<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; คำพยาน</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Sep 2010 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>รักซึ่งกันและกัน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1699</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2010 อ่าน: ยอห์น 13:33-35 ดังนี้แหละ คนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา &#8211; ยอห์น 13:35 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 94-96, โรม 15:14-33 คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากหากจะทำให้คริสเตียนโมโห โดยธรรมชาติแล้ว คริสเตียนคือกลุ่มคนที่ให้อภัย เข้าอกเข้าใจ และคิดถึงจิตใจของผู้อื่นมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา พวกเขาจะไม่มองอะไรในด้านลบสุดๆ และจะให้ความสำคัญกับมุมมองที่แตกต่าง พวกเขาจะโกรธช้าและให้อภัยได้ง่าย และจะไม่ด่วนตัดสินหรือตอบสนองต่ออะไรก็ตามโดยไร้จิตวิญญาณแห่งความรัก&#8230;เดี๋ยวก่อนนะ ฉันกำลังนึกถึงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์อยู่! ฃฉันอดหัวเราะไม่ได้ขณะที่อ่านข้อความนี้ในอีเมล์ฉบับหนึ่ง แต่เท่าที่เคยรู้จักเจ้าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์และพี่น้องคริสเตียน ฉันคิดว่าเป็นความจริงที่บางครั้งผู้เชื่อก็โกรธง่ายเกินไปหน่อย! “ผู้อำนวยการวงประสานเสียงชอบให้ผู้หญิงคนนี้ร้องเดี่ยวอยู่เรื่อย” “ตอนที่จับมือทักทายกับศิษยาภิบาล เขาไม่เห็นมองหน้าฉันเลย” “ฉันอุตส่าห์ทำอะไรตั้งหลายอย่าง ไม่เห็นมีใครชื่นชมฉันบ้าง” ความโกรธ ความไม่พอใจ ความเย่อหยิ่ง ล้วนแต่เป็นประเด็นที่เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาระหว่างผู้เชื่อด้วยกัน แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราพยายามปฏิบัติ ต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่เราอยากให้เขาปฏิบัติต่อเรา (มธ.7:12) ถ้าเราไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น แต่เรียนรู้ที่จะให้อภัย (ลก.6:37) และแสดงความถ่อมใจบ้าง? (ฟป.2:3) จะดีสักเพียงใดถ้าโลกสามารถรับรู้ได้จริงๆว่าเราเป็นสาวกของพระเยซูเมื่อได้เห็นความรักที่เรามีให้แก่ “กันและกัน” (ยน.13:35) เราเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่? [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 13:33-35 </span><br />
<span class="biblemessage">ดังนี้แหละ คนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา &#8211; ยอห์น 13:35 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 94-96, โรม 15:14-33</p>
<div id="mana_contents">
<p>คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากหากจะทำให้คริสเตียนโมโห โดยธรรมชาติแล้ว คริสเตียนคือกลุ่มคนที่ให้อภัย เข้าอกเข้าใจ และคิดถึงจิตใจของผู้อื่นมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา พวกเขาจะไม่มองอะไรในด้านลบสุดๆ และจะให้ความสำคัญกับมุมมองที่แตกต่าง พวกเขาจะโกรธช้าและให้อภัยได้ง่าย และจะไม่ด่วนตัดสินหรือตอบสนองต่ออะไรก็ตามโดยไร้จิตวิญญาณแห่งความรัก&#8230;เดี๋ยวก่อนนะ ฉันกำลังนึกถึงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์อยู่!  ฃฉันอดหัวเราะไม่ได้ขณะที่อ่านข้อความนี้ในอีเมล์ฉบับหนึ่ง แต่เท่าที่เคยรู้จักเจ้าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์และพี่น้องคริสเตียน ฉันคิดว่าเป็นความจริงที่บางครั้งผู้เชื่อก็โกรธง่ายเกินไปหน่อย! “ผู้อำนวยการวงประสานเสียงชอบให้ผู้หญิงคนนี้ร้องเดี่ยวอยู่เรื่อย” “ตอนที่จับมือทักทายกับศิษยาภิบาล เขาไม่เห็นมองหน้าฉันเลย” “ฉันอุตส่าห์ทำอะไรตั้งหลายอย่าง ไม่เห็นมีใครชื่นชมฉันบ้าง”
<p>ความโกรธ ความไม่พอใจ ความเย่อหยิ่ง ล้วนแต่เป็นประเด็นที่เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาระหว่างผู้เชื่อด้วยกัน แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราพยายามปฏิบัติ ต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่เราอยากให้เขาปฏิบัติต่อเรา (มธ.7:12) ถ้าเราไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น แต่เรียนรู้ที่จะให้อภัย (ลก.6:37) และแสดงความถ่อมใจบ้าง? (ฟป.2:3)
<p>จะดีสักเพียงใดถ้าโลกสามารถรับรู้ได้จริงๆว่าเราเป็นสาวกของพระเยซูเมื่อได้เห็นความรักที่เรามีให้แก่ “กันและกัน” (ยน.13:35) เราเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่? &#8211; CHK
</p></div>
<p class="poem">
โปรดให้ข้าฯเป็นประทีปผ่องอำไพ       ทอแสงในพฤติกรรมและวาจา <br />
สำแดงรักพระองค์อันล้ำค่า                และนำดวงวิญญามาสู่พระองค์ – Sper
</p>
<p class="remark">บางครั้งความรักก็เป็นคำพยานที่ดีที่สุด</p>
<p><span id="more-1699"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100816.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดเผยตัวตน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความจงรักภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1657</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2010 อ่าน: โรม 1:8-16 ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด &#8211; โรม 1:16 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 49-50, โรม 1 ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปชมการแข่งขันระหว่างดีทรอยท์ ไทเกอร์ กับ ชิคาโก ไวท์ ซ็อค ที่สนามเบสบอล เช้าวันนั้นฉันสวมเสื้อยืด ของทีมไทเกอร์อย่างภูมิใจ ก่อนที่จะออกไปยังสนามแข่งขันของฝ่ายตรงกันข้าม แต่ฉันต้องใส่เสื้อกันหนาวทับเสื้อทีมนั้นไว้ เพราะว่าข้างนอกอากาศหนาว ฉันจึงรู้สึกผิดหวังที่ไม่มีใครในสนามยู. เอส. เซลลูลาร์ ได้เห็นว่าฉันไป ที่นั่นเพื่อจะให้กำลังใจทีมไทเกอร์ และไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นแฟนของทีมนี้ หลังจากที่การแข่งขันต้องเลื่อนไป 3 ชั่วโมงเพราะฝนตก การแข่งขันก็เริ่มขึ้นในที่สุด แล้วฉันก็ได้เชียร์และแสดงความจงรักภักดีต่อทีมของฉัน อัครทูตเปาโลก็มีความจงรักภักดีที่เปิดเผย อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง คือความภักดีที่มีต่อพระเยซูคริสต์ ท่านเขียนถึงผู้เชื่อในกรุงโรมว่า “ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ” (รม.1:16) ท่านรู้ว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็น “ฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด” เพราะพระเยซูได้ทรงเปลี่ยนชีวิตและเป้าหมายชีวิตของท่านจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในการเทศนาสั่งสอนและการประกาศข่าวประเสริฐ เปาโลประกาศพระเยซู [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โรม 1:8-16 </span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด  &#8211; โรม 1:16 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 49-50, โรม 1</p>
<div id="mana_contents">
<p>ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปชมการแข่งขันระหว่างดีทรอยท์ ไทเกอร์ กับ ชิคาโก ไวท์ ซ็อค ที่สนามเบสบอล เช้าวันนั้นฉันสวมเสื้อยืด ของทีมไทเกอร์อย่างภูมิใจ ก่อนที่จะออกไปยังสนามแข่งขันของฝ่ายตรงกันข้าม แต่ฉันต้องใส่เสื้อกันหนาวทับเสื้อทีมนั้นไว้ เพราะว่าข้างนอกอากาศหนาว ฉันจึงรู้สึกผิดหวังที่ไม่มีใครในสนามยู. เอส. เซลลูลาร์ ได้เห็นว่าฉันไป ที่นั่นเพื่อจะให้กำลังใจทีมไทเกอร์ และไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นแฟนของทีมนี้ หลังจากที่การแข่งขันต้องเลื่อนไป 3 ชั่วโมงเพราะฝนตก การแข่งขันก็เริ่มขึ้นในที่สุด แล้วฉันก็ได้เชียร์และแสดงความจงรักภักดีต่อทีมของฉัน
<p>อัครทูตเปาโลก็มีความจงรักภักดีที่เปิดเผย อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง คือความภักดีที่มีต่อพระเยซูคริสต์ ท่านเขียนถึงผู้เชื่อในกรุงโรมว่า “ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ” (รม.1:16) ท่านรู้ว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็น “ฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด” เพราะพระเยซูได้ทรงเปลี่ยนชีวิตและเป้าหมายชีวิตของท่านจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในการเทศนาสั่งสอนและการประกาศข่าวประเสริฐ เปาโลประกาศพระเยซู ซึ่งเป็นผู้ที่ท่านได้มอบถวายทั้งชีวิตให้ (กจ.9)
<p>ผู้เชื่อในโรมก็เป็นที่รู้จักดีในเรื่องความจงรักภักดีต่อพระคริสต์ เปาโลกล่าวกับพวกเขาว่า “ความเชื่อของพวกท่านเลื่องลือไปทั่วโลก” (รม.1:8)
<p>ความภักดีที่คุณมีต่อพระเยซู เปิดเผยต่อคนอื่นหรือไม่? &#8211; AMC
</p></div>
<p class="poem">
พระเจ้าวางเราไว้ในโลกมืดมน   เพื่อเป็นแสงแก่ปวงชนรอบตัวเรา <br />
ร่วมประกาศพระคำของพระเจ้า   เป็นพยานนำเขาพบพระองค์ – D. De Haan
</p>
<p class="remark">ความจงรักภักดีต่อพระเยซูในชีวิตของเรา ควรสำแดงให้ผู้คนได้เห็นและได้ยิน</p>
<p><span id="more-1657"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100729.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไม่ถูกโรค</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/17/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/17/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jul 2010 17:01:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความบาป]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1637</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2010 อ่าน: ทิตัส 3:3-11 จงเว้นเสียจากสิ่งที่ชั่วทุกอย่าง &#8211; 1 เธสะโลนิกา 5:22 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 18-19, กิจการ 20:17-38 หลานของเราคนหนึ่งเป็นโรคแพ้อาหาร จึงต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหลายชนิด เช่น นม เนยแข็ง ไข่ และไอศกรีม แม้แต่อาหารที่มีส่วนผสมของสิ่งเหล่านี้อยู่เพียงเล็กน้อย ก็อาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของเธอ หลานของเราคนนี้ไม่ใช่คนเดียวที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงบางสิ่งบางอย่างในชีวิต โรคภูมิแพ้ของเธอนั้น เกี่ยวข้องกับสุขภาพกาย ส่วนเราแต่ละคนที่เป็นผู้เชื่อในพระเยซู ก็มีอันตรายที่ต้องหลีกให้ห่าง เพื่อรักษาสุขภาพจิตวิญญาณให้แข็งแรงเช่นกัน พระวจนะบอกไว้อย่างชัดเจนถึงสิ่งที่ “ไม่ถูกโรค” กับจิตวิญญาณของเราอันได้แก่ สิ่งชั่วทุกอย่าง (1ธส.5:22) น่าจะทำให้เราคิดถึงการตัดสินใจของเรา เพราะการมีส่วนร่วมในสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเป็นสิ่งชั่วร้าย ย่อมเป็นผลร้ายต่อชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา ปัญหาอันโง่เขลาและการทะเลาะกัน (2 ทธ.2:23; ทต.3:9) เราต้องมีความเข้าใจ เพราะการถกเถียงบางอย่างก็เป็นประโยชน์ในการปกป้องความเชื่อ แต่การทุ่มเถียงที่ไม่มีทางออก หรือไม่อยู่บนความจริง มีแต่จะทำให้เกิดความบาดหมาง การล่วงประเวณี (1 ธส.4:3) พระคัมภีร์บอกว่ากิจทางเพศใดๆที่อยู่นอกขอบเขตของชีวิตสมรสระหว่างชายและหญิง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ทิตัส 3:3-11</span><br />
<span class="biblemessage">จงเว้นเสียจากสิ่งที่ชั่วทุกอย่าง &#8211; 1 เธสะโลนิกา 5:22</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 18-19, กิจการ 20:17-38</p>
<div id="mana_contents">
<p>หลานของเราคนหนึ่งเป็นโรคแพ้อาหาร จึงต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหลายชนิด เช่น นม เนยแข็ง ไข่ และไอศกรีม แม้แต่อาหารที่มีส่วนผสมของสิ่งเหล่านี้อยู่เพียงเล็กน้อย ก็อาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของเธอ  </p>
<p>หลานของเราคนนี้ไม่ใช่คนเดียวที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงบางสิ่งบางอย่างในชีวิต โรคภูมิแพ้ของเธอนั้น เกี่ยวข้องกับสุขภาพกาย ส่วนเราแต่ละคนที่เป็นผู้เชื่อในพระเยซู ก็มีอันตรายที่ต้องหลีกให้ห่าง เพื่อรักษาสุขภาพจิตวิญญาณให้แข็งแรงเช่นกัน พระวจนะบอกไว้อย่างชัดเจนถึงสิ่งที่ “ไม่ถูกโรค” กับจิตวิญญาณของเราอันได้แก่  </p>
<p>สิ่งชั่วทุกอย่าง (1ธส.5:22) น่าจะทำให้เราคิดถึงการตัดสินใจของเรา เพราะการมีส่วนร่วมในสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเป็นสิ่งชั่วร้าย ย่อมเป็นผลร้ายต่อชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา  </p>
<p>ปัญหาอันโง่เขลาและการทะเลาะกัน (2 ทธ.2:23; ทต.3:9) เราต้องมีความเข้าใจ เพราะการถกเถียงบางอย่างก็เป็นประโยชน์ในการปกป้องความเชื่อ แต่การทุ่มเถียงที่ไม่มีทางออก หรือไม่อยู่บนความจริง มีแต่จะทำให้เกิดความบาดหมาง  </p>
<p>การล่วงประเวณี (1 ธส.4:3) พระคัมภีร์บอกว่ากิจทางเพศใดๆที่อยู่นอกขอบเขตของชีวิตสมรสระหว่างชายและหญิง ล้วนเป็นการผิดศีลธรรม (ปฐก. 2:24; อพย.20:14; 1 คร.7:2; ฮบ.13:4)  </p>
<p>เราเต็มใจหรือไม่ที่จะบากบั่นเพื่อหลีกให้พ้นจากสิ่งที่ “ไม่ถูกโรค” กับจิตวิญญาณของเรา &#8211; JDB
</p></div>
<p class="poem">
หลีกบาปอันหอมหวานเถิดวันนี้   <br />
บดขยี้กิเลสหนาให้อยู่หมัด <br />
มิเช่นนั้นวันหนึ่งโลกจะผูกมัด   <br />
แน่นเกินกว่าจะสลัดให้หลุดไป – Bosch
</p>
<p class="remark">การหลีกเลี่ยงบาป คือการหยุดมันเสียตั้งแต่ตอนที่การทดลองเริ่มต้น</p>
<p><span id="more-1637"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100717.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/17/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชื่อ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/02/%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/02/%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2010 17:01:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1592</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2010 อ่าน: กิจการ 11:19-26 ในเมืองอันทิโอกนั่นเอง พวกสาวกได้ชื่อว่าคริสเตียนเป็นครั้งแรก &#8211; กิจการ 11:26 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 22-24, กิจการ 11 ฮานส์ เกย์เจอร์, มารีย์ คูรีย์, รูดอล์ฟ ดีเซล, ซามูเอล มอร์ส และหลุยส์ เบรล ล้วนแต่ประดิษฐ์หรือค้นพบสิ่งที่มีคุณค่ามากจนกระทั่ง มีการนำชื่อของพวกเขาไปเป็นชื่อเรียกสิ่งนั้น ชื่อเหล่านี้และอีกหลายคนปรากฏอยู่ใน “หมวดการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในสารานุกรมบริทานนิกา” หัวข้อ “325 นวัตกรรมที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งต่อชีวิตมนุษย์” เราผู้ติดตามพระคริสต์ก็มีชื่อของพระองค์ติดตัวเรา ลูกาบันทึกไว้ในสมัยคริสตจักรยุคแรกว่า “ในเมืองอันทิโอกนั่นเอง พวกสาวกได้ชื่อว่าคริสเตียนเป็นครั้งแรก” (กจ.11:26) ต่อมา เปโตรยังได้เรียกร้องผู้เชื่อกลุ่มแรกๆให้ไม่ละอายต่อการทนทุกข์เพราะเป็น “คริสเตียน” (1 ปต.4:16) คำว่าคริสเตียนที่ครั้งหนึ่งใช้เรียกผู้ที่ติดตามพระเยซูอย่างดูหมิ่น บัดนี้พวกเขารับไว้เป็นตราเกียรติยศ เครื่องหมายแห่งความจงรักภักดีต่อพระเยซู อี. เอ็ม. เบลคล็อค อดีตศาสตราจารย์ด้านวรรณคดี มหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์เขียนไว้ว่า ในศตวรรษแรก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กิจการ 11:19-26</span><br />
<span class="biblemessage">ในเมืองอันทิโอกนั่นเอง พวกสาวกได้ชื่อว่าคริสเตียนเป็นครั้งแรก  &#8211; กิจการ 11:26</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: โยบ 22-24, กิจการ 11</p>
<div id="mana_contents">
<p>ฮานส์ เกย์เจอร์, มารีย์ คูรีย์, รูดอล์ฟ ดีเซล, ซามูเอล มอร์ส และหลุยส์ เบรล ล้วนแต่ประดิษฐ์หรือค้นพบสิ่งที่มีคุณค่ามากจนกระทั่ง  มีการนำชื่อของพวกเขาไปเป็นชื่อเรียกสิ่งนั้น  ชื่อเหล่านี้และอีกหลายคนปรากฏอยู่ใน “หมวดการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในสารานุกรมบริทานนิกา” หัวข้อ “325 นวัตกรรมที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งต่อชีวิตมนุษย์”  </p>
<p>เราผู้ติดตามพระคริสต์ก็มีชื่อของพระองค์ติดตัวเรา ลูกาบันทึกไว้ในสมัยคริสตจักรยุคแรกว่า “ในเมืองอันทิโอกนั่นเอง พวกสาวกได้ชื่อว่าคริสเตียนเป็นครั้งแรก” (กจ.11:26) ต่อมา เปโตรยังได้เรียกร้องผู้เชื่อกลุ่มแรกๆให้ไม่ละอายต่อการทนทุกข์เพราะเป็น “คริสเตียน” (1 ปต.4:16) คำว่าคริสเตียนที่ครั้งหนึ่งใช้เรียกผู้ที่ติดตามพระเยซูอย่างดูหมิ่น บัดนี้พวกเขารับไว้เป็นตราเกียรติยศ เครื่องหมายแห่งความจงรักภักดีต่อพระเยซู  </p>
<p>อี. เอ็ม. เบลคล็อค อดีตศาสตราจารย์ด้านวรรณคดี มหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์เขียนไว้ว่า ในศตวรรษแรก คำว่าคริสเตียนมี “ความเหมาะสมมาก เพราะหมายถึงความจงรักภักดีและการยอมรับที่มีต่อบุคคลผู้หนึ่ง คือ พระเมสสิยาห์ (พระคริสต์)&#8230;การใช้คำนี้ในสมัยปัจจุบันก็ยังคงเป็นไปตามความเชื่อดั้งเดิม&#8230;คริสเตียนคือผู้ที่ยอมรับความเป็นเจ้านายของพระเยซูคริสต์ในทุกด้าน”  </p>
<p>ในฐานะผู้ที่ติดตามพระคริสต์ในสมัยปัจจุบัน เรายินดีที่จะแบกรับชื่อของพระองค์ให้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด องค์พระผู้เป็นเจ้า และสหายของเรา   &#8211; DCM
</p></div>
<p class="poem">
เป็นคริสเตียนเป็นอย่างไรใครตอบได้<br />
เพราะเหตุใดจงสังเกตชีวิตเขา<br />
เขาเป็นคนธรรมดาเหมือนอย่างเรา<br />
รักพระเจ้าจากส่วนลึกของจิตใจ   – D. De Haan
</p>
<p class="remark">อย่าเป็นคริสเตียนแต่ในนาม</p>
<p><span id="more-1592"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100702.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/02/%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ส่งความสว่าง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/12/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/12/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Feb 2010 17:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1241</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ อ่าน: ฟีลิปปี 2:12-18 เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่ถูกต เตียน และไม่มีความผิดเป็นบุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า ในท่ามกลางพงศ์พันธุ์ุที่คดโกงและวิปลาส ท่านปรากฏในหมู่พวกเขาดุจดวงสว่างต่างๆ ในโลก &#8211; ฟีลิปปี 2:15 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 13, มัทธิว 26:26-50 มาร์ค เบนท์นักธุรกิจชาวอเมริกันใช้เงินจำนวน 250,000 ดอลล่าร์ในการพัฒนาและผลิตไฟฉายพลังแสงอาทิตย์ราคาถูก ไฟฉายหลายพันกระบอกถูกแจกจ่ายหรือจำหน่ายในราคาถูกให้กับผู้ลี้ภัยชาวอัฟริกันในค่ายอพยพ หากชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์หนึ่งวันจะส่องสว่างที่ให้ชีวิต 7 ชั่วโมงแก่ผู้คนในบ้าน โรงเรียน และที่คลินิก ซึ่งอาจเกิดอาชญากรรมและความรุนแรงหากไม่มีแสงสว่างในที่นั้น ความแตกต่างระหว่างความมืดและความสว่างเป็นภาพสะท้อนในพระคัมภีร์ ที่ทำให้เห็นพระเยซูได้อย่างเด่นชัด &#8220;ชนชาติที่ดำเนินในความมืด จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินแห่งเงามัจจุราช สว่างจะได้ส่องมาบนเขา&#8221; (อสย.9:2) &#8220;พระองค์[พระเยซู]ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์ ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่&#8221; (ยน.1:4-5) ในฐานะผู้ติดตามพระเยซู เรามีสิทธิพิเศษที่จะเป็นผู้นำแสงสว่างของพระองค์ในยุคปัจจุบัน เปาโลหนุนใจคริสเตียนในเมืองฟีลิปปีให้เป็นผู้ &#8220;ไม่ถูกติเตียน และไม่มีความผิด เป็นบุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า ในท่ามกลางพงศ์พันธุ์ที่คดโกงและวิปลาส ท่านปรากฏในหมู่พวกเขาดุจดวงสว่างต่างๆในโลก&#8221; (ฟป.2:15) แทนที่จะเกรงกลัวหรือให้ความมืดฝ่ายวิญญาณรอบตัวกดขี่เรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์</span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ฟีลิปปี 2:12-18  </span><br />
<span class="biblemessage">เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่ถูกต เตียน และไม่มีความผิดเป็นบุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า ในท่ามกลางพงศ์พันธุ์ุที่คดโกงและวิปลาส ท่านปรากฏในหมู่พวกเขาดุจดวงสว่างต่างๆ ในโลก &#8211; ฟีลิปปี 2:15<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:  	เลวีนิติ 13, 	มัทธิว 26:26-50</p>
<p class="manacontent">มาร์ค เบนท์นักธุรกิจชาวอเมริกันใช้เงินจำนวน 250,000 ดอลล่าร์ในการพัฒนาและผลิตไฟฉายพลังแสงอาทิตย์ราคาถูก ไฟฉายหลายพันกระบอกถูกแจกจ่ายหรือจำหน่ายในราคาถูกให้กับผู้ลี้ภัยชาวอัฟริกันในค่ายอพยพ หากชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์หนึ่งวันจะส่องสว่างที่ให้ชีวิต 7 ชั่วโมงแก่ผู้คนในบ้าน โรงเรียน และที่คลินิก ซึ่งอาจเกิดอาชญากรรมและความรุนแรงหากไม่มีแสงสว่างในที่นั้น </p>
<p class="manacontent">ความแตกต่างระหว่างความมืดและความสว่างเป็นภาพสะท้อนในพระคัมภีร์ ที่ทำให้เห็นพระเยซูได้อย่างเด่นชัด &#8220;ชนชาติที่ดำเนินในความมืด จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินแห่งเงามัจจุราช สว่างจะได้ส่องมาบนเขา&#8221; (อสย.9:2) &#8220;พระองค์[พระเยซู]ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์ ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่&#8221; (ยน.1:4-5) </p>
<p class="manacontent">ในฐานะผู้ติดตามพระเยซู เรามีสิทธิพิเศษที่จะเป็นผู้นำแสงสว่างของพระองค์ในยุคปัจจุบัน เปาโลหนุนใจคริสเตียนในเมืองฟีลิปปีให้เป็นผู้ &#8220;ไม่ถูกติเตียน และไม่มีความผิด เป็นบุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า ในท่ามกลางพงศ์พันธุ์ที่คดโกงและวิปลาส ท่านปรากฏในหมู่พวกเขาดุจดวงสว่างต่างๆในโลก&#8221; (ฟป.2:15) </p>
<p class="manacontent">แทนที่จะเกรงกลัวหรือให้ความมืดฝ่ายวิญญาณรอบตัวกดขี่เรา เราสามารถพึ่งพาพระคุณที่พระเจ้าประทานให้บรรดาบุตรของพระองค์ เพื่อส่องสว่างแทนพระองค์ &#8211; DCM </p>
<p class="poem">
<p> ขอข้าเป็นแสงไฟสุกสว่าง   ส่องหนทางให้คนเห็นพระเมตตา<br />
 อีกความรักปรากฏแก่คนถ้วนหน้า   พฤติกรรมวาจาให้เห็นจริง – Sper
</p>
<p class="remark"> พระเยซูเสด็จมา เพื่อประทานแสงสว่างแก่โลกที่มืดมน</p>
<p> <span id="more-1241"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100212.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/12/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จงเป็นแสงสว่าง!</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/31/%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/31/%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 Jan 2010 17:01:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1195</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม อ่าน: เอเฟซัส 5:8-14 เพราะว่าเมื่อก่อนท่านเป็นความมืด แต่บัดนี้ท่านเป็นความสว่างแล้วในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง &#8211; เอเฟซัส 5:8 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 25-26, มัทธิว 20:17-34         ทุกฤดูหนาว เพื่อนของผมที่เป็นนักข่าวจะได้ไปร่วมการแข่งขันซุปเปอร์โบวล์ (การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลระดับประเทศของสหรัฐ -ผู้แปล) งานของเขาคือรวบรวมบทสััมภาษณ์นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์ฟุตบอลระดับชาติซึ่งเป็นคริสเตียน เพื่อนำมาออกรายการวิทยุคริสเตียน         เมื่อเขาทำงานครั้งแรกในการแข่งขันเมื่อสองสามปีก่อน เขาพบว่าบรรยากาศระหว่างสัปดาห์การแข่งขัน เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว และการหาความสุขใส่ตัว เขาบอกว่า “ผมรู้สึกว่าที่นี่ช่างมืดมิดเหลือเกิน”         วันหนึ่งเขาได้เล่าความรู้สึกนี้ให้คริสเตียนที่เป็นอดีตนักกีฬาซุปเปอร์โบวล์ฟัง นักกีฬาคนนั้นมองเพื่อนผมแล้วพูดว่า “น้องเอ๋ย นายกำลังเป็นแสงสว่างในที่มืดมิดแห่งนี้” คำพูดนี้ย้ำเตือนเพื่อนผมถึงจุดประสงค์ที่เขามาอยูี่่นี่ และช่วยให้เขากระตือรือร้นมากขึ้นที่จะรับใช้พระเจ้าในที่ซึ่งต้องการแสงสว่างแห่งข่าวประเสริฐ และกระตุ้นให้เขาส่องสว่าง         คุณอาจกำลังทำงานอยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักพระเจ้า ความเชื่อถูกเยาะเย้ย และถือว่าชีวิตในความบาปเป็นเรื่องน่ายกย่อง คุณอาจจะรู้สึกว่ากำลังเดินเข้าไปสู่ “ที่มืดมิด”         ลองเป็นความสว่าง (อฟ.5:8) ผ่านทางรอยยิ้ม คำพูดและการกระทำดี และขยันทำงาน จงทูลขอพระเจ้าทรงเปิดโอกาสให้คุณแบ่งปันข่าวดีของพระเยซูคริสต์ วันนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="“manadate”">วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: เอเฟซัส 5:8-14 </span><br />
<span class="biblemessage">เพราะว่าเมื่อก่อนท่านเป็นความมืด แต่บัดนี้ท่านเป็นความสว่างแล้วในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง &#8211; เอเฟซัส 5:8 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 25-26, มัทธิว 20:17-34</p>
<p>        ทุกฤดูหนาว เพื่อนของผมที่เป็นนักข่าวจะได้ไปร่วมการแข่งขันซุปเปอร์โบวล์ (การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลระดับประเทศของสหรัฐ -ผู้แปล) งานของเขาคือรวบรวมบทสััมภาษณ์นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์ฟุตบอลระดับชาติซึ่งเป็นคริสเตียน เพื่อนำมาออกรายการวิทยุคริสเตียน<br />
        เมื่อเขาทำงานครั้งแรกในการแข่งขันเมื่อสองสามปีก่อน เขาพบว่าบรรยากาศระหว่างสัปดาห์การแข่งขัน เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว และการหาความสุขใส่ตัว เขาบอกว่า “ผมรู้สึกว่าที่นี่ช่างมืดมิดเหลือเกิน”<br />
        วันหนึ่งเขาได้เล่าความรู้สึกนี้ให้คริสเตียนที่เป็นอดีตนักกีฬาซุปเปอร์โบวล์ฟัง นักกีฬาคนนั้นมองเพื่อนผมแล้วพูดว่า “น้องเอ๋ย นายกำลังเป็นแสงสว่างในที่มืดมิดแห่งนี้” คำพูดนี้ย้ำเตือนเพื่อนผมถึงจุดประสงค์ที่เขามาอยูี่่นี่ และช่วยให้เขากระตือรือร้นมากขึ้นที่จะรับใช้พระเจ้าในที่ซึ่งต้องการแสงสว่างแห่งข่าวประเสริฐ และกระตุ้นให้เขาส่องสว่าง<br />
        คุณอาจกำลังทำงานอยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักพระเจ้า ความเชื่อถูกเยาะเย้ย และถือว่าชีวิตในความบาปเป็นเรื่องน่ายกย่อง คุณอาจจะรู้สึกว่ากำลังเดินเข้าไปสู่ “ที่มืดมิด”<br />
        ลองเป็นความสว่าง (อฟ.5:8) ผ่านทางรอยยิ้ม คำพูดและการกระทำดี และขยันทำงาน จงทูลขอพระเจ้าทรงเปิดโอกาสให้คุณแบ่งปันข่าวดีของพระเยซูคริสต์ วันนี้ คุณอาจเป็นแสงสว่างเพียงดวงเดียวที่เพื่อนร่วมงานของคุณมองเห็น &#8211; JDB</p>
<p class="poem">พระเจ้าวางเราไว้ในโลกมืดมน เพื่อเป็นแสงแก่ปวงชนรอบตัวเรา<br />
ร่วมประกาศพระคำของพระเจ้า เป็นพยานนำเขาพบพระองค์ – D. De Haan</p>
<p class="remark">การเป็นพยานของเราเพื่อพระคริสต์ คือแสงสว่างในโลกที่มืดมิด</p>
<p><span id="more-1195"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100131.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/31/%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตามอย่างเรา</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/11/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/11/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Jan 2010 17:01:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1126</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 11 มกราคม อ่าน: 1 ทิโมธี 4:12-16 อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง &#8211; 1 ทิโมธี 4:12 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 27-28, มัทธิว 8:18-34         อลิสสาอายุ 6 ขวบและเพิ่งเริ่มหัดอ่าน เธอมักจะเห็นพ่อแม่และปู่ย่าตายายอ่านพระคัมภีร์ในตอนเช้า เช้าวันหนึ่งเธอตื่นก่อนใครเพื่อน ยายเห็นเธอนั่งอยู่บนม้านั่ง มีพระคัมภีร์และหนังสือเฝ้าเดี่ยวอยู่บนตัก เธออยากทำตามตัวอย่างเรื่องการใช้เวลากับพระเจ้าตอนเริ่มวันใหม่         ทิโมธี ผู้รับใช้หนุ่ม ต้องเผชิญกับภาระรับผิดชอบหนักอึ้งในคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส ทั้งการอบรมผู้เชื่อ นำนมัสการ ตอบโต้คำสอนเท็จ เปาโลผู้อาวุโสและมีประสบการณ์ให้คำแนะนำเรื่องการนำคริสตจักรในด้านต่างๆ เหล่านี้ แต่ท่านยังกล่าวถึงความสำคัญของความประพฤติส่วนตัวว่า “จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์” (1 ทธ.4:12)         เปาโลท้าทายทิโมธีว่า “จงเอาใจใส่ทั้งตัวท่านและคำสอนของท่าน” (ข้อ 16) ถ้าเขาเอาใจใส่กับชีวิตฝ่ายวิญญาณของตัวเองและคำสอนที่หนักแน่น เขาก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในคริสตจักร         เราทุกคนต่างมีคนที่เฝ้าดูเราอยู่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="“manadate”">วันจันทร์ที่ 11 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: 1 ทิโมธี 4:12-16 </span><br />
<span class="biblemessage">อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง &#8211; 1 ทิโมธี 4:12 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 27-28, มัทธิว 8:18-34</p>
<p>        อลิสสาอายุ 6 ขวบและเพิ่งเริ่มหัดอ่าน เธอมักจะเห็นพ่อแม่และปู่ย่าตายายอ่านพระคัมภีร์ในตอนเช้า เช้าวันหนึ่งเธอตื่นก่อนใครเพื่อน ยายเห็นเธอนั่งอยู่บนม้านั่ง มีพระคัมภีร์และหนังสือเฝ้าเดี่ยวอยู่บนตัก เธออยากทำตามตัวอย่างเรื่องการใช้เวลากับพระเจ้าตอนเริ่มวันใหม่<br />
        ทิโมธี ผู้รับใช้หนุ่ม ต้องเผชิญกับภาระรับผิดชอบหนักอึ้งในคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส ทั้งการอบรมผู้เชื่อ นำนมัสการ ตอบโต้คำสอนเท็จ เปาโลผู้อาวุโสและมีประสบการณ์ให้คำแนะนำเรื่องการนำคริสตจักรในด้านต่างๆ เหล่านี้ แต่ท่านยังกล่าวถึงความสำคัญของความประพฤติส่วนตัวว่า “จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์” (1 ทธ.4:12)<br />
        เปาโลท้าทายทิโมธีว่า “จงเอาใจใส่ทั้งตัวท่านและคำสอนของท่าน” (ข้อ 16) ถ้าเขาเอาใจใส่กับชีวิตฝ่ายวิญญาณของตัวเองและคำสอนที่หนักแน่น เขาก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในคริสตจักร<br />
        เราทุกคนต่างมีคนที่เฝ้าดูเราอยู่ แม้แต่อลิสสาก็ยังมีน้องคอยมองดูเธอ ขอให้ชีวิตของเราเป็นแบบอย่างชีวิต ที่ผู้ที่เดินตามเราสามารถช่วยผู้อื่นในการเดินกับพระเจ้าได้ &#8211; AMC</p>
<p class="poem">พระเจ้าข้า&#8230; ขอโปรดช่วยให้ข้ามีชีวิต เชื่อวางใจพระคริสต์อย่างเต็มที่<br />
บริสุทธิ์เปี่ยมด้วยความปรานี เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้คน<br />
เมื่อเขาเดินตามมาจะเห็นว่า องค์พระคริสต์นำหน้าไปทุกหน<br />
เราเติบโตเขาเติบโตกันทุกคน มีชีวิตเกิดผลอีกมากมาย – Sper</p>
<p>แบบอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำแนะนำที่ดี</p>
<p><span id="more-1126"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100111.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/11/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นั่นพระเยซูหรือ?</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/26/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/26/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Oct 2009 17:01:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=849</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม อ่าน: โรม 8:26-29 เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉายแห่งพระบุตรของพระองค์ เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก -โรม 8:29 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 9-11, 1 ทิโมธี 6         เช้าวันอาทิตย์ขณะที่ผมเดินเข้าไปในโบสถ์ เด็กชายเล็กๆคนหนึ่งมองมาที่ผมแล้วถามแม่ของเขาว่า &#8220;แม่ครับ นั่นพระเยซูหรือเปล่า?&#8221; ผมสงสัยว่าผู้เป็นแม่จะตอบอย่างไร &#8220;ไม่ใช่ลูก&#8221; เธอบอก &#8220;นั่นศิษยาภิบาลของเรา&#8221;         ผมรู้อยู่แล้วว่าเธอย่อมต้องตอบว่าไม่ใช่ แต่ก็ยังแอบหวังว่าเธอจะพูดเพิ่มเติมเช่น &#8220;ไม่ใช่ลูก นั่นศิษยาภิบาลของเรา แต่ท่านทำให้เรานึกถึงพระเยซู&#8221;         การเป็นเหมือนพระเยซูคือเป้าหมายในชีวิตของเราทุกคนที่ติดตามพระองค์ อย่างที่จอห์น สต็อทท์เขียนว่า เป้าหมายนี้ต้องครอบคลุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเรา โรม 8:29 บอกเราว่า ในอดีตเรา &#8220;ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉายแห่งพระบุตรของพระองค์&#8221; ในปัจจุบันเรา &#8220;ก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนพระฉายขององค์พระผู้เป็นเจ้า&#8221; (เหมือนพระคริสต์) เพื่อเราจะเติบโตอย่าง &#8220;มีศักดิ์ศรีเป็นลำดับขึ้นไป&#8221; (2 คร.3:18) และในอนาคต &#8220;เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โรม 8:26-29 </span><br />
<span class="biblemessage">เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉายแห่งพระบุตรของพระองค์ เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก -โรม 8:29 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 9-11, 1 ทิโมธี 6</p>
<p>        เช้าวันอาทิตย์ขณะที่ผมเดินเข้าไปในโบสถ์ เด็กชายเล็กๆคนหนึ่งมองมาที่ผมแล้วถามแม่ของเขาว่า &#8220;แม่ครับ นั่นพระเยซูหรือเปล่า?&#8221; ผมสงสัยว่าผู้เป็นแม่จะตอบอย่างไร &#8220;ไม่ใช่ลูก&#8221; เธอบอก &#8220;นั่นศิษยาภิบาลของเรา&#8221;<br />
        ผมรู้อยู่แล้วว่าเธอย่อมต้องตอบว่าไม่ใช่ แต่ก็ยังแอบหวังว่าเธอจะพูดเพิ่มเติมเช่น &#8220;ไม่ใช่ลูก นั่นศิษยาภิบาลของเรา แต่ท่านทำให้เรานึกถึงพระเยซู&#8221;<br />
        การเป็นเหมือนพระเยซูคือเป้าหมายในชีวิตของเราทุกคนที่ติดตามพระองค์ อย่างที่จอห์น สต็อทท์เขียนว่า เป้าหมายนี้ต้องครอบคลุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเรา โรม 8:29 บอกเราว่า ในอดีตเรา &#8220;ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉายแห่งพระบุตรของพระองค์&#8221; ในปัจจุบันเรา &#8220;ก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนพระฉายขององค์พระผู้เป็นเจ้า&#8221; (เหมือนพระคริสต์) เพื่อเราจะเติบโตอย่าง &#8220;มีศักดิ์ศรีเป็นลำดับขึ้นไป&#8221; (2 คร.3:18) และในอนาคต &#8220;เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น&#8221; (1 ยน.3:2)<br />
        การเป็นเหมือนพระเยซูไม่ใช่แค่การรักษากฎบัญญัติ ไปโบสถ์ และถวายสิบลด แต่คือการตระหนักถึงการอภัยโทษของพระองค์ และดำเนินชีวิตที่สำแดงความเมตตากรุณา คือการดำเนินชีวิตที่ให้เกียรติแก่ทุกคน และคือหัวใจที่ยอมจำนนต่อพระบัญชาของพระบิดาของเรา<br />
        คุณได้รับการช่วยให้รอด เพื่อให้เป็นเหมือนพระเยซู! &#8211; JS</p>
<p class="poem">บทเพลงประจำตัวข้า<br />
ร้องว่าอยากเหมือนพระคริสต์<br />
ข้าจึงดำเนินติดสนิท<br />
ใกล้ชิดพระองค์ทุกวัน – Rowe</p>
<p class="remark">จงดำเนินชีวิตให้ผู้อื่นเห็นพระเยซูในตัวคุณ</p>
<p><span id="more-849"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091026.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/26/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แบบอย่าง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/26/role-models/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/26/role-models/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Jul 2009 17:01:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=420</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 40-42, กิจการ 27:1-26 อ่าน: ฟีลิปปี 2:12-18 จงทำสิ่งสารพัดโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่ถูกติเตียนและไม่มีความผิด เป็นบุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า &#8211; ฟีลิปปี 2:14-15         ฤดูร้อนปีหนึ่งที่วงการกีฬามีข่าวฉาว ทั้งเรื่องการพนันและสารเสพติดสะพัดไปทั่วโลก นักกีฬาสองคนกลับได้รับเสียงปรบมือเพราะความประพฤติและความสำเร็จในอาชีพ         ฝูงชน 75,000 คนส่งเสียงเชียร์คาล ริปเกน จูเนียร์และโทนี่ กวินน์ระหว่างพิธีเชิญทั้งสองเข้าสู่หอเกียรติคุณเบสบอลแห่งชาติ ปี 2007 ริปเกนกล่าวว่า “ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ แต่ในฐานะที่เป็นนักกีฬาเมเจอร์ลีค เราเป็นแบบอย่าง คำถามก็คือ เราจะเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไม่ดี? กวินน์กล่าวเสริมว่า เราไม่ใช่เพียงแค่เล่นเบสบอลเท่านั้น&#8230; คุณคือผู้รับผิดชอบ คุณต้องตัดสินใจให้ถูกและแสดงให้คนอื่นเห็นว่าจะต้องทำอย่างไร         ผู้คนกำลังมองดูเราอยู่ทุกวัน ในฐานะที่เราเป็นผู้ติดตามพระคริสต์ เปาโลท้าทายให้เรา ไม่ถูกติเตียนและไม่มีความผิด เป็นบุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า ในท่ามกลางพงศ์พันธุ์ที่คดโกงและวิปลาส ท่านปรากฏในหมู่พวกเขาดุจดวงสว่างต่างๆในโลก” (ฟป.2:15)         การอะลุ้มอล่วยทำให้คนอื่นสับสน แต่อุปนิสัยที่ดีจะสร้างความหวังให้กับผู้อื่น เมื่อชีวิตของพระผู้ไถ่ไหลล้นออกมาจากภายในเรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"><br />
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 40-42, กิจการ 27:1-26</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> ฟีลิปปี 2:12-18<br />
จงทำสิ่งสารพัดโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่ถูกติเตียนและไม่มีความผิด เป็นบุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า &#8211; ฟีลิปปี 2:14-15</p>
<p>        ฤดูร้อนปีหนึ่งที่วงการกีฬามีข่าวฉาว ทั้งเรื่องการพนันและสารเสพติดสะพัดไปทั่วโลก นักกีฬาสองคนกลับได้รับเสียงปรบมือเพราะความประพฤติและความสำเร็จในอาชีพ<br />
        ฝูงชน 75,000 คนส่งเสียงเชียร์คาล ริปเกน จูเนียร์และโทนี่ กวินน์ระหว่างพิธีเชิญทั้งสองเข้าสู่หอเกียรติคุณเบสบอลแห่งชาติ ปี 2007 ริปเกนกล่าวว่า “ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ แต่ในฐานะที่เป็นนักกีฬาเมเจอร์ลีค เราเป็นแบบอย่าง<br />
คำถามก็คือ เราจะเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไม่ดี? กวินน์กล่าวเสริมว่า เราไม่ใช่เพียงแค่เล่นเบสบอลเท่านั้น&#8230; คุณคือผู้รับผิดชอบ คุณต้องตัดสินใจให้ถูกและแสดงให้คนอื่นเห็นว่าจะต้องทำอย่างไร<br />
        ผู้คนกำลังมองดูเราอยู่ทุกวัน ในฐานะที่เราเป็นผู้ติดตามพระคริสต์ เปาโลท้าทายให้เรา ไม่ถูกติเตียนและไม่มีความผิด เป็นบุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า ในท่ามกลางพงศ์พันธุ์ที่คดโกงและวิปลาส ท่านปรากฏในหมู่พวกเขาดุจดวงสว่างต่างๆในโลก” (ฟป.2:15)<br />
        การอะลุ้มอล่วยทำให้คนอื่นสับสน แต่อุปนิสัยที่ดีจะสร้างความหวังให้กับผู้อื่น เมื่อชีวิตของพระผู้ไถ่ไหลล้นออกมาจากภายในเรา เมื่อนั้นเราก็สามารถหนุนใจและนำผู้อื่นไปถึงพระองค์ได้ เราจะเป็นแบบอย่างแบบไหนให้แก่คนที่กำลังมองดูเราอยู่วันนี้? &#8211; DCM</p>
<p class="poem">
ฉันระวังในการใช้ชีวิต  องค์พระคริสต์ปรากฏผ่านตัวฉัน<br />
มีผู้คนเฝ้ามองทุกๆ วัน  พฤติกรรมวาจานั้นเป็นอย่างไร<br />
หากวันฉันล้มลงในบาปหนา  ยากจะพาคนมาถึงพระองค์ได้<br />
ฉันเป็นบุตรพระเจ้าองค์เกรียงไกร  จะไม่ให้พระนามต้องหมองมัว<br />
 – Bosch</p>
<p class="remark">แบบอย่างที่ดีที่สุด คือแบบอย่างที่เลียนแบบพระคริสต์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/26/role-models/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
