<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; ความรักของพระเจ้า</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ความทุ่มเทของพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 May 2010 17:01:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1451</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม อ่าน: เอเฟซัส 3:14-21 เพื่อว่าเมื่อท่านได้วางรากลงมั่นคงในความรักแล้ว ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้พร้อมกับธรรมิกชนทั้งหมด ถึง&#8230;ความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้ &#8211; เอเฟซัส 3:17-19 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงศ์กษัตริย์ 16-18, ลูกา 22:47-71 ในปี 1826 โธมัส คาร์ลาย นักเขียนชาวอังกฤษ ได้สมรสกับเจน เวลช์ ซึ่งเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน เธอได้อุทิศตนเพื่อความสำเร็จของเขาและปรนนิบัติเขาด้วยความทุ่มเท โธมัสหงุดหงิดง่ายเนื่องจากเขามักมีอาการปวดท้องและรู้สึกตื่นตระหนกอยู่บ่อยๆ ดังนั้น เธอจึงต้องทำอาหารชนิดพิเศษให้เขารับประทานและพยายามทำบ้านให้เงียบที่สุด เพื่อจะไม่รบกวนสมาธิในการเขียนของเขา โธมัสมักจะไม่คิดถึงความช่วยเหลือเหล่านี้ของเธอและไม่ค่อยได้ใช้เวลากับเธอมากนัก แต่เขาได้เขียนเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่ของเขาว่า &#8220;ผมอยากจะพูดจากใจของผมว่า เธอ&#8230;รักผมด้วยความรักที่ทุ่มเท ซึ่งผมอธิบายไม่ได้ว่าทำไม ผมจึงสมควรได้รับ เธอ&#8230;มองหน้าที่เศร้าสร้อยของผมด้วยแววตาที่อ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ ซึ่งทำให้ผมมีความหวังขึ้นมาทุกครั้งที่สบตากับเธอ&#8221; เราก็มีผู้ที่รักเราอย่างทุ่มเทจนไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดคนบาปอย่างเราจึงสมควรได้รับ! พระองค์คือพระเจ้าพระบิดา &#8220;ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา&#8221; (รม.8:32) ความรักของพระองค์นั้นทั้งกว้าง ทั้งยาว ทั้งสูง ทั้งลึก เกินความรู้ของเรา (อฟ.3:18-19) การเข้าใจและซาบซึ้งในความรักของพระเจ้านั้นสำคัญถึงขนาดที่เปาโลต้องอธิษฐานให้ชาวเมืองเอเฟซัส &#8220;วางรากลงมั่นคง&#8221; ในความรักนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  เอเฟซัส 3:14-21 </span><br />
<span class="biblemessage">เพื่อว่าเมื่อท่านได้วางรากลงมั่นคงในความรักแล้ว ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้พร้อมกับธรรมิกชนทั้งหมด ถึง&#8230;ความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้ &#8211; เอเฟซัส 3:17-19<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 1 พงศ์กษัตริย์ 16-18, ลูกา 22:47-71</p>
<p class="manacontent">ในปี 1826 โธมัส คาร์ลาย นักเขียนชาวอังกฤษ ได้สมรสกับเจน เวลช์ ซึ่งเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน เธอได้อุทิศตนเพื่อความสำเร็จของเขาและปรนนิบัติเขาด้วยความทุ่มเท</p>
<p class="manacontent">โธมัสหงุดหงิดง่ายเนื่องจากเขามักมีอาการปวดท้องและรู้สึกตื่นตระหนกอยู่บ่อยๆ ดังนั้น เธอจึงต้องทำอาหารชนิดพิเศษให้เขารับประทานและพยายามทำบ้านให้เงียบที่สุด เพื่อจะไม่รบกวนสมาธิในการเขียนของเขา </p>
<p class="manacontent">โธมัสมักจะไม่คิดถึงความช่วยเหลือเหล่านี้ของเธอและไม่ค่อยได้ใช้เวลากับเธอมากนัก แต่เขาได้เขียนเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่ของเขาว่า &#8220;ผมอยากจะพูดจากใจของผมว่า เธอ&#8230;รักผมด้วยความรักที่ทุ่มเท ซึ่งผมอธิบายไม่ได้ว่าทำไม ผมจึงสมควรได้รับ เธอ&#8230;มองหน้าที่เศร้าสร้อยของผมด้วยแววตาที่อ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ ซึ่งทำให้ผมมีความหวังขึ้นมาทุกครั้งที่สบตากับเธอ&#8221; </p>
<p class="manacontent">เราก็มีผู้ที่รักเราอย่างทุ่มเทจนไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดคนบาปอย่างเราจึงสมควรได้รับ! พระองค์คือพระเจ้าพระบิดา &#8220;ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา&#8221; (รม.8:32) ความรักของพระองค์นั้นทั้งกว้าง ทั้งยาว ทั้งสูง ทั้งลึก เกินความรู้ของเรา (อฟ.3:18-19) </p>
<p class="manacontent">การเข้าใจและซาบซึ้งในความรักของพระเจ้านั้นสำคัญถึงขนาดที่เปาโลต้องอธิษฐานให้ชาวเมืองเอเฟซัส &#8220;วางรากลงมั่นคง&#8221; ในความรักนั้น (ข้อ 17) ขอให้เรามีประสบการณ์เช่นนั้นด้วยเถิด &#8211; AMC </p>
<p class="poem">
ฉันวางใจพระบิดาได้แน่นอน<br />
ทรงมั่นคงนิรันดรเสมอไป<br />
เพราะความรักพระองค์ประทานให้<br />
พระนามอันยิ่งใหญ่ฉันเทิดทูน &#8211; Felter
</p>
<p class="remark"> ไม่มีสุขใดเทียบได้กับการที่เรารู้ว่า พระเจ้าทรงรักเรา</p>
<p><span id="more-1451"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100504.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระเจ้าดี</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/17/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/17/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2010 17:01:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1336</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 17 มีนานาคม อ่าน: สดุดี 46 พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนที่ถูกกดขี่ ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งในเวลายากลำบาก &#8211; สดุดี 9:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: : เฉลยธรรมบัญญัติ 30-31, มาระโก 15:1-25 ตอนที่พี่เขยของฉันเป็นมิชชันนารีอยู่ในประเทศมาลี ทางฝั่งตะวันตกของอัฟริกา เขาประสบอุบัติเหตุ ชายคนหนึ่งวิ่งตัดหน้ามอเตอร์ไซค์ของชัค ชัคพุ่งชนชายคนนั้น ส่งผลให้ชัคและรถมอเตอร์ไซค์ไถลไปกับพื้นไกลกว่า 60 เมตร หลังจากชัคฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาลได้ไม่นาน หมอบอกว่าเขา &#8220;โชคดีมาก&#8221; ชัคยิ้มแล้วตอบว่า &#8220;พระเจ้าดี&#8221; หลังจากเหตุการณ์นั้น ชัคคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้ชายคนที่ถูกชนไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนถึงขั้นพิการ และตัวเขาเองก็กำลังจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ถ้าคนใดคนหนึ่งเกิดตายไปล่ะ? เขาคิด พระเจ้าก็ไม่ได้ทรงดีน้อยลงเลย เมื่อเราพบกับความทุกข์หนัก เราอาจสงสัยในความดีของพระเจ้า พระเจ้าทรงดีเสมอหรือ? ใช่แล้ว พระองค์เป็นอย่างนั้น พระองค์ไม่ได้ทรงสัญญาว่าสิ่งเลวร้ายจะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเรา แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะเป็น &#8220;ที่ลี้ภัยและเป็นกำลัง&#8221; (สดด.46:1) พระองค์ไม่ได้ทรงสัญญาว่าเราจะไม่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่เจ็บปวดใจ แต่ทรงสัญญาว่าเราจะไม่ต้องสู้เพียงลำพัง (23:4) พระเจ้าดี ไม่ว่าความทุกข์ระทมที่เรากำลังเผชิญอยู่คืออะไร แม้ในเวลาที่เราไม่เข้าใจ เราสามารถพูดเหมือนกับฮาบากุกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันพุธที่ 17 มีนานาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  สดุดี 46 </span><br />
<span class="biblemessage">พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนที่ถูกกดขี่ ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งในเวลายากลำบาก &#8211; สดุดี 9:9<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี: :  เฉลยธรรมบัญญัติ 30-31, มาระโก 15:1-25</p>
<p class="manacontent">ตอนที่พี่เขยของฉันเป็นมิชชันนารีอยู่ในประเทศมาลี ทางฝั่งตะวันตกของอัฟริกา เขาประสบอุบัติเหตุ ชายคนหนึ่งวิ่งตัดหน้ามอเตอร์ไซค์ของชัค ชัคพุ่งชนชายคนนั้น ส่งผลให้ชัคและรถมอเตอร์ไซค์ไถลไปกับพื้นไกลกว่า 60 เมตร หลังจากชัคฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาลได้ไม่นาน หมอบอกว่าเขา &#8220;โชคดีมาก&#8221; ชัคยิ้มแล้วตอบว่า &#8220;พระเจ้าดี&#8221;  </p>
<p class="manacontent">หลังจากเหตุการณ์นั้น ชัคคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้ชายคนที่ถูกชนไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนถึงขั้นพิการ และตัวเขาเองก็กำลังจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ถ้าคนใดคนหนึ่งเกิดตายไปล่ะ? เขาคิด พระเจ้าก็ไม่ได้ทรงดีน้อยลงเลย  </p>
<p class="manacontent">เมื่อเราพบกับความทุกข์หนัก เราอาจสงสัยในความดีของพระเจ้า พระเจ้าทรงดีเสมอหรือ? ใช่แล้ว พระองค์เป็นอย่างนั้น พระองค์ไม่ได้ทรงสัญญาว่าสิ่งเลวร้ายจะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเรา แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะเป็น &#8220;ที่ลี้ภัยและเป็นกำลัง&#8221; (สดด.46:1) พระองค์ไม่ได้ทรงสัญญาว่าเราจะไม่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่เจ็บปวดใจ แต่ทรงสัญญาว่าเราจะไม่ต้องสู้เพียงลำพัง (23:4)  </p>
<p class="manacontent">พระเจ้าดี ไม่ว่าความทุกข์ระทมที่เรากำลังเผชิญอยู่คืออะไร แม้ในเวลาที่เราไม่เข้าใจ เราสามารถพูดเหมือนกับฮาบากุกว่า &#8220;ถึงกระนั้น ข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า&#8221; (3:18) &#8211; CHK</p>
<p class="poem">
ลองสัมผัสพบพระเจ้าผู้แสนดี<br />
ทรงเมตตาผู้ที่แสวงหา<br />
ไว้วางใจพระคุณประทานมา<br />
รับพระพรถ้วนหน้าสุขฤทัย – Psalter
</p>
<p class="remark">พระเจ้าทดสอบความเชื่อของเรา เพื่อเราจะวางใจในความสัตย์ซื่อของพระองค์</p>
<p><span id="more-1336"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100317.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/17/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รักอย่างดี</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/27/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/27/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Nov 2009 17:01:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การขอบคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=959</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน อ่าน: เอเฟซัส 3:14-21 ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้&#8230;ถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก คือ ให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ -เอเฟซัส 3:17-19 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 30-32, 1 เปโตร 4         เมื่อสมาชิกในครอบครัวมีโอกาสรับประทานอาหารเย็นร่วมกันเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า มีคนเสนอให้แต่ละคนแบ่งปันสิ่งที่เขาหรือเธออยากจะขอบคุณพระเจ้า เราจึงเริ่มแบ่งปันทีละคน โยชูวา วัย 3 ขวบ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ &#8220;ดนตรี&#8221; นาธาน วัย 4 ขวบ สำหรับ &#8220;ม้า&#8221; แต่เราทุกคนต่างพากันเงียบเมื่อสตีเฟน (ซึ่งกำลังจะย่างห้าขวบ) ตอบว่า &#8220;ผมขอบพระคุณที่พระเยซูทรงรักผมอย่างดี&#8221; ด้วยความเชื่อแบบง่ายๆ เขาเข้าใจและรู้สึกขอบพระคุณที่พระเยซูรักเขาเป็นการส่วนตัว เขาบอกกับพวกเราว่าพระเยซู ทรงสำแดงความรักของพระองค์โดยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน         เปาโลต้องการให้ผู้เชื่อในคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสเข้าใจว่าพระเจ้าทรงรักพวกเขาอย่างดีเพียงใดและท่านอธิษฐานว่า &#8220;ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้พร้อมกับธรรมิกชนทั้งหมด ถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์&#8221; (อฟ.3:17-19) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: เอเฟซัส 3:14-21 </span><br />
<span class="biblemessage">ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้&#8230;ถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก คือ ให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ -เอเฟซัส 3:17-19 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 30-32, 1 เปโตร 4</p>
<p>        เมื่อสมาชิกในครอบครัวมีโอกาสรับประทานอาหารเย็นร่วมกันเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า มีคนเสนอให้แต่ละคนแบ่งปันสิ่งที่เขาหรือเธออยากจะขอบคุณพระเจ้า เราจึงเริ่มแบ่งปันทีละคน โยชูวา วัย 3 ขวบ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ &#8220;ดนตรี&#8221; นาธาน วัย 4 ขวบ สำหรับ &#8220;ม้า&#8221; แต่เราทุกคนต่างพากันเงียบเมื่อสตีเฟน (ซึ่งกำลังจะย่างห้าขวบ) ตอบว่า &#8220;ผมขอบพระคุณที่พระเยซูทรงรักผมอย่างดี&#8221; ด้วยความเชื่อแบบง่ายๆ เขาเข้าใจและรู้สึกขอบพระคุณที่พระเยซูรักเขาเป็นการส่วนตัว เขาบอกกับพวกเราว่าพระเยซู ทรงสำแดงความรักของพระองค์โดยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน<br />
        เปาโลต้องการให้ผู้เชื่อในคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสเข้าใจว่าพระเจ้าทรงรักพวกเขาอย่างดีเพียงใดและท่านอธิษฐานว่า &#8220;ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้พร้อมกับธรรมิกชนทั้งหมด ถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์&#8221; (อฟ.3:17-19) ท่านอธิษฐานให้พวกเขาหยั่งรากลึกลงในความรักนั้น<br />
        การทบทวนหรือแม้แต่ท่องจำข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เป็นประจำ จะช่วยให้เราหยั่งรากลงในความรักของพระเจ้า นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้เวลาวันละไม่กี่นาทีเพื่อขอบคุณพระเจ้า สำหรับวิธีการที่เฉพาะเจาะจงซึ่งพระองค์ทรงสำแดงความรักแก่เรา สิ่งนี้จะช่วยให้เราเติบโตในความเชื่อและมีใจขอบพระคุณอย่างสตีเฟน ที่พระเยซูทรงรักเรา &#8220;อย่างดีเหลือเกิน&#8221; &#8211; AMC</p>
<p class="poem">ความรักของพระเจ้า พระคุณมากเหลือหลาย<br />
ยอมพลีชีวาวาย เพื่อไถ่โทษบาปข้า<br />
ความรักนั้นยิ่งใหญ่ หาใดเสมอเหมือน<br />
บอกเตือนให้รู้ว่า ค่ารักสูงส่ง &#8211; Lehman</p>
<p class="remark">หากต้องการรื้อฟื้นความรักที่คุณมีต่อพระคริสต์<br />
จงทบทวนความรักที่พระคริสต์มีต่อคุณ</p>
<p><span id="more-959"></span></p>
<p><script src="/player/silverlight.js" type="text/javascript"></script><script src="/player/wmvplayer.js" type="text/javascript"></script></p>
<p><script type="'text/javascript'">// <![CDATA[
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091127.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
// ]]&gt;</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/27/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตที่เปราะบาง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/12/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/12/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Nov 2009 17:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=906</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 12 พฤศจิกายน อ่าน: โยบ 1:13-22 แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อมิให้เราไว้ใจในตนเอง แต่ให้ไว้ใจในพระเจ้า &#8211; 2 โครินธ์ 1:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 51-52, ฮีบรู 9         ฉันกำลังเดินอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังคงปะทุอยู่ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone) ทำให้ฉันรู้สึกทึ่ง แต่เมื่อฉันเดินไปท่ามกลางน้ำพุร้อน ฉันจึงตระหนักว่าอันตรายอยู่ใกล้แค่เอื้อม         ขณะที่อ่านพระธรรมโยบ ฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังเดินอยู่ในอุทยานเยลโลว์สโตนในวันที่ภูเขาไฟกำลังระเบิด จนเปลือกโลกแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และภัยพิบัติมาเยือน         โยบกำลังมีความสุขกับชีวิตเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมอุทยานฯ เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่กั้นเขาไว้จากภัยพิบัติเป็นเพียงรั้วบางๆ (โยบ 1:9-10) เมื่อพระเจ้าทรงเอารั้วออกและอนุญาตให้ซาตานทดสอบโยบ ชีวิตของเขาก็พังทลาย (ข้อ 13-19)         ผู้เชื่อจำนวนมากอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าพระเจ้าทรงเอารั้วกั้นออกไปจากชีวิตของพวกเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง ส่วนบางคนก็ใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยไม่ได้ตระหนักถึงความเปราะบางของชีวิต เช่นเดียวกับสหายของโยบ พวกเขาคิดเอาเองว่าจะไม่มีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาไม่ได้ทำสิ่งที่สมควรกับโทษนั้น         แต่จากชีวิตของโยบ เราได้เรียนรู้ว่าบางครั้งพระเจ้าก็อนุญาตให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนดี แม้ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่ไม่มีสิ่งใดที่มีอำนาจทำลายผู้ที่วางใจในพระคริสต์ (2 คร.4:9) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพฤหัสที่ 12 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โยบ 1:13-22<br />
</span><span class="biblemessage">แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อมิให้เราไว้ใจในตนเอง แต่ให้ไว้ใจในพระเจ้า &#8211; 2 โครินธ์ 1:9<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 51-52, ฮีบรู 9</p>
<p>        ฉันกำลังเดินอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังคงปะทุอยู่ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone) ทำให้ฉันรู้สึกทึ่ง แต่เมื่อฉันเดินไปท่ามกลางน้ำพุร้อน ฉันจึงตระหนักว่าอันตรายอยู่ใกล้แค่เอื้อม<br />
        ขณะที่อ่านพระธรรมโยบ ฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังเดินอยู่ในอุทยานเยลโลว์สโตนในวันที่ภูเขาไฟกำลังระเบิด จนเปลือกโลกแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และภัยพิบัติมาเยือน<br />
        โยบกำลังมีความสุขกับชีวิตเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมอุทยานฯ เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่กั้นเขาไว้จากภัยพิบัติเป็นเพียงรั้วบางๆ (โยบ 1:9-10) เมื่อพระเจ้าทรงเอารั้วออกและอนุญาตให้ซาตานทดสอบโยบ ชีวิตของเขาก็พังทลาย (ข้อ 13-19)<br />
        ผู้เชื่อจำนวนมากอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าพระเจ้าทรงเอารั้วกั้นออกไปจากชีวิตของพวกเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง ส่วนบางคนก็ใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยไม่ได้ตระหนักถึงความเปราะบางของชีวิต เช่นเดียวกับสหายของโยบ พวกเขาคิดเอาเองว่าจะไม่มีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาไม่ได้ทำสิ่งที่สมควรกับโทษนั้น<br />
        แต่จากชีวิตของโยบ เราได้เรียนรู้ว่าบางครั้งพระเจ้าก็อนุญาตให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนดี แม้ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่ไม่มีสิ่งใดที่มีอำนาจทำลายผู้ที่วางใจในพระคริสต์ (2 คร.4:9) ไม่มีภัยพิบัติใดๆที่สามารถแยกเราจากความรักของพระเจ้าได้ &#8211; JAL</p>
<p class="poem">แม้หนทางยิ่งมืดมนจนปัญญา<br />
ทุกข์หนักหนากดดันทุกค่ำเช้า<br />
จะอดทนพึ่งพิงในรักพระเจ้า<br />
มีใครเล่ารู้จักเราเท่าพระองค์ – Pentecost</p>
<p class="remark">ความรักของพระเจ้ายังคงหยัดยืน<br />
แม้สิ่งอื่นจะเสื่อมสลายไป</p>
<p><span id="more-906"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091112.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/12/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุณค่าของความรัก</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/30/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/30/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Sep 2009 17:01:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรอด]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=755</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 30 กันยายน อ่าน: ยอห์น 15:9-17 ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน -ยอห์น 15:13 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 9-10, เอเฟซัส 3         เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1954 ร้อยโท เจมส์ โอ. คอนเวย์ ได้นำเครื่องบินบรรทุกอาวุธเต็มอัตรา บินขึ้นจากสนามบินบอสตัน โลแกน เมื่อเครื่องบินลอยพ้นจากพื้นดิน เขาสูญเสียการควบคุมเครื่องบินอย่างกะทันหันขณะลอยอยู่เหนืออ่าวบอสตัน ในวินาทีนั้นเอง คอนเวย์ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ คือ เขาจะดีดตัวออกจากเครื่องเพื่อรักษาชีวิตของตนไว้ หรือให้เครื่องพุ่งลงไปในอ่าวซึ่งเขาจะต้องตาย         แต่ถ้าเขาดีดตัวเองออกจากเครื่อง เครื่องบินก็จะพุ่งชนบริเวณฝั่งตะวันออกของบอสตัส ซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนและผู้คนมากมาย ไม่น่าเชื่อเลยว่าคอนเวย์เลือกที่จะให้เครื่องบินพุ่งลงอ่าวและยอมสละชีวิตของตนเพื่อผู้อื่น         ในยอห์น 15:13 พระเยซูตรัสว่า &#8220;ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน&#8221; ความเต็มใจเสียสละจนถึงที่สุดเพื่อปกป้องผู้อื่นแสดงถึงหัวใจที่ใส่ใจในความต้องการของผู้อื่นมากกว่าความต้องการของตนเอง ใครคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า &#8220;คุณค่าของความรักนั้น วัดได้จากสิ่งที่คนคนหนึ่งยินดีสละเพื่อแลกกับความรัก&#8221; พระเจ้าพระบิดาทรงรักเรามากจนยอมสละพระบุตรของพระองค์ พระเยซูก็ทรงรักเรามากจนยอมสละพระชนม์ของพระองค์ กระทั่งยอมรับเอาความบาปของเราไว้และตายแทนเรา         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 30 กันยายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 15:9-17 </span><br />
<span class="biblemessage">ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน -ยอห์น 15:13 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 9-10, เอเฟซัส 3</p>
<p>        เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1954 ร้อยโท เจมส์ โอ. คอนเวย์ ได้นำเครื่องบินบรรทุกอาวุธเต็มอัตรา บินขึ้นจากสนามบินบอสตัน โลแกน เมื่อเครื่องบินลอยพ้นจากพื้นดิน เขาสูญเสียการควบคุมเครื่องบินอย่างกะทันหันขณะลอยอยู่เหนืออ่าวบอสตัน ในวินาทีนั้นเอง คอนเวย์ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ คือ เขาจะดีดตัวออกจากเครื่องเพื่อรักษาชีวิตของตนไว้ หรือให้เครื่องพุ่งลงไปในอ่าวซึ่งเขาจะต้องตาย<br />
        แต่ถ้าเขาดีดตัวเองออกจากเครื่อง เครื่องบินก็จะพุ่งชนบริเวณฝั่งตะวันออกของบอสตัส ซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนและผู้คนมากมาย ไม่น่าเชื่อเลยว่าคอนเวย์เลือกที่จะให้เครื่องบินพุ่งลงอ่าวและยอมสละชีวิตของตนเพื่อผู้อื่น<br />
        ในยอห์น 15:13 พระเยซูตรัสว่า &#8220;ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน&#8221; ความเต็มใจเสียสละจนถึงที่สุดเพื่อปกป้องผู้อื่นแสดงถึงหัวใจที่ใส่ใจในความต้องการของผู้อื่นมากกว่าความต้องการของตนเอง ใครคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า &#8220;คุณค่าของความรักนั้น วัดได้จากสิ่งที่คนคนหนึ่งยินดีสละเพื่อแลกกับความรัก&#8221; พระเจ้าพระบิดาทรงรักเรามากจนยอมสละพระบุตรของพระองค์ พระเยซูก็ทรงรักเรามากจนยอมสละพระชนม์ของพระองค์ กระทั่งยอมรับเอาความบาปของเราไว้และตายแทนเรา<br />
        ความรักของพระเจ้าที่มอบให้คุณนั้นยิ่งใหญ่นัก คุณรับความรักของพระองค์ไว้เป็นการส่วนตัวแล้วหรือยัง? &#8211; BC</p>
<p class="poem">องค์พระคริสต์สละชีพเพื่อตัวข้า<br />
ทรงทนทุกข์ทรมาเจ็บปวดนัก<br />
ที่กางเขนทรงรับโทษาหนัก<br />
ได้เห็นรักพระองค์ทรงสำแดง – Sper</p>
<p class="remark">ไม่มีสิ่งใดแสดงถึงความรักของพระเจ้าได้ดีไปกว่าไม้กางเขนของพระคริสต์</p>
<p><span id="more-755"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20090930.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/30/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตดี</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/05/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/05/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 17:01:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=589</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 5 กันยายน อ่าน: โรม 8:31-39 ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า..(สิ่งใดๆ..จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ &#8211; โรม 8:38-39 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 146-147, 1 โครินธ์ 15:1-28         ระหว่างที่เดินซื้อของอยู่ในเมืองท่องเที่ยว ฉันเข้าไปในร้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าและข้าวของที่มีคำว่า &#8220;ชีวิตดี&#8221; ติดอยู่ บางครั้งเราก็จำเป็นต้องเตือนตัวเองให้ระลึกถึงความจริงพื้นๆข้อนั้นบ้างเหมือนกัน         เมื่อการหาเลี้ยงชีพและการดูแลครอบครัวกลายเป็นภาระหนักจนรับไม่ไหว สิ่งที่น่าจะช่วยได้คือ การคิดว่าแท้จริงแล้วเราเป็นเพียงส่วน) เล็กๆในจักรวาลนี้ ในขณะที่เราหมกมุ่นอยู่กับา การงาน พระเจ้าก็ทรงทำงานของพระองค์อย่างะ เงียบๆ พระองค์ทรงทำให้โลกยังคงหมุนรอบๆ ตัวเอง ดาวเคราะห์ต่างๆโคจรไป และฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนไป พระองค์ทรงทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและตกในตอนเย็นของทุกวันโดยไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา ทุกๆ คืนพระองค์ทรงเปลี่ยนตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้า พระองค์ทรงให้แสงมืดลงเพื่อที่เราจะนอนหลับได้ และทรงให้แสงสว่างขึ้นเพื่อที่เราจะมองเห็น ทำงานและเล่นได้ เราไม่ต้องแม้แต่กระดิกนิ้วก็ยังได้เพลิดเพลินกับภาพอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ตก และแต่ละปี ฤดูกาลก็สับเปลี่ยนหมุนเวียนไป ตามกำหนดเวลา เราไม่จำเป็นต้องอธิษฐานขอหรือบอกพระเจ้าว่าถึงเวลาส่งฤดูใบไม้ผลิแล้ว ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำนั้นล้วนแต่เตือนเราว่า พระองค์ทรงกระทำคุณ (กจ.14:17)         หลายครั้งชีวิตก็ลำบากและทำให้เราเจ็บปวด เพราะยังไม่สมบูรณ์แบบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันเสาร์ที่ 5 กันยายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โรม 8:31-39</span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า..(สิ่งใดๆ..จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ &#8211; โรม 8:38-39</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 146-147, 1 โครินธ์ 15:1-28</p>
<p>        ระหว่างที่เดินซื้อของอยู่ในเมืองท่องเที่ยว ฉันเข้าไปในร้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าและข้าวของที่มีคำว่า &#8220;ชีวิตดี&#8221; ติดอยู่ บางครั้งเราก็จำเป็นต้องเตือนตัวเองให้ระลึกถึงความจริงพื้นๆข้อนั้นบ้างเหมือนกัน<br />
        เมื่อการหาเลี้ยงชีพและการดูแลครอบครัวกลายเป็นภาระหนักจนรับไม่ไหว สิ่งที่น่าจะช่วยได้คือ การคิดว่าแท้จริงแล้วเราเป็นเพียงส่วน) เล็กๆในจักรวาลนี้ ในขณะที่เราหมกมุ่นอยู่กับา การงาน พระเจ้าก็ทรงทำงานของพระองค์อย่างะ เงียบๆ พระองค์ทรงทำให้โลกยังคงหมุนรอบๆ ตัวเอง ดาวเคราะห์ต่างๆโคจรไป และฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนไป พระองค์ทรงทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและตกในตอนเย็นของทุกวันโดยไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา ทุกๆ คืนพระองค์ทรงเปลี่ยนตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้า พระองค์ทรงให้แสงมืดลงเพื่อที่เราจะนอนหลับได้ และทรงให้แสงสว่างขึ้นเพื่อที่เราจะมองเห็น ทำงานและเล่นได้ เราไม่ต้องแม้แต่กระดิกนิ้วก็ยังได้เพลิดเพลินกับภาพอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ตก และแต่ละปี ฤดูกาลก็สับเปลี่ยนหมุนเวียนไป ตามกำหนดเวลา เราไม่จำเป็นต้องอธิษฐานขอหรือบอกพระเจ้าว่าถึงเวลาส่งฤดูใบไม้ผลิแล้ว ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำนั้นล้วนแต่เตือนเราว่า พระองค์ทรงกระทำคุณ (กจ.14:17)<br />
        หลายครั้งชีวิตก็ลำบากและทำให้เราเจ็บปวด เพราะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ยังดีที่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักอันมากมายของพระเจ้าได้ (รม.8:39) &#8211; JAL</p>
<p class="poem">ข้าแต่พระบิดาที่รัก ขอบพระคุณพระองค์สำหรับของขวัญที่ดีของชีวิต<br />
ขอทรงโปรดอภัยที่ข้าพระองค์ทำให้ชีวิตของข้าพระองค์และผู้อื่นยุ่งเหยิง<br />
ขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค์   สำหรับทุกสิ่งที่พระองค์กระทำ<br />
ที่ทำให้ข้าพระองค์มีความสุขมาก อาเมน</p>
<p class="remark">พระคุณพระเจ้าเกินหยั่งได้ พระเมตตาไม่มีสิ้นสุด<br />
และสันติสุขของพระองค์ก็เหนือพรรณนา</p>
<p><span id="more-589"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20090905.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/05/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พลังแห่งรัก</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/29/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/29/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 17:01:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=553</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 126-128, 1 โครินธ์ 10:19-33 อ่าน: เศฟันยาห์ 3:14-20 พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่ท่ามกลางเจ้า เป็นนักรบผู้ประทานความมีชัย พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้าด้วยความยินดี พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ ด้วยความรักของพระองค์ &#8211; เศฟันยาห์ 3:17         ภาพยนตร์สารคดีเรื่องหัวใจยังหนุ่ม (Young @Heart) เป็นเรื่องราวที่สดใสของคณะ นักร้องประสานเสียงอาวุโส 24 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 80 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม โดยเฉพาะในฉากที่คณะนักร้องกลุ่มนี้ไปร้องเพลงให้กับผู้ต้องขังที่เรือนจำในเมืองนิวอิงแลนด์ เมื่อคอนเสิร์ตจบลง พวกเขาได้เดินเข้าไปหาและทักทายผู้ชมด้วยการจับมือและการสวมกอด         ภาพของผู้ต้องขังที่ประหลาดใจกับสัมผัสที่ไม่คาดว่าจะได้รับนี้ ทำให้ผมคิดถึงพระธรรมเศฟันยาห์ ซึ่งผู้เผยพระวจนะได้นำถ้อยคำที่ประกอบด้วยฤทธิ์เดชมายังประชากรของพระเจ้าในยามที่ทุกสิ่งดูมืดมน เพื่อยืนยันว่าพระเจ้าทรงรักและสถิตอยู่ด้วย “พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่ท่ามกลางเจ้า เป็นนักรบผู้ประทานความมีชัย พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้า ด้วยความยินดี พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ ด้วยความรักของพระองค์ พระองค์จะทรงเริงโลดเพราะเจ้าด้วยร้องเพลงเสียงดัง” (3:17)         เฮนริต้า เมียร์ อาจารย์สอนพระคัมภีร์ กล่าวว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 126-128, 1 โครินธ์ 10:19-33</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> เศฟันยาห์ 3:14-20<br />
พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่ท่ามกลางเจ้า เป็นนักรบผู้ประทานความมีชัย พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้าด้วยความยินดี พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ ด้วยความรักของพระองค์ &#8211; เศฟันยาห์ 3:17</p>
<p>        ภาพยนตร์สารคดีเรื่องหัวใจยังหนุ่ม (Young @Heart) เป็นเรื่องราวที่สดใสของคณะ นักร้องประสานเสียงอาวุโส 24 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 80 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม โดยเฉพาะในฉากที่คณะนักร้องกลุ่มนี้ไปร้องเพลงให้กับผู้ต้องขังที่เรือนจำในเมืองนิวอิงแลนด์ เมื่อคอนเสิร์ตจบลง พวกเขาได้เดินเข้าไปหาและทักทายผู้ชมด้วยการจับมือและการสวมกอด<br />
        ภาพของผู้ต้องขังที่ประหลาดใจกับสัมผัสที่ไม่คาดว่าจะได้รับนี้ ทำให้ผมคิดถึงพระธรรมเศฟันยาห์ ซึ่งผู้เผยพระวจนะได้นำถ้อยคำที่ประกอบด้วยฤทธิ์เดชมายังประชากรของพระเจ้าในยามที่ทุกสิ่งดูมืดมน เพื่อยืนยันว่าพระเจ้าทรงรักและสถิตอยู่ด้วย “พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่ท่ามกลางเจ้า เป็นนักรบผู้ประทานความมีชัย พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้า ด้วยความยินดี พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ ด้วยความรักของพระองค์ พระองค์จะทรงเริงโลดเพราะเจ้าด้วยร้องเพลงเสียงดัง” (3:17)<br />
        เฮนริต้า เมียร์ อาจารย์สอนพระคัมภีร์ กล่าวว่า เศฟันยาห์ “เริ่มด้วยความเศร้าโศกและจบลงด้วยการร้องเพลง บทแรกของพระธรรมตอนนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความมืดมน แต่บทสุดท้ายจบลงด้วยเพลงรักที่หวานที่สุดเพลงหนึ่งในหนังสือพันธสัญญาเดิมก็ว่าได้”<br />
        ความรักของพระเจ้าที่มีให้กับเรานั้นน่าประหลาดใจเสมอ โดยเฉพาะเมื่อชีวิตของเราดิ่งลงถึงขีดสุด เมื่อชีวิตตกต่ำที่สุด พระเจ้าจะเสด็จมาหาเราพร้อมกับความชื่นชมยินดี ความรัก และบทเพลงของพระองค์ &#8211; DCM</p>
<p class="poem">
ถ้าใจคุณเต็มด้วยความเศร้าโศก<br />
เหมือนดังโลกทั้งใบแตกสลาย<br />
จงหันหาพระเจ้าจอมเจ้านาย<br />
รักเมตตาไม่เสื่อมคลายทรงปลอบโยน<br />
-Sper</p>
<p class="remark">ในสวนแห่งความรักของพระเจ้า คุณคือดอกไม้ที่พระองค์ไม่เคยลืม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/29/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

