วันพุธที่ 15 กรกฎาคม
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 13-15, กิจการ 19:21-41
อ่าน: ลูกา 14:25-35
ถ้าผู้ใดมาหาเราและไม่ชังบิดามารดา บุตรภรรยา และพี่น้องชายหญิง แม้ทั้งชีวิตของตนเองด้วย ผู้นั้นจะเป็นสาวกของเราไม่ได้ – ลูกา 14:26
เนชาเยฟ สาวกของคาร์ล มาร์คซ ในศตวรรษที่ 19 ผู้สังหารพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่สองได้เขียนไว้ว่า “ผู้ที่จะทำการปฏิวัติ…ต้องไม่สนใจประโยชน์ส่วนตน ไม่มีเรื่องธุรกิจส่วนตัว ไม่มีอารมณ์ ไม่มีสิ่งผูกมัด ไม่มีทรัพย์สมบัติ และไม่มีชื่อ ทุกสิ่งในตัวรวมอยู่ในความคิดและความปรารถนาเดียวที่จะปฏิวัติ” แม้ว่าแรงจูงใจและเป้าหมายของเขาจะผิด แต่ถ้อยคำของเนชาเยฟได้แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามที่ได้ปฏิญาณไว้
พระเยซูทรงต้องการความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงจากสาวกของพระองค์ ในลูกา 14 ฝูงชนเป็นอันมากได้ร่วมเดินทางไปเยรูซาเล็มกับพระองค์ (ข้อ 25) บางทีผู้ติดตามแบบขาจรเหล่านี้คงนึกว่าตนเป็นสาวกที่แท้จริงของพระองค์ แต่พระเยซูทรงสอนว่า การติดตามพระองค์ไม่ใช่เพียงแค่รู้เรื่องราวของพระองค์ พระองค์อธิบายว่าการเป็นสาวกต้องลงทุน ต้องชังบิดามารดา หรือแม้แต่ชีวิตของตนเอง ที่จะไม่ให้สำคัญไปกว่าความจงรักภักดีที่มีต่อพระเยซู (ข้อ 26-33) สาวกของพระองค์ (ทั้งในอดีตและปัจจุบัน) จำต้องตระหนักว่า หากให้พระเจ้าทรงเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเขาแล้ว สิ่งที่มีในครอบครองหรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับผู้อื่นจะต้องเป็นรองลงมา
พระเยซูทรงเรียกร้องให้สาวกของพระองค์มีความคิดและความปรารถนาที่หลอมรวมเป็นหนึ่งในพระองค์แต่เพียงผู้เดียว – MW
ข้าแต่พระเจ้า บัดนี้พวกเรา รวมใจทูลขอ
เจิมเราด้วยไฟ เพื่อให้ไม่ท้อ พร้อมดำเนินต่อ แม้โลกหลงไป
โลกไร้จุดหมาย เดินสู่ความตาย หมดความสดใส
เราจะเป็นแสง สำแดงไปไกล ช่วยเหลือโลกให้ รู้จักพระองค์
-Cushman
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 7-9, กิจการ 18
อ่าน: วิวรณ์ 1:10-2:5
จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่ – วิวรณ์ 2:5
ผมชอบชื่อคริสตจักรอย่างเช่น “คริสตจักรลูเธอร์แลนแห่งกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริ” หรือ “คริส ตจักรแบ็พติสต์มิชชันนารีอัลฟาและโอเมกา” หากยังมีคริสตจักรในเมืองเอเฟซัสอยู่ เราอาจจะตั้งชื่อเก๋ๆให้พวกเขาอย่างเช่น “คริสตจักรที่หนึ่งคันประทีป” (First Church of the Lampstand)
เรามักจะมองข้ามความสำคัญของนิมิตอันรุ่งโรจน์ของยอห์นในวิวรณ์ 1 ซึ่งพระเยซูทรงประทับท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ด ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเชิงเทียนหลายกิ่งสำหรับประดับเท่านั้น แต่เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างมากมายด้วย อีกทั้งมีความสำคัญเพราะเล็งถึง คริสตจักรทั้งเจ็ดที่ถูกเรียกให้นำแสงสว่างของพระเยซูไปสู่โลกอันมืดมิด
เราอยู่ในโลกอันมืดมิดที่ต้องการพลังแสงเทียนจากพระคริสต์ที่ส่องสว่างผ่านทางเรา จงระวังให้ดี อย่าทำผิดพลาดอย่างชาวเอเฟซัสที่ “ละทิ้งความรักดั้งเดิม (ของเขา)” (วว.2:4) แม้จะได้รับคำชมเชยเพราะการดีหลายอย่าง แต่เขาล้มเหลวเพราะไม่ได้ให้พระเยซูมาเป็นอันดับหนึ่ง
เรามักจะให้สิ่งอื่นมาเบียดพระเยซูออกไปง่ายๆ แต่ไม่ช้าก็เร็ว เราก็พบว่าเรากำลังทำ “งานของคริสตจักร” ด้วยจุดประสงค์ที่ผิด เราจะไม่สามารถมีอิทธิพลต่อโลกได้ พระเยซูทรงเตือนว่า “จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะ…ยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่” (ข้อ 5) ซึ่งเราไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ดังนั้นจงให้พระเยซูมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อแสงของพระองค์จะฉายสุกใสอย่างต่อเนื่องในโลกแห่งความมืดนี้ – JS
ขอพระเจ้าเป็นเอกสำหรับข้า
ทั้งวาจาพฤติกรรมก็สอดคล้อง
ท่ามกลางโลกดำเนินอยู่นอกครรลอง
แสงสว่างเราส่องสำแดงพระองค์ – Sper
วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 1-3, กิจการ 17:1-15
อ่าน: 2 โครินธ์ 5:12-21
อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ว่า จะประกาศข่าวประเสริฐในที่ซึ่งไม่เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อขึ้นบนรากฐานที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว – โรม 15:20
ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 19 ประธานาธิบดีโทมัส เจฟเฟอร์สัน แห่งสหรัฐอเมริกาสามารถซื้อดินแดนหลุยเซียนาได้สำเร็จ และขยายเขตแดนของสาธารณรัฐลูกนกที่เริ่มมีปีกนี้ “จากทะเลสู่ทะเลที่โชติช่วง”
แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรอยู่ในดินแดนอันกว้างใหญ่ที่แผ่ขยายออกไป นักบุกเบิกที่ประสงค์จะเดินทางไปยังแปซิฟิกจึงต้องการแผนที่ที่มีรายละเอียดชัดเจน นักสำรวจลูอิสและคล้าก จึงกลายเป็นผู้บุกเบิกแห่งนักบุกเบิก ซึ่งได้เตรียมหนทางสำหรับการอพยพไปยังดินแดนใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา พวกเขาได้ทำหนทางใหม่เพื่อให้ผู้อื่นได้ติดตาม
ความตั้งใจในการทำพันธกิจของเปาโลนั้นก่อร่างขึ้นในลักษณะเดียวกัน ท่านกล่าวไว้ในโรม 15:20 ว่า “อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ว่า จะประกาศข่าวประเสริฐในที่ซึ่งไม่เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อขึ้นบนรากฐานที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว” ท่านต้องการให้การลงแรงในงานรับใช้ได้สร้างหนทางใหม่เพื่อให้ผู้อื่นติดตาม ทิโมธี ทิตัส มาระโก และสิลาส คือตัวอย่างเพียงเล็กน้อยของคนที่ได้เดินตามรอยทางที่เปาโลได้ทำไว้
ปัจจุบันสาวกของพระเยซูผู้นำข่าวสารของพระผู้ช่วยให้รอดไปยังดินแดนต่างๆทั่วโลกก็ตั้งใจเช่นนี้ จงทูลขอพระพรจากพระวจนะของพระเจ้า ให้เราซึ่งเป็น “ทูต” ของพระองค์ ได้สร้างหนทางใหม่ให้แก่ชนในยุคของเรา (2 คร.5:20) – BC
สิ่งที่ทำทุกวันในชีวิตเรา
คือนำเอาพระวจนะประกาศไป
เข้าใจคนอธิษฐานเผื่อเอาใจใส่
รู้จักใช้ชีวิตอย่างพระเยซู – Brewster