ความปรารถนาเดียว

July 15th, 2009 Comments off

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 13-15, กิจการ 19:21-41

อ่าน: ลูกา 14:25-35
ถ้าผู้ใดมาหาเราและไม่ชังบิดามารดา บุตรภรรยา และพี่น้องชายหญิง แม้ทั้งชีวิตของตนเองด้วย ผู้นั้นจะเป็นสาวกของเราไม่ได้ – ลูกา 14:26

        เนชาเยฟ สาวกของคาร์ล มาร์คซ ในศตวรรษที่ 19 ผู้สังหารพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่สองได้เขียนไว้ว่า “ผู้ที่จะทำการปฏิวัติ…ต้องไม่สนใจประโยชน์ส่วนตน ไม่มีเรื่องธุรกิจส่วนตัว ไม่มีอารมณ์ ไม่มีสิ่งผูกมัด ไม่มีทรัพย์สมบัติ และไม่มีชื่อ ทุกสิ่งในตัวรวมอยู่ในความคิดและความปรารถนาเดียวที่จะปฏิวัติ” แม้ว่าแรงจูงใจและเป้าหมายของเขาจะผิด แต่ถ้อยคำของเนชาเยฟได้แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามที่ได้ปฏิญาณไว้
        พระเยซูทรงต้องการความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงจากสาวกของพระองค์ ในลูกา 14 ฝูงชนเป็นอันมากได้ร่วมเดินทางไปเยรูซาเล็มกับพระองค์ (ข้อ 25) บางทีผู้ติดตามแบบขาจรเหล่านี้คงนึกว่าตนเป็นสาวกที่แท้จริงของพระองค์ แต่พระเยซูทรงสอนว่า การติดตามพระองค์ไม่ใช่เพียงแค่รู้เรื่องราวของพระองค์ พระองค์อธิบายว่าการเป็นสาวกต้องลงทุน ต้องชังบิดามารดา หรือแม้แต่ชีวิตของตนเอง ที่จะไม่ให้สำคัญไปกว่าความจงรักภักดีที่มีต่อพระเยซู (ข้อ 26-33) สาวกของพระองค์ (ทั้งในอดีตและปัจจุบัน) จำต้องตระหนักว่า หากให้พระเจ้าทรงเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเขาแล้ว สิ่งที่มีในครอบครองหรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับผู้อื่นจะต้องเป็นรองลงมา
       พระเยซูทรงเรียกร้องให้สาวกของพระองค์มีความคิดและความปรารถนาที่หลอมรวมเป็นหนึ่งในพระองค์แต่เพียงผู้เดียว – MW

 ข้าแต่พระเจ้า  บัดนี้พวกเรา  รวมใจทูลขอ
 เจิมเราด้วยไฟ  เพื่อให้ไม่ท้อ  พร้อมดำเนินต่อ  แม้โลกหลงไป
โลกไร้จุดหมาย  เดินสู่ความตาย  หมดความสดใส
เราจะเป็นแสง  สำแดงไปไกล  ช่วยเหลือโลกให้  รู้จักพระองค์
-Cushman

ความรักของเราที่มีต่อพระเยซู คือกุญแจสู่ความทุ่มเทฝ่ายจิตวิญญาณ

ทางนั้น

June 13th, 2009 Comments off

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน

อ่าน: ยอห์น 14:1-6
พระเยซูตรัส…ว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา” – ยอห์น 14:6

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี

  • เอสรา 6-8
  • ยอห์น 21

ชาวโรมันโบราณมีชื่อเสียงในเรื่องการตัดถนนใหญ่ที่มีการสัญจรหนาแน่น ผ่านอาณาจักรของตน ผู้ที่ฟังพระเยซูจึงจินตนาการภาพนี้ได้เมื่อพระองค์ทรงประกาศว่า “เราเป็นทางนั้น” ในยอห์น 14:6
พระวจนะข้อนี้บอกว่า พระเยซูทรงเป็นหนทางไปสู่สวรรค์ แต่คำตรัสนี้มีความหมายมากกว่านั้น พระเยซูทรงตัดถนนผ่านพุ่มไม้ในป่ารกของโลกใบนี้ และทรงเป็นผู้นำทางที่สร้างแนวทางใหม่ขึ้นเพื่อให้เราดำเนินชีวิต ในขณะที่คนมากมายกระทำตามวิถีของโลกโดยการรักเพื่อนและเกลียดชังศัตรู พระเยซูทรงสร้างสิ่งใหม่ คือ “จงรักศัตรูของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน” (มธ.5:44) การตัดสินและวิจารณ์คนอื่นนั้นทำได้ง่าย แต่พระเยซูพระผู้ทรงจัดเตรียมหนทางได้ตรัสว่า ให้เราเอาไม้ทั้งท่อนออกจากตาของเราเองเสียก่อน (7:3-4) พระองค์ทรงเตรียมหนทางไว้ให้เราดำเนินชีวิตด้วยใจกว้างขวางแทนความละโมบ (ลก.12:13-34)
             เมื่อพระเยซูตรัสว่า “เราเป็นทางนั้น” พระองค์ทรงกำลังเรียกเราให้ออกจากวิถีเก่าที่นำไปสู่หายนะและใช้ชีวิตติดตามพระองค์ไปบนวิถีใหม่ แท้จริงแล้ว คำว่า ติดตาม (มก.8:34) มีความหมายตามตัวอักษรว่า “ถูกพบบนทางนั้น” กับพระองค์ คุณและผมสามารถตัดสินใจที่จะเดินไปตามทางแห่งความพินาศย่อยยับที่เราคุ้นเคย หรือจะติดตามพระองค์และถูกพบบนทางนั้นกับผู้ทรงเป็นทาง! – JS

พระเจ้าทรงเรียกเราว่าประชากร
พระองค์สอนให้เราเดินทางพระองค์
แม้โลกนี้ไม่เข้าใจพระประสงค์
เขาจะเห็นพระองค์ผ่านตัวเรา – Sper

เราไม่จำเป็นต้องมองเห็นทาง หากเรากำลังติดตามพระองค์ผู้ทรงเป็นทางนั้น