ชาร์ลีเดินบนดวงจันทร์

February 6th, 2010 2 comments

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์

อ่าน: ปฐมกาล 5:21-32
เอโนคดำเนินกับพระเจ้าแล้วหายหน้าไป เพราะพระเจ้าทรงรับเขาไป – ปฐมกาล 5:24

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อพยพ 39-40, มัทธิว 23:23-39

สารคดีเรื่องใต้เงาจันทร์ (I The Shadow of The Moon) มีเรื่องราวของชาร์ลี ดุ๊ก นักบินอวกาศคนหนึ่งของอพอลโล 16 ซึ่งถูกส่งไปดวงจันทร์เมื่อปี 1972 ขณะที่ยานบังคับการกำลังโคจรรอบดวงจันทร์ ดุ๊กกับนักบินอวกาศอีกคนหนึ่ง ลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ด้วยยานโอริออน หลังจากดำเนินการทดลองและเก็บตัวอย่างหินดวงจันทร์นาน 3 วัน ลูกเรืออพอลโล 16 ก็กลับถึงโลกโดยปลอดภัย

หลังจากนั้น ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของชาร์ลีเปลี่ยนแปลงไป เขาเล่าว่าเพื่อนของเขาชวนให้เขาไปร่วมกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ หลังเลิกกลุ่ม ชาร์ลีอธิษฐานต่อพระคริสต์ว่า “ข้าพระองค์ขอมอบชีวิตให้กับพระองค์ หากพระองค์เป็นพระเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่จริง ขอทรงเข้ามาในชีวิตของข้าพระองค์” แล้วสันติสุขได้ท่วมท้นจิตใจของเขา ทั้งยังลึกซึ้งจนเขาเริ่มแบ่งปันเรื่องของเขาให้ ผู้อื่นฟังว่า “ผมเดินอยู่บนดวงจันทร์ 3 วัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ยิ่งใหญ่ แต่ผมจะเดินกับพระเจ้าตลอดไป”

พระคัมภีร์เล่าถึงชายอีกคนหนึ่งซึ่งเดินกับพระเจ้า “เอโนคดำเนินกับพระเจ้า แล้วหายหน้าไป เพราะพระเจ้าทรงรับเขาไป” (ปฐก.5:24) จิตวิญญาณของเขาเดินใกล้ชิดกับพระเจ้ามากจนกระทั่งพระเจ้าทรงรับเขาไปนิรันดร์กาล โดยเขาไม่ประสบกับความตาย (ฮบ.11:5)

เราเรียนรู้จากชาร์ลีและเอโนคว่า สำหรับผู้เชื่อ ไม่ว่าเราจะเดินทางไปสู่ที่ใด เราจะเดินกับพระเจ้าตลอดไป! – HDF

ขอให้ข้าเดินใกล้พระองค์ ไม่มัวหลงออกนอกเส้นทาง
เดินใกล้ชิดพระคริสต์ไม่ห่าง ทรงเคียงข้างประสานมือกัน
ขอทรงช่วยปกป้องดวงใจ ของข้าให้สะอาดคงมั่น
สัตย์ซื่อต่อพระองค์เท่านั้น ดังข้าฝันอยู่สวรรค์เมืองแมน – Hess

จดจ้องเป้าหมายนิรันดร์ ด้วยการเดินในความสว่างของพระเจ้าทุกวัน

Read more…

โรคร้ายแรงที่สุด

August 14th, 2009 Comments off


วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 89-90, โรม 14

อ่าน:โยชูวา 7:1, 19-26
แต่ท่าน (พระเยซู) ถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย…ที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี – อิสยาห์ 53:5

        โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ โรค SARS ถูกพบเป็นครั้งแรกที่ประเทศเวียดนามในปี 2003 กว่าจะควบคุมได้ โรคนี้ได้ระบาดไปทั่วโลกและคร่าชีวิตผู้ป่วยไปแล้วเกือบ 800 คน เหตุที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นก็เพราะไม่มีใครรู้จักไวรัสตัวนี้ตั้งแต่แรก แต่เมื่อรู้จักและเข้าใจมัน เราก็ควบคุมมันได้
        มีโรคที่ร้ายแรงกว่านั้นกำลังระบาดอยู่ในโลก นั่นคือ โรคบาป โรคนี้ควบคุมได้ยากไม่แพ้กัน เพราะผู้คนจำนวนมากยังไม่รู้จักพิษสงของมัน และหลายคนก็ไม่เชื่อการวินิจฉัยของพระคัมภีร์
        ในโยชูวาบทที่ 7 เราอาจรู้สึกขยาดกับวิธีการที่พระเจ้าใช้จัดการกับอาคานที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าโดยการยักยอกของที่ริบมาได้จากเมืองเยรีโคและซ่อนไว้ในเต็นท์ของตน (ข้อ 21) เขาและทุกคนในครอบครัวต้องชดใช้ความผิดนี้ด้วยชีวิต (ข้อ 25)
        ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ไม่ได้ใช้วิธีการเดียวกันนี้กับเรา ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครสักคนรอดชีวิต กระนั้น เราก็ต้องไม่ประมาทผลที่ร้ายแรงของความบาป เพราะบาปทำให้พระเยซูคริสต์ต้องถูกตรึงที่กางเขนเพื่อเรา
        สิ่งแรกที่เราต้องทำเพื่อจัดการกับความบาป คือ รู้ว่าบาปเป็นอย่างไร จงรับของขวัญแห่งชีวิตนิรันดร์ด้วยใจขอบพระคุณ แล้ว “จงประหารโลกียวิสัยในตัวท่านเสีย” ซึ่งหมายถึงความเห็นแก่ตัวต่างๆ ที่ทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย (คส.3:5) เราจึงจะจัดการกับโรคที่ร้ายแรงที่สุดได้ – CPH

วิธีการรักษาโรคบาป คุณได้รับของขวัญแห่งการช่วยให้รอดจากพระคริสต์แล้วหรือยัง?
พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของคุณและทรงฟื้นคืนพระชนม์แล้ว
พระองค์พร้อมที่จะยกโทษให้กัทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์ (โรม10:9)

บาปเป็นโรคหัวใจที่รักษาให้หายได้ โดยแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้เดียวเท่านั้น

นิรันดร์กาลในหัวใจ

July 21st, 2009 Comments off


วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 29-30, กิจการ 23:1-15

อ่าน: ปัญญาจารย์ 3:9-17
พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจของมนุษย์ – ปัญญาจารย์ 3:11

        ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้เห็นทิวทัศน์อันสวยงามนอกเมืองแองคอเรจ รัฐอลาสก้า ผืนฟ้าสีเทาเคียงคู่กับผืนน้ำสีเขียวอ่อนในเวิ้งมหาสมุทร ตัดด้วยพรายฟองสีขาวเล็กๆ แต่ไม่ช้าผมก็เห็นว่ามันไม่ใช่ฟอง แต่เป็นฝูงปลาวาฬเบลูกาขาวเหลือบกำลังหาอาหารห่างจากฝั่งไม่ถึง 15 เมตร ผมกับคนอื่นๆยืนฟังเสียงน้ำทะเลกระจายเป็นจังหวะตามฝูงปลาวาฬที่กระโจนขึ้นเหนือน้ำเป็นวงโค้งงดงาม ทุกคนเงียบกริบ ตะลึงงัน เพราะในชั่วขณะนั้นสิ่งอื่นใดล้วนไร้ซึ่งความสำคัญ
        ผู้เขียนปัญญาจารย์คงจะเข้าใจปฏิกิริยาของผู้ชมในวันนั้น ท่านเห็นความสวยงามของโลกที่พระเจ้าทรงสร้างได้อย่างกระจ่างชัดและทราบว่าพระเจ้า “ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจของมนุษย์” (3:11) วลีอันสละสลวยนี้ใช้ได้กับประสบการณ์ของมนุษย์ในหลากหลายด้าน จริงอยู่ที่ข้อความนี้มีความหมายในแง่ความเชื่อทางศาสนา แต่จิตใจของเรารับรู้ความเป็นนิรันดร์ไม่เพียงแค่ในแง่ศาสนาเท่านั้น
        ปัญญาจารย์สะท้อนชีวิตในโลกนี้ทั้งสองด้าน ทั้งผลของความสุขอันเย้ายวนจนเรายอมทุ่มเทชีวิตเพื่อไขว่คว้ามา และการได้รับรู้ความจริงอันน่ากลัวว่าท้ายที่สุดแล้วแม้แต่ความสุขก็ไม่อาจเติมให้อิ่มใจได้ โลกอันยวนใจที่พระเจ้าครอบครองอยู่นั้นใหญ่เกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ทั้งหมด ถ้าเราไม่ยอมรับข้อจำกัดของตัวเองและยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ของพระเจ้า ถ้าเราไม่วางใจพระองค์ผู้ทรงประทานสิ่งดีทั้งปวง เราก็จะลงเอยด้วยความสิ้นหวัง – PY

เสียงดนตรีธรรมชาติช่างไพเราะ
เสียงเสนาะหากเราพิจารณา
สัมผัสได้เสียงพระเจ้าเรารู้ว่า
ทรงอยู่ด้วยทุกเวลาไม่ห่างเลย
- Charles

เราทำวันนี้ให้ดีที่สุดได้ ด้วยการระลึกถึงนิรันดร์กาลอยู่เสมอ