วันศุกร์ที่ 29 มกราคม
อ่าน: 1 โครินธ์ 9:19-27
ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้ – 1 โครินธ์ 9:24
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 21-22, มัทธิว 19
สปิริดอน หลุยส์ มีชื่อเสียงโด่งดังในกรีก เพราะเหตุการณ์ในการแข่งขันโอลิมปิก ในปี 1896 ที่กลับมาจัดในกรุงเอเธนส์
ระหว่างการแข่งขัน นักกีฬาชาวกรีกทำคะแนนได้ค่อนข้างดี และเป็นเจ้าเหรียญทอง แต่เหตุการณ์ที่นำความภาคภูมิใจอย่างมากมาสู่กรีก คือการแข่งวิ่งมาราธอนครั้งแรก นักกรีฑาสิบเจ็ดคนวิ่งแข่งเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร แต่ผู้ชนะคือ หลุยส์ ซึ่งเป็นเพียงกรรมกรธรรมดาๆ ความพยายามของหลุยส์ ทำให้เขามีได้รับการยกย่องจากกษัตริย์และคนทั้งประเทศและเป็นวีรบุรุษของชาติ
เปาโลเปรียบเทียบชีวิตคริสเตียนเหมือนกับการวิ่งแข่ง ใน 1 โครินธ์ 9:24 ท่านท้าทายให้ เราไม่เพียงแต่วิ่ง แต่ให้วิ่งเพื่อชัยชนะ โดยกล่าวว่า “ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้” ท่านไม่เพียงแต่สอน แต่เป็นแบบอย่างด้วย ในจดหมายฉบับสุดท้าย ท่านบอกว่า “ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว” (2 ทธ.4:7) เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน เปาโลจึงชื่นชมยินดีในความหวังที่จะได้รับมงกุฎแห่งชัยชนะจากจอมกษัตริย์แห่งสวรรค์
จงวิ่งอย่างเต็มกำลังเหมือนเปาโลเพื่อชนะการแข่งขันในโลกนี้ และเป็นที่พอพระทัยจอมกษัตริย์ของเรา – BC
บนเส้นทางชีวิตเราวิ่งไป
พยายามสุดใจด้วยมุ่งมั่น
อุปสรรคอย่างไรไม่ไหวหวั่น
นำชัยนั้นถวายองค์จอมราชา – Branon
อ่านต่อ…
วันพฤหัสที่ 7 มกราคม
อ่าน: โคโลสี 3:8-17
แต่เราก็มีพระทัยของพระคริสต์ – 1 โครินธ์ 2:16
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 18-19, มัทธิว 6:1-18
พวกพูริตันมีวิธีเชื่อมโยงชีวิตกับพระผู้ทรงสร้างได้อย่างชาญฉลาด โดยการรวมทั้งสองโลกเข้าด้วยกันแทนที่จะแยกเป็น ฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายวิญญาณ พวกเขายึดสุภาษิตที่ว่า “พระเจ้าทรงชอบกริยาวิเศษณ์ พระองค์ไม่สนใจว่าดีมากแค่ไหน แต่ทำดีอย่างไร” กริยาวิเศษณ์คือคำขยายกริยา ใช้อธิบายการกระทำและสิ่งที่เราทำ สุภาษิตนี้ หมายความว่าพระเจ้าสนพระทัยกับท่าทีในการใช้ชีวิตมากกว่าผลลัพธ์ที่จับต้องได้
การทำให้พระเจ้าพอพระทัยไม่ได้หมายถึง การยุ่งวุ่นวายกับกิจกรรม “ฝ่ายวิญญาณ” แต่ดังที่พวกพูริตันกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้านหรือเทศนา ใส่เกือกม้าหรือแปลพระคัมภีร์ กิจกรรมทุกอย่างของมนุษย์ก็คือเครื่องถวายแด่พระเจ้า
เราใช้เวลามากมายสาละวนกับกิจธุระ แต่เปาโลเตือนเราว่า “แต่เราก็มี พระทัยของพระคริสต์” (1 คร.2:16) ความจริงนี้มีไว้เพื่อเป็นแนวทางให้ทุก สิ่งที่เราทำไม่ว่าจะเป็น การดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา อาบน้ำให้ลูก นั่งคุยกับ เพื่อนบ้าน รับเรื่องร้องเรียนของลูกค้า กรอกข้อมูลคนไข้ในห้องพยาบาล นั่งรอรถติด เลื่อยไม้ ให้คำแนะนำ ซื้อของเข้าบ้าน
เราต้องมีความเชื่อและจิตใจอย่างองค์พระเยซู เราจึงจะเห็นคุณค่าอันเป็นนิรันดร์ในกิจวัตรประจำวันที่ธรรมดาที่สุดที่เราทำ – PY
เมื่อทำงานหน้าที่ประจำวัน
จิตใจฉันสรรเสริญทุกเวลา
เพราะพระเจ้าสัญญาแน่นอนว่า
จะประทานกำลังมาทุกๆ วัน – Tovey
อ่านต่อ…
วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม
อ่าน: ฟีลิปปี 1:19-26
เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร -ฟีลิปปี 1:21
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 23-25, ฟีลิปปี 1
โซฟี โชลล์เป็นหญิงสาวชาวเยอรมันในยุค ทศวรรษ 1940 เธอเห็นความเสื่อมถอยของประเทศชาติภายใต้กฎเหล็กของนาซี และเธอตั้งใจจะสร้างความเปลี่ยนแปลง เธอและพี่ชายกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆจึงเริ่มประท้วงอย่างสงบต่อการกระทำและแนวคิดที่นาซีเผยแพร่แก่ประชาชน
โซฟีและคนอื่นๆ ถูกจับและถูกประหารเนื่องจากพูดต่อต้านความชั่วร้ายในประเทศ เธอไม่ได้อยากตาย แต่เธอเห็นว่าต้องมีคนพูดถึงสภาพบ้านเมือง แม้เธอจะต้องตายก็ตาม
เรื่องราวของโซฟีได้ตั้งคำถามที่สำคัญ สำหรับเราเช่นกัน เราเต็มใจจะตายเพื่อสิ่งใด? จิม เอลเลียต, เนต เซนต์, พีต เฟลมมิ่ง, โรเจอร์ โยเดอเรียน, และเอ็ด แมคเคอลีย์ สละชีวิตในป่าในอเมริกาใต้ เพราะพวกเขาตั้งใจจะประกาศพระกิตติคุณ เอลเลียตแสดงให้เห็นจิตใจแห่งการเสียสละนี้ด้วยคำพูดที่ว่า “คนฉลาดให้สิ่งที่มิอาจรักษาไว้ได้ เพื่อรักษาสิ่งที่มิอาจสูญเสียไปได้” เปาโลกล่าวว่า “เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร” (ฟป.1:21)
บางสิ่งก็คุ้มค่าที่เราจะตายเพื่อสิ่งนั้น และเราจะได้รับรางวัลจากพระองค์ผู้ตรัสว่า “ดีแล้ว เจ้าเป็นทาสดีและสัตย์ซื่อ” (มธ.25:21, 23) – BC
พระเจ้าช่วยอย่าให้ข้าต้องหวั่นเกรง
การข่มเหงที่มาถึงเบื้องหน้า
เมื่อถึงวันพระคริสต์เสด็จมา
ได้มงกุฎโสภาจากพระองค์ – Bosch
อ่านต่อ…