<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; ความเชื่อ</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>คำถามของดาวิด</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/01/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/01/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 May 2010 17:01:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1522</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 1 มิถุนายน 2010 อ่าน: สดุดี 8 มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา และบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่า ซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา &#8211; สดุดี 8:4 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 15-16, ยอห์น 12:27-50 ภาษิตอัฟริกันกล่าวไว้ว่า “ถามไว้ไม่หลงทาง” เราใช้แนวคิดนี้พิจารณาคำถามของดาวิดในสดุดี ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าดาวิดกำลังแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้าว่าท่านควรไปทางใด ลองดูตัวอย่างคำถามบางข้อที่ดาวิดถาม “โอ ข้าแต่พระเจ้า อีกนานสักเท่าใด” (6:3) คำถามที่กระตือรือร้นอยากเห็นแผนการของพระเจ้าสำเร็จ “มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา” (8:4) ถามเพราะรู้สึกยำเกรงที่พระเจ้าทรงห่วงใยแม้กระทั่งคนบาป “ไฉนพระองค์&#8230;ทรงซ่อนพระองค์เสียใน ยามยากลำบาก” (10:1) คำถามที่แสดงความปรารถนาที่จะให้พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย “ข้าแต่พระเจ้า ผู้ใดจะอาศัยอยู่ในพลับพลาของพระองค์ ผู้ใดจะอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์” (15:1) คำถามสำคัญที่สุดว่าใครจะได้อยู่กับพระเจ้า ดาวิดตั้งคำถามยากๆกับพระเจ้า ท่านรู้ว่าการหลงเจิ่นเป็นอย่างไรเมื่อท่านเมินพระเจ้าและเดินตามเส้นทางแห่งความบาปของตัวเอง แต่ขณะที่ท่านเขียนพระธรรมสดุดี ท่านก็แสวงหาความชอบธรรม คือท่านแสวงหาว่าพระเจ้าทรงมีพระทัยอย่างไรต่อเรื่องยากๆ เช่นเดียวกับดาวิด คุณเองก็มีคำถาม จงถามต่อไป แล้วโดยความเชื่อ ในพระวจนะของพระเจ้าและการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงฟังเมื่อพระองค์นำคุณไปในทางของพระองค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันอังคารที่ 1 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 8</span><br />
<span class="biblemessage">มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา และบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่า ซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา  &#8211; สดุดี 8:4 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 2 พงศาวดาร 15-16, ยอห์น 12:27-50</p>
<div id="mana_contents">
<p>ภาษิตอัฟริกันกล่าวไว้ว่า “ถามไว้ไม่หลงทาง” เราใช้แนวคิดนี้พิจารณาคำถามของดาวิดในสดุดี ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าดาวิดกำลังแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้าว่าท่านควรไปทางใด  </p>
<p>ลองดูตัวอย่างคำถามบางข้อที่ดาวิดถาม  </p>
<p>“โอ ข้าแต่พระเจ้า อีกนานสักเท่าใด” (6:3) คำถามที่กระตือรือร้นอยากเห็นแผนการของพระเจ้าสำเร็จ  </p>
<p>“มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา” (8:4) ถามเพราะรู้สึกยำเกรงที่พระเจ้าทรงห่วงใยแม้กระทั่งคนบาป </p>
<p>“ไฉนพระองค์&#8230;ทรงซ่อนพระองค์เสียใน  ยามยากลำบาก” (10:1) คำถามที่แสดงความปรารถนาที่จะให้พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย   </p>
<p>“ข้าแต่พระเจ้า ผู้ใดจะอาศัยอยู่ในพลับพลาของพระองค์ ผู้ใดจะอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์” (15:1) คำถามสำคัญที่สุดว่าใครจะได้อยู่กับพระเจ้า  </p>
<p>ดาวิดตั้งคำถามยากๆกับพระเจ้า ท่านรู้ว่าการหลงเจิ่นเป็นอย่างไรเมื่อท่านเมินพระเจ้าและเดินตามเส้นทางแห่งความบาปของตัวเอง แต่ขณะที่ท่านเขียนพระธรรมสดุดี ท่านก็แสวงหาความชอบธรรม คือท่านแสวงหาว่าพระเจ้าทรงมีพระทัยอย่างไรต่อเรื่องยากๆ  </p>
<p>เช่นเดียวกับดาวิด คุณเองก็มีคำถาม จงถามต่อไป แล้วโดยความเชื่อ   ในพระวจนะของพระเจ้าและการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงฟังเมื่อพระองค์นำคุณไปในทางของพระองค์ &#8211; JDB
</p></div>
<p class="poem">
ในความคิดร้องร่ำคร่ำครวญหา<br />
จิตใจข้าไขว่คว้าด้วยความหวัง<br />
พระบิดาขอทรงโปรดสดับฟัง<br />
พระวิญญาณสอนสั่งให้เข้าใจ – Verway
</p>
<p class="remark">การถามเป็นสิ่งที่ดี แต่การหาคำตอบจากพระเจ้าก็ดียิ่งกว่า</p>
<p><span id="more-1522"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100601.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/01/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเชื่อมือสอง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/19/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/19/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 May 2010 17:01:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1493</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 19 พฤษภาคม อ่าน: ผู้วินิจฉัย 2:6-12 อีกชาติพันธุ์หนึ่งก็เกิดขึ้นตามมา เขาไม่รู้จักพระเจ้าหรือรู้พระราชกิจ ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่ออิสราเอล &#8211; ผู้วินิจฉัย 2:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงศาวดาร 7-9, ยอห์น 6:22-44 ผมเติบโตในสิงคโปร์และจำได้ว่ามีเพื่อนที่โรงเรียนบางคนถูกพ่อแม่ที่ไม่เป็นคริสเตียนไล่ออกจากบ้าน เพราะพวกเขาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ แม้พวกเขาต้องทนทุกข์เพราะความเชื่อ แต่ความเชื่อของพวกเขากลับเข้มแข็งยิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม ผมเกิดและเติบโตมาในครอบครัวคริสเตียน ผมไม่ต้องถูกกดขี่ข่มเหง แต่ผมก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเองว่าผมจะเชื่อวางใจพระเยซูหรือไม่ ชนชาติอิสราเอลที่ได้เข้าสู่แผ่นดินพันธสัญญา พร้อมกับโยชูวาเป็นรุ่นแรกได้เห็นกิจการอันทรงอานุภาพของพระเจ้าและเชื่อวางใจในพระองค์ (วนฉ.2:7) แต่น่าเสียดายที่ชนรุ่นหลัง &#8220;ไม่รู้จักพระเจ้าหรือรู้พระราชกิจ ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่ออิสราเอล&#8221; (ข้อ 10) ดังนั้น ในเวลาไม่นานพวกเขาจึงหันไปนมัสการพระอื่น (ข้อ 12) พวกเขาไม่ได้รับเอาความเชื่อของพ่อแม่มาเป็นของตัวเอง ไม่มีใครสามารถอยู่ได้โดยอาศัยความเชื่อของคนรุ่นก่อน ชนทุกรุ่นจำเป็นต้องมีประสบการณ์ตรงในเรื่องของความเชื่อ ความเชื่อที่ไม่ได้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวอาจสั่นคลอนและดิ่งลงได้ เวลาที่เผชิญปัญหา คนที่เป็นคริสเตียนรุ่นที่สอง สาม หรือสี่ของครอบครัวย่อมได้รับมรดกที่ดีจากบรรพบุรุษ แต่ความเชื่อมือสองนั้นไม่มี! จงค้นหาว่าพระเจ้าตรัสอย่างไรในพระคำของพระองค์และประยุกต์ใช้กับชีวิตคุณเพื่อที่ความเชื่อของคุณจะสดใหม่และเกิดจากประสบการณ์ตรง (ยชว.1:8) &#8211; CPH ขอพระเจ้าโปรดให้มีความศรัทธา มั่นใจว่าพระองค์ทรงช่วยได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันพุธที่ 19 พฤษภาคม </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  ผู้วินิจฉัย 2:6-12 </span><br />
<span class="biblemessage">อีกชาติพันธุ์หนึ่งก็เกิดขึ้นตามมา เขาไม่รู้จักพระเจ้าหรือรู้พระราชกิจ ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่ออิสราเอล &#8211; ผู้วินิจฉัย 2:10 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 1 พงศาวดาร 7-9, ยอห์น 6:22-44 </p>
<p class="manacontent">ผมเติบโตในสิงคโปร์และจำได้ว่ามีเพื่อนที่โรงเรียนบางคนถูกพ่อแม่ที่ไม่เป็นคริสเตียนไล่ออกจากบ้าน เพราะพวกเขาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ แม้พวกเขาต้องทนทุกข์เพราะความเชื่อ แต่ความเชื่อของพวกเขากลับเข้มแข็งยิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม ผมเกิดและเติบโตมาในครอบครัวคริสเตียน ผมไม่ต้องถูกกดขี่ข่มเหง แต่ผมก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเองว่าผมจะเชื่อวางใจพระเยซูหรือไม่ </p>
<p class="manacontent">ชนชาติอิสราเอลที่ได้เข้าสู่แผ่นดินพันธสัญญา พร้อมกับโยชูวาเป็นรุ่นแรกได้เห็นกิจการอันทรงอานุภาพของพระเจ้าและเชื่อวางใจในพระองค์ (วนฉ.2:7) แต่น่าเสียดายที่ชนรุ่นหลัง &#8220;ไม่รู้จักพระเจ้าหรือรู้พระราชกิจ ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่ออิสราเอล&#8221; (ข้อ 10) ดังนั้น ในเวลาไม่นานพวกเขาจึงหันไปนมัสการพระอื่น (ข้อ 12) พวกเขาไม่ได้รับเอาความเชื่อของพ่อแม่มาเป็นของตัวเอง </p>
<p class="manacontent">ไม่มีใครสามารถอยู่ได้โดยอาศัยความเชื่อของคนรุ่นก่อน ชนทุกรุ่นจำเป็นต้องมีประสบการณ์ตรงในเรื่องของความเชื่อ ความเชื่อที่ไม่ได้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวอาจสั่นคลอนและดิ่งลงได้ เวลาที่เผชิญปัญหา </p>
<p class="manacontent">คนที่เป็นคริสเตียนรุ่นที่สอง สาม หรือสี่ของครอบครัวย่อมได้รับมรดกที่ดีจากบรรพบุรุษ แต่ความเชื่อมือสองนั้นไม่มี! จงค้นหาว่าพระเจ้าตรัสอย่างไรในพระคำของพระองค์และประยุกต์ใช้กับชีวิตคุณเพื่อที่ความเชื่อของคุณจะสดใหม่และเกิดจากประสบการณ์ตรง (ยชว.1:8) &#8211; CPH </p>
<p class="poem">
ขอพระเจ้าโปรดให้มีความศรัทธา<br />
มั่นใจว่าพระองค์ทรงช่วยได้<br />
แม้มีทุกข์ปัญหาร้อนดังไฟ<br />
ยังก้าวไปด้วยรู้จักรักพระองค์ – Bathurst
</p>
<p class="remark">ความเชื่อที่ไม่ได้นำไปประยุกต์ใช้ ไม่ใช่ความเชื่อ</p>
<p><span id="more-1493"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100519.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/19/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำงานของพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/07/doing-the-work-of-god/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/07/doing-the-work-of-god/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2009 17:01:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การรับใช้]]></category>
		<category><![CDATA[ความสามารถ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=318</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 34-35, กิจการ 15:1-21 อ่าน: ยอห์น 6:25-33 ความสามารถของเรามาจากพระเจ้า &#8211; 2 โครินธ์ 3:5         เมื่อครั้งยังเป็นศิษยาภิบาลผมมักจะฝันร้ายบ่อยๆว่า ขณะที่ผมลุกขึ้นเพื่อเทศนาในเช้าวันอาทิตย์ แล้วมองไปยังที่ประชุม กลับไม่มีสักคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่นเลย!         ไม่จำเป็นต้องให้ดาเนียล(ดนล.2:1,19) หรือนักบำบัดมาแปลความฝันนี้ เป็นเพราะผมเชื่อว่าทุกสิ่งขึ้นอยู่กับผม ผมเคยเชื่ออย่างผิดๆว่าถ้าผมไม่เทศนาด้วยสิทธิอำนาจและการชักจูงใจ ผู้ที่มานมัสการก็จะลดลงเรื่อยๆและโบสถ์ก็จะปิดตัวลง ผมคิดว่าผลที่เกิดขึ้นจากการทำงานของพระเจ้าเป็นความรับผิดชอบของผม         ในพระกิตติคุณ เราได้อ่านพบว่ามีบางคนถามพระเยซูว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องทำประการใด จึงจะทำงานของพระเจ้าได้” (ยน. 6:28) ช่างอาจหาญเหลือเกิน! มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำงานของพระเจ้าได้!         พระเยซูตรัสตอบเพื่อชี้แนะเราทั้งหลายว่า “งานของพระเจ้านั้น คือการที่ท่านวางใจในท่านที่พระองค์ทรงใช้มา” (ข้อ 29) ไม่ว่าเราต้องทำสิ่งใด จะเป็นการสอนชั้นเรียนรวีวารศึกษา นำกลุ่มย่อย ประกาศข่าวประเสริฐแก่เพื่อนบ้าน หรือเทศนาต่อผู้คนหลายพันคน ทุกสิ่งจะสำเร็จได้โดยความเชื่อ ไม่มีหนทางอื่นในการ “ทำงานของพระเจ้า”         ความรับผิดชอบของเราคือการรับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อในทุกงานที่ทรงมอบหมายให้เราทำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 34-35, กิจการ 15:1-21</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> ยอห์น 6:25-33<br />
ความสามารถของเรามาจากพระเจ้า &#8211; 2 โครินธ์ 3:5</p>
<p>        เมื่อครั้งยังเป็นศิษยาภิบาลผมมักจะฝันร้ายบ่อยๆว่า ขณะที่ผมลุกขึ้นเพื่อเทศนาในเช้าวันอาทิตย์ แล้วมองไปยังที่ประชุม กลับไม่มีสักคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่นเลย!<br />
        ไม่จำเป็นต้องให้ดาเนียล(ดนล.2:1,19) หรือนักบำบัดมาแปลความฝันนี้ เป็นเพราะผมเชื่อว่าทุกสิ่งขึ้นอยู่กับผม ผมเคยเชื่ออย่างผิดๆว่าถ้าผมไม่เทศนาด้วยสิทธิอำนาจและการชักจูงใจ ผู้ที่มานมัสการก็จะลดลงเรื่อยๆและโบสถ์ก็จะปิดตัวลง ผมคิดว่าผลที่เกิดขึ้นจากการทำงานของพระเจ้าเป็นความรับผิดชอบของผม<br />
        ในพระกิตติคุณ เราได้อ่านพบว่ามีบางคนถามพระเยซูว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องทำประการใด จึงจะทำงานของพระเจ้าได้” (ยน. 6:28) ช่างอาจหาญเหลือเกิน! มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำงานของพระเจ้าได้!<br />
        พระเยซูตรัสตอบเพื่อชี้แนะเราทั้งหลายว่า “งานของพระเจ้านั้น คือการที่ท่านวางใจในท่านที่พระองค์ทรงใช้มา” (ข้อ 29) ไม่ว่าเราต้องทำสิ่งใด จะเป็นการสอนชั้นเรียนรวีวารศึกษา นำกลุ่มย่อย ประกาศข่าวประเสริฐแก่เพื่อนบ้าน หรือเทศนาต่อผู้คนหลายพันคน ทุกสิ่งจะสำเร็จได้โดยความเชื่อ ไม่มีหนทางอื่นในการ “ทำงานของพระเจ้า”<br />
        ความรับผิดชอบของเราคือการรับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อในทุกงานที่ทรงมอบหมายให้เราทำ แล้วมอบผลที่ตามมาไว้กับพระองค์ เช่นที่พระเยซูทรงเตือนสาวกของพระองค์ในยอห์น 15:5 ว่า “ถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย” – DHR</p>
<p class="poem">บนกางเขนวายพระชนม์คือพระคริสต์<br />
พระราชกิจพระองค์ไถ่ปวงชน<br />
งานรับใช้ของเราเพิ่งเริ่มต้น<br />
แม้เล็กน้อยเราทุกคนตอบแทนคุณ – Hess</p>
<p class="remark">งานของพระคริสต์บนกางเขนได้เตรียมเราไว้ ให้ทำการดีเพื่อพระองค์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/07/doing-the-work-of-god/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสรีภาพอันตราย</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/04/dangerous-freedom/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/04/dangerous-freedom/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2009 17:01:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[พระพร]]></category>
		<category><![CDATA[พระวิญญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[รับใช้]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=276</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 28-29, กิจการ 13:1-25 อ่าน: กาลาเทีย 5:1-6, 16-21 อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด &#8211; กาลาเทีย 5:13         เสรีภาพเป็นอันตรายเมื่อตกอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้วิธีใช้ ด้วยเหตุนี้อาชญากรจึงต้องถูกขังไว้ในคุกที่ล้อมด้วยรั้วลวดหนาม ลูกกรงเหล็กและกำแพงคอนกรีต หรืออาจเปรียบได้กับกองไฟที่จุดทิ้งไว้ในค่ายพักแรม จนลามไปในป่าแห้ง แล้วกลายเป็นไฟประลัยกัลป์ที่ลุกโพลงอย่างรวดเร็ว เสรีภาพที่ไร้ขอบเขตก่อให้เกิดความหายนะได้         เรื่องนี้เห็นได้ชัดในชีวิตคริสเตียน ผู้เชื่อเป็นอิสระจากคำแช่งสาป บทลงโทษและความรู้สึกผิดที่เกิดจากบทบัญญัติ ความกลัว ความวิตกกังวลและความรู้สึกผิดถูกแทนที่ด้วยสันติสุข การให้อภัย และเสรีภาพ คนที่เป็นอิสระในส่วนลึกของจิตวิญญาณมีความรู้สึกของเสรีภาพแท้ แต่ในเสรีภาพนี้ที่เรามักจะทำผิดพลาด เราเพลิดเพลินในเสรีภาพ และอยู่อย่างเห็นแก่ตัว หรือไม่เราก็อ้างความเป็นเจ้าของต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงเพียงแต่ให้เราดูแลเท่านั้น เราปล่อยตัวให้ใช้ชีวิตที่ตามใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสังคมที่มั่งคั่ง         การใช้เสรีภาพอย่างเหมาะสมก็คือ “ความเชื่อซึ่งแสดงออกเป็นกิจที่ทำด้วยความรัก” ในการรับใช้กันและกัน (กท.5:6,13) เมื่อเราพึ่งพาพระวิญญาณและทุ่มเทกำลังเพื่อรักพระเจ้าและช่วยเหลือคนอื่นแล้ว พระเจ้าจะทรงผูกมัดการงานของเนื้อหนังที่คอยบ่อนทำลายนั้น (ข้อ 16-21) ดังนั้น จงใช้เสรีภาพของเราเพื่อก่อกันขึ้นอยู่เสมอ ไม่ใช่เพื่อทำให้พังทลายลง         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 28-29, กิจการ 13:1-25</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> กาลาเทีย 5:1-6, 16-21<br />
อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด &#8211; กาลาเทีย 5:13</p>
<p>        เสรีภาพเป็นอันตรายเมื่อตกอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้วิธีใช้ ด้วยเหตุนี้อาชญากรจึงต้องถูกขังไว้ในคุกที่ล้อมด้วยรั้วลวดหนาม ลูกกรงเหล็กและกำแพงคอนกรีต หรืออาจเปรียบได้กับกองไฟที่จุดทิ้งไว้ในค่ายพักแรม จนลามไปในป่าแห้ง แล้วกลายเป็นไฟประลัยกัลป์ที่ลุกโพลงอย่างรวดเร็ว เสรีภาพที่ไร้ขอบเขตก่อให้เกิดความหายนะได้<br />
        เรื่องนี้เห็นได้ชัดในชีวิตคริสเตียน ผู้เชื่อเป็นอิสระจากคำแช่งสาป บทลงโทษและความรู้สึกผิดที่เกิดจากบทบัญญัติ ความกลัว ความวิตกกังวลและความรู้สึกผิดถูกแทนที่ด้วยสันติสุข การให้อภัย และเสรีภาพ คนที่เป็นอิสระในส่วนลึกของจิตวิญญาณมีความรู้สึกของเสรีภาพแท้ แต่ในเสรีภาพนี้ที่เรามักจะทำผิดพลาด เราเพลิดเพลินในเสรีภาพ และอยู่อย่างเห็นแก่ตัว หรือไม่เราก็อ้างความเป็นเจ้าของต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงเพียงแต่ให้เราดูแลเท่านั้น เราปล่อยตัวให้ใช้ชีวิตที่ตามใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสังคมที่มั่งคั่ง<br />
        การใช้เสรีภาพอย่างเหมาะสมก็คือ “ความเชื่อซึ่งแสดงออกเป็นกิจที่ทำด้วยความรัก” ในการรับใช้กันและกัน (กท.5:6,13) เมื่อเราพึ่งพาพระวิญญาณและทุ่มเทกำลังเพื่อรักพระเจ้าและช่วยเหลือคนอื่นแล้ว พระเจ้าจะทรงผูกมัดการงานของเนื้อหนังที่คอยบ่อนทำลายนั้น (ข้อ 16-21) ดังนั้น จงใช้เสรีภาพของเราเพื่อก่อกันขึ้นอยู่เสมอ ไม่ใช่เพื่อทำให้พังทลายลง<br />
        เสรีภาพที่ปราศจากขอบเขตเป็นอันตราย ดั่งเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ แต่เมื่อได้รับการควบคุม ก็เป็นพระพรสำหรับทุกคน – DJD</p>
<p class="poem">พระคริสต์มาเพื่อให้เสรีภาพ<br />
ช่วยพ้นบาปพลีชีวีพระองค์ให้<br />
เสรีภาพนี้ได้ผูกพันเราไว้<br />
เราจึงได้ปันความรักและพระคุณ<br />
- D. De Haan</p>
<p class="remark">เสรีภาพไม่ได้ให้สิทธิที่จะทำสิ่งที่เราพอใจ แต่ให้เราทำสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/04/dangerous-freedom/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักการของโยบ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/03/job%e2%80%99s-principle/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/03/job%e2%80%99s-principle/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2009 17:01:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบพระคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดสน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ชื่นชมยินดี]]></category>
		<category><![CDATA[พระพร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=271</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 25-27, กิจการ 12 อ่าน: ฟีลิปปี 4:10-13 เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ &#8211; โยบ 2:10         เมื่อภรรยาของผมได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยการศึกษาพิเศษของเขตการศึกษาซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปหลายไมล์ ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางนานมาก ซึ่งก็พอทนได้ในช่วงสั้นๆ แต่เราทั้งคู่ไม่เห็นด้วยที่เธอจะต้องทำเช่นนี้อย่างไม่มีกำหนด เราจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ในเมืองซึ่งอยู่ครึ่งทางระหว่างที่ทำงานของเรา         ตัวแทนขายบ้านไม่คิดในแง่บวกว่าเราจะขายบ้านได้เร็ว กระแสของตลาดระบุว่ามีบ้านที่ต้องการขายมีมากขณะที่ผู้ซื้อมีน้อยราย หลังจากอธิษฐานอย่างหนัก และทำความสะอาดบ้านอย่างแข็งขัน ในที่สุดเราก็ประกาศขายบ้าน น่าประหลาด ที่บ้านของเราขายได้ภายในเวลาน้อยกว่า 3 สัปดาห์!         บางครั้งผมรู้สึกผิดที่ได้รับพระพรทางด้านวัตถุ ขณะที่มีผู้คนขัดสนมากมายทั่วโลก เหตุใดผมจึงควรคาดหวังว่าพระเจ้าจะช่วยเรื่องการขายบ้าน? แล้วผมก็ระลึกถึงสิ่งที่โยบตอบภรรยาของเขา “เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ” (โยบ 2:10)         ประโยคนี้ถูกใช้บ่อยครั้งที่สุดในสถานการณ์ที่ต้องยอมรับกับความผิดหวัง แต่หลักการนี้ก็สามารถใช้กับความชื่นชมยินดีในพระพรได้ด้วยเช่นกัน เปาโลเรียนรู้ที่จะชื่นชมยินดีทั้งในความอุดมสมบูรณ์และในความขัดสน (ฟป.4:10-13) พระเจ้าทรงปรารถนาจะสอนเราให้พอใจทั้งในการได้รับและการสูญเสีย การขอบพระคุณพระเจ้าในทุกกรณี คือการยอมรับสิทธิอำนาสูงสุดของพระองค์ และยอมรับว่าการเลี้ยงดู ของพระองค์เป็นการตอบสนองต่อความเชื่อของเรา – HDF [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p>วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม</p>
<p style="text-align: right;">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 25-27, กิจการ 12</p>
<p><strong>อ่าน:</strong> ฟีลิปปี 4:10-13<br />
เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ &#8211; โยบ 2:10</p>
<p>        เมื่อภรรยาของผมได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยการศึกษาพิเศษของเขตการศึกษาซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปหลายไมล์ ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางนานมาก ซึ่งก็พอทนได้ในช่วงสั้นๆ แต่เราทั้งคู่ไม่เห็นด้วยที่เธอจะต้องทำเช่นนี้อย่างไม่มีกำหนด เราจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ในเมืองซึ่งอยู่ครึ่งทางระหว่างที่ทำงานของเรา<br />
        ตัวแทนขายบ้านไม่คิดในแง่บวกว่าเราจะขายบ้านได้เร็ว กระแสของตลาดระบุว่ามีบ้านที่ต้องการขายมีมากขณะที่ผู้ซื้อมีน้อยราย หลังจากอธิษฐานอย่างหนัก และทำความสะอาดบ้านอย่างแข็งขัน ในที่สุดเราก็ประกาศขายบ้าน น่าประหลาด ที่บ้านของเราขายได้ภายในเวลาน้อยกว่า 3 สัปดาห์!<br />
        บางครั้งผมรู้สึกผิดที่ได้รับพระพรทางด้านวัตถุ ขณะที่มีผู้คนขัดสนมากมายทั่วโลก เหตุใดผมจึงควรคาดหวังว่าพระเจ้าจะช่วยเรื่องการขายบ้าน? แล้วผมก็ระลึกถึงสิ่งที่โยบตอบภรรยาของเขา “เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ” (โยบ 2:10)<br />
        ประโยคนี้ถูกใช้บ่อยครั้งที่สุดในสถานการณ์ที่ต้องยอมรับกับความผิดหวัง แต่หลักการนี้ก็สามารถใช้กับความชื่นชมยินดีในพระพรได้ด้วยเช่นกัน เปาโลเรียนรู้ที่จะชื่นชมยินดีทั้งในความอุดมสมบูรณ์และในความขัดสน (ฟป.4:10-13) พระเจ้าทรงปรารถนาจะสอนเราให้พอใจทั้งในการได้รับและการสูญเสีย การขอบพระคุณพระเจ้าในทุกกรณี คือการยอมรับสิทธิอำนาสูงสุดของพระองค์ และยอมรับว่าการเลี้ยงดู<br />
ของพระองค์เป็นการตอบสนองต่อความเชื่อของเรา – HDF</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #3366ff;"><em>ทุกความฝันความหวังความตั้งใจ    ข้าขอมอบถวายให้แด่พระเจ้า <br />
โปรดเปลี่ยนแปลงชำระโปรดขัดเกลา   ได้ตราบเท่าพระองค์พอพระทัย <br />
 ขอเป็นของพระองค์ทั้งดวงจิต    ยกบัลลังก์ชีวิตเป็นของไท้ <br />
 โปรดประทับครอบครองตลอดไป    องค์พระเจ้ายิ่งใหญ่เราเทิดทูน – Hess</em> </span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>พระเจ้าประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสีย สาธุการแด่พระนามพระเจ้า &#8211; โยบ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/03/job%e2%80%99s-principle/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวนชิมแปนซี</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/06/25/chimp-eden/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/06/25/chimp-eden/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2009 18:03:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงนำ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลดปล่อย]]></category>
		<category><![CDATA[วางใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อิสรภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เสรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=244</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 25 มิถุนายน อ่าน: กันดารวิถี 14:1-10 ถ้าพระเจ้าพอพระทัยในพวกเรา พระองค์จะทรงนำเราเข้าไปในแผ่นดินนี้ และทรงประทานแก่เรา &#8211; กันดารวิถี 14:8 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี โยบ 3-4 กิจการ 7:44-60         ยูจีน คัสสันส์ เป็นคนช่วยชีวิตลิงชิมแปนซี ลูกลิงจำนวนมากที่สูญเสียแม่ไปเพราะพวกค้าเนื้อสัตว์ป่า และถูกพาออกมาจากป่าทั้งที่ยังเล็กมากต้องมาใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ในกรงที่เล็กยิ่งกว่าคุก เมื่อคัสสันส์มารับพวกมันไปอยู่ในเขตสงวนที่เขาเรียกว่า “สวนชิมแปนซี” เขามักจะพบว่าพวกมันไม่เป็นมิตรและหวาดระแวง         “ลิงพวกนี้ไม่รู้ว่าผมเป็นคนดี” คัสสันส์กล่าวเมื่อเขาพยายามจะให้พวกมันเข้าไปในกรงที่มีขนาดเล็กกว่ากรงที่มันเคยอยู่เพื่อจะลำเลียงไปสู่บ้านใหม่ พวกมันสู้ยิบตาทีเดียว “พวกมันไม่รู้ว่าผมจะพาพวกมันกลับไปที่สวนชิมแปนซี แล้วมอบชีวิตที่ดีกว่านี้หลายเท่าให้พวกมัน”         เรื่องที่คล้ายกันนี้ในอีกมุมมองหนึ่งที่กว้างกว่า คือ ข้อเสนอที่พระเจ้าจะปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสของบาป ก็มักจะได้รับการตอบสนองด้วยการขัดขืนต่อต้าน เมื่อพระองค์ช่วยลูกหลานอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ พระองค์พาพวกเขาผ่านความยากลำบากซึ่งทำให้พวกเขาสงสัยในเจตนาที่ดีของพระองค์ “ที่เราจะกลับไปอียิปต์ไม่ดีกว่าหรือ” (กดว.14:3)         ในการเดินทางฝ่ายความเชื่อ หลายครั้งที่ “เสรีภาพ” ของความบาปที่เราเคยทิ้งไป น่าดึงดูดใจมากกว่ากฎเกณฑ์ของความเชื่อที่อยู่เบื้องหน้า เราต้องวางใจว่าขอบเขตแห่งการปกป้องที่พบในพระวจนะเป็นทางเดียวที่จะนำเราไปสู่อิสรภาพอันสูงสุด &#8211; JAL   ดูเหมือนบาปให้เสรีเรามากมาย แต่บาปร้ายครอบงำเราทีละนิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p>วันพฤหัสที่ 25 มิถุนายน</p>
<p><strong>อ่าน:</strong> กันดารวิถี 14:1-10<br />
ถ้าพระเจ้าพอพระทัยในพวกเรา พระองค์จะทรงนำเราเข้าไปในแผ่นดินนี้ และทรงประทานแก่เรา &#8211; กันดารวิถี 14:8</p>
<p><strong>อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี</strong></p>
<ul>
<li>โยบ 3-4</li>
<li>กิจการ 7:44-60</li>
</ul>
<p>        ยูจีน คัสสันส์ เป็นคนช่วยชีวิตลิงชิมแปนซี ลูกลิงจำนวนมากที่สูญเสียแม่ไปเพราะพวกค้าเนื้อสัตว์ป่า และถูกพาออกมาจากป่าทั้งที่ยังเล็กมากต้องมาใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ในกรงที่เล็กยิ่งกว่าคุก เมื่อคัสสันส์มารับพวกมันไปอยู่ในเขตสงวนที่เขาเรียกว่า “สวนชิมแปนซี” เขามักจะพบว่าพวกมันไม่เป็นมิตรและหวาดระแวง<br />
        “ลิงพวกนี้ไม่รู้ว่าผมเป็นคนดี” คัสสันส์กล่าวเมื่อเขาพยายามจะให้พวกมันเข้าไปในกรงที่มีขนาดเล็กกว่ากรงที่มันเคยอยู่เพื่อจะลำเลียงไปสู่บ้านใหม่ พวกมันสู้ยิบตาทีเดียว “พวกมันไม่รู้ว่าผมจะพาพวกมันกลับไปที่สวนชิมแปนซี แล้วมอบชีวิตที่ดีกว่านี้หลายเท่าให้พวกมัน”<br />
        เรื่องที่คล้ายกันนี้ในอีกมุมมองหนึ่งที่กว้างกว่า คือ ข้อเสนอที่พระเจ้าจะปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสของบาป ก็มักจะได้รับการตอบสนองด้วยการขัดขืนต่อต้าน เมื่อพระองค์ช่วยลูกหลานอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ พระองค์พาพวกเขาผ่านความยากลำบากซึ่งทำให้พวกเขาสงสัยในเจตนาที่ดีของพระองค์ “ที่เราจะกลับไปอียิปต์ไม่ดีกว่าหรือ” (กดว.14:3)<br />
        ในการเดินทางฝ่ายความเชื่อ หลายครั้งที่ “เสรีภาพ” ของความบาปที่เราเคยทิ้งไป น่าดึงดูดใจมากกว่ากฎเกณฑ์ของความเชื่อที่อยู่เบื้องหน้า เราต้องวางใจว่าขอบเขตแห่งการปกป้องที่พบในพระวจนะเป็นทางเดียวที่จะนำเราไปสู่อิสรภาพอันสูงสุด &#8211; JAL</p>
<td> </td>
<p><span style="color: #3366ff;">ดูเหมือนบาปให้เสรีเรามากมาย<br />
แต่บาปร้ายครอบงำเราทีละนิด<br />
เสรีแท้พบได้หากติดสนิท<br />
องค์พระคริสต์วิญญาณจิตเราผูกพัน &#8211; D. De Haan</span></p>
<p>การเชื่อฟังพระเจ้าเป็นกุญแจสู่อิสรภาพ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/06/25/chimp-eden/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนบ้าบิ่นที่รักพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/06/01/holy-fools/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/06/01/holy-fools/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2009 08:37:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[รักพระเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=28</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน อ่าน: ปฐมกาล 12:1-5 ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง &#8211; มาระโก 9:23 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี 2 พงศาวดาร 15-16 ยอห์น 12:27-50              เมื่อพระเจ้าตรัสกับอับราฮัม ท่านปฏิบัติตามทันทีด้วยการออกเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่รู้จักโดยยึดเอาเพียงพระสัญญาเป็นหลัก และทั้งที่ไม่มีลูก ท่านก็ยังเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงทำให้ท่านเป็น “ชนชาติใหญ่” (ปฐก.12:2) พระเจ้ามักจะกระทำการของพระองค์ผ่านทาง “คนบ้าบิ่นที่รักพระเจ้า” คือนักฝันที่ตะลุยออกไปด้วยความเชื่อที่ดูเพ้อเจ้อ แต่ผมมักจะพิจารณาข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ คริสตจักรของผมในชิคาโกคิดกันว่าจะอธิษฐานโต้รุ่งเผื่อวิกฤตการณ์สำคัญ เราถกเถียงกันอยู่นานว่าจะจัดหรือไม่ ซึ่งกลุ่มที่ตอบสนองอย่างกระตือรือร้นที่สุดกลับเป็นกลุ่มคนสูงอายุที่ยากจน ผมไม่รู้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวก เขามีคำอธิษฐานมากมายแค่ไหนที่ไม่ได้รับคำตอบ แต่พวกเขาก็ยังแสดงออกถึงความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจในพลังของคำอธิษฐาน “พวกคุณอยากจะอยู่อธิษฐานหนึ่งหรือสองชั่วโมงดี?” ผมถามขึ้นเมื่อคิดถึงรถรับส่ง “พวกเราจะอยู่ตลอดทั้งคืน”             คุณยายวัย 90 บอกว่า “เราอธิษฐานได้ เรามีเวลา และเรามีความเชื่อ ถึงอย่างไรพวกเราก็นอนไม่มากอยู่แล้ว พวกเราอธิษฐานได้ตลอดทั้งคืน ถ้าต้องการ” แล้วพวกเขาก็อยู่ทั้งคืนจริงๆ ในเวลานั้นเอง คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่จำนวนมากในคริสตจักรที่ตั้งอยู่เมืองแห่งนี้ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญ คือ ความเชื่อมักจะเกิดขึ้นในที่ที่มีความคาดหวังน้อยที่สุด และมักจะหยุดชะงักในที่ที่ควรจะเจริญงอกงาม &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p>วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน</p>
<p><strong>อ่าน:</strong> ปฐมกาล 12:1-5<br />
ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง &#8211; มาระโก 9:23</p>
<p><strong>อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี<br />
</strong></p>
<li>2 พงศาวดาร 15-16</li>
<li>ยอห์น 12:27-50</li>
<p>             เมื่อพระเจ้าตรัสกับอับราฮัม ท่านปฏิบัติตามทันทีด้วยการออกเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่รู้จักโดยยึดเอาเพียงพระสัญญาเป็นหลัก และทั้งที่ไม่มีลูก ท่านก็ยังเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงทำให้ท่านเป็น “ชนชาติใหญ่” (ปฐก.12:2) พระเจ้ามักจะกระทำการของพระองค์ผ่านทาง “คนบ้าบิ่นที่รักพระเจ้า” คือนักฝันที่ตะลุยออกไปด้วยความเชื่อที่ดูเพ้อเจ้อ แต่ผมมักจะพิจารณาข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ<br />
คริสตจักรของผมในชิคาโกคิดกันว่าจะอธิษฐานโต้รุ่งเผื่อวิกฤตการณ์สำคัญ เราถกเถียงกันอยู่นานว่าจะจัดหรือไม่ ซึ่งกลุ่มที่ตอบสนองอย่างกระตือรือร้นที่สุดกลับเป็นกลุ่มคนสูงอายุที่ยากจน ผมไม่รู้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวก เขามีคำอธิษฐานมากมายแค่ไหนที่ไม่ได้รับคำตอบ แต่พวกเขาก็ยังแสดงออกถึงความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจในพลังของคำอธิษฐาน “พวกคุณอยากจะอยู่อธิษฐานหนึ่งหรือสองชั่วโมงดี?” ผมถามขึ้นเมื่อคิดถึงรถรับส่ง “พวกเราจะอยู่ตลอดทั้งคืน”<br />
            คุณยายวัย 90 บอกว่า “เราอธิษฐานได้ เรามีเวลา และเรามีความเชื่อ ถึงอย่างไรพวกเราก็นอนไม่มากอยู่แล้ว พวกเราอธิษฐานได้ตลอดทั้งคืน ถ้าต้องการ” แล้วพวกเขาก็อยู่ทั้งคืนจริงๆ<br />
ในเวลานั้นเอง คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่จำนวนมากในคริสตจักรที่ตั้งอยู่เมืองแห่งนี้ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญ คือ ความเชื่อมักจะเกิดขึ้นในที่ที่มีความคาดหวังน้อยที่สุด และมักจะหยุดชะงักในที่ที่ควรจะเจริญงอกงาม &#8211; PY</p>
<p><span style="color: #3366ff;">มีศรัทธามองข้ามพายุใหญ่<br />
ไม่สงสัยหยุดชะงักเพราะเมฆหม่น<br />
แม้ชีวิตเกินเข้าใจไม่กังวล<br />
ในกมลอธิษฐานไว้วางใจ &#8211; Anon<br />
</span></p>
<p>คำอธิษฐานคือเสียงของความเชื่อ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/06/01/holy-fools/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

