<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; ความรักต่อผู้อื่น</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ฉัน ฉัน และของฉัน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/21/%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/21/%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 May 2010 17:01:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักต่อผู้อื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1497</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม อ่าน: ฟีลิปปี 2:1-11 อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี &#8211; ฟีลิปปี 2:3 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงศาวดาร 13-15, ยอห์น 7:1-27 ในปี 1970 วงดนตรีเดอะ บีทเทิล เริ่มผลิตสารคดีเพื่อให้ผู้ชมเห็นถึงวิธีการทำดนตรีของพวกเขา แทนที่จะเปิดเผยให้เห็นถึงกระบวนการที่สร้างสรรค์ทางดนตรี ภาพยนตร์สารคดีชุดนี้กลับปิดฉากลงด้วยความเห็นแก่ตัวและการทะเลาะเบาะแว้งของสมาชิกภายในวง พวกเขาคิดถึงแต่เพลงของตัวเองแทนที่จะคิดถึงความก้าวหน้าของวง ไม่นานหลังจากที่ภาพยนตร์ชุดนี้ออกมา วงเดอะบีทเทิลก็แตกและมิตรภาพของพวกเขาก็ขาดสะบั้น นี่ไม่ใช่ปัญหาใหม่ ในศตวรรษแรกเปาโลเกรงว่าผู้เชื่อในคริสตจักรที่เมืองฟีลิปปีจะตกหลุมพรางของความเห็นแก่ตัว ท่านรู้ดีว่าเมื่อใดก็ตามที่เราห่วงความก้าวหน้าของตัวเองมากกว่าห่วงใยผู้อื่น ท่าทีของเราจะเริ่มมีปัญหาและการแตกแยกจะตามมาอย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือกับแนวโน้มที่อันตรายเช่นนี้ เปาโลกล่าวว่า &#8220;อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆด้วย&#8221; (ฟป.2:3-4) สารคดีชีวิตของคุณจะเปิดเผยให้เห็นถึงสิ่งใด? ความเห็นแก่ตัวหรือความเสียสละ? เราต้องใส่ใจคนรอบข้าง เพราะความห่วงใยที่ไม่เห็นแก่ตัวจะช่วยไม่ให้เกิดความแตกแยก และสร้างความเป็นเอกภาพภายในครอบครัวคริสตจักร &#8211; BC ทีละน้อยขอพระเจ้าพัฒนา สอนให้ข้ายิ่งรู้จักรักผู้คน ช่วยส่งเสริมเขาให้ได้เกิดผล เลิกเอาแต่เห็นตนเป็นสำคัญ อธิษฐานวิงวอนทุกๆ เมื่อ ทูลขอเผื่อผู้อื่นให้สุขสันต์ สำแดงเป็นความรักการแบ่งปัน ยุติการแข่งขันการชิงดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  ฟีลิปปี 2:1-11 </span><br />
<span class="biblemessage">อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี &#8211; ฟีลิปปี 2:3<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 1 พงศาวดาร 13-15, ยอห์น 7:1-27</p>
<p class="manacontent">ในปี 1970 วงดนตรีเดอะ บีทเทิล เริ่มผลิตสารคดีเพื่อให้ผู้ชมเห็นถึงวิธีการทำดนตรีของพวกเขา แทนที่จะเปิดเผยให้เห็นถึงกระบวนการที่สร้างสรรค์ทางดนตรี ภาพยนตร์สารคดีชุดนี้กลับปิดฉากลงด้วยความเห็นแก่ตัวและการทะเลาะเบาะแว้งของสมาชิกภายในวง พวกเขาคิดถึงแต่เพลงของตัวเองแทนที่จะคิดถึงความก้าวหน้าของวง ไม่นานหลังจากที่ภาพยนตร์ชุดนี้ออกมา วงเดอะบีทเทิลก็แตกและมิตรภาพของพวกเขาก็ขาดสะบั้น </p>
<p class="manacontent">นี่ไม่ใช่ปัญหาใหม่ ในศตวรรษแรกเปาโลเกรงว่าผู้เชื่อในคริสตจักรที่เมืองฟีลิปปีจะตกหลุมพรางของความเห็นแก่ตัว ท่านรู้ดีว่าเมื่อใดก็ตามที่เราห่วงความก้าวหน้าของตัวเองมากกว่าห่วงใยผู้อื่น ท่าทีของเราจะเริ่มมีปัญหาและการแตกแยกจะตามมาอย่างรวดเร็ว </p>
<p class="manacontent">เพื่อรับมือกับแนวโน้มที่อันตรายเช่นนี้ เปาโลกล่าวว่า &#8220;อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆด้วย&#8221; (ฟป.2:3-4) </p>
<p class="manacontent">สารคดีชีวิตของคุณจะเปิดเผยให้เห็นถึงสิ่งใด? ความเห็นแก่ตัวหรือความเสียสละ? เราต้องใส่ใจคนรอบข้าง เพราะความห่วงใยที่ไม่เห็นแก่ตัวจะช่วยไม่ให้เกิดความแตกแยก และสร้างความเป็นเอกภาพภายในครอบครัวคริสตจักร &#8211; BC </p>
<p class="poem">
ทีละน้อยขอพระเจ้าพัฒนา 		สอนให้ข้ายิ่งรู้จักรักผู้คน<br />
ช่วยส่งเสริมเขาให้ได้เกิดผล 		เลิกเอาแต่เห็นตนเป็นสำคัญ<br />
อธิษฐานวิงวอนทุกๆ เมื่อ 		ทูลขอเผื่อผู้อื่นให้สุขสันต์<br />
สำแดงเป็นความรักการแบ่งปัน 		ยุติการแข่งขันการชิงดี – Meigs
</p>
<p class="remark">หัวใจที่จดจ่ออยู่ที่ผู้อื่น จะไม่คิดถึงแต่ตัวเอง</p>
<p><span id="more-1497"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100521.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/21/%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสี้ยวเล็กๆ ของสวรรค์</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/10/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/10/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 May 2010 17:01:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การสถิตอยู่ของพระเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักต่อผู้อื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1470</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม อ่าน: อพยพ 25:1-9 ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในท่าน &#8211; 1 โครินธ์ 3:16 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศ์กษัตริย์ 10-12, ยอห์น 1:29-51 เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ภรรยาของผมพบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องมีคนขับรถไปส่ง เธอรู้สึกว่านี่คงเป็นแผนการของพระเจ้าและตัดสินใจรับเธอไปส่งยังที่หมาย ขณะนั่งรถไปด้วยกัน เธอได้เล่าให้ภรรยาของผมฟังว่า เธอเป็นคริสเตียน แต่เธอติดยา ภรรยาผมนิ่งฟังและพูดคุยกับหญิงที่เจ็บปวดใจผู้นี้ ภรรยาของผมบอกกับเธอว่าเธอยังมีหวังที่จะมีอนาคตที่สดใส ซึ่งผมเชื่อว่าอย่างน้อยสิ่งนั้นก็ทำให้เธอได้สัมผัสกับสวรรค์บนดินแม้จะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆก็ตาม เมื่อพระเจ้าสั่งให้โมเสสสร้างพลับพลาตามแบบที่พระองค์ทรงกำหนด เพื่อทำให้ประชากรของพระเจ้าสัมผัสถึงการทรงสถิตอยู่ของพระองค์ ผมชอบคิดว่านั่นเป็นเสี้ยวเล็กๆเสี้ยวหนึ่งของสวรรค์ วิหารของพระเจ้าเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเห็นถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้าในโลกนี้ (1 พกษ.5-8) จุดประสงค์ที่เราสร้างสถานศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้พระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ นี่เป็นแผนการของพระเจ้าที่ให้พระเยซูผู้เป็นวิหารที่สมบูรณ์แบบมา &#8220;อยู่&#8221; ท่ามกลางเรา (ยน.1:14) เมื่อพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาสถิตอยู่ท่ามกลางสาวกของพระองค์ (ยน.14:16-17) เพื่อที่เราจะเป็นพลับพลาและพระวิหารของพระเจ้าในโลกนี้ (1 คร.3:16; 6:19) ในฐานะตัวแทนของพระเจ้าที่ประทับอยู่ในโลกนี้ ให้เราหาวิธีที่จะนำสันติสุขและความหวังแห่งสวรรค์ไปยังผู้อื่นที่อยู่ในโลก &#8211; MW คิดเพิ่มเติม จงขอให้พระเจ้าใช้คุณในชีวิตของผู้อื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม </span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  อพยพ 25:1-9 </span><br />
<span class="biblemessage">ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในท่าน &#8211; 1 โครินธ์ 3:16<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 2 พงศ์กษัตริย์ 10-12, ยอห์น 1:29-51</p>
<p class="manacontent">เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ภรรยาของผมพบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องมีคนขับรถไปส่ง เธอรู้สึกว่านี่คงเป็นแผนการของพระเจ้าและตัดสินใจรับเธอไปส่งยังที่หมาย ขณะนั่งรถไปด้วยกัน เธอได้เล่าให้ภรรยาของผมฟังว่า เธอเป็นคริสเตียน แต่เธอติดยา ภรรยาผมนิ่งฟังและพูดคุยกับหญิงที่เจ็บปวดใจผู้นี้ ภรรยาของผมบอกกับเธอว่าเธอยังมีหวังที่จะมีอนาคตที่สดใส ซึ่งผมเชื่อว่าอย่างน้อยสิ่งนั้นก็ทำให้เธอได้สัมผัสกับสวรรค์บนดินแม้จะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆก็ตาม </p>
<p class="manacontent">เมื่อพระเจ้าสั่งให้โมเสสสร้างพลับพลาตามแบบที่พระองค์ทรงกำหนด เพื่อทำให้ประชากรของพระเจ้าสัมผัสถึงการทรงสถิตอยู่ของพระองค์ ผมชอบคิดว่านั่นเป็นเสี้ยวเล็กๆเสี้ยวหนึ่งของสวรรค์ วิหารของพระเจ้าเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเห็นถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้าในโลกนี้ (1 พกษ.5-8) จุดประสงค์ที่เราสร้างสถานศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้พระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ นี่เป็นแผนการของพระเจ้าที่ให้พระเยซูผู้เป็นวิหารที่สมบูรณ์แบบมา &#8220;อยู่&#8221; ท่ามกลางเรา (ยน.1:14) </p>
<p class="manacontent">เมื่อพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาสถิตอยู่ท่ามกลางสาวกของพระองค์ (ยน.14:16-17) เพื่อที่เราจะเป็นพลับพลาและพระวิหารของพระเจ้าในโลกนี้ (1 คร.3:16; 6:19) ในฐานะตัวแทนของพระเจ้าที่ประทับอยู่ในโลกนี้ ให้เราหาวิธีที่จะนำสันติสุขและความหวังแห่งสวรรค์ไปยังผู้อื่นที่อยู่ในโลก &#8211; MW </p>
<p class="poem">
คิดเพิ่มเติม จงขอให้พระเจ้าใช้คุณในชีวิตของผู้อื่น และสำแดงให้คุณรู้ว่าจะประยุกต์ใช้ บทเรียนวันนี้ในที่ทำงาน ที่บ้าน และกับเพื่อนบ้านของคุณได้อย่างไร
</p>
<p class="remark">
คริสเตียนที่เต็มใจทำสิ่งเล็กน้อยเพื่อผู้อื่น จะสามารถทำสิ่งยิ่งใหญ่เพื่อพระเจ้าได้</p>
<p><span id="more-1470"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100510.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/10/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เขตปลอดภัย</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/08/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/08/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 17:01:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักต่อผู้อื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1464</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม อ่าน: นางรูธ 2:1-12 ขอให้พระเจ้าของชนชาติอิสราเอล ซึ่งเจ้าเข้ามาพึ่งใต้ร่มบารมีของพระองค์นั้น จงทรงปูนบำเหน็จอันบริบูรณ์แก่เจ้า&#8221; &#8211; นางรูธ 2:12 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศ์กษัตริย์ 4-6, ลูกา 24:36-53 เมื่อชาวเมืองนานกิงในจีนต้องเผชิญกับภัยสงครามที่น่ากลัว แม้แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้รับการยกเว้น มีการใช้กำลังที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลายคนถูกทำร้ายและถูกฆ่า ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ มินนี่ เวาทรินได้เป็นวีรสตรีที่ลุกขึ้นมาปกป้องสตรีชาวจีนไม่ให้ถูกทำร้าย ในฐานะครูมิชชันนารีของมหาวิทยาลัยจินหลิงในเมืองนานกิง มินนี่ได้ประสานงานไปยังคนจีน มิชชันนารี แพทย์ และนักธุรกิจ และได้แปลงมหาวิทยาลัยให้เป็น &#8220;เขตปลอดภัย&#8221; ซึ่งเป็นที่หลบภัยให้กับสตรีและเด็กผู้หญิงหลายพันคน เราได้อ่านพบในพระคัมภีร์ว่า นางรูธและนางนาโอมีก็ต้องการการปกป้องเช่นกัน เพื่อความอยู่รอด แม่ม่ายทั้งสองต้องเก็บข้าวตกในนามารับประทาน ตามธรรมเนียมของชาวยิว นางรูธจะต้องตามหา &#8220;ผู้ไถ่ที่เป็นญาติสนิท&#8221; คนถัดมาของสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อจะแต่งงานและสืบเชื้อสายของเขาต่อไป และคนนั้นคือโบอาส ท่านประทับใจนางรูธที่เอาใจใส่ดูแลแม่ผัวด้วยความเสียสละ รวมทั้งความปรารถนาของเธอที่จะเข้ามาลี้ภัยในพระเจ้า (นรธ.2:12) โบอาสได้ดำเนินการ &#8220;ไถ่&#8221; นางรูธอย่างสมเกียรติและท่านได้แต่งงานกับเธอและเลี้ยงดูทั้งตัวเธอและนางนาโอมี พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยที่ปลอดภัยที่สุดของเรา (สดด.46:1) แต่ถึงกระนั้นพระองค์ทรงปรารถนาที่จะใช้เราเป็นเครื่องมือในการจัดหา &#8220;เขตปลอดภัย&#8221;ให้กับผู้อื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  นางรูธ 2:1-12 </span><br />
<span class="biblemessage">ขอให้พระเจ้าของชนชาติอิสราเอล ซึ่งเจ้าเข้ามาพึ่งใต้ร่มบารมีของพระองค์นั้น จงทรงปูนบำเหน็จอันบริบูรณ์แก่เจ้า&#8221; &#8211; นางรูธ 2:12<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 2 พงศ์กษัตริย์ 4-6, ลูกา 24:36-53</p>
<p class="manacontent">เมื่อชาวเมืองนานกิงในจีนต้องเผชิญกับภัยสงครามที่น่ากลัว แม้แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้รับการยกเว้น มีการใช้กำลังที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลายคนถูกทำร้ายและถูกฆ่า ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ มินนี่ เวาทรินได้เป็นวีรสตรีที่ลุกขึ้นมาปกป้องสตรีชาวจีนไม่ให้ถูกทำร้าย ในฐานะครูมิชชันนารีของมหาวิทยาลัยจินหลิงในเมืองนานกิง มินนี่ได้ประสานงานไปยังคนจีน มิชชันนารี แพทย์ และนักธุรกิจ และได้แปลงมหาวิทยาลัยให้เป็น &#8220;เขตปลอดภัย&#8221; ซึ่งเป็นที่หลบภัยให้กับสตรีและเด็กผู้หญิงหลายพันคน </p>
<p class="manacontent">เราได้อ่านพบในพระคัมภีร์ว่า นางรูธและนางนาโอมีก็ต้องการการปกป้องเช่นกัน เพื่อความอยู่รอด แม่ม่ายทั้งสองต้องเก็บข้าวตกในนามารับประทาน ตามธรรมเนียมของชาวยิว นางรูธจะต้องตามหา &#8220;ผู้ไถ่ที่เป็นญาติสนิท&#8221; คนถัดมาของสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อจะแต่งงานและสืบเชื้อสายของเขาต่อไป และคนนั้นคือโบอาส ท่านประทับใจนางรูธที่เอาใจใส่ดูแลแม่ผัวด้วยความเสียสละ รวมทั้งความปรารถนาของเธอที่จะเข้ามาลี้ภัยในพระเจ้า (นรธ.2:12) โบอาสได้ดำเนินการ &#8220;ไถ่&#8221; นางรูธอย่างสมเกียรติและท่านได้แต่งงานกับเธอและเลี้ยงดูทั้งตัวเธอและนางนาโอมี </p>
<p class="manacontent">พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยที่ปลอดภัยที่สุดของเรา (สดด.46:1) แต่ถึงกระนั้นพระองค์ทรงปรารถนาที่จะใช้เราเป็นเครื่องมือในการจัดหา &#8220;เขตปลอดภัย&#8221;ให้กับผู้อื่น &#8211; HDF </p>
<p class="poem">
คิดใคร่ครวญ เราจะตอบสนองความต้องการของผู้อื่นได้อย่างไร?<br />
ลองสอบถามคริสตจักรท้องถิ่นหรือองค์กรคริสเตียนในชุมชนของคุณว่า พวกเขาทำพันธกิจอะไรกับชุมชนและเข้าไปร่วมกับพวกเขา คนที่มีความรักที่แท้จริง คือคนที่แสดงความรัก &#8211; เช็คสเปียร์
</p>
<p><span id="more-1464"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100508.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/08/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช่วยทำโฮมรัน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/20/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/20/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2009 17:01:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักต่อผู้อื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=935</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน อ่าน: 1 เปโตร 4:7-11 ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงประทานให้แล้ว ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดีที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า -1 เปโตร 4:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 14-15, ยากอบ 2         ซารา ทูโชลสกี้ นักกีฬาซอฟท์บอลมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น โอเรกอน ทำโฮมรันได้เป็นครั้งแรกในชีวิต ในการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล วอชิงตัน แต่โฮมรันแรกในชีวิตเกือบไม่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ เมื่อเธอวิ่งรอบฐานที่หนึ่งด้วยความตื่นเต้น แต่ไม่สำเร็จ! เธอจึงวิ่งวนเป็นรอบที่สองเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด แต่เธอกลับบาดเจ็บที่หัวเข่าเสียก่อน เธอร้องไห้ ขณะที่พยายามคลานกลับไปยังฐานที่หนึ่ง ตามกติกาเธอจะทำคะแนนจากการทำโฮมรันให้กับทีมได้ ก็ต่อเมื่อเธอวิ่งไปแตะฐานทั้งสี่ให้ครบได้ด้วยตัวเองและเพื่อนร่วมทีมช่วยอะไรเธอไม่ได้         แล้วแมลลอรี่ โฮลท์แมน นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามซึ่งประจำอยู่ที่ฐานแรก ก็พูดขึ้นว่า &#8220;จะเป็นไรไหมถ้าเราจะแบกเธอไปรอบๆ?&#8221; หลังจากประชุมกันแล้ว กรรมการก็อนุญาต แมลลอรี่ และเพื่อนร่วมทีมอีกคนจึงเอามือประสานกัน เป็นเก้าอี้และแบกซาราไป จนครบทั้งสี่ฐาน การแสดงความเมตตาโดยไม่คิดถึงตนเองของพวกเขาเรียกน้ำตาจากผู้ชมจำนวนมาก และซาราก็ได้คะแนนจากการทำโฮมรันครั้งนี้         บทเรียนนี้ชัดเจนสำหรับสาวกของพระคริสต์ เมื่อพี่น้องคริสเตียนสะดุดและล้มลง เราต้องเลียนแบบนักกีฬาเหล่านี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 เปโตร 4:7-11<br />
</span><span class="biblemessage">ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงประทานให้แล้ว ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดีที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า -1 เปโตร 4:10<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 14-15, ยากอบ 2</p>
<p>        ซารา ทูโชลสกี้ นักกีฬาซอฟท์บอลมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น โอเรกอน ทำโฮมรันได้เป็นครั้งแรกในชีวิต ในการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล วอชิงตัน แต่โฮมรันแรกในชีวิตเกือบไม่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ เมื่อเธอวิ่งรอบฐานที่หนึ่งด้วยความตื่นเต้น แต่ไม่สำเร็จ! เธอจึงวิ่งวนเป็นรอบที่สองเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด แต่เธอกลับบาดเจ็บที่หัวเข่าเสียก่อน เธอร้องไห้ ขณะที่พยายามคลานกลับไปยังฐานที่หนึ่ง ตามกติกาเธอจะทำคะแนนจากการทำโฮมรันให้กับทีมได้ ก็ต่อเมื่อเธอวิ่งไปแตะฐานทั้งสี่ให้ครบได้ด้วยตัวเองและเพื่อนร่วมทีมช่วยอะไรเธอไม่ได้<br />
        แล้วแมลลอรี่ โฮลท์แมน นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามซึ่งประจำอยู่ที่ฐานแรก ก็พูดขึ้นว่า &#8220;จะเป็นไรไหมถ้าเราจะแบกเธอไปรอบๆ?&#8221; หลังจากประชุมกันแล้ว กรรมการก็อนุญาต แมลลอรี่ และเพื่อนร่วมทีมอีกคนจึงเอามือประสานกัน เป็นเก้าอี้และแบกซาราไป จนครบทั้งสี่ฐาน การแสดงความเมตตาโดยไม่คิดถึงตนเองของพวกเขาเรียกน้ำตาจากผู้ชมจำนวนมาก และซาราก็ได้คะแนนจากการทำโฮมรันครั้งนี้<br />
        บทเรียนนี้ชัดเจนสำหรับสาวกของพระคริสต์ เมื่อพี่น้องคริสเตียนสะดุดและล้มลง เราต้องเลียนแบบนักกีฬาเหล่านี้ โดยยื่นมือออกไป ฉุดเขาขึ้นมา และแบกพวกเขาไปด้วย เป็นโอกาสวิเศษที่เราจะ &#8220;ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดี ที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า&#8221; (1 ปต.4:10) &#8211; DCE</p>
<p class="poem">เมื่อพี่น้องคริสเตียนล้มคลุกคลาน<br />
เขาต้องการโอกาสลุกขึ้นอีกครา<br />
จงยื่นมือช่วยเขาไม่รอช้า<br />
ฉุดขึ้นมาเดินเคียงกันบนหนทาง – Sper</p>
<p class="remark">ผู้ที่ช่วยแบกภาระของผู้อื่น<br />
ไม่มีวันไร้ประโยชน์ในโลกนี้ &#8211; ชาร์เลส ดิกเคนส์</p>
<p><span id="more-935"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091120.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/20/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ้อมกอดของพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/10/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/10/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 17:01:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักต่อผู้อื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=900</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน อ่าน: โรม 12:3-11 จงรักกันฉันพี่น้อง ส่วนการที่ให้เกียรติแก่กันและกันนั้น จงถือว่าผู้อื่นดีกว่าตัว -โรม 12:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 48-49, ฮีบรู 7         ตอนเย็นหลังจากที่ครอบครัวของแครอลกลับไปไม่นาน เธอเริ่มคิดว่าห้องพักผู้ป่วยที่เธออยู่เป็นที่ที่เงียบเหงาที่สุดในโลก พอตกกลางคืน ความกลัวเรื่องความเจ็บป่วยเริ่มกลับเข้ามา และความรู้สึกหดหู่โถมทับเธอ เมื่อต้องนอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง         เธอหลับตาและเริ่มอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า &#8220;พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์รู้ว่าข้าพระองค์ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง พระองค์ทรงอยู่กับข้าพระองค์ที่นี่ โปรดให้ใจของข้าพระองค์สงบและประทานสันติสุขแก่ข้าพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์ได้สัมผัสว่าพระองค์โอบกอดข้าพระองค์ไว้&#8221;         เมื่ออธิษฐาน แครอลรู้สึกว่าความกลัวของเธอเริ่มหายไป และเมื่อลืมตาขึ้น เธอก็ได้เห็นแววตาที่อบอุ่นของมาร์กี้เพื่อนของเธอ ซึ่งมาโอบกอดเธอไว้ แครอลรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังกอดเธอเอาไว้แน่น         พระเจ้ามักจะใช้ผู้เชื่อด้วยกัน สำแดงความรักของพระองค์ต่อเรา &#8220;พวกเราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายอันเดียวในพระคริสต์…และเราทุกคนมีของประทานที่ต่างกัน ตามพระคุณที่ได้ประทานให้แก่เรา คือถ้าเป็นการเผยพระวจนะ ก็จงเผยตามกำลังของความเชื่อ&#8221; (รม.12:5-6) เราปรนนิบัติผู้อื่น &#8220;ตามกำลังซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทาน เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้เกียรติใน การทั้งปวง โดยทางพระเยซูคริสต์&#8221; (1 ปต.4:11)         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โรม 12:3-11<br />
</span><span class="biblemessage">จงรักกันฉันพี่น้อง ส่วนการที่ให้เกียรติแก่กันและกันนั้น จงถือว่าผู้อื่นดีกว่าตัว -โรม 12:10<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 48-49, ฮีบรู 7</p>
<p>        ตอนเย็นหลังจากที่ครอบครัวของแครอลกลับไปไม่นาน เธอเริ่มคิดว่าห้องพักผู้ป่วยที่เธออยู่เป็นที่ที่เงียบเหงาที่สุดในโลก พอตกกลางคืน ความกลัวเรื่องความเจ็บป่วยเริ่มกลับเข้ามา และความรู้สึกหดหู่โถมทับเธอ เมื่อต้องนอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง<br />
        เธอหลับตาและเริ่มอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า &#8220;พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์รู้ว่าข้าพระองค์ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง พระองค์ทรงอยู่กับข้าพระองค์ที่นี่ โปรดให้ใจของข้าพระองค์สงบและประทานสันติสุขแก่ข้าพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์ได้สัมผัสว่าพระองค์โอบกอดข้าพระองค์ไว้&#8221;<br />
        เมื่ออธิษฐาน แครอลรู้สึกว่าความกลัวของเธอเริ่มหายไป และเมื่อลืมตาขึ้น เธอก็ได้เห็นแววตาที่อบอุ่นของมาร์กี้เพื่อนของเธอ ซึ่งมาโอบกอดเธอไว้ แครอลรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังกอดเธอเอาไว้แน่น<br />
        พระเจ้ามักจะใช้ผู้เชื่อด้วยกัน สำแดงความรักของพระองค์ต่อเรา &#8220;พวกเราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายอันเดียวในพระคริสต์…และเราทุกคนมีของประทานที่ต่างกัน ตามพระคุณที่ได้ประทานให้แก่เรา คือถ้าเป็นการเผยพระวจนะ ก็จงเผยตามกำลังของความเชื่อ&#8221; (รม.12:5-6) เราปรนนิบัติผู้อื่น &#8220;ตามกำลังซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทาน เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้เกียรติใน<br />
การทั้งปวง โดยทางพระเยซูคริสต์&#8221; (1 ปต.4:11)<br />
        เมื่อเราสำแดงความรักและความเมตตาแบบง่ายๆและเป็นรูปธรรม เราก็กำลังมีส่วนในพันธกิจที่พระเจ้าทรงกระทำกับคนของพระองค์ &#8211; CHK</p>
<p class="poem">พระเจ้าข้าโปรดสอนลูกให้รู้จัก<br />
รักอย่างเช่นทรงรักไร้เงื่อนไข<br />
พร้อมแบ่งปันผู้ขัดสนด้วยจริงใจ<br />
ปรนนิบัติรับใช้ด้วยชีวี – Peterson</p>
<p class="remark">เราได้สำแดงความรักต่อพระเจ้า<br />
เมื่อเรารักครอบครัวของพระองค์์</p>
<p><span id="more-900"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091110.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/10/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช่วยผู้ที่เจ็บปวด</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/20/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/20/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2009 17:01:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักต่อผู้อื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=828</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 20 ตุลาคม อ่าน: 1 โครินธ์ 13 ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือ ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด &#8211; 1 โครินธ์ 13:13 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 59-61, 2 เธสะโลนิกา 3         เมื่อผมถามผู้คนที่ทุกข์ลำบากว่า &#8220;ใครเป็นคนช่วยคุณ?&#8221; ไม่มีใครเลยที่พูดถึงอาจารย์ทรงคุณวุฒิจากสถาบันพระคริสตธรรมชื่อดัง หรือนักปรัชญาที่มีชื่อเสียง เราทุกคนต่างมีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้ที่เจ็บปวดได้         ไม่มีใครชี้ชัดได้ว่าเราจะต้องตอบสนองต่อผู้ที่ทนทุกข์อย่างไรจึงจะ &#8220;เหมาะสม&#8221; บางคนจะเล่าถึงเพื่อนที่ใช้ความสนุกสนานช่วยให้พวกเขาลืมความเจ็บป่วย แต่บางคนถือว่าวิธีนี้ เป็นการดูถูก บางคนต้องการการพูดคุยที่จริงใจ ตรงไปตรงมา แต่บางคนก็พบว่าการพูดเช่นนี้ ทำให้รู้สึกท้อแท้         ไม่มียาวิเศษใดๆที่สามารถรักษาผู้ที่เจ็บปวดได้ ส่วนใหญ่แล้วคนเหล่านี้ต้องการความรัก เพราะความรักจะทำให้รับรู้ได้เองว่าเขาต้องการสิ่งใด ฌอน วาเนียร์ ผู้ก่อตั้งขบวนการอาร์คเช (L’Arche) เพื่อพัฒนาผู้พิการกล่าวไว้ว่า &#8220;ผู้คนที่บาดเจ็บซึ่งต้องทนทุกข์และเจ็บป่วยร้องขอเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ หัวใจที่เปี่ยมด้วยความรัก และการเสียสละตนเองเพื่อพวกเขา หัวใจที่เต็มด้วยความหวังสำหรับพวกเขา&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 20 ตุลาคม<br />
</span><br />
<span class="readbible">อ่าน: 1 โครินธ์ 13 </span><br />
<span class="biblemessage">ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือ ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด &#8211; 1 โครินธ์ 13:13 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 59-61, 2 เธสะโลนิกา 3</p>
<p>        เมื่อผมถามผู้คนที่ทุกข์ลำบากว่า &#8220;ใครเป็นคนช่วยคุณ?&#8221; ไม่มีใครเลยที่พูดถึงอาจารย์ทรงคุณวุฒิจากสถาบันพระคริสตธรรมชื่อดัง หรือนักปรัชญาที่มีชื่อเสียง เราทุกคนต่างมีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้ที่เจ็บปวดได้<br />
        ไม่มีใครชี้ชัดได้ว่าเราจะต้องตอบสนองต่อผู้ที่ทนทุกข์อย่างไรจึงจะ &#8220;เหมาะสม&#8221; บางคนจะเล่าถึงเพื่อนที่ใช้ความสนุกสนานช่วยให้พวกเขาลืมความเจ็บป่วย แต่บางคนถือว่าวิธีนี้ เป็นการดูถูก บางคนต้องการการพูดคุยที่จริงใจ ตรงไปตรงมา แต่บางคนก็พบว่าการพูดเช่นนี้ ทำให้รู้สึกท้อแท้<br />
        ไม่มียาวิเศษใดๆที่สามารถรักษาผู้ที่เจ็บปวดได้ ส่วนใหญ่แล้วคนเหล่านี้ต้องการความรัก เพราะความรักจะทำให้รับรู้ได้เองว่าเขาต้องการสิ่งใด ฌอน วาเนียร์ ผู้ก่อตั้งขบวนการอาร์คเช (L’Arche) เพื่อพัฒนาผู้พิการกล่าวไว้ว่า &#8220;ผู้คนที่บาดเจ็บซึ่งต้องทนทุกข์และเจ็บป่วยร้องขอเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ หัวใจที่เปี่ยมด้วยความรัก และการเสียสละตนเองเพื่อพวกเขา หัวใจที่เต็มด้วยความหวังสำหรับพวกเขา&#8221;<br />
        ความรักเช่นนี้อาจเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับเรา แต่ความรักแท้ที่เปาโลได้บอกไว้นั้น &#8220;ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง&#8221; (1 คร.13:7)<br />
        เช่นเดียวกับที่พระเจ้ามักจะใช้ผู้คนธรรมดาให้นำการรักษาของพระองค์มา ผู้ที่ทนทุกข์ไม่ได้ต้องการความรู้และสติปัญญา พวกเขาต้องการความ รักจากเรา – PY</p>
<p class="poem">เหล่าพี่น้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน<br />
รักผูกพันมีสันติของพระเจ้า<br />
เปรียบรอยยิ้มดังบทเพลงท่ามกลางเรา<br />
ช่วยแบ่งเบาทูลวิงวอนเผื่อซึ่งกัน – Whittier</p>
<p class="remark">ผู้ที่มิได้สำแดงความรัก ก็ไม่อาจรักได้อย่างแท้จริง &#8211; เชคสเปียร์</p>
<p><span id="more-828"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091020.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/20/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แพะเพื่อพระเยซู</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/04/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%8b%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/04/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%8b%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 17:01:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักต่อผู้อื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=778</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม อ่าน: 1 ยอห์น 3:16-20 แต่ถ้าผู้ใดมีทรัพย์สมบัติในโลกนี้และเห็นพี่น้องของตนขัดสนแล้วยังใจจืดใจดำไม่สงเคราะห์เขา ความรักของพระเจ้าจะดำรงอยู่ในผู้นั้นอย่างไรได้ &#8211; 1 ยอห์น 3:17 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 20-22, เอเฟซัส 6         เมื่อเดฟและจอย มุลเลอร์รู้สึกว่าพระเจ้าทรงเรียกพวกเขาให้ไปเป็นมิชชันนารีที่ซูดาน พวกเขารู้แต่เพียงว่าพวกเขาจะไปช่วยสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ถูกทำลายเพราะสงคราม พวกเขาไม่รู้เลยว่าแพะจะเข้ามามีบทบาทในอนาคตของพวกเขาด้วย         เมื่อจอยเริ่มทำงานกับพวกผู้หญิง เธอพบว่า ส่วนใหญ่เป็นแม่ม่ายเพราะสงครามกลางเมือง และไม่มีหนทางทำมาหากิน จอยจึงได้ความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเธอให้แพะตั้งท้องหนึ่งตัว ผู้หญิงคนนั้นจะมีทั้งนมและแหล่งรายได้ และโครงการจะดำเนินต่อไปได้ โดยผู้หญิงคนนั้นจะนำลูกแพะมาคืนให้กับเธอ แต่ผลิตภัณฑ์อื่นๆจากแพะตัวนั้นเธอนำไปใช้เลี้ยงครอบครัวได้ ลูกแพะตัวนั้นก็จะถูกส่งไปครอบครัวอื่นต่อ แพะที่มอบให้ในพระนามพระเยซูได้เปลี่ยนชีวิตหญิงชาวซูดานจำนวนมาก และเปิดทางให้จอยได้ประกาศพระกิตติคุณ         แพะของคุณคืออะไร? สิ่งใดบ้างที่คุณมอบให้กับเพื่อนบ้าน เพื่อนหรือคนที่คุณไม่รู้จักได้? การให้ติดรถไปด้วย? การช่วยตัดหญ้า? เงินทอง?         ในฐานะผู้เชื่อ เรามีหน้าที่ใส่ใจความต้องการของผู้อื่น (1 ยน.3:17) การกระทำด้วยความรักของเราสำแดงว่าพระเยซูทรงดำรงอยู่ในจิตใจของเรา และการให้กับผู้ที่ขัดสนอาจช่วยให้เราบอกเล่าเรื่องของพระองค์กับผู้อื่นได้ &#8211; JDB [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม </span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 ยอห์น 3:16-20 </span><br />
<span class="biblemessage">แต่ถ้าผู้ใดมีทรัพย์สมบัติในโลกนี้และเห็นพี่น้องของตนขัดสนแล้วยังใจจืดใจดำไม่สงเคราะห์เขา ความรักของพระเจ้าจะดำรงอยู่ในผู้นั้นอย่างไรได้ &#8211; 1 ยอห์น 3:17 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 20-22, เอเฟซัส 6</p>
<p>        เมื่อเดฟและจอย มุลเลอร์รู้สึกว่าพระเจ้าทรงเรียกพวกเขาให้ไปเป็นมิชชันนารีที่ซูดาน พวกเขารู้แต่เพียงว่าพวกเขาจะไปช่วยสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ถูกทำลายเพราะสงคราม พวกเขาไม่รู้เลยว่าแพะจะเข้ามามีบทบาทในอนาคตของพวกเขาด้วย<br />
        เมื่อจอยเริ่มทำงานกับพวกผู้หญิง เธอพบว่า ส่วนใหญ่เป็นแม่ม่ายเพราะสงครามกลางเมือง และไม่มีหนทางทำมาหากิน จอยจึงได้ความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเธอให้แพะตั้งท้องหนึ่งตัว ผู้หญิงคนนั้นจะมีทั้งนมและแหล่งรายได้ และโครงการจะดำเนินต่อไปได้ โดยผู้หญิงคนนั้นจะนำลูกแพะมาคืนให้กับเธอ แต่ผลิตภัณฑ์อื่นๆจากแพะตัวนั้นเธอนำไปใช้เลี้ยงครอบครัวได้ ลูกแพะตัวนั้นก็จะถูกส่งไปครอบครัวอื่นต่อ แพะที่มอบให้ในพระนามพระเยซูได้เปลี่ยนชีวิตหญิงชาวซูดานจำนวนมาก และเปิดทางให้จอยได้ประกาศพระกิตติคุณ<br />
        แพะของคุณคืออะไร? สิ่งใดบ้างที่คุณมอบให้กับเพื่อนบ้าน เพื่อนหรือคนที่คุณไม่รู้จักได้? การให้ติดรถไปด้วย? การช่วยตัดหญ้า? เงินทอง?<br />
        ในฐานะผู้เชื่อ เรามีหน้าที่ใส่ใจความต้องการของผู้อื่น (1 ยน.3:17) การกระทำด้วยความรักของเราสำแดงว่าพระเยซูทรงดำรงอยู่ในจิตใจของเรา และการให้กับผู้ที่ขัดสนอาจช่วยให้เราบอกเล่าเรื่องของพระองค์กับผู้อื่นได้ &#8211; JDB</p>
<p class="poem">รักพระเจ้าเต็มล้นใจของข้า<br />
จึงปรารถนาแบ่งปันผู้ขัดสน<br />
โปรดเปิดทางให้ข้าได้ช่วยผู้คน<br />
ในทุกหนด้วยแรงกายและวาจา – Hess</p>
<p class="remark">พระเจ้าทรงประทานทุกสิ่งที่เราจำเป็น<br />
ดังนั้น ให้เรามอบสิ่งที่ผู้อื่นขาดแคลนให้แก่พวกเขา<br />
<span id="more-778"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091004.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/04/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%8b%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรักเชื่อในส่วนดี</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/26/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/26/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 17:01:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักต่อผู้อื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=741</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 26 กันยายน อ่าน: 1 โครินธ์ 13 (ความรัก) เชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ -1 โครินธ์ 13:7 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อิสยาห์ 1-2, กาลาเทีย 5         ประมาณ 40 ปีก่อน ผมเห็นเพื่อนคนหนึ่งให้ความรักอย่างมากแก่คนที่ผมคิดว่าไม่น่ารักเลย ผมคิดว่าเพื่อนคนนี้ถูกหลอก และกลัวว่าเขาจะต้องเสียใจภายหลังเมื่อรู้ความจริงแต่เมื่อผมบอกไปอย่างนั้น เขาตอบว่า &#8220;เวลาที่ผมยืนอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ผมหวังว่าพระองค์จะบอกว่าผมรักคนมากเกินไป ดีกว่ารักน้อยเกินไป&#8221; ผมไม่เคยลืมคำพูดนี้ของเขาเลย         เปาโลยืนยันว่า &#8220;(ความรัก) เชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ&#8221; (1 คร.13:7) ความรัก &#8220;เชื่อ&#8221; ในคนอื่น มองเห็นความเป็นไปได้ที่อยู่ในตัวของพวกเขา เชื่อว่าพระเจ้าจะทรงสามารถเปลี่ยนคนที่ไม่น่ารักที่สุด ไม่คู่ควรที่สุดให้กลายเป็นงานศิลปะชิ้นเอกอันงดงามและทรงคุณค่า หากความรักจะทำให้ผิดไปบ้าง ก็จะผิดที่มอบความไว้ใจและหวังใจให้มากมาย         แน่นอนว่าเราต้องระมัดระวังอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น และ &#8220;ฉลาดเหมือนงู&#8221; (มธ.10:16) ซึ่งความรักแบบรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี อาจเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดกับคนที่ไม่มีความรับผิดชอบหรือคนโง่ก็ได้ แต่เราต้องไม่ปิดกั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 26 กันยายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 โครินธ์ 13 </span><br />
<span class="biblemessage">(ความรัก) เชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ -1 โครินธ์ 13:7 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อิสยาห์ 1-2, กาลาเทีย 5</p>
<p>        ประมาณ 40 ปีก่อน ผมเห็นเพื่อนคนหนึ่งให้ความรักอย่างมากแก่คนที่ผมคิดว่าไม่น่ารักเลย ผมคิดว่าเพื่อนคนนี้ถูกหลอก และกลัวว่าเขาจะต้องเสียใจภายหลังเมื่อรู้ความจริงแต่เมื่อผมบอกไปอย่างนั้น เขาตอบว่า &#8220;เวลาที่ผมยืนอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ผมหวังว่าพระองค์จะบอกว่าผมรักคนมากเกินไป ดีกว่ารักน้อยเกินไป&#8221; ผมไม่เคยลืมคำพูดนี้ของเขาเลย<br />
        เปาโลยืนยันว่า &#8220;(ความรัก) เชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ&#8221; (1 คร.13:7) ความรัก &#8220;เชื่อ&#8221; ในคนอื่น มองเห็นความเป็นไปได้ที่อยู่ในตัวของพวกเขา เชื่อว่าพระเจ้าจะทรงสามารถเปลี่ยนคนที่ไม่น่ารักที่สุด ไม่คู่ควรที่สุดให้กลายเป็นงานศิลปะชิ้นเอกอันงดงามและทรงคุณค่า หากความรักจะทำให้ผิดไปบ้าง ก็จะผิดที่มอบความไว้ใจและหวังใจให้มากมาย<br />
        แน่นอนว่าเราต้องระมัดระวังอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น และ &#8220;ฉลาดเหมือนงู&#8221; (มธ.10:16) ซึ่งความรักแบบรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี อาจเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดกับคนที่ไม่มีความรับผิดชอบหรือคนโง่ก็ได้ แต่เราต้องไม่ปิดกั้น หวาดระแวง และขาดความไว้วางใจจนเกินไป<br />
        การถูกหลอกหรือถูกโกงจะไม่ทำให้เราเสียหายอะไรมากมาย (มธ.5:38-48) แต่การได้รักใครสักคนแล้วผิดหวัง ก็ยังดีกว่าการไม่มีหัวใจให้ใครเลย กวีชาวอังกฤษชื่อ อัลเฟรด เทนนีสัน ได้ประพันธ์ไว้ว่า &#8220;อกหักดีกว่ารักไม่เป็น&#8221; ผมเห็นด้วย &#8211; DHR</p>
<p class="poem">ขอประทานความหวังใจในผู้คน<br />
เชื่อมั่นอย่างเต็มล้นว่าพระเจ้า<br />
ทรงสามารถทำกิจผ่านชีวิตเขา<br />
เหมือนที่ทรงทำผ่านเราด้วยเมตตา – Sper</p>
<p class="remark">ความรักมองข้ามสิ่งที่คนอื่นเป็น<br />
และมองที่ศักยภาพของเขา</p>
<p><span id="more-741"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20090926.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/26/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

