มิชชันนารีอัลฟาและโอเมกา” หากยังมีคริสตจักรในเมืองเอเฟซัสอยู่ เราอาจจะตั้งชื่อเก๋ๆให้พวกเขาอย่างเช่น “คริสตจักรที่หนึ่งคันประทีป” (First Church of the Lampstand)         เรามักจะมองข้ามความสำคัญของนิมิตอันรุ่งโรจน์ของยอห์นในวิวรณ์ 1 ซึ่งพระเยซูทรงประทับท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ด ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเชิงเทียนหลายกิ่งสำหรับประดับเท่านั้น แต่เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างมากมายด้วย อีกทั้งมีความสำคัญเพราะเล็งถึง คริสตจักรทั้งเจ็ดที่ถูกเรียกให้นำแสงสว่างของพระเยซูไปสู่โลกอันมืดมิด         เราอยู่ในโลกอันมืดมิดที่ต้องการพลังแสงเทียนจากพระคริสต์ที่ส่องสว่างผ่านทางเรา จงระวังให้ดี อย่าทำผิดพลาดอย่างชาวเอเฟซัสที่ “ละทิ้งความรักดั้งเดิม (ของเขา)” (วว.2:4) แม้จะได้รับคำชมเชยเพราะการดีหลายอย่าง แต่เขาล้มเหลวเพราะไม่ได้ให้พระเยซูมาเป็นอันดับหนึ่ง         เรามักจะให้สิ่งอื่นมาเบียดพระเยซูออกไปง่ายๆ แต่ไม่ช้าก็เร็ว เราก็พบว่าเรากำลังทำ “งานของคริสตจักร” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 7-9, กิจการ 18</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> วิวรณ์ 1:10-2:5<br />
จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่ &#8211; วิวรณ์ 2:5</p>
<p>        ผมชอบชื่อคริสตจักรอย่างเช่น “คริสตจักรลูเธอร์แลนแห่งกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริ” หรือ “คริส ตจักรแบ็พติสต์มิชชันนารีอัลฟาและโอเมกา” หากยังมีคริสตจักรในเมืองเอเฟซัสอยู่ เราอาจจะตั้งชื่อเก๋ๆให้พวกเขาอย่างเช่น “คริสตจักรที่หนึ่งคันประทีป” (First Church of the Lampstand)<br />
        เรามักจะมองข้ามความสำคัญของนิมิตอันรุ่งโรจน์ของยอห์นในวิวรณ์ 1 ซึ่งพระเยซูทรงประทับท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ด ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเชิงเทียนหลายกิ่งสำหรับประดับเท่านั้น แต่เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างมากมายด้วย อีกทั้งมีความสำคัญเพราะเล็งถึง คริสตจักรทั้งเจ็ดที่ถูกเรียกให้นำแสงสว่างของพระเยซูไปสู่โลกอันมืดมิด<br />
        เราอยู่ในโลกอันมืดมิดที่ต้องการพลังแสงเทียนจากพระคริสต์ที่ส่องสว่างผ่านทางเรา จงระวังให้ดี อย่าทำผิดพลาดอย่างชาวเอเฟซัสที่ “ละทิ้งความรักดั้งเดิม (ของเขา)” (วว.2:4) แม้จะได้รับคำชมเชยเพราะการดีหลายอย่าง แต่เขาล้มเหลวเพราะไม่ได้ให้พระเยซูมาเป็นอันดับหนึ่ง<br />
        เรามักจะให้สิ่งอื่นมาเบียดพระเยซูออกไปง่ายๆ แต่ไม่ช้าก็เร็ว เราก็พบว่าเรากำลังทำ “งานของคริสตจักร” ด้วยจุดประสงค์ที่ผิด เราจะไม่สามารถมีอิทธิพลต่อโลกได้ พระเยซูทรงเตือนว่า “จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะ&#8230;ยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่” (ข้อ 5) ซึ่งเราไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ดังนั้นจงให้พระเยซูมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อแสงของพระองค์จะฉายสุกใสอย่างต่อเนื่องในโลกแห่งความมืดนี้ – JS</p>
<p class="poem">ขอพระเจ้าเป็นเอกสำหรับข้า<br />
ทั้งวาจาพฤติกรรมก็สอดคล้อง<br />
ท่ามกลางโลกดำเนินอยู่นอกครรลอง<br />
แสงสว่างเราส่องสำแดงพระองค์ &#8211; Sper</p>
<p class="remark">งานซึ่งขับเคลื่อนโดยความรักที่มีต่อพระเยซู ทอแสงสว่างที่สุดในโลกแห่งความมืด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/13/first-church-of-the-lampstand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้บุกเบิกแห่งนักบุกเบิก</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/11/pioneer-of-the-pioneers/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/11/pioneer-of-the-pioneers/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2009 17:01:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรอด]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศ]]></category>
		<category><![CDATA[พระเยซู]]></category>
		<category><![CDATA[พันธกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[รับใช้]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=345</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 1-3, กิจการ 17:1-15 อ่าน: 2 โครินธ์ 5:12-21 อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ว่า จะประกาศข่าวประเสริฐในที่ซึ่งไม่เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อขึ้นบนรากฐานที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว &#8211; โรม 15:20         ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 19 ประธานาธิบดีโทมัส เจฟเฟอร์สัน แห่งสหรัฐอเมริกาสามารถซื้อดินแดนหลุยเซียนาได้สำเร็จ และขยายเขตแดนของสาธารณรัฐลูกนกที่เริ่มมีปีกนี้ “จากทะเลสู่ทะเลที่โชติช่วง”         แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรอยู่ในดินแดนอันกว้างใหญ่ที่แผ่ขยายออกไป นักบุกเบิกที่ประสงค์จะเดินทางไปยังแปซิฟิกจึงต้องการแผนที่ที่มีรายละเอียดชัดเจน นักสำรวจลูอิสและคล้าก จึงกลายเป็นผู้บุกเบิกแห่งนักบุกเบิก ซึ่งได้เตรียมหนทางสำหรับการอพยพไปยังดินแดนใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา พวกเขาได้ทำหนทางใหม่เพื่อให้ผู้อื่นได้ติดตาม         ความตั้งใจในการทำพันธกิจของเปาโลนั้นก่อร่างขึ้นในลักษณะเดียวกัน ท่านกล่าวไว้ในโรม 15:20 ว่า “อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ว่า จะประกาศข่าวประเสริฐในที่ซึ่งไม่เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อขึ้นบนรากฐานที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว” ท่านต้องการให้การลงแรงในงานรับใช้ได้สร้างหนทางใหม่เพื่อให้ผู้อื่นติดตาม ทิโมธี ทิตัส มาระโก และสิลาส คือตัวอย่างเพียงเล็กน้อยของคนที่ได้เดินตามรอยทางที่เปาโลได้ทำไว้         ปัจจุบันสาวกของพระเยซูผู้นำข่าวสารของพระผู้ช่วยให้รอดไปยังดินแดนต่างๆทั่วโลกก็ตั้งใจเช่นนี้ จงทูลขอพระพรจากพระวจนะของพระเจ้า ให้เราซึ่งเป็น “ทูต” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 1-3, กิจการ 17:1-15</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> 2 โครินธ์ 5:12-21<br />
อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ว่า จะประกาศข่าวประเสริฐในที่ซึ่งไม่เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อขึ้นบนรากฐานที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว &#8211; โรม 15:20</p>
<p>        ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 19 ประธานาธิบดีโทมัส เจฟเฟอร์สัน แห่งสหรัฐอเมริกาสามารถซื้อดินแดนหลุยเซียนาได้สำเร็จ และขยายเขตแดนของสาธารณรัฐลูกนกที่เริ่มมีปีกนี้ “จากทะเลสู่ทะเลที่โชติช่วง”<br />
        แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรอยู่ในดินแดนอันกว้างใหญ่ที่แผ่ขยายออกไป นักบุกเบิกที่ประสงค์จะเดินทางไปยังแปซิฟิกจึงต้องการแผนที่ที่มีรายละเอียดชัดเจน นักสำรวจลูอิสและคล้าก จึงกลายเป็นผู้บุกเบิกแห่งนักบุกเบิก ซึ่งได้เตรียมหนทางสำหรับการอพยพไปยังดินแดนใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา พวกเขาได้ทำหนทางใหม่เพื่อให้ผู้อื่นได้ติดตาม<br />
        ความตั้งใจในการทำพันธกิจของเปาโลนั้นก่อร่างขึ้นในลักษณะเดียวกัน ท่านกล่าวไว้ในโรม 15:20 ว่า “อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ว่า จะประกาศข่าวประเสริฐในที่ซึ่งไม่เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อขึ้นบนรากฐานที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว” ท่านต้องการให้การลงแรงในงานรับใช้ได้สร้างหนทางใหม่เพื่อให้ผู้อื่นติดตาม ทิโมธี ทิตัส มาระโก และสิลาส คือตัวอย่างเพียงเล็กน้อยของคนที่ได้เดินตามรอยทางที่เปาโลได้ทำไว้<br />
        ปัจจุบันสาวกของพระเยซูผู้นำข่าวสารของพระผู้ช่วยให้รอดไปยังดินแดนต่างๆทั่วโลกก็ตั้งใจเช่นนี้ จงทูลขอพระพรจากพระวจนะของพระเจ้า ให้เราซึ่งเป็น “ทูต” ของพระองค์ ได้สร้างหนทางใหม่ให้แก่ชนในยุคของเรา (2 คร.5:20) – BC</p>
<p class="poem">สิ่งที่ทำทุกวันในชีวิตเรา<br />
คือนำเอาพระวจนะประกาศไป<br />
เข้าใจคนอธิษฐานเผื่อเอาใจใส่<br />
รู้จักใช้ชีวิตอย่างพระเยซู &#8211; Brewster</p>
<p class="remark">พระเจ้าประทานข่าวสารให้คุณแบ่งปันต่อไป อย่าเอาแต่เก็บไว้คนเดียว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/11/pioneer-of-the-pioneers/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสรีภาพอันตราย</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/04/dangerous-freedom/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/04/dangerous-freedom/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2009 17:01:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[พระพร]]></category>
		<category><![CDATA[พระวิญญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[รับใช้]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=276</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 28-29, กิจการ 13:1-25 อ่าน: กาลาเทีย 5:1-6, 16-21 อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด &#8211; กาลาเทีย 5:13         เสรีภาพเป็นอันตรายเมื่อตกอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้วิธีใช้ ด้วยเหตุนี้อาชญากรจึงต้องถูกขังไว้ในคุกที่ล้อมด้วยรั้วลวดหนาม ลูกกรงเหล็กและกำแพงคอนกรีต หรืออาจเปรียบได้กับกองไฟที่จุดทิ้งไว้ในค่ายพักแรม จนลามไปในป่าแห้ง แล้วกลายเป็นไฟประลัยกัลป์ที่ลุกโพลงอย่างรวดเร็ว เสรีภาพที่ไร้ขอบเขตก่อให้เกิดความหายนะได้         เรื่องนี้เห็นได้ชัดในชีวิตคริสเตียน ผู้เชื่อเป็นอิสระจากคำแช่งสาป บทลงโทษและความรู้สึกผิดที่เกิดจากบทบัญญัติ ความกลัว ความวิตกกังวลและความรู้สึกผิดถูกแทนที่ด้วยสันติสุข การให้อภัย และเสรีภาพ คนที่เป็นอิสระในส่วนลึกของจิตวิญญาณมีความรู้สึกของเสรีภาพแท้ แต่ในเสรีภาพนี้ที่เรามักจะทำผิดพลาด เราเพลิดเพลินในเสรีภาพ และอยู่อย่างเห็นแก่ตัว หรือไม่เราก็อ้างความเป็นเจ้าของต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงเพียงแต่ให้เราดูแลเท่านั้น เราปล่อยตัวให้ใช้ชีวิตที่ตามใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสังคมที่มั่งคั่ง         การใช้เสรีภาพอย่างเหมาะสมก็คือ “ความเชื่อซึ่งแสดงออกเป็นกิจที่ทำด้วยความรัก” ในการรับใช้กันและกัน (กท.5:6,13) เมื่อเราพึ่งพาพระวิญญาณและทุ่มเทกำลังเพื่อรักพระเจ้าและช่วยเหลือคนอื่นแล้ว พระเจ้าจะทรงผูกมัดการงานของเนื้อหนังที่คอยบ่อนทำลายนั้น (ข้อ 16-21) ดังนั้น จงใช้เสรีภาพของเราเพื่อก่อกันขึ้นอยู่เสมอ ไม่ใช่เพื่อทำให้พังทลายลง         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 28-29, กิจการ 13:1-25</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> กาลาเทีย 5:1-6, 16-21<br />
อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด &#8211; กาลาเทีย 5:13</p>
<p>        เสรีภาพเป็นอันตรายเมื่อตกอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้วิธีใช้ ด้วยเหตุนี้อาชญากรจึงต้องถูกขังไว้ในคุกที่ล้อมด้วยรั้วลวดหนาม ลูกกรงเหล็กและกำแพงคอนกรีต หรืออาจเปรียบได้กับกองไฟที่จุดทิ้งไว้ในค่ายพักแรม จนลามไปในป่าแห้ง แล้วกลายเป็นไฟประลัยกัลป์ที่ลุกโพลงอย่างรวดเร็ว เสรีภาพที่ไร้ขอบเขตก่อให้เกิดความหายนะได้<br />
        เรื่องนี้เห็นได้ชัดในชีวิตคริสเตียน ผู้เชื่อเป็นอิสระจากคำแช่งสาป บทลงโทษและความรู้สึกผิดที่เกิดจากบทบัญญัติ ความกลัว ความวิตกกังวลและความรู้สึกผิดถูกแทนที่ด้วยสันติสุข การให้อภัย และเสรีภาพ คนที่เป็นอิสระในส่วนลึกของจิตวิญญาณมีความรู้สึกของเสรีภาพแท้ แต่ในเสรีภาพนี้ที่เรามักจะทำผิดพลาด เราเพลิดเพลินในเสรีภาพ และอยู่อย่างเห็นแก่ตัว หรือไม่เราก็อ้างความเป็นเจ้าของต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงเพียงแต่ให้เราดูแลเท่านั้น เราปล่อยตัวให้ใช้ชีวิตที่ตามใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสังคมที่มั่งคั่ง<br />
        การใช้เสรีภาพอย่างเหมาะสมก็คือ “ความเชื่อซึ่งแสดงออกเป็นกิจที่ทำด้วยความรัก” ในการรับใช้กันและกัน (กท.5:6,13) เมื่อเราพึ่งพาพระวิญญาณและทุ่มเทกำลังเพื่อรักพระเจ้าและช่วยเหลือคนอื่นแล้ว พระเจ้าจะทรงผูกมัดการงานของเนื้อหนังที่คอยบ่อนทำลายนั้น (ข้อ 16-21) ดังนั้น จงใช้เสรีภาพของเราเพื่อก่อกันขึ้นอยู่เสมอ ไม่ใช่เพื่อทำให้พังทลายลง<br />
        เสรีภาพที่ปราศจากขอบเขตเป็นอันตราย ดั่งเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ แต่เมื่อได้รับการควบคุม ก็เป็นพระพรสำหรับทุกคน – DJD</p>
<p class="poem">พระคริสต์มาเพื่อให้เสรีภาพ<br />
ช่วยพ้นบาปพลีชีวีพระองค์ให้<br />
เสรีภาพนี้ได้ผูกพันเราไว้<br />
เราจึงได้ปันความรักและพระคุณ<br />
- D. De Haan</p>
<p class="remark">เสรีภาพไม่ได้ให้สิทธิที่จะทำสิ่งที่เราพอใจ แต่ให้เราทำสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/04/dangerous-freedom/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

