สัตย์ซื่อแค่ไหน?

September 11th, 2009 5 comments


วันศุกร์ที่ 11 กันยายน

อ่าน: กิจการ 5:1-11
บรรดาผู้ที่ประพฤติความซื่อสัตย์เป็นที่ปีติยินดีแด่พระองค์ – สุภาษิต 12:22

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 10-12, 2 โครินธ์ 4

        นิตยสารวันของผู้หญิง (Woman’s Day) ได้สำรวจประชาชนกว่า 2,000 คนเพื่อวัดระดับความซื่อสัตย์ เมื่อถามว่า “คุณซื่อสัตย์แค่ไหน?” ประชาชนร้อยละ 48 บอกว่าตนเองซื่อสัตย์มาก ส่วนอีกร้อยละ 50 บอกว่าค่อนข้างซื่อสัตย์ และอีกร้อยละ 2 บอกว่า ไม่ค่อยซื่อสัตย์เท่าไหร่
        ผู้ร่วมการสำรวจร้อยละ 68 ยอมรับว่าพวกเขาเคยนำวัสดุของที่ทำงานไปใช้ส่วนตัว และอีกร้อยละ 40 ยอมรับว่า ถ้าพวกเขารู้ว่าโกงภาษีแล้วไม่ถูกจับ พวกเขาก็จะทำ
        อานาเนีย กับสัปฟีรา คงคิดว่าตนเองจะี โกหกแล้วรอดพ้นไปได้ (กจ.5:1-11) แต่เขาทั้งสองก็รู้ได้ในทันทีว่าหนีไม่พ้น เมื่อเปโตรตำหนิว่าพวกเขาโกหกพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทันใดนั้นเอง พวกเขาก็ล้มลงตาย (ข้อ 5,10)
        พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะรักษาคริสตจักรใหม่ของพระองค์ให้บริสุทธิ์ เพื่อพระองค์จะสามารถใช้ผู้เชื่อเหล่านั้นในชีวิตของคนอื่นๆต่อไป ดังเช่นที่อาจารย์สอนพระคัมภีร์ จี. แคมเบล มอร์แกน ได้กล่าวว่า “คริสตจักรที่บริสุทธิ์คือคริสตจักรที่มีฤทธิ์เดช…ฤทธิ์อำนาจเดียว(ที่สามารถทำให้) คริสตจักรบริสุทธิ์ได้คือ ฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณของพระเจ้าที่ทรงสถิตอยู่ด้วย” ความบริสุทธิ์ของคริสตจักรทำให้คำพยานเลื่องลือไป และ “มีชายหญิงเป็นอันมากที่เชื่อถือได้ เข้ามาเป็นสาวกของพระเจ้ามากกว่าก่อน” (ข้อ 14)
        ให้เราเป็นคนที่ “ประพฤติความซื่อสัตย์” (สภษ.12:22) เพื่อพระเจ้าจะทรงใช้เราได้ – AMC

พระวิญญาณพระเจ้าโปรดช่วยข้า
ให้รักษาสัญญาที่จำนรรจ์
ลั่นวาจาคำไหนเป็นคำนั้น
เพื่อผู้ฟังจะเชื่อมั่นมิคลางแคลง
-D.De Haan

ความซื่อสัตย์ไม่มีคำว่ามากหรือน้อย

ภาคปฏิบัติ

July 24th, 2009 Comments off


วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 35-36, กิจการ 25

อ่าน: 1 ทิโมธี 4:6-16
จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อและในความบริสุทธิ์ – 1 ทิโมธี 4:12

        นักเทศน์คนหนึ่งพูดทีเล่นทีจริงว่า “ภรรยาของผมไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย เธอคาดหวังว่าผมจะดำเนินชีวิตเหมือนที่ผมเทศน์!” การบอกคนอื่นว่าสิ่งใดถูกหรือผิดนั้นง่ายกว่าการนำมาปฏิบัติเองมาก
        ตอนที่ผมกับลูกชายเล่นกอล์ฟด้วยกัน ผมสามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าจะต้องตีอย่างไร แต่น่าเสียดายที่ความสามารถในการตีของผมมีจำกัด ผมคิดว่าคำว่านักกีฬาที่ “เก่งแต่ทฤษฎี” คงจะหมายถึงอย่างนี้ ใครก็สามารถพูดได้เป็นฉากๆ แต่การจะเล่นให้ดีนั้นยากกว่ากันมากนัก
        การติดตามพระคริสต์ก็เช่นเดียวกัน แค่การพูดเรื่องความเชื่อนั้นยังไม่เพียงพอ เราต้องดำเนินชีวิตตามความเชื่อนั้นด้วย ด้วยเหตุนี้หลังจากที่เปาโลสอนเรื่องการเทศนาแก่ทิโมธีแล้ว จึงย้ำอีกด้วยว่า “อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์…จงปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ โดยถือเป็นชีวิตจิตใจ” (1 ทธ.4:12, 15)
        ในฐานะที่เราเป็นผู้ติดตามพระคริสต์ เราเก่งแต่ทฤษฎีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องดำเนินชีวิตที่เป็นแบบอย่างแห่งความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เราต้องเป็นผู้ปฏิบัติด้วย – BC

 การกระทำของเราบ่งบอกไหม
 ว่าพระคริสต์สถิตในชีวิตเรา
 ใช้ชีวิตเพื่อพระองค์อยู่หรือเปล่า
ที่ทำงานที่บ้านเราเป็นอย่างไร – D. De Haan

พระเจ้าทรงพอพระทัย เมื่อเราปฏิบัติสอดคล้องกับคำพูด