คำถามของดาวิด

มิถุนายน 1st, 2010 admin 2 comments

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน 2010

อ่าน: สดุดี 8
มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา และบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่า ซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา – สดุดี 8:4

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 15-16, ยอห์น 12:27-50

ภาษิตอัฟริกันกล่าวไว้ว่า “ถามไว้ไม่หลงทาง” เราใช้แนวคิดนี้พิจารณาคำถามของดาวิดในสดุดี ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าดาวิดกำลังแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้าว่าท่านควรไปทางใด

ลองดูตัวอย่างคำถามบางข้อที่ดาวิดถาม

“โอ ข้าแต่พระเจ้า อีกนานสักเท่าใด” (6:3) คำถามที่กระตือรือร้นอยากเห็นแผนการของพระเจ้าสำเร็จ

“มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา” (8:4) ถามเพราะรู้สึกยำเกรงที่พระเจ้าทรงห่วงใยแม้กระทั่งคนบาป

“ไฉนพระองค์…ทรงซ่อนพระองค์เสียใน ยามยากลำบาก” (10:1) คำถามที่แสดงความปรารถนาที่จะให้พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย

“ข้าแต่พระเจ้า ผู้ใดจะอาศัยอยู่ในพลับพลาของพระองค์ ผู้ใดจะอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์” (15:1) คำถามสำคัญที่สุดว่าใครจะได้อยู่กับพระเจ้า

ดาวิดตั้งคำถามยากๆกับพระเจ้า ท่านรู้ว่าการหลงเจิ่นเป็นอย่างไรเมื่อท่านเมินพระเจ้าและเดินตามเส้นทางแห่งความบาปของตัวเอง แต่ขณะที่ท่านเขียนพระธรรมสดุดี ท่านก็แสวงหาความชอบธรรม คือท่านแสวงหาว่าพระเจ้าทรงมีพระทัยอย่างไรต่อเรื่องยากๆ

เช่นเดียวกับดาวิด คุณเองก็มีคำถาม จงถามต่อไป แล้วโดยความเชื่อ ในพระวจนะของพระเจ้าและการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงฟังเมื่อพระองค์นำคุณไปในทางของพระองค์ – JDB

ในความคิดร้องร่ำคร่ำครวญหา
จิตใจข้าไขว่คว้าด้วยความหวัง
พระบิดาขอทรงโปรดสดับฟัง
พระวิญญาณสอนสั่งให้เข้าใจ – Verway

การถามเป็นสิ่งที่ดี แต่การหาคำตอบจากพระเจ้าก็ดียิ่งกว่า

อ่านต่อ…

ความเชื่อมือสอง

พฤษภาคม 19th, 2010 admin 1 ความเห็น

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม

อ่าน: ผู้วินิจฉัย 2:6-12
อีกชาติพันธุ์หนึ่งก็เกิดขึ้นตามมา เขาไม่รู้จักพระเจ้าหรือรู้พระราชกิจ ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่ออิสราเอล – ผู้วินิจฉัย 2:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงศาวดาร 7-9, ยอห์น 6:22-44

ผมเติบโตในสิงคโปร์และจำได้ว่ามีเพื่อนที่โรงเรียนบางคนถูกพ่อแม่ที่ไม่เป็นคริสเตียนไล่ออกจากบ้าน เพราะพวกเขาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ แม้พวกเขาต้องทนทุกข์เพราะความเชื่อ แต่ความเชื่อของพวกเขากลับเข้มแข็งยิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม ผมเกิดและเติบโตมาในครอบครัวคริสเตียน ผมไม่ต้องถูกกดขี่ข่มเหง แต่ผมก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเองว่าผมจะเชื่อวางใจพระเยซูหรือไม่

ชนชาติอิสราเอลที่ได้เข้าสู่แผ่นดินพันธสัญญา พร้อมกับโยชูวาเป็นรุ่นแรกได้เห็นกิจการอันทรงอานุภาพของพระเจ้าและเชื่อวางใจในพระองค์ (วนฉ.2:7) แต่น่าเสียดายที่ชนรุ่นหลัง “ไม่รู้จักพระเจ้าหรือรู้พระราชกิจ ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่ออิสราเอล” (ข้อ 10) ดังนั้น ในเวลาไม่นานพวกเขาจึงหันไปนมัสการพระอื่น (ข้อ 12) พวกเขาไม่ได้รับเอาความเชื่อของพ่อแม่มาเป็นของตัวเอง

ไม่มีใครสามารถอยู่ได้โดยอาศัยความเชื่อของคนรุ่นก่อน ชนทุกรุ่นจำเป็นต้องมีประสบการณ์ตรงในเรื่องของความเชื่อ ความเชื่อที่ไม่ได้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวอาจสั่นคลอนและดิ่งลงได้ เวลาที่เผชิญปัญหา

คนที่เป็นคริสเตียนรุ่นที่สอง สาม หรือสี่ของครอบครัวย่อมได้รับมรดกที่ดีจากบรรพบุรุษ แต่ความเชื่อมือสองนั้นไม่มี! จงค้นหาว่าพระเจ้าตรัสอย่างไรในพระคำของพระองค์และประยุกต์ใช้กับชีวิตคุณเพื่อที่ความเชื่อของคุณจะสดใหม่และเกิดจากประสบการณ์ตรง (ยชว.1:8) – CPH

ขอพระเจ้าโปรดให้มีความศรัทธา
มั่นใจว่าพระองค์ทรงช่วยได้
แม้มีทุกข์ปัญหาร้อนดังไฟ
ยังก้าวไปด้วยรู้จักรักพระองค์ – Bathurst

ความเชื่อที่ไม่ได้นำไปประยุกต์ใช้ ไม่ใช่ความเชื่อ

อ่านต่อ…

ทำงานของพระเจ้า

กรกฎาคม 7th, 2009 admin Comments off

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 34-35, กิจการ 15:1-21

อ่าน: ยอห์น 6:25-33
ความสามารถของเรามาจากพระเจ้า – 2 โครินธ์ 3:5

        เมื่อครั้งยังเป็นศิษยาภิบาลผมมักจะฝันร้ายบ่อยๆว่า ขณะที่ผมลุกขึ้นเพื่อเทศนาในเช้าวันอาทิตย์ แล้วมองไปยังที่ประชุม กลับไม่มีสักคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่นเลย!
        ไม่จำเป็นต้องให้ดาเนียล(ดนล.2:1,19) หรือนักบำบัดมาแปลความฝันนี้ เป็นเพราะผมเชื่อว่าทุกสิ่งขึ้นอยู่กับผม ผมเคยเชื่ออย่างผิดๆว่าถ้าผมไม่เทศนาด้วยสิทธิอำนาจและการชักจูงใจ ผู้ที่มานมัสการก็จะลดลงเรื่อยๆและโบสถ์ก็จะปิดตัวลง ผมคิดว่าผลที่เกิดขึ้นจากการทำงานของพระเจ้าเป็นความรับผิดชอบของผม
        ในพระกิตติคุณ เราได้อ่านพบว่ามีบางคนถามพระเยซูว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องทำประการใด จึงจะทำงานของพระเจ้าได้” (ยน. 6:28) ช่างอาจหาญเหลือเกิน! มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำงานของพระเจ้าได้!
        พระเยซูตรัสตอบเพื่อชี้แนะเราทั้งหลายว่า “งานของพระเจ้านั้น คือการที่ท่านวางใจในท่านที่พระองค์ทรงใช้มา” (ข้อ 29) ไม่ว่าเราต้องทำสิ่งใด จะเป็นการสอนชั้นเรียนรวีวารศึกษา นำกลุ่มย่อย ประกาศข่าวประเสริฐแก่เพื่อนบ้าน หรือเทศนาต่อผู้คนหลายพันคน ทุกสิ่งจะสำเร็จได้โดยความเชื่อ ไม่มีหนทางอื่นในการ “ทำงานของพระเจ้า”
        ความรับผิดชอบของเราคือการรับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อในทุกงานที่ทรงมอบหมายให้เราทำ แล้วมอบผลที่ตามมาไว้กับพระองค์ เช่นที่พระเยซูทรงเตือนสาวกของพระองค์ในยอห์น 15:5 ว่า “ถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย” – DHR

บนกางเขนวายพระชนม์คือพระคริสต์
พระราชกิจพระองค์ไถ่ปวงชน
งานรับใช้ของเราเพิ่งเริ่มต้น
แม้เล็กน้อยเราทุกคนตอบแทนคุณ – Hess

งานของพระคริสต์บนกางเขนได้เตรียมเราไว้ ให้ทำการดีเพื่อพระองค์