<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; ความสัตย์ซื่อ</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ทั้งใกล้และไกล</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/27/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/27/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัตย์ซื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1721</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2010 อ่าน: มัทธิว 15:7-20 ขอทรงหันนัยน์ตาของข้าพระองค์ ไปจากการมองดูสิ่งอนิจจัง และขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ในพระมรรคาของพระองค์ &#8211; สดุดี 119:37 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 120-122, 1 โครินธ์ 9 ฉันนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในสวนที่เงียบสงบ เจ้าแม็กกี้ สุนัขของเราหมอบอยู่ข้างๆ เพียงแค่เสียงกรอบแกรบของใบไม้ แม็กกี้จะลุกขึ้นทันทีและวิ่งวนรอบต้นไม้ซึ่งมีตัวกราวน์ฮอค เกาะแน่นอยู่กับลำต้น แม็กกี้วิ่งกลับมาเมื่อฉันเรียกชื่อมัน แต่ฉันไม่สามารถทำให้มันหันหาฉันได้ คอของมันหันไปทางเดียวเหมือนถูกตรึง แม้ว่าตัวมันจะอยู่กับฉัน แต่ความคิดความปรารถนาของมันอยู่ที่ตัวกราวน์ฮอค แม็กกี้และกราวน์ฮอคทำให้ฉันคิดถึงตัวเองที่ถูกสิ่งต่างๆ ดึงอย่างรวดเร็วให้เลิกสนใจพระเยซู ไม่ว่าจะเป็นการทดลองในเรื่องเดิมๆ ความรับผิดชอบใหม่ หรือความปรารถนาสิ่งของต่างๆ หรือความสุขที่ไม่รู้จบ ไม่นาน สิ่งเหล่านี้สามารถเบนให้ฉันเลิกสนใจพระองค์ผู้ทรงทราบและต้องการให้ฉันได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ปัญหาฝ่ายวิญญาณนี้ก็เกิดขึ้นกับพวกฟาริสีเช่นกัน (มธ.15:8-9) พวกเขาปรนนิบัติพระเจ้าอยู่ในพระวิหาร สั่งสอนผู้อื่น แต่จิตใจกลับห่างไกลพระเจ้า เราก็อาจสอนและรับใช้ในคริสตจักร แต่ห่างไกลจากพระเจ้าก็ได้ แม้แต่กิจกรรมทางศาสนาก็อาจจะไร้ความหมาย หากเราไม่ได้จดจ่ออยู่ที่พระเยซู แต่หากเราเลิก “หัวแข็งใจดื้อหูตึง” (กจ.7:51) องค์พระผู้เป็นเจ้าก็อาจจะหันนัยน์ตาของเราให้พ้นจากสิ่งอนิจจังและฟื้นฟูจิตใจเราขึ้นใหม่ &#8211; JAL [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: มัทธิว 15:7-20</span><br />
<span class="biblemessage">ขอทรงหันนัยน์ตาของข้าพระองค์ ไปจากการมองดูสิ่งอนิจจัง และขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ในพระมรรคาของพระองค์  &#8211; สดุดี 119:37 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 120-122, 1 โครินธ์ 9</p>
<div id="mana_contents">
<p>ฉันนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในสวนที่เงียบสงบ เจ้าแม็กกี้ สุนัขของเราหมอบอยู่ข้างๆ เพียงแค่เสียงกรอบแกรบของใบไม้ แม็กกี้จะลุกขึ้นทันทีและวิ่งวนรอบต้นไม้ซึ่งมีตัวกราวน์ฮอค เกาะแน่นอยู่กับลำต้น
<p>แม็กกี้วิ่งกลับมาเมื่อฉันเรียกชื่อมัน แต่ฉันไม่สามารถทำให้มันหันหาฉันได้ คอของมันหันไปทางเดียวเหมือนถูกตรึง แม้ว่าตัวมันจะอยู่กับฉัน แต่ความคิดความปรารถนาของมันอยู่ที่ตัวกราวน์ฮอค
<p>แม็กกี้และกราวน์ฮอคทำให้ฉันคิดถึงตัวเองที่ถูกสิ่งต่างๆ ดึงอย่างรวดเร็วให้เลิกสนใจพระเยซู ไม่ว่าจะเป็นการทดลองในเรื่องเดิมๆ ความรับผิดชอบใหม่ หรือความปรารถนาสิ่งของต่างๆ หรือความสุขที่ไม่รู้จบ ไม่นาน สิ่งเหล่านี้สามารถเบนให้ฉันเลิกสนใจพระองค์ผู้ทรงทราบและต้องการให้ฉันได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
<p>ปัญหาฝ่ายวิญญาณนี้ก็เกิดขึ้นกับพวกฟาริสีเช่นกัน (มธ.15:8-9) พวกเขาปรนนิบัติพระเจ้าอยู่ในพระวิหาร สั่งสอนผู้อื่น แต่จิตใจกลับห่างไกลพระเจ้า
<p>เราก็อาจสอนและรับใช้ในคริสตจักร แต่ห่างไกลจากพระเจ้าก็ได้ แม้แต่กิจกรรมทางศาสนาก็อาจจะไร้ความหมาย หากเราไม่ได้จดจ่ออยู่ที่พระเยซู แต่หากเราเลิก “หัวแข็งใจดื้อหูตึง” (กจ.7:51) องค์พระผู้เป็นเจ้าก็อาจจะหันนัยน์ตาของเราให้พ้นจากสิ่งอนิจจังและฟื้นฟูจิตใจเราขึ้นใหม่ &#8211; JAL
</p></div>
<p class="poem">
บางคนที่ติดตามองค์พระคริสต์  อุปสรรคเพียงนิดคิดยอมแพ้ <br />
แต่หากมุ่งมองพระองค์ให้แน่วแน่  ไม่หลงจากทางเที่ยงแท้ของพระองค์ – Sper
</p>
<p class="remark">เมื่อพระคริสต์อยู่ที่ศูนย์กลางของชีวิต สิ่งอื่นๆ ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม</p>
<p><span id="more-1721"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100827.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/27/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตแสนสั้น</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/19/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/19/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Jun 2010 17:01:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัตย์ซื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1561</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2010 อ่าน: สดุดี 90 กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ&#8230;แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแตงานและความลำบาก ไม่ชก็สูญไปและข้าพระองค์กจากไป &#8211; สดุดี 90:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 12-13, กิจการ 4:23-37 ในวันที่ 19 ตุลาคม 2008 ผมได้ยินข่าวการเสียชีวิตของลีไว สตับส์ วัย 72 ปี นักร้องนำวงเดอะโฟร์ท็อปส์แห่งเมืองโมทาวน์ เมื่อยังเด็ก ผมชื่นชอบวงโฟร์ท็อปส์ โดยเฉพาะน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของสตับส์ ผมไม่เคยเจอเขาหรือไปชมการแสดงของวงนี้เลย แต่การจากไปของเขากลับทำให้ผมสะเทือนใจอย่างคาดไม่ถึง ผมคิดว่าที่ผมเสียใจ เป็นเพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ผมตระหนักว่า ผมเองก็อายุมากแล้วเช่น่กัน การเสียชีวิตของคนที่ผมเคยฟังเพลงของเขา้าเมื่อยังเด็ก เตือนผมว่า เวลาไม่ได้กำลังเดินหน้า ็แต่มันกำลังจะสิ้นสุด! โมเสสเขียนไว้ในสดุดีบทเดียวของท่านว่า “กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ หรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป” (90:10) เราอาจไม่อยากได้ยิน เราอยากจะคงความหนุ่มสาวไว้ตลอดไป แต่พระคัมภีร์เตือนเราว่า เวลาผ่านไป และวันหนึ่งความตายจะมาถึง มีคำถามสำคัญสองข้อที่เราต้องตอบ คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 90</span><br />
<span class="biblemessage">กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ&#8230;แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแตงานและความลำบาก ไม่ชก็สูญไปและข้าพระองค์กจากไป &#8211; สดุดี 90:10</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เนหะมีย์ 12-13, กิจการ 4:23-37</p>
<div id="mana_contents">
<p>ในวันที่ 19 ตุลาคม 2008 ผมได้ยินข่าวการเสียชีวิตของลีไว สตับส์ วัย 72 ปี นักร้องนำวงเดอะโฟร์ท็อปส์แห่งเมืองโมทาวน์ เมื่อยังเด็ก ผมชื่นชอบวงโฟร์ท็อปส์ โดยเฉพาะน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของสตับส์ ผมไม่เคยเจอเขาหรือไปชมการแสดงของวงนี้เลย แต่การจากไปของเขากลับทำให้ผมสะเทือนใจอย่างคาดไม่ถึง  </p>
<p>ผมคิดว่าที่ผมเสียใจ เป็นเพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ผมตระหนักว่า ผมเองก็อายุมากแล้วเช่น่กัน การเสียชีวิตของคนที่ผมเคยฟังเพลงของเขา้าเมื่อยังเด็ก เตือนผมว่า เวลาไม่ได้กำลังเดินหน้า ็แต่มันกำลังจะสิ้นสุด!  </p>
<p>โมเสสเขียนไว้ในสดุดีบทเดียวของท่านว่า “กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ หรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป” (90:10) เราอาจไม่อยากได้ยิน เราอยากจะคงความหนุ่มสาวไว้ตลอดไป แต่พระคัมภีร์เตือนเราว่า เวลาผ่านไป และวันหนึ่งความตายจะมาถึง  </p>
<p>มีคำถามสำคัญสองข้อที่เราต้องตอบ คือ เมื่อชีวิตสิ้นสุดลง ฉันพร้อมที่จะ “จากไป” โดยมีพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดหรือไม่? และ ฉันได้ใช้แต่ละวันที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้พระองค์ผู้ทรงรักฉันอย่างไม่สิ้นสุดพอพระทัยหรือไม่?  </p>
<p>ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าใด คุณจะตอบสนองคำท้าทายของชีวิตอันแสนสั้นนี้อย่างไร? &#8211; BC
</p></div>
<p class="poem">
เวลาผ่านกำลังยิ่งถดถอย     		วันเดือนปีค่อยๆ เหลือน้อยลง <br />
วัยหนุ่มสาวผ่านแสนไวน่าพิศวง     	สารพัดไม่อยู่คงต้องล่วงไป <br />
แต่เรายังมีความหวังและจุดหมาย     	เพราะความตายแพ้พ่ายมิกรายใกล้ <br />
ด้วยเรามีป้อมปราการอันเกรียงไกร     	คือองค์พระผู้ไถ่แห่งชีวี &#8211; Gustafson
</p>
<p class="remark">คุณไม่สามารถกำหนดความยาวของชีวิต แต่คุณสามารถกำหนดความลึกของมันได้</p>
<p><span id="more-1561"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100619.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/19/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิ่ง!</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/13/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/13/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Jun 2010 17:01:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การรับใช้]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นเหมือนพระคริสต์]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัตย์ซื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1549</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2010 อ่าน: 1 โครินธ์ 9:19-27 ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้ &#8211; 1 โครินธ์ 9:24 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสรา 6-8, ยอห์น 21 ในภาพยนตร์เรื่อง เกียรติยศแห่งชัยชนะ (Chariots of Fire) มีตัวละครชื่อฮาโรลด์ อับราฮัมส์ ซึ่งเป็นนักวิ่งระยะสั้นระดับตำนานชาวอังกฤษ เขามุ่งแต่จะเอาชัยชนะ แต่ในการวิ่ง 100 เมตรรอบคัดเลือกเพื่อแข่งโอลิมปิกส์ ปี 1924 เขาแพ้เอริค ลิดเดลล์อย่างราบคาบ อับราฮัมส์สิ้นหวังอย่างยิ่ง เมื่อซิบิลแฟนสาว ของเขาพยายามให้กำลังใจ เขาตะโกนอย่างโกรธแค้นว่า “ผมวิ่งเพื่อชนะ ถ้าไม่ชนะ ผมก็ไม่วิ่ง!” ซิบิลตอบอย่างฉลาดว่า “ถ้าไม่วิ่ง ก็ไม่มีทางชนะ” ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราเองซึ่งเป็นคริสเตียนก็หนีไม่พ้นความผิดหวังที่ทำให้ เราอยากยอมแพ้ แต่การวิ่งในสนามแห่งชีวิตคริสเตียน เปาโลท้าทายให้เราวิ่งต่อไป ท่าน บอกชาวโครินธ์ว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 โครินธ์ 9:19-27</span><br />
<span class="biblemessage">ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้  &#8211; 1 โครินธ์ 9:24</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เอสรา 6-8, ยอห์น 21</p>
<div id="mana_contents">
<p>ในภาพยนตร์เรื่อง เกียรติยศแห่งชัยชนะ (Chariots of Fire) มีตัวละครชื่อฮาโรลด์  อับราฮัมส์ ซึ่งเป็นนักวิ่งระยะสั้นระดับตำนานชาวอังกฤษ เขามุ่งแต่จะเอาชัยชนะ แต่ในการวิ่ง 100 เมตรรอบคัดเลือกเพื่อแข่งโอลิมปิกส์  ปี 1924 เขาแพ้เอริค ลิดเดลล์อย่างราบคาบ อับราฮัมส์สิ้นหวังอย่างยิ่ง เมื่อซิบิลแฟนสาว ของเขาพยายามให้กำลังใจ เขาตะโกนอย่างโกรธแค้นว่า “ผมวิ่งเพื่อชนะ ถ้าไม่ชนะ ผมก็ไม่วิ่ง!” ซิบิลตอบอย่างฉลาดว่า “ถ้าไม่วิ่ง ก็ไม่มีทางชนะ”  </p>
<p>ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราเองซึ่งเป็นคริสเตียนก็หนีไม่พ้นความผิดหวังที่ทำให้ เราอยากยอมแพ้ แต่การวิ่งในสนามแห่งชีวิตคริสเตียน เปาโลท้าทายให้เราวิ่งต่อไป ท่าน บอกชาวโครินธ์ว่า “ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัล ให้ได้” (1 คร.9:24) เปาโลกล่าวว่า เราต้องวิ่งอย่างสัตย์ซื่อ ด้วยรู้ว่าเราวิ่งเพื่อถวายเกียรติแด่องค์จอมราชาและเพื่อรับรางวัลเป็นมงกุฎนิรันดร์จากพระองค์  </p>
<p>แต่ถ้าการวิ่งของเราเกิดสะดุด ถ้าเราเลิกรับใช้พระเจ้าหรือพ่ายแพ้ต่อบาปเพราะความลำบากของเรา เราก็เสี่ยงต่อการสูญเสียรางวัลล้ำค่าที่เราอาจได้รับถ้าเราวิ่งเต็มที่  </p>
<p>ซิบิลพูดถูก “ถ้าไม่วิ่ง ก็ไม่มีทางชนะ” &#8211; BC
</p></div>
<p class="poem">
บนหนทางชีวิตเราบากบั่น   <br />
เราแข่งขันเพื่อองค์จอมราชา <br />
เราผ่อนลงในยามที่เหนื่อยล้า  <br />
ในพระคุณพึ่งพาสู่เส้นชัย – Branon
</p>
<p class="remark">สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการได้รับเหรียญใดๆ คือการได้ยินพระองค์ตรัสว่า “ดีมาก!”</p>
<p><span id="more-1549"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100613.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/13/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิ่งแข่ง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/29/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/29/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 Jan 2010 17:01:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความพากเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัตย์ซื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1189</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 29 มกราคม อ่าน: 1 โครินธ์ 9:19-27 ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้ &#8211; 1 โครินธ์ 9:24 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 21-22, มัทธิว 19         สปิริดอน หลุยส์ มีชื่อเสียงโด่งดังในกรีก เพราะเหตุการณ์ในการแข่งขันโอลิมปิก ในปี 1896 ที่กลับมาจัดในกรุงเอเธนส์         ระหว่างการแข่งขัน นักกีฬาชาวกรีกทำคะแนนได้ค่อนข้างดี และเป็นเจ้าเหรียญทอง แต่เหตุการณ์ที่นำความภาคภูมิใจอย่างมากมาสู่กรีก คือการแข่งวิ่งมาราธอนครั้งแรก นักกรีฑาสิบเจ็ดคนวิ่งแข่งเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร แต่ผู้ชนะคือ หลุยส์ ซึ่งเป็นเพียงกรรมกรธรรมดาๆ ความพยายามของหลุยส์ ทำให้เขามีได้รับการยกย่องจากกษัตริย์และคนทั้งประเทศและเป็นวีรบุรุษของชาติ         เปาโลเปรียบเทียบชีวิตคริสเตียนเหมือนกับการวิ่งแข่ง ใน 1 โครินธ์ 9:24 ท่านท้าทายให้ เราไม่เพียงแต่วิ่ง แต่ให้วิ่งเพื่อชัยชนะ โดยกล่าวว่า “ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="“manadate”">วันศุกร์ที่ 29 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: 1 โครินธ์ 9:19-27 </span><br />
<span class="biblemessage">ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้ &#8211; 1 โครินธ์ 9:24 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 21-22, มัทธิว 19</p>
<p>        สปิริดอน หลุยส์ มีชื่อเสียงโด่งดังในกรีก เพราะเหตุการณ์ในการแข่งขันโอลิมปิก ในปี 1896 ที่กลับมาจัดในกรุงเอเธนส์<br />
        ระหว่างการแข่งขัน นักกีฬาชาวกรีกทำคะแนนได้ค่อนข้างดี และเป็นเจ้าเหรียญทอง แต่เหตุการณ์ที่นำความภาคภูมิใจอย่างมากมาสู่กรีก คือการแข่งวิ่งมาราธอนครั้งแรก นักกรีฑาสิบเจ็ดคนวิ่งแข่งเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร แต่ผู้ชนะคือ หลุยส์ ซึ่งเป็นเพียงกรรมกรธรรมดาๆ ความพยายามของหลุยส์ ทำให้เขามีได้รับการยกย่องจากกษัตริย์และคนทั้งประเทศและเป็นวีรบุรุษของชาติ<br />
        เปาโลเปรียบเทียบชีวิตคริสเตียนเหมือนกับการวิ่งแข่ง ใน 1 โครินธ์ 9:24 ท่านท้าทายให้ เราไม่เพียงแต่วิ่ง แต่ให้วิ่งเพื่อชัยชนะ โดยกล่าวว่า “ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้” ท่านไม่เพียงแต่สอน แต่เป็นแบบอย่างด้วย ในจดหมายฉบับสุดท้าย ท่านบอกว่า “ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว” (2 ทธ.4:7) เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน เปาโลจึงชื่นชมยินดีในความหวังที่จะได้รับมงกุฎแห่งชัยชนะจากจอมกษัตริย์แห่งสวรรค์<br />
        จงวิ่งอย่างเต็มกำลังเหมือนเปาโลเพื่อชนะการแข่งขันในโลกนี้ และเป็นที่พอพระทัยจอมกษัตริย์ของเรา &#8211; BC</p>
<p class="poem">บนเส้นทางชีวิตเราวิ่งไป<br />
พยายามสุดใจด้วยมุ่งมั่น<br />
อุปสรรคอย่างไรไม่ไหวหวั่น<br />
นำชัยนั้นถวายองค์จอมราชา – Branon</p>
<p class="remark">การแข่งขันของคริสเตียนไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่เป็นการวิ่งมาราธอน</p>
<p><span id="more-1189"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100129.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/29/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กริยาวิเศษณ์</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/07/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/07/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jan 2010 17:01:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัตย์ซื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1114</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 7 มกราคม อ่าน: โคโลสี 3:8-17 แต่เราก็มีพระทัยของพระคริสต์ &#8211; 1 โครินธ์ 2:16 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 18-19, มัทธิว 6:1-18         พวกพูริตันมีวิธีเชื่อมโยงชีวิตกับพระผู้ทรงสร้างได้อย่างชาญฉลาด โดยการรวมทั้งสองโลกเข้าด้วยกันแทนที่จะแยกเป็น ฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายวิญญาณ พวกเขายึดสุภาษิตที่ว่า “พระเจ้าทรงชอบกริยาวิเศษณ์ พระองค์ไม่สนใจว่าดีมากแค่ไหน แต่ทำดีอย่างไร” กริยาวิเศษณ์คือคำขยายกริยา ใช้อธิบายการกระทำและสิ่งที่เราทำ สุภาษิตนี้ หมายความว่าพระเจ้าสนพระทัยกับท่าทีในการใช้ชีวิตมากกว่าผลลัพธ์ที่จับต้องได้         การทำให้พระเจ้าพอพระทัยไม่ได้หมายถึง การยุ่งวุ่นวายกับกิจกรรม “ฝ่ายวิญญาณ” แต่ดังที่พวกพูริตันกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้านหรือเทศนา ใส่เกือกม้าหรือแปลพระคัมภีร์ กิจกรรมทุกอย่างของมนุษย์ก็คือเครื่องถวายแด่พระเจ้า         เราใช้เวลามากมายสาละวนกับกิจธุระ แต่เปาโลเตือนเราว่า “แต่เราก็มี พระทัยของพระคริสต์” (1 คร.2:16) ความจริงนี้มีไว้เพื่อเป็นแนวทางให้ทุก สิ่งที่เราทำไม่ว่าจะเป็น การดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา อาบน้ำให้ลูก นั่งคุยกับ เพื่อนบ้าน รับเรื่องร้องเรียนของลูกค้า กรอกข้อมูลคนไข้ในห้องพยาบาล นั่งรอรถติด เลื่อยไม้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="“manadate”">วันพฤหัสที่ 7 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: โคโลสี 3:8-17 </span><br />
<span class="biblemessage">แต่เราก็มีพระทัยของพระคริสต์ &#8211; 1 โครินธ์ 2:16 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 18-19, มัทธิว 6:1-18</p>
<p>        พวกพูริตันมีวิธีเชื่อมโยงชีวิตกับพระผู้ทรงสร้างได้อย่างชาญฉลาด โดยการรวมทั้งสองโลกเข้าด้วยกันแทนที่จะแยกเป็น ฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายวิญญาณ พวกเขายึดสุภาษิตที่ว่า “พระเจ้าทรงชอบกริยาวิเศษณ์ พระองค์ไม่สนใจว่าดีมากแค่ไหน แต่ทำดีอย่างไร” กริยาวิเศษณ์คือคำขยายกริยา ใช้อธิบายการกระทำและสิ่งที่เราทำ สุภาษิตนี้ หมายความว่าพระเจ้าสนพระทัยกับท่าทีในการใช้ชีวิตมากกว่าผลลัพธ์ที่จับต้องได้<br />
        การทำให้พระเจ้าพอพระทัยไม่ได้หมายถึง การยุ่งวุ่นวายกับกิจกรรม “ฝ่ายวิญญาณ” แต่ดังที่พวกพูริตันกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้านหรือเทศนา ใส่เกือกม้าหรือแปลพระคัมภีร์ กิจกรรมทุกอย่างของมนุษย์ก็คือเครื่องถวายแด่พระเจ้า<br />
        เราใช้เวลามากมายสาละวนกับกิจธุระ แต่เปาโลเตือนเราว่า “แต่เราก็มี พระทัยของพระคริสต์” (1 คร.2:16) ความจริงนี้มีไว้เพื่อเป็นแนวทางให้ทุก สิ่งที่เราทำไม่ว่าจะเป็น การดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา อาบน้ำให้ลูก นั่งคุยกับ เพื่อนบ้าน รับเรื่องร้องเรียนของลูกค้า กรอกข้อมูลคนไข้ในห้องพยาบาล นั่งรอรถติด เลื่อยไม้ ให้คำแนะนำ ซื้อของเข้าบ้าน<br />
        เราต้องมีความเชื่อและจิตใจอย่างองค์พระเยซู เราจึงจะเห็นคุณค่าอันเป็นนิรันดร์ในกิจวัตรประจำวันที่ธรรมดาที่สุดที่เราทำ – PY</p>
<p class="poem">เมื่อทำงานหน้าที่ประจำวัน<br />
จิตใจฉันสรรเสริญทุกเวลา<br />
เพราะพระเจ้าสัญญาแน่นอนว่า<br />
จะประทานกำลังมาทุกๆ วัน – Tovey</p>
<p class="remark">โลกนี้ดูที่ความสำเร็จ แต่พระเจ้าทอดพระเนตรความสัตย์ซื่อ</p>
<p> <span id="more-1114"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100107.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/07/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุ้มที่จะตาย</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Oct 2009 17:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัตย์ซื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=781</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม อ่าน: ฟีลิปปี 1:19-26 เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร -ฟีลิปปี 1:21 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 23-25, ฟีลิปปี 1         โซฟี โชลล์เป็นหญิงสาวชาวเยอรมันในยุค ทศวรรษ 1940 เธอเห็นความเสื่อมถอยของประเทศชาติภายใต้กฎเหล็กของนาซี และเธอตั้งใจจะสร้างความเปลี่ยนแปลง เธอและพี่ชายกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆจึงเริ่มประท้วงอย่างสงบต่อการกระทำและแนวคิดที่นาซีเผยแพร่แก่ประชาชน         โซฟีและคนอื่นๆ ถูกจับและถูกประหารเนื่องจากพูดต่อต้านความชั่วร้ายในประเทศ เธอไม่ได้อยากตาย แต่เธอเห็นว่าต้องมีคนพูดถึงสภาพบ้านเมือง แม้เธอจะต้องตายก็ตาม         เรื่องราวของโซฟีได้ตั้งคำถามที่สำคัญ สำหรับเราเช่นกัน เราเต็มใจจะตายเพื่อสิ่งใด? จิม เอลเลียต, เนต เซนต์, พีต เฟลมมิ่ง, โรเจอร์ โยเดอเรียน, และเอ็ด แมคเคอลีย์ สละชีวิตในป่าในอเมริกาใต้ เพราะพวกเขาตั้งใจจะประกาศพระกิตติคุณ เอลเลียตแสดงให้เห็นจิตใจแห่งการเสียสละนี้ด้วยคำพูดที่ว่า &#8220;คนฉลาดให้สิ่งที่มิอาจรักษาไว้ได้ เพื่อรักษาสิ่งที่มิอาจสูญเสียไปได้&#8221; เปาโลกล่าวว่า &#8220;เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร&#8221; (ฟป.1:21)         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม </span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ฟีลิปปี 1:19-26 </span><br />
<span class="biblemessage">เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร -ฟีลิปปี 1:21 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 23-25, ฟีลิปปี 1</p>
<p>        โซฟี โชลล์เป็นหญิงสาวชาวเยอรมันในยุค ทศวรรษ 1940 เธอเห็นความเสื่อมถอยของประเทศชาติภายใต้กฎเหล็กของนาซี และเธอตั้งใจจะสร้างความเปลี่ยนแปลง เธอและพี่ชายกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆจึงเริ่มประท้วงอย่างสงบต่อการกระทำและแนวคิดที่นาซีเผยแพร่แก่ประชาชน<br />
        โซฟีและคนอื่นๆ ถูกจับและถูกประหารเนื่องจากพูดต่อต้านความชั่วร้ายในประเทศ เธอไม่ได้อยากตาย แต่เธอเห็นว่าต้องมีคนพูดถึงสภาพบ้านเมือง แม้เธอจะต้องตายก็ตาม<br />
        เรื่องราวของโซฟีได้ตั้งคำถามที่สำคัญ สำหรับเราเช่นกัน เราเต็มใจจะตายเพื่อสิ่งใด? จิม เอลเลียต, เนต เซนต์, พีต เฟลมมิ่ง, โรเจอร์ โยเดอเรียน, และเอ็ด แมคเคอลีย์ สละชีวิตในป่าในอเมริกาใต้ เพราะพวกเขาตั้งใจจะประกาศพระกิตติคุณ เอลเลียตแสดงให้เห็นจิตใจแห่งการเสียสละนี้ด้วยคำพูดที่ว่า &#8220;คนฉลาดให้สิ่งที่มิอาจรักษาไว้ได้ เพื่อรักษาสิ่งที่มิอาจสูญเสียไปได้&#8221; เปาโลกล่าวว่า &#8220;เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร&#8221; (ฟป.1:21)<br />
        บางสิ่งก็คุ้มค่าที่เราจะตายเพื่อสิ่งนั้น และเราจะได้รับรางวัลจากพระองค์ผู้ตรัสว่า &#8220;ดีแล้ว เจ้าเป็นทาสดีและสัตย์ซื่อ&#8221; (มธ.25:21, 23) &#8211; BC</p>
<p class="poem">พระเจ้าช่วยอย่าให้ข้าต้องหวั่นเกรง<br />
การข่มเหงที่มาถึงเบื้องหน้า<br />
เมื่อถึงวันพระคริสต์เสด็จมา<br />
ได้มงกุฎโสภาจากพระองค์ – Bosch</p>
<p class="remark">ผู้ที่แบกกางเขนอย่างสัตย์ซื่อในชีวิตนี้<br />
จะสวมมงกุฏในชีวิตหน้า</p>
<p><span id="more-781"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091005.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/05/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สัตย์ซื่อแค่ไหน?</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/11/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/11/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2009 17:01:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัตย์ซื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=613</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 11 กันยายน อ่าน: กิจการ 5:1-11 บรรดาผู้ที่ประพฤติความซื่อสัตย์เป็นที่ปีติยินดีแด่พระองค์ &#8211; สุภาษิต 12:22 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 10-12, 2 โครินธ์ 4         นิตยสารวันของผู้หญิง (Woman’s Day) ได้สำรวจประชาชนกว่า 2,000 คนเพื่อวัดระดับความซื่อสัตย์ เมื่อถามว่า &#8220;คุณซื่อสัตย์แค่ไหน?&#8221; ประชาชนร้อยละ 48 บอกว่าตนเองซื่อสัตย์มาก ส่วนอีกร้อยละ 50 บอกว่าค่อนข้างซื่อสัตย์ และอีกร้อยละ 2 บอกว่า ไม่ค่อยซื่อสัตย์เท่าไหร่         ผู้ร่วมการสำรวจร้อยละ 68 ยอมรับว่าพวกเขาเคยนำวัสดุของที่ทำงานไปใช้ส่วนตัว และอีกร้อยละ 40 ยอมรับว่า ถ้าพวกเขารู้ว่าโกงภาษีแล้วไม่ถูกจับ พวกเขาก็จะทำ         อานาเนีย กับสัปฟีรา คงคิดว่าตนเองจะี โกหกแล้วรอดพ้นไปได้ (กจ.5:1-11) แต่เขาทั้งสองก็รู้ได้ในทันทีว่าหนีไม่พ้น เมื่อเปโตรตำหนิว่าพวกเขาโกหกพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทันใดนั้นเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กิจการ 5:1-11</span><br />
<span class="biblemessage">บรรดาผู้ที่ประพฤติความซื่อสัตย์เป็นที่ปีติยินดีแด่พระองค์ &#8211; สุภาษิต 12:22</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 10-12, 2 โครินธ์ 4</p>
<p>        นิตยสารวันของผู้หญิง (Woman’s Day) ได้สำรวจประชาชนกว่า 2,000 คนเพื่อวัดระดับความซื่อสัตย์ เมื่อถามว่า &#8220;คุณซื่อสัตย์แค่ไหน?&#8221; ประชาชนร้อยละ 48 บอกว่าตนเองซื่อสัตย์มาก ส่วนอีกร้อยละ 50 บอกว่าค่อนข้างซื่อสัตย์ และอีกร้อยละ 2 บอกว่า ไม่ค่อยซื่อสัตย์เท่าไหร่<br />
        ผู้ร่วมการสำรวจร้อยละ 68 ยอมรับว่าพวกเขาเคยนำวัสดุของที่ทำงานไปใช้ส่วนตัว และอีกร้อยละ 40 ยอมรับว่า ถ้าพวกเขารู้ว่าโกงภาษีแล้วไม่ถูกจับ พวกเขาก็จะทำ<br />
        อานาเนีย กับสัปฟีรา คงคิดว่าตนเองจะี โกหกแล้วรอดพ้นไปได้ (กจ.5:1-11) แต่เขาทั้งสองก็รู้ได้ในทันทีว่าหนีไม่พ้น เมื่อเปโตรตำหนิว่าพวกเขาโกหกพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทันใดนั้นเอง พวกเขาก็ล้มลงตาย (ข้อ 5,10)<br />
        พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะรักษาคริสตจักรใหม่ของพระองค์ให้บริสุทธิ์ เพื่อพระองค์จะสามารถใช้ผู้เชื่อเหล่านั้นในชีวิตของคนอื่นๆต่อไป ดังเช่นที่อาจารย์สอนพระคัมภีร์ จี. แคมเบล มอร์แกน ได้กล่าวว่า &#8220;คริสตจักรที่บริสุทธิ์คือคริสตจักรที่มีฤทธิ์เดช&#8230;ฤทธิ์อำนาจเดียว(ที่สามารถทำให้) คริสตจักรบริสุทธิ์ได้คือ ฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณของพระเจ้าที่ทรงสถิตอยู่ด้วย&#8221; ความบริสุทธิ์ของคริสตจักรทำให้คำพยานเลื่องลือไป และ &#8220;มีชายหญิงเป็นอันมากที่เชื่อถือได้ เข้ามาเป็นสาวกของพระเจ้ามากกว่าก่อน&#8221; (ข้อ 14)<br />
        ให้เราเป็นคนที่ &#8220;ประพฤติความซื่อสัตย์&#8221; (สภษ.12:22) เพื่อพระเจ้าจะทรงใช้เราได้ &#8211; AMC</p>
<p class="poem">พระวิญญาณพระเจ้าโปรดช่วยข้า<br />
ให้รักษาสัญญาที่จำนรรจ์<br />
ลั่นวาจาคำไหนเป็นคำนั้น<br />
เพื่อผู้ฟังจะเชื่อมั่นมิคลางแคลง<br />
-D.De Haan</p>
<p class="remark">ความซื่อสัตย์ไม่มีคำว่ามากหรือน้อย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/11/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคปฏิบัติ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/24/walk-the-walk/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/24/walk-the-walk/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2009 17:01:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัตย์ซื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=409</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 35-36, กิจการ 25 อ่าน: 1 ทิโมธี 4:6-16 จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อและในความบริสุทธิ์ &#8211; 1 ทิโมธี 4:12         นักเทศน์คนหนึ่งพูดทีเล่นทีจริงว่า “ภรรยาของผมไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย เธอคาดหวังว่าผมจะดำเนินชีวิตเหมือนที่ผมเทศน์!” การบอกคนอื่นว่าสิ่งใดถูกหรือผิดนั้นง่ายกว่าการนำมาปฏิบัติเองมาก         ตอนที่ผมกับลูกชายเล่นกอล์ฟด้วยกัน ผมสามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าจะต้องตีอย่างไร แต่น่าเสียดายที่ความสามารถในการตีของผมมีจำกัด ผมคิดว่าคำว่านักกีฬาที่ “เก่งแต่ทฤษฎี” คงจะหมายถึงอย่างนี้ ใครก็สามารถพูดได้เป็นฉากๆ แต่การจะเล่นให้ดีนั้นยากกว่ากันมากนัก         การติดตามพระคริสต์ก็เช่นเดียวกัน แค่การพูดเรื่องความเชื่อนั้นยังไม่เพียงพอ เราต้องดำเนินชีวิตตามความเชื่อนั้นด้วย ด้วยเหตุนี้หลังจากที่เปาโลสอนเรื่องการเทศนาแก่ทิโมธีแล้ว จึงย้ำอีกด้วยว่า “อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์&#8230;จงปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ โดยถือเป็นชีวิตจิตใจ” (1 ทธ.4:12, 15)         ในฐานะที่เราเป็นผู้ติดตามพระคริสต์ เราเก่งแต่ทฤษฎีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 35-36, กิจการ 25</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> 1 ทิโมธี 4:6-16<br />
จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อและในความบริสุทธิ์ &#8211; 1 ทิโมธี 4:12</p>
<p>        นักเทศน์คนหนึ่งพูดทีเล่นทีจริงว่า “ภรรยาของผมไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย เธอคาดหวังว่าผมจะดำเนินชีวิตเหมือนที่ผมเทศน์!” การบอกคนอื่นว่าสิ่งใดถูกหรือผิดนั้นง่ายกว่าการนำมาปฏิบัติเองมาก<br />
        ตอนที่ผมกับลูกชายเล่นกอล์ฟด้วยกัน ผมสามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าจะต้องตีอย่างไร แต่น่าเสียดายที่ความสามารถในการตีของผมมีจำกัด ผมคิดว่าคำว่านักกีฬาที่ “เก่งแต่ทฤษฎี” คงจะหมายถึงอย่างนี้ ใครก็สามารถพูดได้เป็นฉากๆ แต่การจะเล่นให้ดีนั้นยากกว่ากันมากนัก<br />
        การติดตามพระคริสต์ก็เช่นเดียวกัน แค่การพูดเรื่องความเชื่อนั้นยังไม่เพียงพอ เราต้องดำเนินชีวิตตามความเชื่อนั้นด้วย ด้วยเหตุนี้หลังจากที่เปาโลสอนเรื่องการเทศนาแก่ทิโมธีแล้ว จึงย้ำอีกด้วยว่า “อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์&#8230;จงปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ โดยถือเป็นชีวิตจิตใจ” (1 ทธ.4:12, 15)<br />
        ในฐานะที่เราเป็นผู้ติดตามพระคริสต์ เราเก่งแต่ทฤษฎีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องดำเนินชีวิตที่เป็นแบบอย่างแห่งความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เราต้องเป็นผู้ปฏิบัติด้วย – BC</p>
<p class="poem">
 การกระทำของเราบ่งบอกไหม<br />
 ว่าพระคริสต์สถิตในชีวิตเรา<br />
 ใช้ชีวิตเพื่อพระองค์อยู่หรือเปล่า<br />
ที่ทำงานที่บ้านเราเป็นอย่างไร &#8211; D. De Haan</p>
<p class="remark">พระเจ้าทรงพอพระทัย เมื่อเราปฏิบัติสอดคล้องกับคำพูด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/24/walk-the-walk/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

