หัวใจของเปาโล

June 29th, 2010 Comments off

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2010

อ่าน: ฟีลิปปี 1:12-21
แต่เมื่อก่อนทุกครั้งมีใจกล้า เสมอฉันใด บัดนี้ก็ขอให้เป็นเช่นเดียวกันฉันนั้น พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอแม้จะโดยชีวิตหรือโดยความตาย – ฟีลิปปี 1:20

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 14-16, กิจการ 9:22-43

คริสเตียนเล่าสืบต่อกันมาว่า ราวคศ. 67 เปาโลถูกตัดศีรษะและฝังไว้ที่กรุงโรม ในปี 2009 นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้คาร์บอนทดสอบค่าอายุจากชิ้นส่วนที่เชื่อว่าเป็นร่างของเปาโล แม้ว่าชิ้นส่วนกระดูกหลายชิ้นจะยืนยันว่ามาจากศตวรรษที่หนึ่งหรือสอง แต่ก็ยังไม่อาจระบุตัวตนได้แน่ชัด แต่ไม่ว่ากระดูกของเปาโลจะถูกฝังอยู่ที่ใด หัวใจของท่านยังคงอยู่ผ่านทางจดหมายของท่านในพันธสัญญาใหม่

ขณะที่เปาโลถูกจำคุกที่โรม ท่านได้เขียนถึงผู้ติดตามพระเยซูในเมืองฟีลิปปี เกี่ยวกับจุดมุ่ง หมายในชีวิตของท่าน ท่านกล่าวด้วย “ความมุ่งมาดปรารถนาและความหวัง ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความละอายใดๆเลย แต่เมื่อก่อนทุกครั้งมีใจกล้าเสมอฉันใด บัดนี้ก็ขอให้เป็นเช่นเดียวกันฉันนั้น พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอ แม้จะโดยชีวิตหรือโดยความตาย เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร” (ฟป.1:20-21)

ถ้อยคำของเปาโลที่เราอ่านในวันนี้ ท้าทายให้เราสำรวจหัวใจของเราว่า เราร้อนรนในพระเยซูคริสต์เหมือนเปาโลหรือไม่? เป้าหมายของเราคือการถวายเกียรติแด่พระองค์ในทุกวันของชีวิตหรือไม่?

เมื่อเราจากโลกนี้ไปนานแล้ว ผู้คนที่รู้จักเราจะยังจดจำหัวใจของเรา ขอให้เราเป็นเหมือนเปาโล ที่ได้มอบมรดกแห่งความหวัง และการหนุนน้ำใจ โดยมีพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลาง – DCM

ขอรับใช้พระเจ้าทุกๆ วัน เดินไปตามทางนั้นพระองค์นำ
จะวางใจซื่อสัตย์ทุกเช้าค่ำ เกียรติทั้งสิ้นขอนำถวายพระองค์ – Hess

เราคือ “จดหมายรับรอง” ของพระคริสต์ ให้กับทุกคนที่อ่านชีวิตของเรา

Read more…

มรดก

September 14th, 2009 4 comments

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน

อ่าน: เฉลยธรรมบัญญัติ 6:4-9
พวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลาน ของท่าน เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทาง…
-เฉลยธรรมบัญญัติ 6:7

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 19-21, 2 โครินธ์ 7

        เมื่อไม่นานมานี้ อเล็กซ์ หลานชายของผมไปเป็นเพื่อนผมทำธุระ จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นว่า “คุณตาต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดได้ยังไงครับ?” เข้าทาง ผมจึงเล่าเรื่องที่ผมกลับใจเมื่อตอนเป็นเด็กให้เขาฟัง อเล็กซ์ยังสนใจฟังอยู่ ผมจึงบรรยายต่อไปว่าทวดของเขามาเชื่อพระเจ้าได้อย่างไร เริ่มตั้งแต่ตอนที่ท่านรอดจากสงครามโลกครั้งที่สอง และต่อต้านพระกิตติคุณในตอนแรก เรื่อยไปถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่มาเป็นคริสเตียน
        หลังจากนั้น เมื่อผมได้อ่านพระคัมภีร์ตอนที่ พูดถึงความเชื่อที่ถูกส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ผมก็คิดถึงบทสนทนาของผมกับหลานขึ้นมา ในเฉลยธรรมบัญญัติโมเสสสั่งสอนชาวอิสราเอลให้เชื่อฟังความจริงของพระเจ้าใส่ไว้ในใจ และเล่าให้คนรุ่นต่อๆไปฟัง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต “จงให้ถ้อยคำที่ข้าพเจ้าบัญชาพวกท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่าน และพวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทาง และนอนลงหรือลุกขึ้น” (6:6-7)
        พ่อแม่ที่ปฏิบัติตามพระคัมภีร์ไม่ได้หมายความว่าจะมีลูกหลานที่เชื่อพระเจ้าเสมอไป แต่เมื่อเราเห็นว่าคนรุ่นหลังมีความสนใจเรื่องฝ่ายวิญญาณ เราก็สามารถปลูกฝังคำสอนที่ทรงคุณค่าเกี่ยวกับพระวจนะของพระเจ้าให้พวกเขาได้ และนี่อาจเป็นมรดกที่ดีที่สุดที่พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายจะมอบให้แก่ลูกหลานของตน – HDF

พระเจ้าทรงประทานลูกหลานมา ณ หนึ่งช่วงเวลาของชีวิต
จงสอนเขาใกล้ชิดติดสนิท ทางพระคริสต์ทางแห่งความชอบธรรม
จงรักเขาใส่ใจให้โอกาส แม้พลั้งพลาดเริ่มใหม่ไม่ผิดซ้ำ
จงสอนเขาดำเนินตามพระคำ อยู่ในการทรงนำอย่างมั่นคง
– Sper

มรดกที่ล้ำค่าที่สุดที่พ่อแม่ให้กับลูกได้
คือการเป็นแบบอย่างที่ชอบธรรม
Read more…

มรดก

June 21st, 2009 Comments off

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน

อ่าน: สดุดี 127
บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากพระเจ้า – สดุดี 127:3 

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี

  • เอสเธอร์ 3-5
  • กิจการ 5:22-42

        เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อนของผมคนหนึ่งได้บันทึกไว้ว่า “ถ้าวันพรุ่งนี้เราตาย บริษัทที่เราทำงานอยู่อาจจะหาคนมาทำงานแทนเราได้ในเวลาไม่กี่วัน แต่ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจะต้องอยู่กับการสูญเสียไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกเขา แล้วทำไมเราจึงลงทุนกับการงานไปมากมาย แต่กลับลงทุนเพียงน้อยนิดในชีวิตของลูกๆ“
        ทำไมหลายครั้งเราจึงต้องทรมานตัวเองด้วยการลุกขึ้นแต่เช้ามืด นอนดึก และ “กระหืด กระหอบกินอาหาร” (สดด.127:1-2) ทำตัวเองให้วุ่นวายเพื่อสร้างชื่อเสียงบนโลกนี้ แต่ละเลยการลงทุนอย่างหนึ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ ลูกๆของเรา?
        ซาโลมอนได้ยืนยันว่า “บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากพระเจ้า” มรดกอันล้ำค่าที่พระองค์ยกให้กับเรา “บุตรทั้งหลายที่เกิดเมื่อเขายังหนุ่มก็เหมือนลูกธนูในมือนักรบ” (ข้อ 4) ประโยคนี้เป็นการเปรียบเทียบที่น่าประทับใจ ไม่มีสิ่งอื่นใดจะมีค่าคู่ควรกับพละกำลังและเวลาของเราอีกแล้ว
        เราไม่จำเป็นต้อง “กระหืดกระหอบกินอาหาร” หรือทำงานทั้งวันทั้งคืน ซาโลมอนผู้เปี่ยมด้วยสติปัญญาได้บอกไว้แล้วว่า พระเจ้าทรงดูแลพวกเรา (สดด.127:2) เราสามารถที่จะจัดเวลาให้กับลูกๆและวางใจว่าพระเจ้าจะจัดเตรียมสำหรับความจำเป็นด้านร่างกายของเราทุกอย่าง ลูก ทั้งที่เป็นลูกทางสายเลือดหรือลูกฝ่ายวิญญาณ เป็นมรดกที่ไม่มีวันสูญสิ้น เป็นการลงทุนที่เราจะไม่มีวันเสียใจ – DHR

ลูกๆ เป็นมรดกแห่งพระพร
พระคุณซ้อนพระเจ้าประทานให้
ทรงให้เราปกป้องเขาเอาใส่ใจ
เลี้ยงดูเขาเติบใหญ่ด้วยรักจริง – Hess

เวลาที่ใช้กับลูก คือเวลาที่ใช้อย่างฉลาด