วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2010
อ่าน: ยอห์น 13:33-35
ดังนี้แหละ คนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา – ยอห์น 13:35
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 94-96, โรม 15:14-33
คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากหากจะทำให้คริสเตียนโมโห โดยธรรมชาติแล้ว คริสเตียนคือกลุ่มคนที่ให้อภัย เข้าอกเข้าใจ และคิดถึงจิตใจของผู้อื่นมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา พวกเขาจะไม่มองอะไรในด้านลบสุดๆ และจะให้ความสำคัญกับมุมมองที่แตกต่าง พวกเขาจะโกรธช้าและให้อภัยได้ง่าย และจะไม่ด่วนตัดสินหรือตอบสนองต่ออะไรก็ตามโดยไร้จิตวิญญาณแห่งความรัก…เดี๋ยวก่อนนะ ฉันกำลังนึกถึงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์อยู่! ฃฉันอดหัวเราะไม่ได้ขณะที่อ่านข้อความนี้ในอีเมล์ฉบับหนึ่ง แต่เท่าที่เคยรู้จักเจ้าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์และพี่น้องคริสเตียน ฉันคิดว่าเป็นความจริงที่บางครั้งผู้เชื่อก็โกรธง่ายเกินไปหน่อย! “ผู้อำนวยการวงประสานเสียงชอบให้ผู้หญิงคนนี้ร้องเดี่ยวอยู่เรื่อย” “ตอนที่จับมือทักทายกับศิษยาภิบาล เขาไม่เห็นมองหน้าฉันเลย” “ฉันอุตส่าห์ทำอะไรตั้งหลายอย่าง ไม่เห็นมีใครชื่นชมฉันบ้าง”
ความโกรธ ความไม่พอใจ ความเย่อหยิ่ง ล้วนแต่เป็นประเด็นที่เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาระหว่างผู้เชื่อด้วยกัน แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราพยายามปฏิบัติ ต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่เราอยากให้เขาปฏิบัติต่อเรา (มธ.7:12) ถ้าเราไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น แต่เรียนรู้ที่จะให้อภัย (ลก.6:37) และแสดงความถ่อมใจบ้าง? (ฟป.2:3)
จะดีสักเพียงใดถ้าโลกสามารถรับรู้ได้จริงๆว่าเราเป็นสาวกของพระเยซูเมื่อได้เห็นความรักที่เรามีให้แก่ “กันและกัน” (ยน.13:35) เราเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่? – CHK
โปรดให้ข้าฯเป็นประทีปผ่องอำไพ ทอแสงในพฤติกรรมและวาจา
สำแดงรักพระองค์อันล้ำค่า และนำดวงวิญญามาสู่พระองค์ – Sper
อ่านต่อ…
วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2010
อ่าน: โรม 13:1-10
อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกันเพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้านก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว – โรม 13:8
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 87-88, โรม 13
นานมาแล้วที่ภรรยาของผมลงความเห็นว่าการขับรถตามความเร็วที่กำหนดทำให้เธอมีเสรีภาพที่แสนวิเศษ เธอบอกผมว่า “ฉัน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตรวจจับเรดาร์ และไม่จำเป็นต้องขับให้ช้าลงเวลาที่เห็นรถลาดตระเวนของตำรวจ หรือกลัวว่าจะต้องถูกปรับเพราะขับรถเร็ว” แม้กระทั่งในเวลาที่ต้องเดินทางไกลซึ่งกินเวลานาน เธอก็ยังคงควบคุมความเร็วไว้ไม่ให้เกินกำหนดและมีความสุขกับการเดินทาง “ที่สำคัญ” เธอย้ำกับผม “นั่นคือสิ่งที่กฎหมายกำหนด”
โรม 13:1-10 พูดถึงความรับผิดชอบที่เราต้องมีต่อผู้ปกครองบ้านเมืองที่มนุษย์แต่งตั้งขึ้นและต่อบัญญัติของพระเจ้า เมื่อเราเชื่อฟังผู้ที่มีอำนาจปกครอง เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวการลงโทษ และจิตสำนึกผิดชอบของเราก็จะบริสุทธิ์เพราะเราทำสิ่งที่ถูกต้อง (ข้อ 3,5)
เปาโลเรียกร้องให้ผู้ติดตามพระคริสต์ในกรุงโรม ให้สิ่งที่พวกเขาพึงให้ต่อผู้มีอำนาจปกครอง ไม่ว่าจะเป็นเงินภาษี เงินรายได้ ความเคารพ หรือเกียรติ (ข้อ 7) นอกจากข้อกำหนดของมนุษย์แล้ว ท่านยังกล่าวต่อไปว่า “อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน เพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้าน ก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว” (ข้อ
เรามีหน้าที่เชื่อฟังกฎของมนุษย์และเรามีสิทธิพิเศษในการปฏิบัติตามบัญญัติของพระเจ้าด้วยการรักผู้อื่น และบัญญัติของพระองค์ก็เป็น “บท บัญญัติอันสมบูรณ์ซึ่งให้เสรีภาพ” (ยก.1:25) -DCM
พระเจ้าสอนว่ากฎหมายที่มีอยู่ เมื่อเรารู้ทำตามอย่าฝ่าฝืน
กฎพระเจ้ารักซึ่งกันกฎยั่งยืน นำเสรีสดชื่นมาสู่เรา – Sper
อ่านต่อ…
วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2010
อ่าน: โรม 9:1-5
ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาป และถูกตัดขาดจากพระคริสต์เพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้าคือญาติของข้าพเจ้าตามเชื้อชาติ – โรม 9:3
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 72-73 , โรม 9:1-15
เมื่อเร็วๆนี้ ขณะที่ผมดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าซึ่งคนแน่นขนัด ผมสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินแหวกฝูงชนออกไปโดยไม่สนใจใคร ผมรู้สึกสะดุดตากับอักษรตัวพิมพ์ใหญ่บนเสื้อของเธอที่เขียนว่า “เรื่องของฉัน” และเธอก็กำลังทำอย่างที่บอกอยู่บนเสื้อตัวนั้น
ผมเกรงว่าเธอจะไม่ใช่คนเดียวที่เป็นเช่นนั้น แต่ทุกวันนี้หญิงชายจำนวนมาก ล้วนประกาศตัวเช่นนั้นจนจะกลายเป็นคำขวัญประจำใจของโลก ยุคใหม่ไปแล้ว แต่ถ้อยคำนี้ไม่เป็นความจริง สำหรับสาวกของพระคริสต์ เพราะนี่ไม่ใชเรื่องเกี่ยวกับตัวเรา แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์และผู้อื่น
อัครทูตเปาโลรับรู้ว่าความจริงในข้อนี้สำคัญมาก ท่านห่วงใยและปรารถนาให้ชนชาติอิสราเอล เพื่อนร่วมชาติของท่าน ได้รู้จักพระคริสต์ จนถึงกับกล่าวว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ข้าพเจ้าเองถูกสาป และถูกตัดขาดจากพระคริสต์เพราะเห็นแก่พี่น้องของข้าพเจ้า คือญาติของข้าพเจ้าตามเชื้อชาติ” (รม.9:3) คำพูดนี้สำคัญยิ่ง! เปาโลไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเอง แต่ท่านยืนยันว่าท่านยินดีที่จะสละชีวิตนิรันดร์ของตนเองเพื่อแลกกับชีวิตนิรันดร์ของผู้อื่น
คำสอนของเปาโลย้ำเตือนเราอีกครั้งถึงการเสียสละตนเอง ในโลกที่ต่างคนต่างทำร้ายกันและกันด้วยการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เราต้องถามตัวเองว่า ชีวิตนี้มีแต่เรื่องของเราเองคนเดียว หรือว่าเกี่ยวข้องกับพระเยซูคริสต์และผู้ที่พระองค์ทรงตามหา?
ลองคิดดูให้ดีว่า เป็นเรื่องอะไรกันแน่? – BC
ขอพระเจ้าช่วยข้าเห็นและเข้าใจ รู้จักให้ผู้อื่นมาก่อนตน
ใช้ชีวิตเพื่อพระองค์ใจเปี่ยมล้น ความรักแก่ผู้คนข้าสำแดง – Meigs
อ่านต่อ…