สุขสบาย?

March 6th, 2010 2 comments

วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม

อ่าน: ฟีลิปปี 4:4-7
แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้า เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของทไว้ในพระเยซูคริสต์ – ฟีลิปปี 4:7

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เฉลยธรรมบัญญัติ 1-2, มาระโก 10:1-31

ขณะที่คณะนักร้องประสานเสียงชั้นมัธยมเตรียมตัวที่จะร้องบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า ซึ่งเป็นบทเพลงอมตะที่แต่งโดย โฮราทิโอ จี. สแพฟฟอร์ด ชื่อเพลง “จิตใจข้าสุขสบาย” มีนักเรียนคนหนึ่งก้าวออกมาเล่าประวัติที่คุ้นเคยของบทเพลงนี้ สแพฟฟอร์ดเขียนเพลงนี้ขณะอยู่บนเรือที่กำลังแล่นอยู่ในทะเล ใกล้กับจุดที่ลูกสาวสี่คนของเขาจบชีวิตลง

ขณะที่ผมฟังอารัมภบท และคำร้องที่ขับขานโดยเด็กหนุ่มสาวกลุ่มนั้น ความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้ามา “ที่ที่ลูกสาวสี่คนของเขาจบชีวิตลง” เป็นคำพูดที่ผมทำใจให้รับได้ยาก ผมได้สูญเสียลูกสาวคนหนึ่งไปอย่างกระทันหัน ดังนั้น ขณะที่ฟังถ้อยคำแห่งความเชื่อของสแพฟฟอร์ดอีกครั้ง ผมพบว่าการต้องสูญเสียลูกสาวถึงสี่คนนั้นเป็นความรู้สึกที่เกินกว่าที่จะเข้าใจได้

สแพฟฟอร์ดรู้สึก “สุขสบาย” ได้อย่างไรในความทุกข์นั้น? ผมได้ยินว่า “เมื่อความสุขสำราญผ่านมาทางใจของข้า” และระลึกขึ้นได้ว่าจะพบกับสันติสุขได้ที่ไหน เปาโลกล่าวไว้ในฟีลิปปีบทที่ 4 ว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นเมื่อเราอธิษฐานจากใจของเราต่อพระเจ้า (ข้อ 6) การอธิษฐานด้วยความเชื่อเป็นการยกภาระออกจากใจ ละทิ้งความกระวนกระวาย และปล่อยมือจากความทุกข์ระทม และเราจะได้รับ “สันติสุข แห่งพระเจ้า” (ข้อ 7) คือจิตวิญญาณที่สงบสุขจากพระเจ้าซึ่งเกินบรรยาย สันติสุขนี้เข้ามาแทนที่ความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา (ข้อ 7) และเป็นผู้คุ้มกันจิตใจของเราทางพระคริสต์ ที่ปกป้องคุ้มครองให้เราสามารถที่จะกระซิบ แม้จะอยู่ในความเจ็บปวดว่า “จิตใจข้าสุขสบาย” – JDB

เมื่อความสุขสำราญผ่านมาทางใจของข้า
เมื่อทุกข์ทรมานพัดผ่านมา
ไม่ว่าเกิดเหตุใดพระองค์สอนให้พูดว่า
วิญญาณข้า สุขสบาย สุขหรรษา – Spafford

พระเยซูไม่เคยทำสิ่งผิดพลาด

Read more…

วิ่งในทิศทางที่ถูกต้อง

February 21st, 2010 Comments off

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์

อ่าน: ยอห์น 6:53-69
ซีโมนเปโตรทูลตอบพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า พวกข้าพระองค์จะจากไปหาผู้ใดเล่า พระองค์มีถ้อยคำซึ่งให้มีชีวิตนิรันดร์” – ยอห์น 6:68

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: กันดารวิถี 1-3, มาระโก 3

ประสบการณ์ที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งตลอดหลายปีที่ผมเป็นศิษยาภิบาล คือการบอกกับสมาชิกคริสตจักรท่านหนึ่งว่าสามีของเธอ ลูก และพ่อสามีจมน้ำเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางเรือ ผมรู้ว่าข่าวนี้ จะทำให้ชีวิตของเธอแตกเป็นเสี่ยง

ภายหลังการสูญเสียของครอบครัวนี้ ผมประหลาดใจที่เห็นเธอและครอบครัวตอบสนองด้วยความเชื่อที่ไม่ธรรมดา ความเจ็บปวดใจลึกๆ ความสงสัยที่ยังตามรบกวน และความสับสนย่อมยังคงอยู่ แต่ในขณะที่เหตุการณ์ดูไม่สมเหตุผล พวกเขายังคงมีพระเยซู แทนที่จะผละจากพระองค์ไปในวันแห่งความยากลำบาก พวกเขาได้วิ่งเข้าหาพระองค์ผู้เป็นแหล่งเดียวของความหวังและความเชื่อมั่น

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงปฏิกิริยาที่เหล่าสาวกมีต่อพระเยซู บางคนในหมู่พวกเขา “ท้อถอย ไม่ติดตามพระองค์ต่อไปอีก” เพราะว่ายากที่จะเข้าใจพระองค์ (ยน.6:66) พระองค์หันไปหาสาวกทั้งสิบสองคนและตรัสถามเขาว่า “ท่านทั้งหลายก็จะจากเราไป ด้วยหรือ?” (ข้อ 67) เปโตรเข้าใจชัดเจนเพราะเขาทูลตอบพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า พวกข้าพระองค์จะจากไปหาผู้ใดเล่า พระองค์มีถ้อยคำซึ่งให้มีชีวิตนิรันดร์” (ข้อ 68)

ไม่ว่าวันนี้คุณกำลังเผชิญกับอะไร ขอให้คุณได้รับการหนุนใจจากคำของเปโตร และแบบอย่างของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งเดินผ่านเปลวไฟโดยมีความเชื่อที่ไม่เปลี่ยนแปลง ตราบเท่าที่คุณกำลังวิ่งอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง คือไปหาพระเยซู คุณจะพบพระคุณและกำลังที่คุณต้องการ – JS

ยามมีทุกข์ท้อแท้เจ็บปวดใจ จงทูลให้องค์พระคริสต์ได้รับรู้
ทรงนำทางเสริมกำลังคอยค้ำชู สันติสุขเกินความรู้โปรดประทาน – Sper

เมื่อสูญเสียทุกอย่าง จำไว้ว่าคุณไม่ได้สูญเสียพระเยซู จงวิ่งไปหาพระองค์

Read more…

ชื่นชมยินดีท่ามกลางความโศกเศร้า

November 14th, 2009 2 comments

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน

อ่าน: เอสรา 3:10-13
ประชาชนจึงสังเกตไม่ได้ว่าไหนเป็นเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นบาน และไหนเป็นเสียงประชาชนร้องไห้ -เอสรา 3:13

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: บทเพลงคร่ำครวญ 3-5, ฮีบรู 10:19-39

        หลังจากเรียนวิชาศิลปะได้ไม่กี่ครั้ง โจเอล วัย 10 ขวบ ได้ลองวาดภาพดอกไม้ด้วยตนเองโดยดูแบบจากภาพถ่าย โจเอลใส่สีสันได้สวยงามหลากหลาย จนทำให้ดอกไม้ในภาพวันที่คุณป้าของเขาจากไป กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง สำหรับคนในครอบครัว ภาพวาดของโจเอลสื่อถึงความรู้สึกทั้งหวานและขมระคนกัน แม้ภาพนั้นจะทำให้คิดถึงความโศกเศร้าเพราะสูญเสียผู้เป็นที่รัก แต่พวกเขาก็ชื่นชมยินดีที่โจเอลค้นพบพรสวรรค์ด้านศิลปะ ภาพวาดของโจเอลจึงเป็นความชื่นชมยินดีท่ามกลางความโศกเศร้า
        หลังจากเป็นเชลยในกรุงบาบิโลน ประชาชนชาวยูดาห์ก็ได้เดินทางกลับมายังกรุงเยรูซาเล็ม พร้อมกับประสบการณ์ที่ทั้งหวานและขม ขณะที่พวกเขาเริ่มทำการบูรณะวิหารของซาโลมอน ฝูงชนก็เริ่มร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า ส่วนผู้อาวุโสซึ่งเคยเห็นความงามของพระวิหารหลังก่อน ซึ่งถูกทำลายลงในช่วงที่เกิดสงคราม ก็เริ่มร้องไห้เสียงดัง พระคัมภีร์บอกว่า “ประชาชนจึงสังเกตไม่ได้ว่าไหน เป็นเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นบาน และไหนเป็นเสียงประชาชนร้องไห้” (อสร.3:13)
        ความทุกข์โศกอาจเป็นเช่นนั้น ท่ามกลางความเสียใจที่เกิดขึ้น เมื่อมองย้อนกลับไป ยังมีพระสัญญาแห่งความชื่นชมยินดีสำหรับอนาคตเมื่อเราวางใจในพระเจ้า แม้แต่ในเหตุการณ์ที่มีการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เรายังสามารถหวังใจได้ว่าพระเจ้าจะประทานความชื่นชมยินดีให้กับเราท่ามกลางความโศกเศร้า – HDF

แม้ผองชนทั้งโลกาพาโศกเศร้า
ความหวังเราไม่อับเฉาเช่นบุปผา
พระเจ้ามอบความมั่นคงแห่งศรัทธา
มิมีวันมรณาสูญสิ้นไป – Mcneil

ความหวังของคริสเตียนสดใสที่สุด
แม้กระทั่งในเวลาที่มืดมนที่สุด

Read more…