วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2010
อ่าน: ปฐมกาล 12:1-4; 21:1-7
ซาราห์ก็ตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่งให้อับราฮัมเมื่อท่านชรา ตามเวลาซึ่งพระเจ้าได้ตรัสกับท่าน – ปฐมกาล 21:2
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 107-109, 1 โครินธ์ 4
เวลาที่ใครพูดว่า “สัญญิง สัญญา” พร้อมกับถอนหายใจ หมายความว่าเขากำลังผิดหวังกับคนที่ไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ ยิ่งมีการผิดสัญญาบ่อยเท่าไหร่ ความเสียใจก็จะยิ่งมากและการถอนหายใจก็จะแรงขึ้นเท่านั้น
คุณเคยรู้สึกไหมว่าพระเจ้าไม่รักษาสัญญา? ทัศนคตินี้อาจเกิดขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป
พระเจ้าสัญญากับอับราฮัมว่า “เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่” (ปฐก.12:2) แต่ท่านต้องรอ ถึง 25 ปีกว่าอิสอัคบุตรชายจะถือกำเนิด (21:5) ในระหว่างนั้น ท่านเฝ้าถามพระเจ้าว่าท่านจะมีบุตรได้อย่างไร (15:2) และท่านถึงกับเลือกที่จะมีบุตรผ่านทางสาวใช้ของภรรยา (16:15) แม้ชีวิตของท่านจะมีขึ้นมีลง แต่พระเจ้าทรงย้ำเตือนอับราฮัมอยู่ตลอดเวลาถึงพระสัญญาที่จะประทานบุตรให้กับท่าน ในขณะเดียวกันก็ทรงเรียกร้องให้ท่านเดินไปกับพระองค์อย่างสัตย์ซื่อและด้วยความเชื่อ (17:1-2)
เมื่อเราอ้างพระสัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์ ไม่ว่าเรื่องสันติสุขภายในจิตใจ ความกล้าหาญ หรือการจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นให้กับเรา เราก็กำลังมอบตัวเองไว้ในพระหัตถ์และในกำหนดการของพระเจ้า บางครั้งขณะที่เรารอคอย เราอาจจะรู้สึกราวกับว่าพระเจ้าทรงลืมเราไปแล้ว แต่การวางใจในพระองค์เป็นการยึดมั่นความจริงที่ว่าพระเจ้ายังคงสัตย์ซื่อเมื่อเราเชื่อในพระสัญญาของพระองค์ ความมั่นใจอยู่ในใจของเรา แต่เวลาอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ – DCM
ข้ายึดมั่นในคำสัญญาที่ไม่เหลวไหล แม้ความทุกข์อยู่รอบตัวข้าก็ไม่ตกใจ
มีชีวิตโดยพระเยซูผู้ให้มีชัย ยึดมั่นในคำสัญญาของพระเจ้า – Carter
Read more…
วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม 2010
อ่าน: สดุดี 71
แม้จะถึงวัยชราและผมหงอกก็ตามข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย จนกว่าข้าพระองค์จะประกาศถึงอานุภาพของพระองค์แก่ชาติพันธุ์ถัดไป – สดุดี 71:18
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 13-15, กิจการ 19:21-41
เร็วๆนี้ที่ผมเดินทางโดยเครื่องบิน ผมเตรียมตัวจะทำงานสักหน่อย จึงเอาข้าวของออกมาวางไว้ที่โต๊ะหน้าที่นั่ง มีทั้งคอมพิวเตอร์พกพา หน่วยความจำสำรอง ไอพ็อต และอุปกรณ์อื่นๆ ที่บ่งบอกถึงการเป็น “อารยชนล้ำยุค” ของศตวรรษที่ 21 ขณะที่ผมทำงานอยู่ ชายหนุ่มที่นั่งข้างผมให้ความเห็นว่า คนหนุ่มอย่างเขาได้รับแรงบันดาลใจอย่างมาก ที่ได้เห็นคนอายุขนาดผมใช้อุปกรณ์นำสมัยอย่างทะมัดทะแมง ชายหนุ่มคนนั้นตั้งใจที่จะชม แต่ผมกลับรู้สึกทันทีเหมือนผมอายุสัก 120 ปี ผมสงสัยว่าเขาหมายความว่าอย่างไรที่ว่า “คนอายุขนาดผม” ผมเพิ่งอายุ “แค่” 57 เท่านั้น
ผมนึกถึงสดุดี 71 ซึ่งเป็นบทเพลงสำหรับคน “อายุขนาดผม” และอายุมากกว่าผม ทำให้เราระลึกถึงคุณค่าของชีวิตที่ดำเนินในครรลองและบทเรียนที่ได้เรียนรู้ ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อเราเท่านั้น แต่ยังให้เราส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ผู้เขียนสดุดีบอกว่า “แม้จะถึงวัยชราและผมหงอกก็ตาม ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย จนกว่าข้าพระองค์จะประกาศถึงอานุภาพของพระองค์แก่ชาติพันธุ์ถัดไปและฤทธิ์เดชของพระองค์แก่ผู้ที่จะเกิดมา”(ข้อ18)
ถ้าอย่างนั้น การเป็น “คนอายุขนาดผม” ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่เป็นสิทธิพิเศษของ “ทหารผ่านศึก” ผู้ติดตามพระคริสต์ ที่จะได้ประกาศถึงอานุภาพและฤทธิ์เดชของพระเจ้าให้แก่คนรุ่นหลัง นี่ล่ะคือสิ่งที่เราจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พวกเขาได้อย่างแท้จริง – BC
บรรพชนผู้ที่ไว้วางใจ พระคำของพระเจ้าได้ผ่านมรรคา
ที่เราต้องดำเนินและฟันฝ่า การต่อสู้ข้างหน้าเราโรมรัน
ดังนั้นเราพึงสดับฟังวาจา ถ้อยคำท่านสนทนามีค่าล้ำ
จงเรียนรู้ปัญญาสัจธรรม แบบอย่างนำมาใช้ในชีวี – Branon
Read more…
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2010
อ่าน: 1 ทิโมธี 6:6-10, 17-19
สำหรับคนเหล่านั้นที่มั่งมีฝ่ายโลก จงกำชับเขาอย่าใหมีมานะทิฐิ หรือให้เขามุ่งหวังในทรัพย์ที่ไม่เที่ยง แต่จงหวังในพระเจ้าผู้ทรงประทานทุกสิ่ง – 1 ทิโมธี 6:17
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 10-11, กิจการ 4:1-22
ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลกปี 2008 แม่ม่ายคนหนึ่งต้องสูญเสียรายได้ไปหนึ่งในสาม เพราะธนาคารที่เธอมีหุ้นอยู่ล้มละลาย ทำให้เธอไม่ได้เงินปันผลอีกต่อไป วารสารวอลล์สตรีท ตีพิมพ์คำพูดทั้งน้ำตาของเธอ เช่นเดียวกับความรู้สึกของคนอีกมากมายที่ได้รับผลกระทบแบบนี้ว่า “คุณอาจเคยคิดว่า ‘สิ่งนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้’ ยังมีอะไรที่มั่นคงอีก” ี
ช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าและยากลำบาก้กระตุกความคิดของเราเสมอ เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้แผนการและความคาดหวังของเราพัง่ทลาย แท้จริงแล้วมีแหล่งแห่งความมั่นคงแท้เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่เปลี่ยนแปลงนี้ เราจึง รับฟังถ้อยคำของเปาโลด้วยความรู้สึกใหม่ “สำหรับคนเหล่านั้นที่มั่งมีฝ่ายโลก จงกำชับเขาอย่าให้มีมานะทิฐิ หรือให้เขามุ่งหวังในทรัพย์ที่ไม่เที่ยง แต่จงหวังในพระเจ้าผู้ทรงประทานทุกสิ่ง เพื่อความสะดวกสบายของเรา จงกำชับให้เขากระทำดี ให้กระทำดีมากๆ ให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และไม่เห็นแก่ตัว อย่างนี้จึงจะเป็นการวางรากฐานอันดีไว้สำหรับตนเองในภายหน้า เพื่อว่าเขาจะได้รับเอาชีวิต ซึ่งเป็นชีวิตอันแท้จริง” (1 ทธ.6:17-19)
แม้ทรัพย์สินของเราจะร่อยหรอ แต่เรายังเติบโตอย่างมั่งคั่งได้ ในการกระทำดี เอื้อเฟื้อ และแบ่งปันให้แก่ผู้อื่น หากสภาวะเศรษฐกิจกลับดีแล้ว เราจะได้ไม่ยึดมั่นในทรัพย์สินอีก และวางใจในพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว เราอยู่อย่างมั่นคงในพระองค์เท่านั้น – DCM
เมื่อความทุกข์จู่โจมโหมเข้าใส่ แสนหวั่นใจอันตรายที่เข้ามา
มิตรสหายเคยใกล้ชิดกลับหนีหน้า ศัตรูกล้าเย้ยเยาะให้ชอกช้ำ
เมื่อความหวังจวนเจียนจะมืดดับ ดั่งตะวันลาลับยามพลบค่ำ
หัตถ์พระเจ้าอบอุ่นยังเตือนย้ำ ตามพระคำสัญญาที่ประทาน – Newton
Read more…