February 14th, 2010
admin
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์
อ่าน: ยอห์น 13:1-5,33-35
ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา – ยอห์น 13:35
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 15-16, มัทธิว 27:1-26
ในปี 2010 วันตรุษจีนบังเอิญตรงกับวันวาเลนไทน์ แม้ว่าทั้งสองเทศกาลจะมีที่มาที่แตกต่างกันมาก แต่ก็มีวิธีเฉลิมฉลองที่คล้ายคลึงกันในทั้งสองเทศกาล คนที่รักกันจะมอบของขวัญให้แก่กันเพื่อแสดงความรัก ไม่ว่าจะเป็น การมอบกุหลาบให้่คนรักในวันวาเลนไทน์ หรือการมอบอั่งเปา(ซองสีแดงใส่เงิน) ให้แก่คนในครอบครัวและเพื่อนในวันตรุษจีน ล้วนเป็นการแสดงความรัก
พระเยซูคริสต์เจ้าของเราทรงบัญชาให้สาวกของพระองค์ “รักซึ่งกันและกัน” เพราะว่า “ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา” (ยน. 13:34-35)
ความรักที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราต้องการให้สาวกของพระองค์มีต่อกันและกัน แตกต่างจากความรักซึ่งคู่รักมอบให้แก่กัน หรือความรักฉันท์พี่น้องระหว่างเพื่อนหรือครอบครัว แต่เป็นความรักซึ่งไม่เห็นแก่ตัว คำกรีกซึ่งยอห์นใช้ในคำบัญชาของพระเยซูคืออากาเป้ (agape) เป็นความรักแบบพระเจ้าซึ่งไม่คาดหวังสิ่งใดตอบแทน พระเยซูทรงสำแดงความรักเช่นนี้แก่สาวกของพระองค์ เมื่อพระองค์ “ทรงเทน้ำลงในอ่าง แล้วทรงเอาน้ำล้างเท้าของพวกสาวก” (ข้อ 5) เป็นความรักที่พระองค์สำแดงเมื่อพระองค์ถูกตรึงที่กางเขนเพื่อเรา
วันนี้ ให้คุณมองหาคนที่คุณจะสามารถแสดงความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวต่อเขาได้ – CPH
ขอพระเจ้าสอนเคล็ดลับแห่งความรัก
ให้รู้จักรักซึ่งกันทุกเวลา
อธิษฐานทูลขอพระองค์ว่า
พระบัญชาจะสำเร็จในตัวเรา – Anon.
Read more…
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์
อ่าน: ลูกา 7:37-49
ถ้าท่านนี้เป็นผู้เผยพระวจนะก็คงจะรู้ว่า หญิงผู้นี้ที่ถูกต้องกายของท่านเป็นผู้ใดและเป็นคนอย่างไร เพราะนางเป็นคนชั่ว – ลูกา 7:39
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อพยพ 29-30, มัทธิว 21:23-46
ครั้งหนึ่งเพื่อนผมบอกว่า “ในชีวิตฉันมีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลง และฉันก็ต้านการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง!” บางทีเขาอาจจะกล่าวเกินจริง แต่เราหลายคนคงเห็นพ้องว่าเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนอุปนิสัยและทัศนคติของเรา
นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกฟาริสีไม่ชอบพระเยซู พระองค์ท้าทายสิ่งที่พวกเขาบัญญัติมานานทั้งระบบการพึ่งพาการทำความดี และการที่พวกเขาถือว่าตนชอบธรรมกว่าคนอื่น ในเหตุการณ์ตามที่ลูกาได้บันทึกในบทที่ 7 นั้น “หญิงชั่ว” ประจำเมืองได้เข้าบ้านของ “คนชอบธรรม” ซีโมนที่เป็นฟาริสีไม่พอใจที่หญิงนั้นแสดงความรักต่อพระเยซูมากเช่นนั้น พระเยซูทราบว่าซีโมนคิดว่าตนชอบธรรม พระองค์จึงท้าทายความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของเขาเรื่องความชอบธรรมในทันที ด้วยการเล่าเรื่องลูกหนี้สองคน คนหนึ่งเป็นหนี้นายมาก และอีกคนหนึ่งเป็นหนี้น้อยกว่า “ในสองคนนั้น คนไหนจะรักนายมากกว่า” พระองค์ตรัสถาม (ข้อ 42) ย่อมต้องเป็นคนที่นายได้โปรดยกหนี้ให้มาก พระองค์จึงตรัสกับซีโมนซึ่งมีทัศนคติหลงตนเองว่า “แต่ผู้ที่ได้รับการยกโทษน้อย ผู้นั้นก็รักน้อย” (ข้อ 47)
เห็นได้ชัดว่า หากเราถูกลวงให้คิดว่าเราดีเหลือเกิน ความรักที่เรามีต่อพระเยซูก็จะลดลง เพราะเราลืมไปว่าเราเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ “ได้รับการยกโทษมาก” และหากเราเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าเราจะพร้อมหรือไม่ ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว! – JS
องค์พระเจ้า…
โปรดอภัยความผิดพลาดที่ผ่านมา โปรดช่วยข้าเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ขอความกล้าความเข้มแข็งและกำลัง จะเชื่อฟังเดินมรรคาของพระองค์ – Sper
Read more…
วันศุกร์ที่ 22 มกราคม
อ่าน: ลูกา 10:29-37
จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า…และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง – ลูกา 10:27
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1ปี อพยพ 4-6, มัทธิว 14:22-36
การซื้อเครื่องเป่าผมอันใหม่คงจะง่ายกว่า แต่เพื่อความประหยัดผมตัดสินใจซ่อมด้วยตัวเอง ผมจึงเอามีดพกสารพัดประโยชน์ออกมาไขตะปูเกลียวที่ฝังอยู ขณะที่ออกแรงกดเพื่อหมุนคลายตะปู ใบมีดกลับพับหนีบลงมาบนนิ้วของผมเอง
ผมได้รับบทเรียนในวันนั้นว่า ผมรักตัวเอง และเร่งรีบที่จะตอบสนองความต้องการของตนเอง แม้แต่ตอนที่ได้รับการปฐมพยาบาลจากภรรยาและลูกๆ ผมยังกำชับให้ล้างนิ้วของผมเบาๆและพันแผลอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เส้นขนบนนิ้วติดมาตอนที่แกะผ้าพันแผลออก ความคิด คำพูด และการกระทำของผมล้วนมาจากความรักที่ผมมีต่อตนเอง
การ “รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (ลก. 10:27) หมายความว่าให้เรารักและกระทำให้อย่างไม่รีรอ เป็นความรักที่คอยสังเกตความต้องการของผู้อื่นและจะไม่ล้มเลิกจนกว่าความต้องการนั้นจะได้รับการตอบสนอง เป็นความรักที่สุภาพและอ่อนโยน ซึ่งคิดและกระทำอย่างระมัดระวัง เป็นความรักที่เสียสละและเห็นอกเห็นใจ เช่นเดียวกับที่ชาวสะมาเรียนิรนามมีต่อนักเดินทางที่ถูกทำร้าย เป็นความรักแบบที่พระเจ้าทรงปรารถนาจะแบ่งปันกับเพื่อนบ้านของคุณโดยผ่านทางคุณ – JS
มีผู้คนที่ข้าต้องใส่ใจ
ขอข้าเห็นสิ่งใดเขาปรารถนา
สำแดงออกด้วยพฤติกรรมและวาจา
ให้รู้ว่ารักพระเจ้าเป็นเช่นไร – D. De Haan
Read more…