<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; ความรัก</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Sep 2010 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>รักซึ่งกันและกัน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[คำพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1699</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2010 อ่าน: ยอห์น 13:33-35 ดังนี้แหละ คนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา &#8211; ยอห์น 13:35 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 94-96, โรม 15:14-33 คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากหากจะทำให้คริสเตียนโมโห โดยธรรมชาติแล้ว คริสเตียนคือกลุ่มคนที่ให้อภัย เข้าอกเข้าใจ และคิดถึงจิตใจของผู้อื่นมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา พวกเขาจะไม่มองอะไรในด้านลบสุดๆ และจะให้ความสำคัญกับมุมมองที่แตกต่าง พวกเขาจะโกรธช้าและให้อภัยได้ง่าย และจะไม่ด่วนตัดสินหรือตอบสนองต่ออะไรก็ตามโดยไร้จิตวิญญาณแห่งความรัก&#8230;เดี๋ยวก่อนนะ ฉันกำลังนึกถึงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์อยู่! ฃฉันอดหัวเราะไม่ได้ขณะที่อ่านข้อความนี้ในอีเมล์ฉบับหนึ่ง แต่เท่าที่เคยรู้จักเจ้าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์และพี่น้องคริสเตียน ฉันคิดว่าเป็นความจริงที่บางครั้งผู้เชื่อก็โกรธง่ายเกินไปหน่อย! “ผู้อำนวยการวงประสานเสียงชอบให้ผู้หญิงคนนี้ร้องเดี่ยวอยู่เรื่อย” “ตอนที่จับมือทักทายกับศิษยาภิบาล เขาไม่เห็นมองหน้าฉันเลย” “ฉันอุตส่าห์ทำอะไรตั้งหลายอย่าง ไม่เห็นมีใครชื่นชมฉันบ้าง” ความโกรธ ความไม่พอใจ ความเย่อหยิ่ง ล้วนแต่เป็นประเด็นที่เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาระหว่างผู้เชื่อด้วยกัน แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราพยายามปฏิบัติ ต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่เราอยากให้เขาปฏิบัติต่อเรา (มธ.7:12) ถ้าเราไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น แต่เรียนรู้ที่จะให้อภัย (ลก.6:37) และแสดงความถ่อมใจบ้าง? (ฟป.2:3) จะดีสักเพียงใดถ้าโลกสามารถรับรู้ได้จริงๆว่าเราเป็นสาวกของพระเยซูเมื่อได้เห็นความรักที่เรามีให้แก่ “กันและกัน” (ยน.13:35) เราเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่? [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 13:33-35 </span><br />
<span class="biblemessage">ดังนี้แหละ คนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา &#8211; ยอห์น 13:35 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 94-96, โรม 15:14-33</p>
<div id="mana_contents">
<p>คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากหากจะทำให้คริสเตียนโมโห โดยธรรมชาติแล้ว คริสเตียนคือกลุ่มคนที่ให้อภัย เข้าอกเข้าใจ และคิดถึงจิตใจของผู้อื่นมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา พวกเขาจะไม่มองอะไรในด้านลบสุดๆ และจะให้ความสำคัญกับมุมมองที่แตกต่าง พวกเขาจะโกรธช้าและให้อภัยได้ง่าย และจะไม่ด่วนตัดสินหรือตอบสนองต่ออะไรก็ตามโดยไร้จิตวิญญาณแห่งความรัก&#8230;เดี๋ยวก่อนนะ ฉันกำลังนึกถึงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์อยู่!  ฃฉันอดหัวเราะไม่ได้ขณะที่อ่านข้อความนี้ในอีเมล์ฉบับหนึ่ง แต่เท่าที่เคยรู้จักเจ้าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์และพี่น้องคริสเตียน ฉันคิดว่าเป็นความจริงที่บางครั้งผู้เชื่อก็โกรธง่ายเกินไปหน่อย! “ผู้อำนวยการวงประสานเสียงชอบให้ผู้หญิงคนนี้ร้องเดี่ยวอยู่เรื่อย” “ตอนที่จับมือทักทายกับศิษยาภิบาล เขาไม่เห็นมองหน้าฉันเลย” “ฉันอุตส่าห์ทำอะไรตั้งหลายอย่าง ไม่เห็นมีใครชื่นชมฉันบ้าง”
<p>ความโกรธ ความไม่พอใจ ความเย่อหยิ่ง ล้วนแต่เป็นประเด็นที่เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาระหว่างผู้เชื่อด้วยกัน แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราพยายามปฏิบัติ ต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่เราอยากให้เขาปฏิบัติต่อเรา (มธ.7:12) ถ้าเราไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น แต่เรียนรู้ที่จะให้อภัย (ลก.6:37) และแสดงความถ่อมใจบ้าง? (ฟป.2:3)
<p>จะดีสักเพียงใดถ้าโลกสามารถรับรู้ได้จริงๆว่าเราเป็นสาวกของพระเยซูเมื่อได้เห็นความรักที่เรามีให้แก่ “กันและกัน” (ยน.13:35) เราเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่? &#8211; CHK
</p></div>
<p class="poem">
โปรดให้ข้าฯเป็นประทีปผ่องอำไพ       ทอแสงในพฤติกรรมและวาจา <br />
สำแดงรักพระองค์อันล้ำค่า                และนำดวงวิญญามาสู่พระองค์ – Sper
</p>
<p class="remark">บางครั้งความรักก็เป็นคำพยานที่ดีที่สุด</p>
<p><span id="more-1699"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100816.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสรีภาพ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/13/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/13/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1696</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2010 อ่าน: โรม 13:1-10 อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกันเพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้านก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว &#8211; โรม 13:8 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 87-88, โรม 13 นานมาแล้วที่ภรรยาของผมลงความเห็นว่าการขับรถตามความเร็วที่กำหนดทำให้เธอมีเสรีภาพที่แสนวิเศษ เธอบอกผมว่า “ฉัน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตรวจจับเรดาร์ และไม่จำเป็นต้องขับให้ช้าลงเวลาที่เห็นรถลาดตระเวนของตำรวจ หรือกลัวว่าจะต้องถูกปรับเพราะขับรถเร็ว” แม้กระทั่งในเวลาที่ต้องเดินทางไกลซึ่งกินเวลานาน เธอก็ยังคงควบคุมความเร็วไว้ไม่ให้เกินกำหนดและมีความสุขกับการเดินทาง “ที่สำคัญ” เธอย้ำกับผม “นั่นคือสิ่งที่กฎหมายกำหนด” โรม 13:1-10 พูดถึงความรับผิดชอบที่เราต้องมีต่อผู้ปกครองบ้านเมืองที่มนุษย์แต่งตั้งขึ้นและต่อบัญญัติของพระเจ้า เมื่อเราเชื่อฟังผู้ที่มีอำนาจปกครอง เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวการลงโทษ และจิตสำนึกผิดชอบของเราก็จะบริสุทธิ์เพราะเราทำสิ่งที่ถูกต้อง (ข้อ 3,5) เปาโลเรียกร้องให้ผู้ติดตามพระคริสต์ในกรุงโรม ให้สิ่งที่พวกเขาพึงให้ต่อผู้มีอำนาจปกครอง ไม่ว่าจะเป็นเงินภาษี เงินรายได้ ความเคารพ หรือเกียรติ (ข้อ 7) นอกจากข้อกำหนดของมนุษย์แล้ว ท่านยังกล่าวต่อไปว่า “อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน เพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้าน ก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว” (ข้อ เรามีหน้าที่เชื่อฟังกฎของมนุษย์และเรามีสิทธิพิเศษในการปฏิบัติตามบัญญัติของพระเจ้าด้วยการรักผู้อื่น และบัญญัติของพระองค์ก็เป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โรม 13:1-10 </span><br />
<span class="biblemessage">อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกันเพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้านก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว &#8211; โรม 13:8</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 87-88, โรม 13</p>
<div id="mana_contents">
<p>นานมาแล้วที่ภรรยาของผมลงความเห็นว่าการขับรถตามความเร็วที่กำหนดทำให้เธอมีเสรีภาพที่แสนวิเศษ เธอบอกผมว่า “ฉัน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตรวจจับเรดาร์ และไม่จำเป็นต้องขับให้ช้าลงเวลาที่เห็นรถลาดตระเวนของตำรวจ หรือกลัวว่าจะต้องถูกปรับเพราะขับรถเร็ว” แม้กระทั่งในเวลาที่ต้องเดินทางไกลซึ่งกินเวลานาน เธอก็ยังคงควบคุมความเร็วไว้ไม่ให้เกินกำหนดและมีความสุขกับการเดินทาง “ที่สำคัญ” เธอย้ำกับผม “นั่นคือสิ่งที่กฎหมายกำหนด”
<p>โรม 13:1-10 พูดถึงความรับผิดชอบที่เราต้องมีต่อผู้ปกครองบ้านเมืองที่มนุษย์แต่งตั้งขึ้นและต่อบัญญัติของพระเจ้า เมื่อเราเชื่อฟังผู้ที่มีอำนาจปกครอง เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวการลงโทษ และจิตสำนึกผิดชอบของเราก็จะบริสุทธิ์เพราะเราทำสิ่งที่ถูกต้อง (ข้อ 3,5)
<p>เปาโลเรียกร้องให้ผู้ติดตามพระคริสต์ในกรุงโรม ให้สิ่งที่พวกเขาพึงให้ต่อผู้มีอำนาจปกครอง ไม่ว่าจะเป็นเงินภาษี เงินรายได้ ความเคารพ หรือเกียรติ (ข้อ 7) นอกจากข้อกำหนดของมนุษย์แล้ว ท่านยังกล่าวต่อไปว่า “อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน เพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้าน ก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว” (ข้อ <img src='http://www.rbcthailand.org/odb/wp-includes/images/smilies/icon_cool.gif' alt='8)' class='wp-smiley' />
<p>เรามีหน้าที่เชื่อฟังกฎของมนุษย์และเรามีสิทธิพิเศษในการปฏิบัติตามบัญญัติของพระเจ้าด้วยการรักผู้อื่น และบัญญัติของพระองค์ก็เป็น “บท บัญญัติอันสมบูรณ์ซึ่งให้เสรีภาพ” (ยก.1:25) -DCM
</p></div>
<p class="poem">
พระเจ้าสอนว่ากฎหมายที่มีอยู่  เมื่อเรารู้ทำตามอย่าฝ่าฝืน <br />
กฎพระเจ้ารักซึ่งกันกฎยั่งยืน  	นำเสรีสดชื่นมาสู่เรา &#8211; Sper
</p>
<p class="remark">เราปฏิบัติตามกฎของมนุษย์ด้วยการเชื่อฟัง และปฏิบัติตามกฎของพระเจ้าด้วยการรัก</p>
<p><span id="more-1696"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100813.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/13/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องอะไรกันแน่?</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1684</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2010 อ่าน: โรม 9:1-5 ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาป และถูกตัดขาดจากพระคริสต์เพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้าคือญาติของข้าพเจ้าตามเชื้อชาติ &#8211; โรม 9:3 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 72-73 , โรม 9:1-15 เมื่อเร็วๆนี้ ขณะที่ผมดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าซึ่งคนแน่นขนัด ผมสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินแหวกฝูงชนออกไปโดยไม่สนใจใคร ผมรู้สึกสะดุดตากับอักษรตัวพิมพ์ใหญ่บนเสื้อของเธอที่เขียนว่า “เรื่องของฉัน” และเธอก็กำลังทำอย่างที่บอกอยู่บนเสื้อตัวนั้น ผมเกรงว่าเธอจะไม่ใช่คนเดียวที่เป็นเช่นนั้น แต่ทุกวันนี้หญิงชายจำนวนมาก ล้วนประกาศตัวเช่นนั้นจนจะกลายเป็นคำขวัญประจำใจของโลก ยุคใหม่ไปแล้ว แต่ถ้อยคำนี้ไม่เป็นความจริง สำหรับสาวกของพระคริสต์ เพราะนี่ไม่ใชเรื่องเกี่ยวกับตัวเรา แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์และผู้อื่น อัครทูตเปาโลรับรู้ว่าความจริงในข้อนี้สำคัญมาก ท่านห่วงใยและปรารถนาให้ชนชาติอิสราเอล เพื่อนร่วมชาติของท่าน ได้รู้จักพระคริสต์ จนถึงกับกล่าวว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาป และถูกตัดขาดจากพระคริสต์เพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้า คือญาติของข้าพเจ้าตามเชื้อชาติ” (รม.9:3) คำพูดนี้สำคัญยิ่ง! เปาโลไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเอง แต่ท่านยืนยันว่าท่านยินดีที่จะสละชีวิตนิรันดร์ของตนเองเพื่อแลกกับชีวิตนิรันดร์ของผู้อื่น คำสอนของเปาโลย้ำเตือนเราอีกครั้งถึงการเสียสละตนเอง ในโลกที่ต่างคนต่างทำร้ายกันและกันด้วยการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เราต้องถามตัวเองว่า ชีวิตนี้มีแต่เรื่องของเราเองคนเดียว หรือว่าเกี่ยวข้องกับพระเยซูคริสต์และผู้ที่พระองค์ทรงตามหา? ลองคิดดูให้ดีว่า เป็นเรื่องอะไรกันแน่? &#8211; BC [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โรม 9:1-5 </span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาป และถูกตัดขาดจากพระคริสต์เพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้าคือญาติของข้าพเจ้าตามเชื้อชาติ &#8211; โรม 9:3</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 72-73 , โรม 9:1-15</p>
<div id="mana_contents">
<p>เมื่อเร็วๆนี้ ขณะที่ผมดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าซึ่งคนแน่นขนัด ผมสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินแหวกฝูงชนออกไปโดยไม่สนใจใคร  ผมรู้สึกสะดุดตากับอักษรตัวพิมพ์ใหญ่บนเสื้อของเธอที่เขียนว่า “เรื่องของฉัน” และเธอก็กำลังทำอย่างที่บอกอยู่บนเสื้อตัวนั้น
<p>ผมเกรงว่าเธอจะไม่ใช่คนเดียวที่เป็นเช่นนั้น แต่ทุกวันนี้หญิงชายจำนวนมาก ล้วนประกาศตัวเช่นนั้นจนจะกลายเป็นคำขวัญประจำใจของโลก ยุคใหม่ไปแล้ว แต่ถ้อยคำนี้ไม่เป็นความจริง สำหรับสาวกของพระคริสต์ เพราะนี่ไม่ใชเรื่องเกี่ยวกับตัวเรา แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์และผู้อื่น
<p>อัครทูตเปาโลรับรู้ว่าความจริงในข้อนี้สำคัญมาก ท่านห่วงใยและปรารถนาให้ชนชาติอิสราเอล เพื่อนร่วมชาติของท่าน ได้รู้จักพระคริสต์ จนถึงกับกล่าวว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาป และถูกตัดขาดจากพระคริสต์เพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้า คือญาติของข้าพเจ้าตามเชื้อชาติ” (รม.9:3) คำพูดนี้สำคัญยิ่ง! เปาโลไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเอง แต่ท่านยืนยันว่าท่านยินดีที่จะสละชีวิตนิรันดร์ของตนเองเพื่อแลกกับชีวิตนิรันดร์ของผู้อื่น
<p>คำสอนของเปาโลย้ำเตือนเราอีกครั้งถึงการเสียสละตนเอง ในโลกที่ต่างคนต่างทำร้ายกันและกันด้วยการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เราต้องถามตัวเองว่า ชีวิตนี้มีแต่เรื่องของเราเองคนเดียว หรือว่าเกี่ยวข้องกับพระเยซูคริสต์และผู้ที่พระองค์ทรงตามหา?
<p>ลองคิดดูให้ดีว่า เป็นเรื่องอะไรกันแน่? &#8211; BC
</p></div>
<p class="poem">
ขอพระเจ้าช่วยข้าเห็นและเข้าใจ     รู้จักให้ผู้อื่นมาก่อนตน <br />
ใช้ชีวิตเพื่อพระองค์ใจเปี่ยมล้น     ความรักแก่ผู้คนข้าสำแดง – Meigs
</p>
<p class="remark">ชีวิตของเราควรจะประทับตราแห่งความรัก ที่มีต่อพระคริสต์และผู้อื่น ไม่ใช่หมกมุ่นแต่กับตัวเอง</p>
<p><span id="more-1684"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100807.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แสดงความรักแท้</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/14/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/14/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2010 17:01:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1245</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ อ่าน: ยอห์น 13:1-5,33-35 ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา &#8211; ยอห์น 13:35 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 15-16, มัทธิว 27:1-26 ในปี 2010 วันตรุษจีนบังเอิญตรงกับวันวาเลนไทน์ แม้ว่าทั้งสองเทศกาลจะมีที่มาที่แตกต่างกันมาก แต่ก็มีวิธีเฉลิมฉลองที่คล้ายคลึงกันในทั้งสองเทศกาล คนที่รักกันจะมอบของขวัญให้แก่กันเพื่อแสดงความรัก ไม่ว่าจะเป็น การมอบกุหลาบให้่คนรักในวันวาเลนไทน์ หรือการมอบอั่งเปา(ซองสีแดงใส่เงิน) ให้แก่คนในครอบครัวและเพื่อนในวันตรุษจีน ล้วนเป็นการแสดงความรัก พระเยซูคริสต์เจ้าของเราทรงบัญชาให้สาวกของพระองค์ &#8220;รักซึ่งกันและกัน&#8221; เพราะว่า &#8220;ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา&#8221; (ยน. 13:34-35) ความรักที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราต้องการให้สาวกของพระองค์มีต่อกันและกัน แตกต่างจากความรักซึ่งคู่รักมอบให้แก่กัน หรือความรักฉันท์พี่น้องระหว่างเพื่อนหรือครอบครัว แต่เป็นความรักซึ่งไม่เห็นแก่ตัว คำกรีกซึ่งยอห์นใช้ในคำบัญชาของพระเยซูคืออากาเป้ (agape) เป็นความรักแบบพระเจ้าซึ่งไม่คาดหวังสิ่งใดตอบแทน พระเยซูทรงสำแดงความรักเช่นนี้แก่สาวกของพระองค์ เมื่อพระองค์ &#8220;ทรงเทน้ำลงในอ่าง แล้วทรงเอาน้ำล้างเท้าของพวกสาวก&#8221; (ข้อ 5) เป็นความรักที่พระองค์สำแดงเมื่อพระองค์ถูกตรึงที่กางเขนเพื่อเรา วันนี้ ให้คุณมองหาคนที่คุณจะสามารถแสดงความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวต่อเขาได้ &#8211; CPH ขอพระเจ้าสอนเคล็ดลับแห่งความรัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์</span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 13:1-5,33-35  </span><br />
<span class="biblemessage">ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา &#8211; ยอห์น 13:35<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:  	เลวีนิติ 15-16, 	มัทธิว 27:1-26</p>
<p class="manacontent">ในปี 2010 วันตรุษจีนบังเอิญตรงกับวันวาเลนไทน์ แม้ว่าทั้งสองเทศกาลจะมีที่มาที่แตกต่างกันมาก แต่ก็มีวิธีเฉลิมฉลองที่คล้ายคลึงกันในทั้งสองเทศกาล คนที่รักกันจะมอบของขวัญให้แก่กันเพื่อแสดงความรัก ไม่ว่าจะเป็น การมอบกุหลาบให้่คนรักในวันวาเลนไทน์ หรือการมอบอั่งเปา(ซองสีแดงใส่เงิน) ให้แก่คนในครอบครัวและเพื่อนในวันตรุษจีน ล้วนเป็นการแสดงความรัก </p>
<p class="manacontent">พระเยซูคริสต์เจ้าของเราทรงบัญชาให้สาวกของพระองค์ &#8220;รักซึ่งกันและกัน&#8221; เพราะว่า &#8220;ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา&#8221; (ยน. 13:34-35) </p>
<p class="manacontent">ความรักที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราต้องการให้สาวกของพระองค์มีต่อกันและกัน แตกต่างจากความรักซึ่งคู่รักมอบให้แก่กัน หรือความรักฉันท์พี่น้องระหว่างเพื่อนหรือครอบครัว แต่เป็นความรักซึ่งไม่เห็นแก่ตัว คำกรีกซึ่งยอห์นใช้ในคำบัญชาของพระเยซูคืออากาเป้ (agape) เป็นความรักแบบพระเจ้าซึ่งไม่คาดหวังสิ่งใดตอบแทน พระเยซูทรงสำแดงความรักเช่นนี้แก่สาวกของพระองค์ เมื่อพระองค์ &#8220;ทรงเทน้ำลงในอ่าง แล้วทรงเอาน้ำล้างเท้าของพวกสาวก&#8221; (ข้อ 5) เป็นความรักที่พระองค์สำแดงเมื่อพระองค์ถูกตรึงที่กางเขนเพื่อเรา </p>
<p class="manacontent">วันนี้ ให้คุณมองหาคนที่คุณจะสามารถแสดงความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวต่อเขาได้ &#8211; CPH </p>
<p class="poem">
 ขอพระเจ้าสอนเคล็ดลับแห่งความรัก<br />
 ให้รู้จักรักซึ่งกันทุกเวลา<br />
 อธิษฐานทูลขอพระองค์ว่า<br />
 พระบัญชาจะสำเร็จในตัวเรา – Anon.
</p>
<p class="remark"> จงช่วยรับภาระของกันและกัน ท่านจึงจะได้ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระคริสต์ -กาลาเทีย 6:2</p>
<p> <span id="more-1245"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100214.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/14/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/02/%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/02/%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2010 17:01:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1220</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ อ่าน: ลูกา 7:37-49 ถ้าท่านนี้เป็นผู้เผยพระวจนะก็คงจะรู้ว่า หญิงผู้นี้ที่ถูกต้องกายของท่านเป็นผู้ใดและเป็นคนอย่างไร เพราะนางเป็นคนชั่ว &#8211; ลูกา 7:39 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อพยพ 29-30, มัทธิว 21:23-46 ครั้งหนึ่งเพื่อนผมบอกว่า &#8220;ในชีวิตฉันมีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลง และฉันก็ต้านการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง!&#8221; บางทีเขาอาจจะกล่าวเกินจริง แต่เราหลายคนคงเห็นพ้องว่าเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนอุปนิสัยและทัศนคติของเรา นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกฟาริสีไม่ชอบพระเยซู พระองค์ท้าทายสิ่งที่พวกเขาบัญญัติมานานทั้งระบบการพึ่งพาการทำความดี และการที่พวกเขาถือว่าตนชอบธรรมกว่าคนอื่น ในเหตุการณ์ตามที่ลูกาได้บันทึกในบทที่ 7 นั้น &#8220;หญิงชั่ว&#8221; ประจำเมืองได้เข้าบ้านของ &#8220;คนชอบธรรม&#8221; ซีโมนที่เป็นฟาริสีไม่พอใจที่หญิงนั้นแสดงความรักต่อพระเยซูมากเช่นนั้น พระเยซูทราบว่าซีโมนคิดว่าตนชอบธรรม พระองค์จึงท้าทายความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของเขาเรื่องความชอบธรรมในทันที ด้วยการเล่าเรื่องลูกหนี้สองคน คนหนึ่งเป็นหนี้นายมาก และอีกคนหนึ่งเป็นหนี้น้อยกว่า &#8220;ในสองคนนั้น คนไหนจะรักนายมากกว่า&#8221; พระองค์ตรัสถาม (ข้อ 42) ย่อมต้องเป็นคนที่นายได้โปรดยกหนี้ให้มาก พระองค์จึงตรัสกับซีโมนซึ่งมีทัศนคติหลงตนเองว่า &#8220;แต่ผู้ที่ได้รับการยกโทษน้อย ผู้นั้นก็รักน้อย&#8221; (ข้อ 47) เห็นได้ชัดว่า หากเราถูกลวงให้คิดว่าเราดีเหลือเกิน ความรักที่เรามีต่อพระเยซูก็จะลดลง เพราะเราลืมไปว่าเราเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์</span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ลูกา 7:37-49  </span><br />
<span class="biblemessage">ถ้าท่านนี้เป็นผู้เผยพระวจนะก็คงจะรู้ว่า หญิงผู้นี้ที่ถูกต้องกายของท่านเป็นผู้ใดและเป็นคนอย่างไร เพราะนางเป็นคนชั่ว &#8211; ลูกา 7:39<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:  		อพยพ 29-30, 	มัทธิว 21:23-46</p>
<p class="manacontent">ครั้งหนึ่งเพื่อนผมบอกว่า &#8220;ในชีวิตฉันมีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลง และฉันก็ต้านการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง!&#8221; บางทีเขาอาจจะกล่าวเกินจริง แต่เราหลายคนคงเห็นพ้องว่าเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนอุปนิสัยและทัศนคติของเรา</p>
<p class="manacontent">นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกฟาริสีไม่ชอบพระเยซู พระองค์ท้าทายสิ่งที่พวกเขาบัญญัติมานานทั้งระบบการพึ่งพาการทำความดี และการที่พวกเขาถือว่าตนชอบธรรมกว่าคนอื่น ในเหตุการณ์ตามที่ลูกาได้บันทึกในบทที่ 7 นั้น &#8220;หญิงชั่ว&#8221; ประจำเมืองได้เข้าบ้านของ &#8220;คนชอบธรรม&#8221; ซีโมนที่เป็นฟาริสีไม่พอใจที่หญิงนั้นแสดงความรักต่อพระเยซูมากเช่นนั้น พระเยซูทราบว่าซีโมนคิดว่าตนชอบธรรม พระองค์จึงท้าทายความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของเขาเรื่องความชอบธรรมในทันที ด้วยการเล่าเรื่องลูกหนี้สองคน คนหนึ่งเป็นหนี้นายมาก และอีกคนหนึ่งเป็นหนี้น้อยกว่า &#8220;ในสองคนนั้น คนไหนจะรักนายมากกว่า&#8221; พระองค์ตรัสถาม (ข้อ 42) ย่อมต้องเป็นคนที่นายได้โปรดยกหนี้ให้มาก พระองค์จึงตรัสกับซีโมนซึ่งมีทัศนคติหลงตนเองว่า &#8220;แต่ผู้ที่ได้รับการยกโทษน้อย ผู้นั้นก็รักน้อย&#8221; (ข้อ 47) </p>
<p class="manacontent">เห็นได้ชัดว่า หากเราถูกลวงให้คิดว่าเราดีเหลือเกิน ความรักที่เรามีต่อพระเยซูก็จะลดลง เพราะเราลืมไปว่าเราเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ &#8220;ได้รับการยกโทษมาก&#8221; และหากเราเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าเราจะพร้อมหรือไม่ ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว! &#8211; JS</p>
<p class="poem">
 องค์พระเจ้า&#8230;<br />
 โปรดอภัยความผิดพลาดที่ผ่านมา   โปรดช่วยข้าเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง<br />
 ขอความกล้าความเข้มแข็งและกำลัง   จะเชื่อฟังเดินมรรคาของพระองค์ – Sper
</p>
<p class="remark"> เมื่อพระเจ้าเริ่มเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ พระองค์มักจะเริ่มด้วยการเปลี่ยนแปลงเราก่อน</p>
<p> <span id="more-1220"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100202.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/02/%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รักเพื่อนบ้าน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/22/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/22/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 17:01:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1163</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 22 มกราคม อ่าน: ลูกา 10:29-37 จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า&#8230;และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง &#8211; ลูกา 10:27 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1ปี อพยพ 4-6, มัทธิว 14:22-36         การซื้อเครื่องเป่าผมอันใหม่คงจะง่ายกว่า แต่เพื่อความประหยัดผมตัดสินใจซ่อมด้วยตัวเอง ผมจึงเอามีดพกสารพัดประโยชน์ออกมาไขตะปูเกลียวที่ฝังอยู ขณะที่ออกแรงกดเพื่อหมุนคลายตะปู ใบมีดกลับพับหนีบลงมาบนนิ้วของผมเอง         ผมได้รับบทเรียนในวันนั้นว่า ผมรักตัวเอง และเร่งรีบที่จะตอบสนองความต้องการของตนเอง แม้แต่ตอนที่ได้รับการปฐมพยาบาลจากภรรยาและลูกๆ ผมยังกำชับให้ล้างนิ้วของผมเบาๆและพันแผลอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เส้นขนบนนิ้วติดมาตอนที่แกะผ้าพันแผลออก ความคิด คำพูด และการกระทำของผมล้วนมาจากความรักที่ผมมีต่อตนเอง         การ “รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (ลก. 10:27) หมายความว่าให้เรารักและกระทำให้อย่างไม่รีรอ เป็นความรักที่คอยสังเกตความต้องการของผู้อื่นและจะไม่ล้มเลิกจนกว่าความต้องการนั้นจะได้รับการตอบสนอง เป็นความรักที่สุภาพและอ่อนโยน ซึ่งคิดและกระทำอย่างระมัดระวัง เป็นความรักที่เสียสละและเห็นอกเห็นใจ เช่นเดียวกับที่ชาวสะมาเรียนิรนามมีต่อนักเดินทางที่ถูกทำร้าย เป็นความรักแบบที่พระเจ้าทรงปรารถนาจะแบ่งปันกับเพื่อนบ้านของคุณโดยผ่านทางคุณ &#8211; JS มีผู้คนที่ข้าต้องใส่ใจ ขอข้าเห็นสิ่งใดเขาปรารถนา สำแดงออกด้วยพฤติกรรมและวาจา ให้รู้ว่ารักพระเจ้าเป็นเช่นไร – D. De Haan คุณไม่สามารถสัมผัสหัวใจของเพื่อนบ้านด้วยอื่นใด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="“manadate”">วันศุกร์ที่ 22 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: ลูกา 10:29-37 </span><br />
<span class="biblemessage">จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า&#8230;และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง &#8211; ลูกา 10:27 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1ปี อพยพ 4-6, มัทธิว 14:22-36</p>
<p>        การซื้อเครื่องเป่าผมอันใหม่คงจะง่ายกว่า แต่เพื่อความประหยัดผมตัดสินใจซ่อมด้วยตัวเอง ผมจึงเอามีดพกสารพัดประโยชน์ออกมาไขตะปูเกลียวที่ฝังอยู ขณะที่ออกแรงกดเพื่อหมุนคลายตะปู ใบมีดกลับพับหนีบลงมาบนนิ้วของผมเอง<br />
        ผมได้รับบทเรียนในวันนั้นว่า ผมรักตัวเอง และเร่งรีบที่จะตอบสนองความต้องการของตนเอง แม้แต่ตอนที่ได้รับการปฐมพยาบาลจากภรรยาและลูกๆ ผมยังกำชับให้ล้างนิ้วของผมเบาๆและพันแผลอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เส้นขนบนนิ้วติดมาตอนที่แกะผ้าพันแผลออก ความคิด คำพูด และการกระทำของผมล้วนมาจากความรักที่ผมมีต่อตนเอง<br />
        การ “รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (ลก. 10:27) หมายความว่าให้เรารักและกระทำให้อย่างไม่รีรอ เป็นความรักที่คอยสังเกตความต้องการของผู้อื่นและจะไม่ล้มเลิกจนกว่าความต้องการนั้นจะได้รับการตอบสนอง เป็นความรักที่สุภาพและอ่อนโยน ซึ่งคิดและกระทำอย่างระมัดระวัง เป็นความรักที่เสียสละและเห็นอกเห็นใจ เช่นเดียวกับที่ชาวสะมาเรียนิรนามมีต่อนักเดินทางที่ถูกทำร้าย เป็นความรักแบบที่พระเจ้าทรงปรารถนาจะแบ่งปันกับเพื่อนบ้านของคุณโดยผ่านทางคุณ &#8211; JS</p>
<p class="poem">มีผู้คนที่ข้าต้องใส่ใจ<br />
ขอข้าเห็นสิ่งใดเขาปรารถนา<br />
สำแดงออกด้วยพฤติกรรมและวาจา<br />
ให้รู้ว่ารักพระเจ้าเป็นเช่นไร – D. De Haan</p>
<p class="remark">คุณไม่สามารถสัมผัสหัวใจของเพื่อนบ้านด้วยอื่นใด นอกจากด้วยหัวใจของคุณ</p>
<p><span id="more-1163"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100122.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/22/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เป็นธุระของฉัน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/18/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/18/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Jan 2010 17:01:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1150</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 18 มกราคม อ่าน: เลวีนิติ 19:11-18 เจ้าอย่าแก้แค้นหรือผูกพยาบาท&#8230;แต่เจ้าจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง &#8211; เลวีนิติ 19:18 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 43-45, มัทธิว 12:24-50         ในปี 1955 ทางใต้ของสหรัฐอเมริกามีการแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรง ขณะนั้น เอ็ม เมทท์ ทิล วัยรุ่นผิวดำจากชิคาโก เดินทางไปเยี่ยมญาติที่มิสซิสซิปปี หลังจากที่เอ็มเมทท์ “อาจหาญ” ไปพูดคุยกับหญิงผิวขาวคนหนึ่ง ชายผิวขาวสองคนได้สังหารเขาอย่างทารุณ คณะลูกขุน ซึ่งล้วนเป็นคนผิวขาวใช้เวลาพิจารณาไม่ถึงชั่วโมงแล้วตัดสินว่าชายทั้งสอง “ไม่มีความผิด” แต่ต่อมาทั้งสองคนได้สารภาพผิดลงในนิตยสารไลฟ์         หลังจากการพิพากษา แม่ของเอ็มเมทท์กล่าวว่า “เมื่อสองเดือนก่อน ฉันมีห้องเช่าที่น่าอยู่ มีงานที่ดี มีลูกชายหนึ่งคน เวลาเกิดเรื่องกับพวกนิโกรทางใต้ ฉันก็จะพูดว่า ‘เรื่องของเขา ไม่ใช่ธุระของฉัน’ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิด เรื่องของลูกฉันทำให้ฉันตระหนักว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราแต่ละคนไม่ว่าที่ใดในโลก เป็นธุระของพวกเราทุกคน”         การห่วงใยผู้ที่ทุกข์ร้อนเป็นสิ่งที่เลวีนิติ 19:18 บอกให้เราทำ “เจ้าจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="“manadate”">วันจันทร์ที่ 18 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: เลวีนิติ 19:11-18 </span><br />
<span class="biblemessage">เจ้าอย่าแก้แค้นหรือผูกพยาบาท&#8230;แต่เจ้าจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง &#8211; เลวีนิติ 19:18 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 43-45, มัทธิว 12:24-50</p>
<p>        ในปี 1955 ทางใต้ของสหรัฐอเมริกามีการแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรง ขณะนั้น เอ็ม เมทท์ ทิล วัยรุ่นผิวดำจากชิคาโก เดินทางไปเยี่ยมญาติที่มิสซิสซิปปี หลังจากที่เอ็มเมทท์ “อาจหาญ” ไปพูดคุยกับหญิงผิวขาวคนหนึ่ง ชายผิวขาวสองคนได้สังหารเขาอย่างทารุณ คณะลูกขุน ซึ่งล้วนเป็นคนผิวขาวใช้เวลาพิจารณาไม่ถึงชั่วโมงแล้วตัดสินว่าชายทั้งสอง “ไม่มีความผิด” แต่ต่อมาทั้งสองคนได้สารภาพผิดลงในนิตยสารไลฟ์<br />
        หลังจากการพิพากษา แม่ของเอ็มเมทท์กล่าวว่า “เมื่อสองเดือนก่อน ฉันมีห้องเช่าที่น่าอยู่ มีงานที่ดี มีลูกชายหนึ่งคน เวลาเกิดเรื่องกับพวกนิโกรทางใต้ ฉันก็จะพูดว่า ‘เรื่องของเขา ไม่ใช่ธุระของฉัน’ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิด เรื่องของลูกฉันทำให้ฉันตระหนักว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราแต่ละคนไม่ว่าที่ใดในโลก เป็นธุระของพวกเราทุกคน”<br />
        การห่วงใยผู้ที่ทุกข์ร้อนเป็นสิ่งที่เลวีนิติ 19:18 บอกให้เราทำ “เจ้าจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” พระเยซูทรงอ้างถึงข้อความนี้และอธิบายว่าไม่ใช่การจำกัดความรักไว้สำหรับคนที่อยู่รอบข้างเราเท่านั้น (มธ.22:39; ลก.10:25-37) เพื่อนบ้านไม่ใช่เฉพาะคนที่ใกล้ชิด แต่คือทุกคนที่เดือดร้อน เราจะต้องห่วงใยผู้อื่นเหมือนที่เราห่วงใยตัวเอง<br />
        การรักเพื่อนบ้านหมายถึง การร่วมรู้สึกในการถูกข่มเหง ความเจ็บปวด และความอยุติธรรมของเพื่อนมนุษย์ อันเป็นธุระของทุกคนที่ติดตามพระคริสต์ &#8211; MW</p>
<p class="poem">คิดใคร่ครวญ<br />
เราจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีได้อย่างไร<br />
ด้วยการให้ความนับถือทุกคน ให้ความช่วยเหลือ เป็นอาสาสมัคร<br />
เข้าร่วมสมาคมเพื่อนบ้าน กล้าพูดเมื่อมีคนถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม</p>
<p class="remark">ความเมตตากรุณา เปลี่ยนความรักให้เป็นการกระทำ</p>
<p><span id="more-1150"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100118.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/18/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความปรารถนาเดียว</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/15/one-passion/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/15/one-passion/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2009 17:01:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[จงรักภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ติดตาม]]></category>
		<category><![CDATA[ปรารถนา]]></category>
		<category><![CDATA[พระเยซู]]></category>
		<category><![CDATA[มุ่งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สาวก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=365</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 15 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 13-15, กิจการ 19:21-41 อ่าน: ลูกา 14:25-35 ถ้าผู้ใดมาหาเราและไม่ชังบิดามารดา บุตรภรรยา และพี่น้องชายหญิง แม้ทั้งชีวิตของตนเองด้วย ผู้นั้นจะเป็นสาวกของเราไม่ได้ &#8211; ลูกา 14:26         เนชาเยฟ สาวกของคาร์ล มาร์คซ ในศตวรรษที่ 19 ผู้สังหารพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่สองได้เขียนไว้ว่า “ผู้ที่จะทำการปฏิวัติ&#8230;ต้องไม่สนใจประโยชน์ส่วนตน ไม่มีเรื่องธุรกิจส่วนตัว ไม่มีอารมณ์ ไม่มีสิ่งผูกมัด ไม่มีทรัพย์สมบัติ และไม่มีชื่อ ทุกสิ่งในตัวรวมอยู่ในความคิดและความปรารถนาเดียวที่จะปฏิวัติ” แม้ว่าแรงจูงใจและเป้าหมายของเขาจะผิด แต่ถ้อยคำของเนชาเยฟได้แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามที่ได้ปฏิญาณไว้         พระเยซูทรงต้องการความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงจากสาวกของพระองค์ ในลูกา 14 ฝูงชนเป็นอันมากได้ร่วมเดินทางไปเยรูซาเล็มกับพระองค์ (ข้อ 25) บางทีผู้ติดตามแบบขาจรเหล่านี้คงนึกว่าตนเป็นสาวกที่แท้จริงของพระองค์ แต่พระเยซูทรงสอนว่า การติดตามพระองค์ไม่ใช่เพียงแค่รู้เรื่องราวของพระองค์ พระองค์อธิบายว่าการเป็นสาวกต้องลงทุน ต้องชังบิดามารดา หรือแม้แต่ชีวิตของตนเอง ที่จะไม่ให้สำคัญไปกว่าความจงรักภักดีที่มีต่อพระเยซู (ข้อ 26-33) สาวกของพระองค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพุธที่ 15 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 13-15, กิจการ 19:21-41</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> ลูกา 14:25-35<br />
ถ้าผู้ใดมาหาเราและไม่ชังบิดามารดา บุตรภรรยา และพี่น้องชายหญิง แม้ทั้งชีวิตของตนเองด้วย ผู้นั้นจะเป็นสาวกของเราไม่ได้ &#8211; ลูกา 14:26</p>
<p>        เนชาเยฟ สาวกของคาร์ล มาร์คซ ในศตวรรษที่ 19 ผู้สังหารพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่สองได้เขียนไว้ว่า “ผู้ที่จะทำการปฏิวัติ&#8230;ต้องไม่สนใจประโยชน์ส่วนตน ไม่มีเรื่องธุรกิจส่วนตัว ไม่มีอารมณ์ ไม่มีสิ่งผูกมัด ไม่มีทรัพย์สมบัติ และไม่มีชื่อ ทุกสิ่งในตัวรวมอยู่ในความคิดและความปรารถนาเดียวที่จะปฏิวัติ” แม้ว่าแรงจูงใจและเป้าหมายของเขาจะผิด แต่ถ้อยคำของเนชาเยฟได้แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามที่ได้ปฏิญาณไว้<br />
        พระเยซูทรงต้องการความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงจากสาวกของพระองค์ ในลูกา 14 ฝูงชนเป็นอันมากได้ร่วมเดินทางไปเยรูซาเล็มกับพระองค์ (ข้อ 25) บางทีผู้ติดตามแบบขาจรเหล่านี้คงนึกว่าตนเป็นสาวกที่แท้จริงของพระองค์ แต่พระเยซูทรงสอนว่า การติดตามพระองค์ไม่ใช่เพียงแค่รู้เรื่องราวของพระองค์ พระองค์อธิบายว่าการเป็นสาวกต้องลงทุน ต้องชังบิดามารดา หรือแม้แต่ชีวิตของตนเอง ที่จะไม่ให้สำคัญไปกว่าความจงรักภักดีที่มีต่อพระเยซู (ข้อ 26-33) สาวกของพระองค์ (ทั้งในอดีตและปัจจุบัน) จำต้องตระหนักว่า หากให้พระเจ้าทรงเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเขาแล้ว สิ่งที่มีในครอบครองหรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับผู้อื่นจะต้องเป็นรองลงมา<br />
       พระเยซูทรงเรียกร้องให้สาวกของพระองค์มีความคิดและความปรารถนาที่หลอมรวมเป็นหนึ่งในพระองค์แต่เพียงผู้เดียว – MW</p>
<p class="poem"> ข้าแต่พระเจ้า  บัดนี้พวกเรา  รวมใจทูลขอ<br />
 เจิมเราด้วยไฟ  เพื่อให้ไม่ท้อ  พร้อมดำเนินต่อ  แม้โลกหลงไป<br />
โลกไร้จุดหมาย  เดินสู่ความตาย  หมดความสดใส<br />
เราจะเป็นแสง  สำแดงไปไกล  ช่วยเหลือโลกให้  รู้จักพระองค์<br />
-Cushman</p>
<p class="remark">ความรักของเราที่มีต่อพระเยซู คือกุญแจสู่ความทุ่มเทฝ่ายจิตวิญญาณ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/15/one-passion/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รักเป็นของผู้แพ้หรือ?</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/14/love-is-for-losers/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/14/love-is-for-losers/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2009 17:01:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[พระเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สำแดง]]></category>
		<category><![CDATA[อดทน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=359</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 10-12, กิจการ 19:1-20 อ่าน: 1 โครินธ์ 13 ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด &#8211; 1 โครินธ์ 13:13         คุณจะรู้จักคนคนหนึ่งได้มากมายจากข้อความบนเสื้อยืดของเขา ไม่นานมานี้ ผมเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ข้อความบนเสื้อยืดสีแดงสดของหญิงสาวคนหนึ่งสะดุดตาผม ความว่า “รักเป็นของผู้แพ้” เธออาจคิดว่าฟังดูฉลาดและท้าทาย หรืออาจแค่นึกสนุก หรือเธออาจเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ที่ผ่านมา และได้ปลีกตัวจากผู้อื่น เพื่อจะไม่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เสื้อยืดตัวนั้นทำให้ผมคิด         ความรักเป็นของผู้แพ้จริงหรือ? ความจริงคือ เมื่อเรารัก เราก็พร้อมจะเสี่ยง ผู้คนอาจทำร้ายเรา ทำให้เราผิดหวัง หรือทิ้งเราไปง่ายๆความรักอาจจบลงที่สูญเสีย         พระคัมภีร์ได้ท้าทายเราให้มีความรักต่อผู้อื่นในระดับที่สูงกว่า ใน 1 โครินธ์ 13 เปาโลอธิบายถึงความหมายของการมีชีวิตโดยสำแดงความรักแบบพระเจ้า ผู้ที่ฝึกฝนที่จะมีความรักแบบพระเจ้าจะไม่ทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อให้ได้รับตอบ แต่ “ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 10-12, กิจการ 19:1-20</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> 1 โครินธ์ 13<br />
ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด &#8211; 1 โครินธ์ 13:13</p>
<p>        คุณจะรู้จักคนคนหนึ่งได้มากมายจากข้อความบนเสื้อยืดของเขา ไม่นานมานี้ ผมเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ข้อความบนเสื้อยืดสีแดงสดของหญิงสาวคนหนึ่งสะดุดตาผม ความว่า “รักเป็นของผู้แพ้” เธออาจคิดว่าฟังดูฉลาดและท้าทาย หรืออาจแค่นึกสนุก หรือเธออาจเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ที่ผ่านมา และได้ปลีกตัวจากผู้อื่น เพื่อจะไม่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เสื้อยืดตัวนั้นทำให้ผมคิด<br />
        ความรักเป็นของผู้แพ้จริงหรือ? ความจริงคือ เมื่อเรารัก เราก็พร้อมจะเสี่ยง ผู้คนอาจทำร้ายเรา ทำให้เราผิดหวัง หรือทิ้งเราไปง่ายๆความรักอาจจบลงที่สูญเสีย<br />
        พระคัมภีร์ได้ท้าทายเราให้มีความรักต่อผู้อื่นในระดับที่สูงกว่า ใน 1 โครินธ์ 13 เปาโลอธิบายถึงความหมายของการมีชีวิตโดยสำแดงความรักแบบพระเจ้า ผู้ที่ฝึกฝนที่จะมีความรักแบบพระเจ้าจะไม่ทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อให้ได้รับตอบ แต่ “ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง” (13:7) เพราะเหตุใด? เพราะความรักแบบพระเจ้าทนทานต่อความเจ็บปวดในชีวิต นำเราเข้าใกล้ความห่วงใยอันไม่มีวันลดลงของพระบิดา<br />
        ดังนั้น ความรักอาจมีเพื่อผู้แพ้ก็ได้ เพราะเราจะต้องการพระเจ้ามากที่สุดในเวลาที่สูญเสียและผิดหวัง แม้ในยามที่ต้องต่อสู้กับปัญหา เราก็รู้ว่า “ความรักไม่มีวันสูญสิ้น” – BC</p>
<p class="poem">ความรักพระเจ้ายิ่งใหญ่     เนิ่นนานเพียงใดคงมั่น<br />
เมตตาบริสุทธิ์ต่อฉัน     รักนั้นหาใดเปรียบปาน<br />
ฉันจึงสำแดงรักนี้     มีไมตรีสมัครสมาน<br />
รู้จักแบ่งปันเจือจาน     ส่งผ่านรักแก่ผู้คน<br />
- D. De Haan</p>
<p class="remark">ความรักของพระเจ้าไม่มีวันสูญสิ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/14/love-is-for-losers/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คริสตจักรที่หนึ่งคันประทีป</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/13/first-church-of-the-lampstand/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/13/first-church-of-the-lampstand/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2009 17:01:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[กลับใจ]]></category>
		<category><![CDATA[คริสตจักร]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[พระเยซู]]></category>
		<category><![CDATA[รับใช้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=354</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 7-9, กิจการ 18 อ่าน: วิวรณ์ 1:10-2:5 จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่ &#8211; วิวรณ์ 2:5         ผมชอบชื่อคริสตจักรอย่างเช่น “คริสตจักรลูเธอร์แลนแห่งกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริ” หรือ “คริส ตจักรแบ็พติสต์มิชชันนารีอัลฟาและโอเมกา” หากยังมีคริสตจักรในเมืองเอเฟซัสอยู่ เราอาจจะตั้งชื่อเก๋ๆให้พวกเขาอย่างเช่น “คริสตจักรที่หนึ่งคันประทีป” (First Church of the Lampstand)         เรามักจะมองข้ามความสำคัญของนิมิตอันรุ่งโรจน์ของยอห์นในวิวรณ์ 1 ซึ่งพระเยซูทรงประทับท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ด ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเชิงเทียนหลายกิ่งสำหรับประดับเท่านั้น แต่เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างมากมายด้วย อีกทั้งมีความสำคัญเพราะเล็งถึง คริสตจักรทั้งเจ็ดที่ถูกเรียกให้นำแสงสว่างของพระเยซูไปสู่โลกอันมืดมิด         เราอยู่ในโลกอันมืดมิดที่ต้องการพลังแสงเทียนจากพระคริสต์ที่ส่องสว่างผ่านทางเรา จงระวังให้ดี อย่าทำผิดพลาดอย่างชาวเอเฟซัสที่ “ละทิ้งความรักดั้งเดิม (ของเขา)” (วว.2:4) แม้จะได้รับคำชมเชยเพราะการดีหลายอย่าง แต่เขาล้มเหลวเพราะไม่ได้ให้พระเยซูมาเป็นอันดับหนึ่ง         เรามักจะให้สิ่งอื่นมาเบียดพระเยซูออกไปง่ายๆ แต่ไม่ช้าก็เร็ว เราก็พบว่าเรากำลังทำ “งานของคริสตจักร” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 7-9, กิจการ 18</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> วิวรณ์ 1:10-2:5<br />
จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่ &#8211; วิวรณ์ 2:5</p>
<p>        ผมชอบชื่อคริสตจักรอย่างเช่น “คริสตจักรลูเธอร์แลนแห่งกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริ” หรือ “คริส ตจักรแบ็พติสต์มิชชันนารีอัลฟาและโอเมกา” หากยังมีคริสตจักรในเมืองเอเฟซัสอยู่ เราอาจจะตั้งชื่อเก๋ๆให้พวกเขาอย่างเช่น “คริสตจักรที่หนึ่งคันประทีป” (First Church of the Lampstand)<br />
        เรามักจะมองข้ามความสำคัญของนิมิตอันรุ่งโรจน์ของยอห์นในวิวรณ์ 1 ซึ่งพระเยซูทรงประทับท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ด ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเชิงเทียนหลายกิ่งสำหรับประดับเท่านั้น แต่เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างมากมายด้วย อีกทั้งมีความสำคัญเพราะเล็งถึง คริสตจักรทั้งเจ็ดที่ถูกเรียกให้นำแสงสว่างของพระเยซูไปสู่โลกอันมืดมิด<br />
        เราอยู่ในโลกอันมืดมิดที่ต้องการพลังแสงเทียนจากพระคริสต์ที่ส่องสว่างผ่านทางเรา จงระวังให้ดี อย่าทำผิดพลาดอย่างชาวเอเฟซัสที่ “ละทิ้งความรักดั้งเดิม (ของเขา)” (วว.2:4) แม้จะได้รับคำชมเชยเพราะการดีหลายอย่าง แต่เขาล้มเหลวเพราะไม่ได้ให้พระเยซูมาเป็นอันดับหนึ่ง<br />
        เรามักจะให้สิ่งอื่นมาเบียดพระเยซูออกไปง่ายๆ แต่ไม่ช้าก็เร็ว เราก็พบว่าเรากำลังทำ “งานของคริสตจักร” ด้วยจุดประสงค์ที่ผิด เราจะไม่สามารถมีอิทธิพลต่อโลกได้ พระเยซูทรงเตือนว่า “จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะ&#8230;ยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่” (ข้อ 5) ซึ่งเราไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ดังนั้นจงให้พระเยซูมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อแสงของพระองค์จะฉายสุกใสอย่างต่อเนื่องในโลกแห่งความมืดนี้ – JS</p>
<p class="poem">ขอพระเจ้าเป็นเอกสำหรับข้า<br />
ทั้งวาจาพฤติกรรมก็สอดคล้อง<br />
ท่ามกลางโลกดำเนินอยู่นอกครรลอง<br />
แสงสว่างเราส่องสำแดงพระองค์ &#8211; Sper</p>
<p class="remark">งานซึ่งขับเคลื่อนโดยความรักที่มีต่อพระเยซู ทอแสงสว่างที่สุดในโลกแห่งความมืด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/13/first-church-of-the-lampstand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
