ผิดเต็มประตู

June 26th, 2010 Comments off

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2010

อ่าน: 1 ทิโมธี 1:12-17
พระคุณแห่งองค์พระผู้เป็น เจ้าของเรานั้น มีมากเหลือล้น – 1 ทิโมธี 1:14

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 5-7, กิจการ 8:1-25

ชายคนหนึ่งกำลังกรอกใบสมัครงาน จนมาถึงคำถามว่า “คุณเคยถูกจับกุมหรือไม่?” เขาตอบว่า “ไม่เคย” คำถามต่อมาคือ “สาเหตุ?” ซึ่งเป็นคำถามสำหรับคนที่ตอบข้อก่อนหน้าว่า “เคย” เขาตอบไปว่า “ผมไม่เคยถูกจับได้” เขารู้ตัวดีว่าเขาผิดเต็มประตู!

เช่นเดียวกับเปาโล ท่านรู้ว่าตัวเองก็ทำสิ่งที่ผิดบาปต่อพระเจ้า ท่านเขียนว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนหลู่พระเกียรติ ข่มเหง และทำการหมิ่นประมาทพระองค์” (1 ทธ.1:13) ท่านถึงกับเรียกตัวเองว่าเป็น “ตัวเอก” ในพวกคนบาป (ข้อ 15)

ครั้งหนึ่ง ความบาปได้ทำให้เราแยกจากพระเจ้า และถูกนับเป็นศัตรูของพระองค์เช่นกัน (รม.5:10; คส.1:21) แต่เมื่อเราสารภาพบาปของเรา และยอมรับว่าเราต้องการการยกโทษจากพระองค์ พระองค์ก็ทรงชำระเรา และทรงสร้างเราขึ้นใหม่

พวกเราซึ่งรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้ามาหลายปีแล้ว อาจมีแนวโน้มที่จะลืม ว่า เราได้รับการช่วยกู้จากอะไรและได้รับการอภัยเรื่องอะไร การแบ่งปันเรื่องราวความผิดพลาดในอดีต และปัจจุบันของเรา และสรรเสริญพระเจ้า ที่ทรงอภัยโทษบาป จะช่วยให้เราไม่ทำตัวแบบ “ฉันชอบธรรมกว่าเธอ” ต่อผู้คนที่ยังไม่รู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า

ความจริงก็คือ เราทุกคนล้วนเคยผิดเต็มประตู และพระเจ้าทรงสมควร ได้รับเกียรติ เพราะพระเมตตาคุณที่ทรงมีต่อเรา – AMC

เราทำบาปพลาดพลั้งในชีวิต
ล้วนความผิดแต่พระเจ้าอภัยให้
เราเป็นหนี้พระคุณล้ำอำไพ
มิอาจช่วยตนเองได้พึ่งพระองค์ – Bonar

พระคุณคือทุกสิ่งทุกอย่าง สำหรับผู้ที่ไม่สมควรได้สิ่งใด

Read more…

เรื่องดี

June 14th, 2010 2 comments

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2010

อ่าน: ลูกา 23:44-24:3
เขาเหล่านั้นเห็นก้อนหินกลิ้ง ออกพ้นจากปากอุโมงค์แล้ว และเมื่อเข้าไปมิได้เห็นพระศพของพระเยซูเจ้า – ลูกา 24:2-3

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสรา 9-10, กิจการ 1

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโกรายงานว่า คนเรามีแนวโน้มว่าจะจำภาพแย่ๆได้ดีกว่าภาพดีๆ แม้ทุกคนจะบอกว่าอยากหนีจากกระแสข่าวร้ายๆที่สื่อประโคม ไม่ว่าจะเป็นโศกนาฏกรรม โรคระบาด หรือวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ผลการวิจัยกลับบ่งบอกว่าจิตใจของผู้คนผูกติดกับเรื่องเหล่านี้

แคเธอรีน ฮันคีย(1834-1911)สนใจ “ข่าวดี” มากกว่า เธอมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเห็นบรรดาหญิงสาวมารู้จักกับพระคริสต์ เธอป่วยหนักในปี 1866 ขณะที่นอนอยู่บนเตียง เธอคิดถึงผู้คนที่เธอเคยเล่าเรื่องการช่วยกู้ของพระเยซูให้ฟัง และเธอหวังว่าจะมีใครสักคนมาเยี่ยมและปลอบใจเธอด้วย “เรื่องราวโบราณนั้น” ตอนนั้นเองที่เธอเขียนกลอนที่ภายหลังกลายมาเป็นเพลงนมัสการชื่อว่า “เล่าเรื่องโบราณนั้น”

ขอโปรดเล่าเรื่องราวโบราณนั้น

เพื่อให้ฉันชื่นชมเรื่องการไถ่

เล่าตอกย้ำเรื่องนี้ทุกวันไป

ฉันจะได้จดจำและแบ่งปัน

เราไม่เบื่อฟังเรื่องความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลก (ยน.3:16) พระองค์มีชีวิตที่สมบูรณ์ รับโทษบาปแทนเราเมื่อพระองค์ถูกตรึงที่กางเขน และสามวันต่อมาพระองค์ทรงคืนพระชนม์ (ลก.23:44-24:3) เมื่อเรารับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา เราก็มีชีวิตนิรันดร์และเป็นบุตรของพระองค์ (ยน.1:12)

จงบอกเรื่องราวโบราณเรื่องพระเยซูและความรักของพระองค์แก่ผู้อื่น พวกเขาต้องการได้ยินข่าวดี – AMC

ข่าวประเสริฐของพระคริสต์ คือข่าวดีที่สุดในโลก

Read more…

อย่าบอกว่า “เป็นไปไม่ได้”

May 29th, 2010 Comments off

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม

อ่าน: กิจการ 9:1-22
ท่านไม่ได้รีรอ ท่านประกาศตามธรรมศาลา กล่าวเรื่องพระเยซูว่า “พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า” – กิจการ 9:20

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 7-9, ยอห์น 11:1-29

ขณะที่ผมและเพื่อนเดินไปตามทางซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของกำแพงเบอร์ลิน เขาพูดกับผมว่า “นี่เป็นสถานที่หนึ่งในชีวิตของผมที่ เรียกว่า ‘อย่าบอกว่าเป็นไปไม่ได้’” เขาเล่าให้ผมฟังว่าตอนที่กำแพงแบ่งเมืองออกเป็นสองส่วน เขาต้องเดินทางหลายสิบครั้งผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองชาร์ลี เพื่อไปหนุนใจสมาชิกคริสตจักรในเยอรมนีตะวันออกที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดและถูกต่อต้าน บางครั้งเขาต้องถูกกักตัว ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสอบสวนและข่มขู่

ในปี 1988 เขาพาลูกที่เป็นวัยรุ่นของเขาไป ที่กรุงเบอร์ลินตะวันตกและบอกกับพวกเขาว่า “ดูกำแพงนี้ไว้ให้ดีนะลูก เพราะสักวันหนึ่งเมื่อลูกมีโอกาสพาลูกของลูกมาที่นี่ กำแพงนี้จะยังคงตั้งตระหง่านอยู่” แต่หนึ่งปีต่อมากำแพงแห่งนี้ได้ถูกทำลายลง

เมื่อเซาโลแห่งเมืองทาร์ซัสเริ่มทำร้ายสาวกของพระเยซู ไม่มีใครเคยคิดว่าเขาจะกลายมาเป็นสาวกของพระองค์ “เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด” แต่กิจการ 9:1-9 ได้บันทึกเหตุการณ์ที่เซาโลเผชิญหน้ากับพระเยซูบนถนนที่ไปยังเมืองดามัสกัสในสภาพที่เขาตาบอด ไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์สำคัญที่พลิกชีวิตของเขา เซาโลได้เทศนาในธรรมศาลาของเมืองดามัสกัสว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับคนที่ได้ยินได้ฟัง (ข้อ 20-21)

เมื่อพระเจ้าทรงทำงานในคนที่ยากที่สุดที่เรารู้จัก อย่าบอกว่า “เป็นไปไม่ได้” – DCM

ฤทธิ์อำนาจพระเจ้าอัศจรรย์
ไร้ขีดขั้นเกินเราจะคิดได้
ชีวิตเก่าพึ่งฤทธาจึงเปลี่ยนไป
ทั้งเติบโตภายในจิตวิญญาณ – Sper

อย่าบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ในสิ่งที่พระเจ้าสามารถทำได้

Read more…