<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; ความหวัง</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Sep 2010 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ความหวัง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/19/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/19/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Jul 2010 17:00:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1642</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2010 อ่าน: สดุดี 23 พระองค์ทรงเป็นความหวังของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เป็นที่วางใจของข้าพระองค์ตั้งแต่เด็กๆมา &#8211; สดุดี 71:5 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 23-25, กิจการ 21:18-40 ถนนสายเก่าแก่จากเยรูซาเล็มไปยังเยรีโคนั้นเป็นทางแคบๆและเปลี่ยว ซึ่งทอดตัวลึกเข้าไประหว่างช่องเขาในถิ่นทุรกันดารแคว้น ยูเดีย ถนนนั้นมีชื่อว่า วาดิ เคลท์ แต่เป็นที่รู้จักในนามหุบเขาแห่งเงา เพราะที่นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสดุดีบทที่ 23 ของดาวิด ลักษณะของสถานที่นั้น ไม่น่าจะเป็นเหตุให้เขียนบทกวี ที่เปี่ยมด้วยความหวังบทนั้นได้ เพราะภูมิทัศน์แถบนั้นรกร้าง แห้งแล้ง และสูงชันจนน่ากลัว ไม่น่าจะมีใครอยู่ที่นั่น นอกจากพวกโจร ขณะที่ดาวิดเขียนว่า “แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ” (ข้อ 4) เขาอยู่ในที่ที่อาจเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเวลา แต่เขาก็ไม่ยอมจำนนต่อความกลัว เขาไม่ได้หวังว่าพระเจ้าจะทำลายภยันตราย เพื่อเขาจะได้สามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย แต่เขากำลังบอกว่า การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า ทำให้เขามีความมั่นใจที่จะเดินผ่านสถานที่ที่ยากลำบากไป โดยไม่ต้องกลัวว่าพระเจ้าจะทอดทิ้งเขา ในสดุดีอีกบทหนึ่ง ดาวิดบอกว่าพระเจ้าทรงเป็นความหวังของเขา (71:5) คนมากมายอ้างว่าตนมีความหวัง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 23  </span><br />
<span class="biblemessage">พระองค์ทรงเป็นความหวังของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เป็นที่วางใจของข้าพระองค์ตั้งแต่เด็กๆมา  &#8211; สดุดี 71:5 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 23-25, กิจการ 21:18-40</p>
<div id="mana_contents">
<p>ถนนสายเก่าแก่จากเยรูซาเล็มไปยังเยรีโคนั้นเป็นทางแคบๆและเปลี่ยว ซึ่งทอดตัวลึกเข้าไประหว่างช่องเขาในถิ่นทุรกันดารแคว้น    ยูเดีย ถนนนั้นมีชื่อว่า วาดิ เคลท์ แต่เป็นที่รู้จักในนามหุบเขาแห่งเงา เพราะที่นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสดุดีบทที่ 23 ของดาวิด ลักษณะของสถานที่นั้น ไม่น่าจะเป็นเหตุให้เขียนบทกวี ที่เปี่ยมด้วยความหวังบทนั้นได้ เพราะภูมิทัศน์แถบนั้นรกร้าง แห้งแล้ง และสูงชันจนน่ากลัว ไม่น่าจะมีใครอยู่ที่นั่น นอกจากพวกโจร  </p>
<p>ขณะที่ดาวิดเขียนว่า “แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ” (ข้อ 4) เขาอยู่ในที่ที่อาจเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเวลา แต่เขาก็ไม่ยอมจำนนต่อความกลัว เขาไม่ได้หวังว่าพระเจ้าจะทำลายภยันตราย เพื่อเขาจะได้สามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย แต่เขากำลังบอกว่า การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า ทำให้เขามีความมั่นใจที่จะเดินผ่านสถานที่ที่ยากลำบากไป โดยไม่ต้องกลัวว่าพระเจ้าจะทอดทิ้งเขา ในสดุดีอีกบทหนึ่ง ดาวิดบอกว่าพระเจ้าทรงเป็นความหวังของเขา (71:5)  </p>
<p>คนมากมายอ้างว่าตนมีความหวัง แต่เฉพาะผู้ที่ความหวังของเขาอยู่ในพระคริสต์เท่านั้น ที่จะอ้างได้อย่างเต็มปาก ความหวังไม่ได้เกิดจากพละกำลัง สติปัญญา หรือโอกาสอำนวย แต่มาจากพระเจ้า ในฐานะพระผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระองค์เท่านั้นที่มีสิทธิที่จะสัญญาเรื่องความหวังและพระองค์เท่านั้นที่มีอำนาจที่จะรักษาสัญญานั้นได้ &#8211; JAL </p>
</div>
<p class="poem">
ทั้งความหวังกำลังที่เรามี           	ล้วนอยู่ที่องค์พระผู้เป็นพระเจ้า <br />
พึ่งพิงในพระคำหนุนใจเรา         	ดำรงตราบนานเนามิผันแปร <br />
แม้เราถูกทดลองให้หวั่นไหว       	เรามั่นใจพระองค์อยู่ด้วยแน่ <br />
พระองค์คือพระเจ้าองค์เที่ยงแท้   	ทรงช่วยแก้ทุกปัญหาที่พบเจอ – D. De Haan
</p>
<p class="remark">ความหวังสำหรับคริสเตียนเป็นสิ่งที่แน่นอน เพราะมาจากพระคริสต์</p>
<p><span id="more-1642"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100719.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/19/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะยอมแพ้หรือ?</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/23/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/23/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2010 17:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1166</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 23 มกราคม อ่าน: 1 พงศ์กษัตริย์ 19:11-18 ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของข้าพระองค์ &#8211; 1 พงศ์กษัตริย์ 19:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 7-8, มัทธิว 15:1-20         คุณเคยรู้สึกอยากยอมแพ้หรือไม่? เอลียาห์เคย พระเจ้าเพิ่งจะทรงใช้ท่านให้บอกแก่ชนชาติอิสราเอลว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า (1 พกษ.18) แต่ราชินีเยเซเบลข่มขู่จนท่านตกใจกลัวหนีไปเบเออร์เชบา ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 160 กิโลเมตรทางทิศใต้ (19:3) แล้วท่านก็เดินเท้าต่อไปทางใต้อีกราว 240 กิโลเมตร ถึงโฮเรบภูเขาของพระเจ้า         พระเจ้าตรัสถามเอลียาห์ถึงสองครั้งว่าท่านทำอะไรอยู่ที่นี่ (ข้อ 9,13) ท่านตอบว่า “ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของข้าพระองค์” (ข้อ 10,14) ท่านกลัวมากจนลืมไปว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งใดผ่านตัวท่านที่ภูเขาคารเมล ทั้งที่เคยได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เอลียาห์กลับจมอยู่กับความท้อใจ เราเองก็คงตอบสนองเช่นนี้เช่นกัน         พระเจ้าไม่ยอมรับที่เอลียาห์เอ่ยปากว่าจะล้มเลิก แต่กลับทรงมอบหมายงานใหญ่สามงานให้ผู้รับใช้ที่เหนื่อยอ่อนผู้นี้ (ข้อ 15-17) เอลียาห์เข้าใจผิดว่าเขาเป็น ผู้ที่สัตย์ซื่อคนเดียวที่เหลืออยู่ อันที่จริงพระเจ้าทรงมีอีก 7,000 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="“manadate”">วันเสาร์ที่ 23 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: 1 พงศ์กษัตริย์ 19:11-18 </span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของข้าพระองค์ &#8211; 1 พงศ์กษัตริย์ 19:10 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 7-8, มัทธิว 15:1-20</p>
<p>        คุณเคยรู้สึกอยากยอมแพ้หรือไม่? เอลียาห์เคย พระเจ้าเพิ่งจะทรงใช้ท่านให้บอกแก่ชนชาติอิสราเอลว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า (1 พกษ.18) แต่ราชินีเยเซเบลข่มขู่จนท่านตกใจกลัวหนีไปเบเออร์เชบา ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 160 กิโลเมตรทางทิศใต้ (19:3) แล้วท่านก็เดินเท้าต่อไปทางใต้อีกราว 240 กิโลเมตร ถึงโฮเรบภูเขาของพระเจ้า<br />
        พระเจ้าตรัสถามเอลียาห์ถึงสองครั้งว่าท่านทำอะไรอยู่ที่นี่ (ข้อ 9,13) ท่านตอบว่า “ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของข้าพระองค์” (ข้อ 10,14) ท่านกลัวมากจนลืมไปว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งใดผ่านตัวท่านที่ภูเขาคารเมล ทั้งที่เคยได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เอลียาห์กลับจมอยู่กับความท้อใจ เราเองก็คงตอบสนองเช่นนี้เช่นกัน<br />
        พระเจ้าไม่ยอมรับที่เอลียาห์เอ่ยปากว่าจะล้มเลิก แต่กลับทรงมอบหมายงานใหญ่สามงานให้ผู้รับใช้ที่เหนื่อยอ่อนผู้นี้ (ข้อ 15-17) เอลียาห์เข้าใจผิดว่าเขาเป็น ผู้ที่สัตย์ซื่อคนเดียวที่เหลืออยู่ อันที่จริงพระเจ้าทรงมีอีก 7,000 คน ซึ่งไม่ได้น้อมลงต่อพระบาอัล (ข้อ 18)<br />
        บางครั้งเราอาจสิ้นหวังในชีวิตเหมือนเอลียาห์ จงให้พระเจ้าตรัสกับคุณ (ข้อ 12) พระองค์จะไม่ยอมให้คุณล้มเลิก แต่จะทรงสำแดงให้คุณเห็นสิ่งที่คุณทำได้โดยพึ่งกำลังของพระองค์ &#8211; CPH</p>
<p class="poem">ทั้งความหวังกำลังที่เรามี ล้วนอยู่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า<br />
พึ่งพิงในพระคำหนุนใจเรา ดำรงตราบนานเนามิผันแปร<br />
แม้เราถูกทดลองให้หวั่นไหว เรามั่นใจพระองค์อยู่ด้วยแน่<br />
พระองค์คือพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ ทรงช่วยแก้ทุกปัญหาที่พบเจอ – D. De Haan</p>
<p class="remark">เมื่อคุณทำงานเพื่อพระเยซู อย่าด่วนยอมแพ้</p>
<p><span id="more-1166"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100123.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/23/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รักเป็นของผู้แพ้หรือ?</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/14/love-is-for-losers/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/14/love-is-for-losers/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2009 17:01:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[พระเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สำแดง]]></category>
		<category><![CDATA[อดทน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=359</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 10-12, กิจการ 19:1-20 อ่าน: 1 โครินธ์ 13 ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด &#8211; 1 โครินธ์ 13:13         คุณจะรู้จักคนคนหนึ่งได้มากมายจากข้อความบนเสื้อยืดของเขา ไม่นานมานี้ ผมเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ข้อความบนเสื้อยืดสีแดงสดของหญิงสาวคนหนึ่งสะดุดตาผม ความว่า “รักเป็นของผู้แพ้” เธออาจคิดว่าฟังดูฉลาดและท้าทาย หรืออาจแค่นึกสนุก หรือเธออาจเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ที่ผ่านมา และได้ปลีกตัวจากผู้อื่น เพื่อจะไม่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เสื้อยืดตัวนั้นทำให้ผมคิด         ความรักเป็นของผู้แพ้จริงหรือ? ความจริงคือ เมื่อเรารัก เราก็พร้อมจะเสี่ยง ผู้คนอาจทำร้ายเรา ทำให้เราผิดหวัง หรือทิ้งเราไปง่ายๆความรักอาจจบลงที่สูญเสีย         พระคัมภีร์ได้ท้าทายเราให้มีความรักต่อผู้อื่นในระดับที่สูงกว่า ใน 1 โครินธ์ 13 เปาโลอธิบายถึงความหมายของการมีชีวิตโดยสำแดงความรักแบบพระเจ้า ผู้ที่ฝึกฝนที่จะมีความรักแบบพระเจ้าจะไม่ทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อให้ได้รับตอบ แต่ “ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 10-12, กิจการ 19:1-20</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> 1 โครินธ์ 13<br />
ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด &#8211; 1 โครินธ์ 13:13</p>
<p>        คุณจะรู้จักคนคนหนึ่งได้มากมายจากข้อความบนเสื้อยืดของเขา ไม่นานมานี้ ผมเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ข้อความบนเสื้อยืดสีแดงสดของหญิงสาวคนหนึ่งสะดุดตาผม ความว่า “รักเป็นของผู้แพ้” เธออาจคิดว่าฟังดูฉลาดและท้าทาย หรืออาจแค่นึกสนุก หรือเธออาจเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ที่ผ่านมา และได้ปลีกตัวจากผู้อื่น เพื่อจะไม่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เสื้อยืดตัวนั้นทำให้ผมคิด<br />
        ความรักเป็นของผู้แพ้จริงหรือ? ความจริงคือ เมื่อเรารัก เราก็พร้อมจะเสี่ยง ผู้คนอาจทำร้ายเรา ทำให้เราผิดหวัง หรือทิ้งเราไปง่ายๆความรักอาจจบลงที่สูญเสีย<br />
        พระคัมภีร์ได้ท้าทายเราให้มีความรักต่อผู้อื่นในระดับที่สูงกว่า ใน 1 โครินธ์ 13 เปาโลอธิบายถึงความหมายของการมีชีวิตโดยสำแดงความรักแบบพระเจ้า ผู้ที่ฝึกฝนที่จะมีความรักแบบพระเจ้าจะไม่ทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อให้ได้รับตอบ แต่ “ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง” (13:7) เพราะเหตุใด? เพราะความรักแบบพระเจ้าทนทานต่อความเจ็บปวดในชีวิต นำเราเข้าใกล้ความห่วงใยอันไม่มีวันลดลงของพระบิดา<br />
        ดังนั้น ความรักอาจมีเพื่อผู้แพ้ก็ได้ เพราะเราจะต้องการพระเจ้ามากที่สุดในเวลาที่สูญเสียและผิดหวัง แม้ในยามที่ต้องต่อสู้กับปัญหา เราก็รู้ว่า “ความรักไม่มีวันสูญสิ้น” – BC</p>
<p class="poem">ความรักพระเจ้ายิ่งใหญ่     เนิ่นนานเพียงใดคงมั่น<br />
เมตตาบริสุทธิ์ต่อฉัน     รักนั้นหาใดเปรียบปาน<br />
ฉันจึงสำแดงรักนี้     มีไมตรีสมัครสมาน<br />
รู้จักแบ่งปันเจือจาน     ส่งผ่านรักแก่ผู้คน<br />
- D. De Haan</p>
<p class="remark">ความรักของพระเจ้าไม่มีวันสูญสิ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/14/love-is-for-losers/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความยินดีอย่างยิ่งบนสวรรค์</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/08/heaven%e2%80%99s-greatest-delights/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/08/heaven%e2%80%99s-greatest-delights/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2009 17:01:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[ชื่นชมยินดี]]></category>
		<category><![CDATA[สรรเสริญ]]></category>
		<category><![CDATA[สวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[สามัคคีธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=325</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 8 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี โยบ 36-37, กิจการ 15:22-41 อ่าน: อ่าน: วิวรณ์ 22:1-5 สิ่งที่ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยิน&#8230;คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์ &#8211; 1 โครินธ์ 2:9 อะไรคือความชื่นชมยินดีสูงสุดบนสวรรค์?         โจนี่ เอียเรคสัน ทาดา ประสบอุบัติเหตุจากการกระโดดน้ำจนทำให้พิการตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ร่างกายของเธอเป็นอัมพาตมากว่า 40 ปี หลายคนอาจคิดว่าความปรารถนาสูงสุดของเธอคือการกลับมาเดิน หรือวิ่งได้ และเป็นอิสระจากเก้าอี้ล้อเข็นซึ่งพันธนาการเธอไว้         แต่โจนี่บอกกับเราว่าความปรารถนาสูงสุดของเธอคือการได้มอบถวาย “คำสรรเสริญอันบริสุทธิ์” เธออธิบายว่า “ฉันจะไม่เป็นง่อยจากความรำคาญใจ หรือพิการจากการหลอกลวง ฉันจะไม่ทุพพลภาพจากความเฉื่อยชาอันน่าเบื่อ จิตใจของฉันจะพองโตด้วยการสรรเสริญอัน เริงโลดร่วมกับจิตใจของพวกคุณ ในที่สุดเราจะได้ร่วมสามัคคีธรรมกับพระบิดาและพระบุตร สำหรับฉัน นี่จะเป็นส่วนที่ดีที่สุดของสวรรค์”         คำพูดนี้แทงทะลุจิตใจที่ไม่จดจ่อและยึดจิตวิญญาณที่หลุดลอยไปของผมไว้! การมอบถวาย “คำสรรเสริญอันบริสุทธิ์” ซึ่งปราศจากความคิดเรื่อยเปื่อย ปราศจากคำขอที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง และพ้นข้อจำกัดทางภาษาของโลกนี้ ช่างเป็นพรอันประเสริฐ!         ในสวรรค์ “จะไม่มีสิ่งใดถูกสาปแช่งอีกต่อไป พระที่นั่งของพระเจ้าและของพระเมษโปดกจะตั้งอยู่ที่นั่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพุธที่ 8 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี โยบ 36-37, กิจการ 15:22-41</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> อ่าน: วิวรณ์ 22:1-5<br />
สิ่งที่ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยิน&#8230;คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์ &#8211; 1 โครินธ์ 2:9</p>
<p>อะไรคือความชื่นชมยินดีสูงสุดบนสวรรค์?<br />
        โจนี่ เอียเรคสัน ทาดา ประสบอุบัติเหตุจากการกระโดดน้ำจนทำให้พิการตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ร่างกายของเธอเป็นอัมพาตมากว่า 40 ปี หลายคนอาจคิดว่าความปรารถนาสูงสุดของเธอคือการกลับมาเดิน หรือวิ่งได้ และเป็นอิสระจากเก้าอี้ล้อเข็นซึ่งพันธนาการเธอไว้<br />
        แต่โจนี่บอกกับเราว่าความปรารถนาสูงสุดของเธอคือการได้มอบถวาย “คำสรรเสริญอันบริสุทธิ์” เธออธิบายว่า “ฉันจะไม่เป็นง่อยจากความรำคาญใจ หรือพิการจากการหลอกลวง ฉันจะไม่ทุพพลภาพจากความเฉื่อยชาอันน่าเบื่อ จิตใจของฉันจะพองโตด้วยการสรรเสริญอัน เริงโลดร่วมกับจิตใจของพวกคุณ ในที่สุดเราจะได้ร่วมสามัคคีธรรมกับพระบิดาและพระบุตร สำหรับฉัน นี่จะเป็นส่วนที่ดีที่สุดของสวรรค์”<br />
        คำพูดนี้แทงทะลุจิตใจที่ไม่จดจ่อและยึดจิตวิญญาณที่หลุดลอยไปของผมไว้! การมอบถวาย “คำสรรเสริญอันบริสุทธิ์” ซึ่งปราศจากความคิดเรื่อยเปื่อย ปราศจากคำขอที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง และพ้นข้อจำกัดทางภาษาของโลกนี้ ช่างเป็นพรอันประเสริฐ!<br />
        ในสวรรค์ “จะไม่มีสิ่งใดถูกสาปแช่งอีกต่อไป พระที่นั่งของพระเจ้าและของพระเมษโปดกจะตั้งอยู่ที่นั่น และบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์จะนมัสการพระองค์” (วว.22:3) ขอให้ความหวังเรื่องสวรรค์ทำให้เราได้ลิ้มรสประสบการณ์ล่วงหน้าถึงการนมัสการยกย่องพระเกียรติพระเจ้าแม้จะอยู่ที่นี่และในเวลานี้ – VCG</p>
<p class="poem">ได้ครอบครองกับพระเจ้าผู้ทรงรัก<br />
ด้วยยำเกรงต่อพระพักตร์เราถ่อมใจ<br />
เฉลิมฉลองงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่<br />
อยู่กับองค์ผู้ทรงชัยตลอดนิรันดร์<br />
- Peterson</p>
<p class="remark">การได้พบพระเยซู คือความปีติยินดีที่สุดในสวรรค์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/08/heaven%e2%80%99s-greatest-delights/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำสรรเสริญแห่งความหวัง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/05/hopeful-praise/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/05/hopeful-praise/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2009 17:01:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[พระคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[พึ่งพา]]></category>
		<category><![CDATA[สดุดี]]></category>
		<category><![CDATA[สรรเสริญ]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต]]></category>
		<category><![CDATA[โศกเศร้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 30-31, กิจการ 13:26-52 อ่าน: สดุดี 103:1-14 จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า และอย่าลืมพระราชกิจอันมีพระคุณทั้งสิ้นของพระองค์ &#8211; สดุดี 103:2         เพื่อนของผมคนหนึ่งร้องไห้ออกมาในวันที่สวยงามในฤดูร้อนเพราะปัญหาชีวิตที่ยากจะรับมือ อีกคนไม่สามารถลืมความโศกเศร้า อันเป็นจุดพลิกผันชีวิตในอดีตได้ และยังมีอีกคนที่ต้องต่อสู้ไม่ให้ปิดคริสตจักรเล็กๆที่เขาเป็นศิษยาภิบาลอยู่อย่างสัตย์ซื่อ เพื่อนคนที่สี่สูญเสียงานซึ่งเป็นงานรับใช้ในชุมชน         เราหรือเพื่อนของเราที่ต้องดิ้นรนกับปัญหา ควรทำอย่างไรจึงจะพบความหวัง? จะหันไปทางไหนในเมื่อวันพรุ่งนี้ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะมีความสุข?         เราสรรเสริญหรือ “สาธุการ” แด่พระเจ้าได้ อย่างที่ดาวิดกล่าวไว้ในสดุดี 103 ท่ามกลางปัญหา การยอมรับการควบคุมของพระเจ้าในชีวิตจะช่วยเปลี่ยนความคิดของเราจากความเจ็บปวดในหัวใจ และผลักดันให้เราพึ่งพาความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าแทน ดาวิดตระหนักดีถึงปัญหา เขาเผชิญการคุกคามจากศัตรู อีกทั้งผลที่เกิดจากความบาปของเขาเอง และการท้าทายจากความโศกเศร้า กระนั้นเขาก็ยังระลึกถึงพลังการเยียวยาจากคำสรรเสริญ         ดาวิดจึงเขียนเหตุผลที่จะเข้าหาพระเจ้าไว้ในสดุดี 103 พระองค์ทรงอภัยความบาปผิด รักษาโรค ไถ่เรา สวมความรักและพระกรุณาให้แก่เรา ให้เราอิ่มด้วยของดี และฟื้นฟูชีวิต และเตือนเราว่าพระเจ้าทรงประทานความยุติธรรมและความชอบธรรม และทรงประกอบด้วยพระคุณและความรัก         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 30-31, กิจการ 13:26-52</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> สดุดี 103:1-14<br />
จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า และอย่าลืมพระราชกิจอันมีพระคุณทั้งสิ้นของพระองค์ &#8211; สดุดี 103:2</p>
<p>        เพื่อนของผมคนหนึ่งร้องไห้ออกมาในวันที่สวยงามในฤดูร้อนเพราะปัญหาชีวิตที่ยากจะรับมือ อีกคนไม่สามารถลืมความโศกเศร้า อันเป็นจุดพลิกผันชีวิตในอดีตได้ และยังมีอีกคนที่ต้องต่อสู้ไม่ให้ปิดคริสตจักรเล็กๆที่เขาเป็นศิษยาภิบาลอยู่อย่างสัตย์ซื่อ เพื่อนคนที่สี่สูญเสียงานซึ่งเป็นงานรับใช้ในชุมชน<br />
        เราหรือเพื่อนของเราที่ต้องดิ้นรนกับปัญหา ควรทำอย่างไรจึงจะพบความหวัง? จะหันไปทางไหนในเมื่อวันพรุ่งนี้ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะมีความสุข?<br />
        เราสรรเสริญหรือ “สาธุการ” แด่พระเจ้าได้ อย่างที่ดาวิดกล่าวไว้ในสดุดี 103 ท่ามกลางปัญหา การยอมรับการควบคุมของพระเจ้าในชีวิตจะช่วยเปลี่ยนความคิดของเราจากความเจ็บปวดในหัวใจ และผลักดันให้เราพึ่งพาความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าแทน ดาวิดตระหนักดีถึงปัญหา เขาเผชิญการคุกคามจากศัตรู อีกทั้งผลที่เกิดจากความบาปของเขาเอง และการท้าทายจากความโศกเศร้า กระนั้นเขาก็ยังระลึกถึงพลังการเยียวยาจากคำสรรเสริญ<br />
        ดาวิดจึงเขียนเหตุผลที่จะเข้าหาพระเจ้าไว้ในสดุดี 103 พระองค์ทรงอภัยความบาปผิด รักษาโรค ไถ่เรา สวมความรักและพระกรุณาให้แก่เรา ให้เราอิ่มด้วยของดี และฟื้นฟูชีวิต และเตือนเราว่าพระเจ้าทรงประทานความยุติธรรมและความชอบธรรม และทรงประกอบด้วยพระคุณและความรัก<br />
        จงนำสิ่งที่ดาวิดสอนมาใช้ การสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระเจ้านำความหวังมาสู่หัวใจที่เป็นทุกข์ของเรา – JDB</p>
<p class="poem">โอพระผู้ปกฟ้า    ดวงวิญญาข้าสรรเสริญ<br />
ร้อยถ้อยคำยอเยิน    นำมาแทบพระบาทา<br />
ความบาปทรงอภัย    อีกทรงไถ่ด้วยสูงค่า<br />
นำการคืนดีมา    การรักษาบรรเทาใจ &#8211; Lyte</p>
<p class="remark">การสรรเสริญ สามารถบรรเทาภาระที่หนักที่สุดของคุณได้ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/05/hopeful-praise/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
