<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; คำพูด</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>คำพูดนั้น สำคัญไฉน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/03/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/03/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 May 2010 18:45:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพูด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1447</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม อ่าน: สุภาษิต 15:1-7 ถ้าผู้ใดเข้าใจว่าตัวเป็นคนมีธัมมะและมิได้สงบปากคำ แต่หลอกลวงตัวเอง ธัมมะของผู้นั้นก็ไม่มีประโยชน์ &#8211; ยากอบ 1:26 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงศ์กษัตริย์ 14-15, ลูกา 22:21-46 ผมเคยได้ยินวัยรุ่นจากครอบครัวคริสเตียนคนหนึ่งพูดว่า &#8220;แม่ผมไม่คิดว่าการสบถเป็นสิ่งที่เลวร้าย&#8221; แล้วเขาก็สาธยายให้ฟังถึงคำที่แม่ยอมรับได้ ซึ่งล้วนเป็นคำที่ถือว่าไม่เหมาะสมมานานแล้ว มาตรฐานทางด้านภาษาของสังคมได้ตกต่ำลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เราไม่จำเป็นต้องลดมาตรฐานของเราตามไปด้วย เมื่อเราพยายาม &#8220;ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต&#8221; (อฟ.5:15) เราควรจะคิดถึงการถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยคำพูดของเรา พระเจ้าทรงพอพระทัย เมื่อเราใช้ลิ้นของเราด้วยความเข้าใจ สุภาษิต 10:19 ย้ำเตือนเราว่า &#8220;เขาผู้ยับยั้งริมฝีปากของตนเป็นผู้หยั่งรู้&#8221; ก่อนที่จะพูด ให้เรากลั่นกรองทุกคำที่ออกจากปากของเรา &#8220;บุคคลที่รักษาปากและลิ้นของตน ก็รักษาตัวเขาเองให้พ้นความลำบาก&#8221; (21:23) คำพูดในเชิงบวกและแฝงไปด้วยความเมตตาเป็นสิ่งที่สำคัญ แม้กระทั่งในการพูดถึงปัญหาที่แก้ยาก &#8220;ลิ้นของปราชญ์แจกจ่ายความรู้&#8221; แต่ &#8220;คำกักขฬะเร้าโทสะ&#8221; (สภษ.15:1-2) สุดท้าย จงหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่สะท้อนถึงตัวเราเองในฐานะบุตรของพระเจ้าผิดเพี้ยนไป เปาโลเตือนเราว่า &#8220;อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย&#8221; แต่จงตั้งมาตรฐานให้สูงในการใช้คำพูดอย่างชอบธรรม จงใช้วาจาที่พระเจ้าผู้บริสุทธิ์พอพระทัยและยอมรับได้ เพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ในแต่ละส่วนของชีวิต &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  สุภาษิต 15:1-7 </span><br />
<span class="biblemessage">ถ้าผู้ใดเข้าใจว่าตัวเป็นคนมีธัมมะและมิได้สงบปากคำ แต่หลอกลวงตัวเอง ธัมมะของผู้นั้นก็ไม่มีประโยชน์ &#8211; ยากอบ 1:26<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 1 พงศ์กษัตริย์ 14-15, ลูกา 22:21-46</p>
<p class="manacontent">ผมเคยได้ยินวัยรุ่นจากครอบครัวคริสเตียนคนหนึ่งพูดว่า &#8220;แม่ผมไม่คิดว่าการสบถเป็นสิ่งที่เลวร้าย&#8221; แล้วเขาก็สาธยายให้ฟังถึงคำที่แม่ยอมรับได้ ซึ่งล้วนเป็นคำที่ถือว่าไม่เหมาะสมมานานแล้ว </p>
<p class="manacontent">มาตรฐานทางด้านภาษาของสังคมได้ตกต่ำลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เราไม่จำเป็นต้องลดมาตรฐานของเราตามไปด้วย เมื่อเราพยายาม &#8220;ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต&#8221; (อฟ.5:15) เราควรจะคิดถึงการถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยคำพูดของเรา </p>
<p class="manacontent">พระเจ้าทรงพอพระทัย เมื่อเราใช้ลิ้นของเราด้วยความเข้าใจ สุภาษิต 10:19 ย้ำเตือนเราว่า &#8220;เขาผู้ยับยั้งริมฝีปากของตนเป็นผู้หยั่งรู้&#8221; ก่อนที่จะพูด ให้เรากลั่นกรองทุกคำที่ออกจากปากของเรา &#8220;บุคคลที่รักษาปากและลิ้นของตน ก็รักษาตัวเขาเองให้พ้นความลำบาก&#8221; (21:23) </p>
<p class="manacontent">คำพูดในเชิงบวกและแฝงไปด้วยความเมตตาเป็นสิ่งที่สำคัญ แม้กระทั่งในการพูดถึงปัญหาที่แก้ยาก &#8220;ลิ้นของปราชญ์แจกจ่ายความรู้&#8221; แต่ &#8220;คำกักขฬะเร้าโทสะ&#8221; (สภษ.15:1-2) </p>
<p class="manacontent">สุดท้าย จงหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่สะท้อนถึงตัวเราเองในฐานะบุตรของพระเจ้าผิดเพี้ยนไป เปาโลเตือนเราว่า &#8220;อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย&#8221; แต่จงตั้งมาตรฐานให้สูงในการใช้คำพูดอย่างชอบธรรม </p>
<p class="manacontent">จงใช้วาจาที่พระเจ้าผู้บริสุทธิ์พอพระทัยและยอมรับได้ เพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ในแต่ละส่วนของชีวิต &#8211; JDB </p>
<p class="poem">
ลิ้นของเราเราอาจนำพรหรือเป็นเพลิง<br />
สร้างรอยยิ้มรื่นเริงหรือบาดแผล<br />
จงสำรวจตนเองอย่าเชือนแช<br />
เพื่อรู้แน่ไม่พลั้งลิ้นผิดพลาดไป – Anon.
</p>
<p class="remark">สิ่งที่เราพูดบ่งบอกถึงสิ่งที่เราเป็น</p>
<p><span id="more-1447"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100503.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/03/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/08/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/08/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2010 17:01:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพูด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1389</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 8 เมษายน อ่าน: เอเฟซัส 4:17-32 อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย แต่จงกล่าวคำที่ดีและเป็นประโยชน์ ให้เหมาะสมกับความต้องการ &#8211; เอเฟซัส 4:29 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 ซามูเอล 10-12, ลูกา 9:37-62 ปัญหามลพิษที่น่าเศร้า! ทุกคนต้องทนทุกข์เพราะปัญหานี้ แต่ทุกคนก็ยังสร้างมันขึ้นมา มลพิษมีหลากหลายรูปแบบ แต่มีรูปแบบหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไป ชาล์ส สวินดอล เรียกว่า &#8220;มลพิษทางคำพูด&#8221; ซึ่งก่อขึ้นโดยนักบ่น นักติเตียน และนักวิพากษ์วิจารณ์ สวินดอลเขียน ไว้ว่า &#8220;ยาพิษแห่งการมองโลกในแง่ร้าย สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยด้านลบ ซึ่งเน้นแต่ด้านไม่ดีของทุกสิ่ง&#8221; คริสเตียนกลุ่มหนึ่งรู้สึกกังวลกับมลพิษประเภทนี้และการที่พวกเขาเองก็มีส่วนในมลพิษด้วย พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะหลีกเลี่ยงถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์ตลอดทั้งสัปดาห์ พวกเขารู้สึกแปลกใจที่พวกเขาพูดน้อยลงไปมาก! เมื่อทำการทดลองต่อไป พวกเขากลับได้เรียนรู้ทักษะในการสนทนาใหม่ ในเอเฟซัส 4 เปาโลเตือนผู้เชื่อให้มีท่าทีอันแน่วแน่ ท่านบอกว่าเราต้อง &#8220;ทิ้ง&#8221; ตัวเก่า และความประพฤติที่ทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เสียพระทัย (ข้อ 22, 30) และ &#8220;สวม&#8221; สภาพใหม่ซึ่งเสริมสร้างผู้อื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันพฤหัสที่ 8 เมษายน </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  เอเฟซัส 4:17-32 </span><br />
<span class="biblemessage">อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย แต่จงกล่าวคำที่ดีและเป็นประโยชน์ ให้เหมาะสมกับความต้องการ &#8211; เอเฟซัส 4:29<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 1 ซามูเอล 10-12, ลูกา 9:37-62</p>
<p class="manacontent">ปัญหามลพิษที่น่าเศร้า! ทุกคนต้องทนทุกข์เพราะปัญหานี้ แต่ทุกคนก็ยังสร้างมันขึ้นมา </p>
<p class="manacontent">มลพิษมีหลากหลายรูปแบบ แต่มีรูปแบบหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไป ชาล์ส สวินดอล เรียกว่า &#8220;มลพิษทางคำพูด&#8221; ซึ่งก่อขึ้นโดยนักบ่น นักติเตียน และนักวิพากษ์วิจารณ์ สวินดอลเขียน ไว้ว่า &#8220;ยาพิษแห่งการมองโลกในแง่ร้าย สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยด้านลบ ซึ่งเน้นแต่ด้านไม่ดีของทุกสิ่ง&#8221; </p>
<p class="manacontent">คริสเตียนกลุ่มหนึ่งรู้สึกกังวลกับมลพิษประเภทนี้และการที่พวกเขาเองก็มีส่วนในมลพิษด้วย พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะหลีกเลี่ยงถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์ตลอดทั้งสัปดาห์ พวกเขารู้สึกแปลกใจที่พวกเขาพูดน้อยลงไปมาก! เมื่อทำการทดลองต่อไป พวกเขากลับได้เรียนรู้ทักษะในการสนทนาใหม่ </p>
<p class="manacontent">ในเอเฟซัส 4 เปาโลเตือนผู้เชื่อให้มีท่าทีอันแน่วแน่ ท่านบอกว่าเราต้อง &#8220;ทิ้ง&#8221; ตัวเก่า และความประพฤติที่ทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เสียพระทัย (ข้อ 22, 30) และ &#8220;สวม&#8221; สภาพใหม่ซึ่งเสริมสร้างผู้อื่น (ข้อ 24) เมื่อเราพึ่งพาความช่วยเหลือจากพระวิญญาณ (กท.5:16) เราก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงความประพฤติ ความคิด และการพูดของเรา </p>
<p class="manacontent">หากเราอยากกำจัดมลภาวะทางคำพูด เราต้องตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลง และทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมฝ่ายวิญญาณของเรา &#8211; JEY </p>
<p class="poem">
ขอพระเจ้าชำระวาจาฉัน<br />
คำพูดนั้นให้ฟังระรื่นหู<br />
ไม่เอื้อนเอ่ยทำร้ายแม้ศัตรู<br />
พระเจ้าดูชีวิตแล้วพอพระทัย &#8211; Wesley
</p>
<p class="remark">จงช่วยกำจัดมลภาวะ โดยการทำความสะอาดคำพูดของคุณ</p>
<p><span id="more-1389"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100408.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/08/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยกย่องความเชื่องช้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/08/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/08/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Feb 2010 17:01:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความอดทน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพูด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1233</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ อ่าน: 2 เปโตร 3:1-9 องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น &#8211; 2 เปโตร 3:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 4-5, มัทธิว 24:29-51 หากมีการประกวดคุณสมบัติที่ได้รับความนิยมที่สุด ฉันคาดว่า &#8220;รวดเร็ว&#8221; น่าจะมีคนนิยมมากกว่า &#8220;ดีที่สุด&#8221; ดูเหมือนว่าหลายๆส่วนในโลกจะถูกครอบงำด้วยความรวดเร็ว แต่ &#8220;ความรวดเร็ว&#8221; ไม่นำเราไปสู่ที่ใด เพราะเพียงแค่รวดเร็วเท่านั้น &#8220;ถึงเวลาต้องท้าทายภาวะที่เรามักทำทุกอย่างให้เร็วขึ้น&#8221; คาร์ล โอโนเร่กล่าวไว้ในหนังสือของเขาเรื่องเร็วไม่ว่า ช้าให้เป็น (I Praise of Slowness) &#8220;ความรวดเร็วไม่ใช่วิถีทางที่ดีที่สุดเสมอไป&#8221; เขาพูดถูกต้องตามพระคัมภีร์ เปโตรเตือนว่า ในกาลสุดท้ายผู้คนจะสงสัยในพระเจ้า เหตุเพราะดูเหมือนว่าพระองค์ทรง &#8220;เฉื่อยช้า&#8221; ในพระสัญญาเรื่องการเสด็จมาของพระองค์ เปโตรชี้ให้เห็นว่า ความที่ดูเหมือนช้านั้นเป็นเรื่องดี แท้ที่จริงพระองค์ทรงสำแดง ความอดกลั้นพระทัยด้วยการให้เวลาคนกลับใจใหม่ (2 ปต. 3:9) และเป็นไปตามพระลักษณะของพระองค์ด้วย คือทรงอดกลั้นพระทัยหรือทรงกริ้วช้า (อพย.34:6) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์</span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 2 เปโตร 3:1-9  </span><br />
<span class="biblemessage">องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น &#8211; 2 เปโตร 3:9<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:  	เลวีนิติ 4-5, 	มัทธิว 24:29-51</p>
<p class="manacontent">หากมีการประกวดคุณสมบัติที่ได้รับความนิยมที่สุด ฉันคาดว่า &#8220;รวดเร็ว&#8221; น่าจะมีคนนิยมมากกว่า &#8220;ดีที่สุด&#8221; ดูเหมือนว่าหลายๆส่วนในโลกจะถูกครอบงำด้วยความรวดเร็ว แต่ &#8220;ความรวดเร็ว&#8221; ไม่นำเราไปสู่ที่ใด เพราะเพียงแค่รวดเร็วเท่านั้น </p>
<p class="manacontent">&#8220;ถึงเวลาต้องท้าทายภาวะที่เรามักทำทุกอย่างให้เร็วขึ้น&#8221; คาร์ล โอโนเร่กล่าวไว้ในหนังสือของเขาเรื่องเร็วไม่ว่า ช้าให้เป็น (I Praise of Slowness) &#8220;ความรวดเร็วไม่ใช่วิถีทางที่ดีที่สุดเสมอไป&#8221; </p>
<p class="manacontent">เขาพูดถูกต้องตามพระคัมภีร์ เปโตรเตือนว่า ในกาลสุดท้ายผู้คนจะสงสัยในพระเจ้า เหตุเพราะดูเหมือนว่าพระองค์ทรง &#8220;เฉื่อยช้า&#8221; ในพระสัญญาเรื่องการเสด็จมาของพระองค์ เปโตรชี้ให้เห็นว่า ความที่ดูเหมือนช้านั้นเป็นเรื่องดี แท้ที่จริงพระองค์ทรงสำแดง ความอดกลั้นพระทัยด้วยการให้เวลาคนกลับใจใหม่ (2 ปต. 3:9) และเป็นไปตามพระลักษณะของพระองค์ด้วย คือทรงอดกลั้นพระทัยหรือทรงกริ้วช้า (อพย.34:6) </p>
<p class="manacontent">เราเองก็จำเป็นต้องช้าในการโกรธ และช้าในการพูด (ยก.1:19) พระคัมภีร์ยากอบบอกว่า &#8220;ความรวดเร็ว&#8221; มีไว้สำหรับหูของเรา เราต้องไวในการฟัง ลองคิดดูว่าเราจะหลีกเลี่ยงปัญหาได้มากแค่ไหน หากเราเรียนรู้ที่จะฟังก่อนที่จะพูด ไม่ใช่แค่หยุดพูด แต่ฟังอย่างตั้งใจ </p>
<p class="manacontent">เมื่อเรารีบเร่งเพื่อบรรลุเป้าหมายตามกำหนดเวลา อย่าลืมที่จะฟังให้เร็วขึ้น และให้อารมณ์และลิ้นของเราช้าลง &#8211; JAL </p>
<p class="poem">
 จิตใจเอ๋ย จงฝึกความอดทน   เป็นบทเรียนเกิดผลฝ่ายวิญญาณ<br />
 ถูกขัดเกลาเติบโตด้วยกล้าหาญ   สอดประสานเป็นตามน้ำพระทัย – Hayward  </p>
<p class="remark"> เมื่อคุณเริ่มรู้สึกหมดความอดทนกับผู้อื่น ลองคิดดูว่าพระเจ้าทรงอดกลั้นพระทัยกับคุณอย่างไร </p>
<p> <span id="more-1233"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100208.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/08/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของจิตใจ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/19/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/19/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 Aug 2009 17:01:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพูด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=520</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 19 สิงหาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:สดุดี 103-104, 1 โครินธ์ 2 อ่าน:มัทธิว 15:7-20 แต่สิ่งที่ออกจากปากก็ออกมาจากใจ &#8211; มัทธิว 15:18         ทุกครั้งที่ซูซานอ้าปาก จะมีเสียงรถหวอดังลั่นออกมา โฆษณาทางโทรทัศน์ชิ้นนี้ใช้มุขตลกเพื่อชี้ให้เห็นว่า ปัญหาในช่องปากอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความเจ็บป่วยทางกายที่ร้ายแรงยิ่งกว่า เธอจึงควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน!         โฆษณานี้ทำให้ฉันคิดถึงสิ่งที่ออกมาเมื่อฉันเปิดปาก พระเยซูตรัสว่า สิ่งที่ออกจากปากก็ออกมาจากใจ (มธ.15:18) พวกฟาริสีไม่พอใจเมื่อพระองค์ตรัสว่า “มิใช่สิ่งซึ่งเข้าไปในปากจะทำให้มนุษย์เป็นมลทิน แต่สิ่งซึ่งออกมาจากปากนั้นแหละทำให้มนุษย์เป็นมลทิน” (ข้อ 11-12) พวกเขาคิดว่าตัวเองชอบธรรมจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า เพราะพวกเขาปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆอย่างเคร่งครัด ทั้งล้างมือก่อนรับประทานอาหารและรับประทานแต่อาหารที่ “สะอาด” แต่พระเยซูทรงทำลายความภาคภูมิใจของพวกเขา         พระเยซูทรงทำลายความภาคภูมิใจของเราเช่นกัน เราอาจคิดว่าตัวเองชอบธรรมเพราะเราไปโบสถ์เป็นประจำ หรืออธิษฐานอยู่เสมอ แต่ขณะเดียวกันเราก็นินทาหรือพูดจาลับหลังคนอื่นด้วย ยากอบ 3:9-10 กล่าวว่า “เราทั้งหลายสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และด้วย ลิ้นนั้นเราก็แช่งด่ามนุษย์&#8230;คำสรรเสริญและคำแช่งด่าก็ออกมาจากปาก อันเดียวกัน&#8230;ไม่ควรให้เป็นเช่นนั้น”         เมื่อใดที่เราเปิดปากแล้วมีเสียงหวอดังออกมา เราต้องสำรวจจิตใจและขอพระเจ้ายกโทษ และช่วยให้เราเป็นพระพรต่อผู้อื่น – AMC [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันพุธที่ 19 สิงหาคม<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:สดุดี 103-104, 1 โครินธ์ 2</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span>มัทธิว 15:7-20<br />
แต่สิ่งที่ออกจากปากก็ออกมาจากใจ &#8211; มัทธิว 15:18</p>
<p>        ทุกครั้งที่ซูซานอ้าปาก จะมีเสียงรถหวอดังลั่นออกมา โฆษณาทางโทรทัศน์ชิ้นนี้ใช้มุขตลกเพื่อชี้ให้เห็นว่า ปัญหาในช่องปากอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความเจ็บป่วยทางกายที่ร้ายแรงยิ่งกว่า เธอจึงควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน!<br />
        โฆษณานี้ทำให้ฉันคิดถึงสิ่งที่ออกมาเมื่อฉันเปิดปาก พระเยซูตรัสว่า สิ่งที่ออกจากปากก็ออกมาจากใจ (มธ.15:18) พวกฟาริสีไม่พอใจเมื่อพระองค์ตรัสว่า “มิใช่สิ่งซึ่งเข้าไปในปากจะทำให้มนุษย์เป็นมลทิน แต่สิ่งซึ่งออกมาจากปากนั้นแหละทำให้มนุษย์เป็นมลทิน” (ข้อ 11-12) พวกเขาคิดว่าตัวเองชอบธรรมจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า เพราะพวกเขาปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆอย่างเคร่งครัด ทั้งล้างมือก่อนรับประทานอาหารและรับประทานแต่อาหารที่ “สะอาด” แต่พระเยซูทรงทำลายความภาคภูมิใจของพวกเขา<br />
        พระเยซูทรงทำลายความภาคภูมิใจของเราเช่นกัน เราอาจคิดว่าตัวเองชอบธรรมเพราะเราไปโบสถ์เป็นประจำ หรืออธิษฐานอยู่เสมอ แต่ขณะเดียวกันเราก็นินทาหรือพูดจาลับหลังคนอื่นด้วย ยากอบ 3:9-10 กล่าวว่า “เราทั้งหลายสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และด้วย ลิ้นนั้นเราก็แช่งด่ามนุษย์&#8230;คำสรรเสริญและคำแช่งด่าก็ออกมาจากปาก อันเดียวกัน&#8230;ไม่ควรให้เป็นเช่นนั้น”<br />
        เมื่อใดที่เราเปิดปากแล้วมีเสียงหวอดังออกมา เราต้องสำรวจจิตใจและขอพระเจ้ายกโทษ และช่วยให้เราเป็นพระพรต่อผู้อื่น – AMC</p>
<p class="poem">
ขอพระเจ้าชำระใจยามจำนรรจ์<br />
สำแดงถึงพระคุณอนันต์ผู้คนเห็น<br />
รู้ควบคุมลิ้นเอาไว้ใช้ให้เป็น<br />
ใจสุขุมเยือกเย็นเทิดพระนาม<br />
- Sper</p>
<p class="remark">ทุกครั้งที่คุณพูด จิตใจของคุณจะเริ่มเดินออกมาเป็นขบวน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/19/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

