ความหวัง

กรกฎาคม 19th, 2010 admin 2 comments

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2010

อ่าน: สดุดี 23
พระองค์ทรงเป็นความหวังของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เป็นที่วางใจของข้าพระองค์ตั้งแต่เด็กๆมา – สดุดี 71:5

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 23-25, กิจการ 21:18-40

ถนนสายเก่าแก่จากเยรูซาเล็มไปยังเยรีโคนั้นเป็นทางแคบๆและเปลี่ยว ซึ่งทอดตัวลึกเข้าไประหว่างช่องเขาในถิ่นทุรกันดารแคว้น ยูเดีย ถนนนั้นมีชื่อว่า วาดิ เคลท์ แต่เป็นที่รู้จักในนามหุบเขาแห่งเงา เพราะที่นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสดุดีบทที่ 23 ของดาวิด ลักษณะของสถานที่นั้น ไม่น่าจะเป็นเหตุให้เขียนบทกวี ที่เปี่ยมด้วยความหวังบทนั้นได้ เพราะภูมิทัศน์แถบนั้นรกร้าง แห้งแล้ง และสูงชันจนน่ากลัว ไม่น่าจะมีใครอยู่ที่นั่น นอกจากพวกโจร

ขณะที่ดาวิดเขียนว่า “แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ” (ข้อ 4) เขาอยู่ในที่ที่อาจเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเวลา แต่เขาก็ไม่ยอมจำนนต่อความกลัว เขาไม่ได้หวังว่าพระเจ้าจะทำลายภยันตราย เพื่อเขาจะได้สามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย แต่เขากำลังบอกว่า การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า ทำให้เขามีความมั่นใจที่จะเดินผ่านสถานที่ที่ยากลำบากไป โดยไม่ต้องกลัวว่าพระเจ้าจะทอดทิ้งเขา ในสดุดีอีกบทหนึ่ง ดาวิดบอกว่าพระเจ้าทรงเป็นความหวังของเขา (71:5)

คนมากมายอ้างว่าตนมีความหวัง แต่เฉพาะผู้ที่ความหวังของเขาอยู่ในพระคริสต์เท่านั้น ที่จะอ้างได้อย่างเต็มปาก ความหวังไม่ได้เกิดจากพละกำลัง สติปัญญา หรือโอกาสอำนวย แต่มาจากพระเจ้า ในฐานะพระผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระองค์เท่านั้นที่มีสิทธิที่จะสัญญาเรื่องความหวังและพระองค์เท่านั้นที่มีอำนาจที่จะรักษาสัญญานั้นได้ – JAL

ทั้งความหวังกำลังที่เรามี ล้วนอยู่ที่องค์พระผู้เป็นพระเจ้า
พึ่งพิงในพระคำหนุนใจเรา ดำรงตราบนานเนามิผันแปร
แม้เราถูกทดลองให้หวั่นไหว เรามั่นใจพระองค์อยู่ด้วยแน่
พระองค์คือพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ ทรงช่วยแก้ทุกปัญหาที่พบเจอ – D. De Haan

ความหวังสำหรับคริสเตียนเป็นสิ่งที่แน่นอน เพราะมาจากพระคริสต์

อ่านต่อ…

จะยอมแพ้หรือ?

มกราคม 23rd, 2010 admin 4 comments

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม

อ่าน: 1 พงศ์กษัตริย์ 19:11-18
ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของข้าพระองค์ – 1 พงศ์กษัตริย์ 19:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 7-8, มัทธิว 15:1-20

        คุณเคยรู้สึกอยากยอมแพ้หรือไม่? เอลียาห์เคย พระเจ้าเพิ่งจะทรงใช้ท่านให้บอกแก่ชนชาติอิสราเอลว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า (1 พกษ.18) แต่ราชินีเยเซเบลข่มขู่จนท่านตกใจกลัวหนีไปเบเออร์เชบา ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 160 กิโลเมตรทางทิศใต้ (19:3) แล้วท่านก็เดินเท้าต่อไปทางใต้อีกราว 240 กิโลเมตร ถึงโฮเรบภูเขาของพระเจ้า
        พระเจ้าตรัสถามเอลียาห์ถึงสองครั้งว่าท่านทำอะไรอยู่ที่นี่ (ข้อ 9,13) ท่านตอบว่า “ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของข้าพระองค์” (ข้อ 10,14) ท่านกลัวมากจนลืมไปว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งใดผ่านตัวท่านที่ภูเขาคารเมล ทั้งที่เคยได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เอลียาห์กลับจมอยู่กับความท้อใจ เราเองก็คงตอบสนองเช่นนี้เช่นกัน
        พระเจ้าไม่ยอมรับที่เอลียาห์เอ่ยปากว่าจะล้มเลิก แต่กลับทรงมอบหมายงานใหญ่สามงานให้ผู้รับใช้ที่เหนื่อยอ่อนผู้นี้ (ข้อ 15-17) เอลียาห์เข้าใจผิดว่าเขาเป็น ผู้ที่สัตย์ซื่อคนเดียวที่เหลืออยู่ อันที่จริงพระเจ้าทรงมีอีก 7,000 คน ซึ่งไม่ได้น้อมลงต่อพระบาอัล (ข้อ 18)
        บางครั้งเราอาจสิ้นหวังในชีวิตเหมือนเอลียาห์ จงให้พระเจ้าตรัสกับคุณ (ข้อ 12) พระองค์จะไม่ยอมให้คุณล้มเลิก แต่จะทรงสำแดงให้คุณเห็นสิ่งที่คุณทำได้โดยพึ่งกำลังของพระองค์ – CPH

ทั้งความหวังกำลังที่เรามี ล้วนอยู่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า
พึ่งพิงในพระคำหนุนใจเรา ดำรงตราบนานเนามิผันแปร
แม้เราถูกทดลองให้หวั่นไหว เรามั่นใจพระองค์อยู่ด้วยแน่
พระองค์คือพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ ทรงช่วยแก้ทุกปัญหาที่พบเจอ – D. De Haan

เมื่อคุณทำงานเพื่อพระเยซู อย่าด่วนยอมแพ้

อ่านต่อ…

รักเป็นของผู้แพ้หรือ?

กรกฎาคม 14th, 2009 admin Comments off

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 10-12, กิจการ 19:1-20

อ่าน: 1 โครินธ์ 13
ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด – 1 โครินธ์ 13:13

        คุณจะรู้จักคนคนหนึ่งได้มากมายจากข้อความบนเสื้อยืดของเขา ไม่นานมานี้ ผมเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ข้อความบนเสื้อยืดสีแดงสดของหญิงสาวคนหนึ่งสะดุดตาผม ความว่า “รักเป็นของผู้แพ้” เธออาจคิดว่าฟังดูฉลาดและท้าทาย หรืออาจแค่นึกสนุก หรือเธออาจเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ที่ผ่านมา และได้ปลีกตัวจากผู้อื่น เพื่อจะไม่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เสื้อยืดตัวนั้นทำให้ผมคิด
        ความรักเป็นของผู้แพ้จริงหรือ? ความจริงคือ เมื่อเรารัก เราก็พร้อมจะเสี่ยง ผู้คนอาจทำร้ายเรา ทำให้เราผิดหวัง หรือทิ้งเราไปง่ายๆความรักอาจจบลงที่สูญเสีย
        พระคัมภีร์ได้ท้าทายเราให้มีความรักต่อผู้อื่นในระดับที่สูงกว่า ใน 1 โครินธ์ 13 เปาโลอธิบายถึงความหมายของการมีชีวิตโดยสำแดงความรักแบบพระเจ้า ผู้ที่ฝึกฝนที่จะมีความรักแบบพระเจ้าจะไม่ทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อให้ได้รับตอบ แต่ “ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง” (13:7) เพราะเหตุใด? เพราะความรักแบบพระเจ้าทนทานต่อความเจ็บปวดในชีวิต นำเราเข้าใกล้ความห่วงใยอันไม่มีวันลดลงของพระบิดา
        ดังนั้น ความรักอาจมีเพื่อผู้แพ้ก็ได้ เพราะเราจะต้องการพระเจ้ามากที่สุดในเวลาที่สูญเสียและผิดหวัง แม้ในยามที่ต้องต่อสู้กับปัญหา เราก็รู้ว่า “ความรักไม่มีวันสูญสิ้น” – BC

ความรักพระเจ้ายิ่งใหญ่     เนิ่นนานเพียงใดคงมั่น
เมตตาบริสุทธิ์ต่อฉัน     รักนั้นหาใดเปรียบปาน
ฉันจึงสำแดงรักนี้     มีไมตรีสมัครสมาน
รู้จักแบ่งปันเจือจาน     ส่งผ่านรักแก่ผู้คน
- D. De Haan

ความรักของพระเจ้าไม่มีวันสูญสิ้น