ช่วยทำโฮมรัน

พฤศจิกายน 20th, 2009 admin 3 comments

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน

อ่าน: 1 เปโตร 4:7-11
ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงประทานให้แล้ว ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดีที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า -1 เปโตร 4:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 14-15, ยากอบ 2

        ซารา ทูโชลสกี้ นักกีฬาซอฟท์บอลมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น โอเรกอน ทำโฮมรันได้เป็นครั้งแรกในชีวิต ในการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล วอชิงตัน แต่โฮมรันแรกในชีวิตเกือบไม่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ เมื่อเธอวิ่งรอบฐานที่หนึ่งด้วยความตื่นเต้น แต่ไม่สำเร็จ! เธอจึงวิ่งวนเป็นรอบที่สองเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด แต่เธอกลับบาดเจ็บที่หัวเข่าเสียก่อน เธอร้องไห้ ขณะที่พยายามคลานกลับไปยังฐานที่หนึ่ง ตามกติกาเธอจะทำคะแนนจากการทำโฮมรันให้กับทีมได้ ก็ต่อเมื่อเธอวิ่งไปแตะฐานทั้งสี่ให้ครบได้ด้วยตัวเองและเพื่อนร่วมทีมช่วยอะไรเธอไม่ได้
        แล้วแมลลอรี่ โฮลท์แมน นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามซึ่งประจำอยู่ที่ฐานแรก ก็พูดขึ้นว่า “จะเป็นไรไหมถ้าเราจะแบกเธอไปรอบๆ?” หลังจากประชุมกันแล้ว กรรมการก็อนุญาต แมลลอรี่ และเพื่อนร่วมทีมอีกคนจึงเอามือประสานกัน เป็นเก้าอี้และแบกซาราไป จนครบทั้งสี่ฐาน การแสดงความเมตตาโดยไม่คิดถึงตนเองของพวกเขาเรียกน้ำตาจากผู้ชมจำนวนมาก และซาราก็ได้คะแนนจากการทำโฮมรันครั้งนี้
        บทเรียนนี้ชัดเจนสำหรับสาวกของพระคริสต์ เมื่อพี่น้องคริสเตียนสะดุดและล้มลง เราต้องเลียนแบบนักกีฬาเหล่านี้ โดยยื่นมือออกไป ฉุดเขาขึ้นมา และแบกพวกเขาไปด้วย เป็นโอกาสวิเศษที่เราจะ “ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดี ที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า” (1 ปต.4:10) – DCE

เมื่อพี่น้องคริสเตียนล้มคลุกคลาน
เขาต้องการโอกาสลุกขึ้นอีกครา
จงยื่นมือช่วยเขาไม่รอช้า
ฉุดขึ้นมาเดินเคียงกันบนหนทาง – Sper

ผู้ที่ช่วยแบกภาระของผู้อื่น
ไม่มีวันไร้ประโยชน์ในโลกนี้ – ชาร์เลส ดิกเคนส์

อ่านต่อ…

อ้อมกอดของพระเจ้า

พฤศจิกายน 10th, 2009 admin 4 comments

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน

อ่าน: โรม 12:3-11
จงรักกันฉันพี่น้อง ส่วนการที่ให้เกียรติแก่กันและกันนั้น จงถือว่าผู้อื่นดีกว่าตัว -โรม 12:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 48-49, ฮีบรู 7

        ตอนเย็นหลังจากที่ครอบครัวของแครอลกลับไปไม่นาน เธอเริ่มคิดว่าห้องพักผู้ป่วยที่เธออยู่เป็นที่ที่เงียบเหงาที่สุดในโลก พอตกกลางคืน ความกลัวเรื่องความเจ็บป่วยเริ่มกลับเข้ามา และความรู้สึกหดหู่โถมทับเธอ เมื่อต้องนอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง
        เธอหลับตาและเริ่มอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์รู้ว่าข้าพระองค์ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง พระองค์ทรงอยู่กับข้าพระองค์ที่นี่ โปรดให้ใจของข้าพระองค์สงบและประทานสันติสุขแก่ข้าพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์ได้สัมผัสว่าพระองค์โอบกอดข้าพระองค์ไว้”
        เมื่ออธิษฐาน แครอลรู้สึกว่าความกลัวของเธอเริ่มหายไป และเมื่อลืมตาขึ้น เธอก็ได้เห็นแววตาที่อบอุ่นของมาร์กี้เพื่อนของเธอ ซึ่งมาโอบกอดเธอไว้ แครอลรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังกอดเธอเอาไว้แน่น
        พระเจ้ามักจะใช้ผู้เชื่อด้วยกัน สำแดงความรักของพระองค์ต่อเรา “พวกเราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายอันเดียวในพระคริสต์…และเราทุกคนมีของประทานที่ต่างกัน ตามพระคุณที่ได้ประทานให้แก่เรา คือถ้าเป็นการเผยพระวจนะ ก็จงเผยตามกำลังของความเชื่อ” (รม.12:5-6) เราปรนนิบัติผู้อื่น “ตามกำลังซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทาน เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้เกียรติใน
การทั้งปวง โดยทางพระเยซูคริสต์” (1 ปต.4:11)
        เมื่อเราสำแดงความรักและความเมตตาแบบง่ายๆและเป็นรูปธรรม เราก็กำลังมีส่วนในพันธกิจที่พระเจ้าทรงกระทำกับคนของพระองค์ – CHK

พระเจ้าข้าโปรดสอนลูกให้รู้จัก
รักอย่างเช่นทรงรักไร้เงื่อนไข
พร้อมแบ่งปันผู้ขัดสนด้วยจริงใจ
ปรนนิบัติรับใช้ด้วยชีวี – Peterson

เราได้สำแดงความรักต่อพระเจ้า
เมื่อเรารักครอบครัวของพระองค์์

อ่านต่อ…

ช่วยผู้ที่เจ็บปวด

ตุลาคม 20th, 2009 admin 6 comments

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม

อ่าน: 1 โครินธ์ 13
ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือ ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด – 1 โครินธ์ 13:13

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 59-61, 2 เธสะโลนิกา 3

        เมื่อผมถามผู้คนที่ทุกข์ลำบากว่า “ใครเป็นคนช่วยคุณ?” ไม่มีใครเลยที่พูดถึงอาจารย์ทรงคุณวุฒิจากสถาบันพระคริสตธรรมชื่อดัง หรือนักปรัชญาที่มีชื่อเสียง เราทุกคนต่างมีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้ที่เจ็บปวดได้
        ไม่มีใครชี้ชัดได้ว่าเราจะต้องตอบสนองต่อผู้ที่ทนทุกข์อย่างไรจึงจะ “เหมาะสม” บางคนจะเล่าถึงเพื่อนที่ใช้ความสนุกสนานช่วยให้พวกเขาลืมความเจ็บป่วย แต่บางคนถือว่าวิธีนี้ เป็นการดูถูก บางคนต้องการการพูดคุยที่จริงใจ ตรงไปตรงมา แต่บางคนก็พบว่าการพูดเช่นนี้ ทำให้รู้สึกท้อแท้
        ไม่มียาวิเศษใดๆที่สามารถรักษาผู้ที่เจ็บปวดได้ ส่วนใหญ่แล้วคนเหล่านี้ต้องการความรัก เพราะความรักจะทำให้รับรู้ได้เองว่าเขาต้องการสิ่งใด ฌอน วาเนียร์ ผู้ก่อตั้งขบวนการอาร์คเช (L’Arche) เพื่อพัฒนาผู้พิการกล่าวไว้ว่า “ผู้คนที่บาดเจ็บซึ่งต้องทนทุกข์และเจ็บป่วยร้องขอเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ หัวใจที่เปี่ยมด้วยความรัก และการเสียสละตนเองเพื่อพวกเขา หัวใจที่เต็มด้วยความหวังสำหรับพวกเขา”
        ความรักเช่นนี้อาจเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับเรา แต่ความรักแท้ที่เปาโลได้บอกไว้นั้น “ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง” (1 คร.13:7)
        เช่นเดียวกับที่พระเจ้ามักจะใช้ผู้คนธรรมดาให้นำการรักษาของพระองค์มา ผู้ที่ทนทุกข์ไม่ได้ต้องการความรู้และสติปัญญา พวกเขาต้องการความ รักจากเรา – PY

เหล่าพี่น้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
รักผูกพันมีสันติของพระเจ้า
เปรียบรอยยิ้มดังบทเพลงท่ามกลางเรา
ช่วยแบ่งเบาทูลวิงวอนเผื่อซึ่งกัน – Whittier

ผู้ที่มิได้สำแดงความรัก ก็ไม่อาจรักได้อย่างแท้จริง – เชคสเปียร์

อ่านต่อ…