คำสั่งเสีย

July 18th, 2010 Comments off

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม 2010

อ่าน: 2 ทิโมธี 4:6-22
ข้าพเจ้ากำลังจะตกเป็นเครื่องบูชาอยู่แล้ว ถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะจากไป – 2 ทิโมธี 4:6

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 20-22, กิจการ 21:1-17

หลังจากที่แรนดี้ พอช วัย 47 ปีได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เขากลับไปที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมลลอน เพื่อบรรยายให้ผู้ร่วมงาน นักศึกษา และเพื่อนฟังเป็นครั้งสุดท้าย ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ท่านนี้ คิดว่าคงจะมีคนสัก 150 คนมาเข้าฟัง แต่ห้องประชุมขนาด 400 ที่นั่งกลับแน่นขนัด ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมง แรนดี้ได้เปิดใจกล่าวอำลาอย่างติดตลก ลึกซึ้ง และกินใจ ซึ่งเป็นการอำลาที่เน้นเรื่องการมีชีวิตอยู่มากกว่าการจากไป ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ มีคนนับล้านได้ชมวีดีโอการบรรยายครั้งนั้นผ่านทางอินเตอร์เน็ต และเป็นจุดเริ่มต้นของหนังสือที่ขายดีที่สุดในเวลาต่อมา คนที่กำลังเผชิญหน้ากับความตายมักจะมีมุมมองที่ชัดเจนว่าสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตอย่างแท้จริงคืออะไร

การกล่าวอำลาครั้งสุดท้ายของเปาโลก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ติดตามพระคริสต์มาตลอดเวลาหลายศตวรรษ ท่านบันทึกไว้ว่า “ถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะจากไป ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว” (2 ทธ.4:6-7) สิ่งที่เปาโลสอนทิโมธีได้ทอดข้ามยุคสมัยมาท้าทายเราด้วยเช่นกัน จดหมายของท่านเริ่มต้นและจบลงด้วยพระคุณของพระเจ้า (1:2,4:22) และเนื้อหาตรงกลางก็เป็นการเฉลิมฉลองความสัตย์ซื่ออันไม่สิ้นสุดของพระเจ้า

คำพูดของคนที่กำลังจะตาย อาจทำให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่มีเป้าหมายขึ้นมา คำสั่งเสียแห่งชัยชนะของเปาโลที่ว่า “พระสิริจงมีแด่พระองค์สืบๆไปชั่วนิตย์นิรันดร์ อาเมน” (4:18) เป็นคำสอนที่เราสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้ – DCM

ชีวิตเราอยู่เพื่อสิ่งนิรันดร์ หรือสิ่งที่สักวันจะสูญไป
ไขว่คว้าซึ่งยศศักดิ์อันยิ่งใหญ่ หรือถ่อมใจเพื่อพระคริสต์ทรงชมเชย – Sper

ถ้าเราพร้อมที่จะตาย เท่ากับว่าเราก็พร้อมที่จะมีชีวิตอยู่

Read more…

เวลาของเราอยู่ในพระหัตถ์พระองค์

May 28th, 2010 2 comments

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม

อ่าน: สดุดี 31:1-16
“พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์” วันเวลาของข้าพระองค์อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ – สดุดี 31:14-15

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 4-6, ยอห์น 10:24-42

ในพิธีประสาทปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยซีดาร์วิลล์ ปี 2002 ดร.พอล ดิ๊กสัน ได้หนุนใจบัณฑิตที่จบการศึกษาว่า “เวลาของเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า” ครอบครัวของเราได้ฟังและคิดว่าถ้อยคำนั้นช่างเหมาะสำหรับบัณฑิต ซึ่งรวมถึงจูลี่ ลูกสาวของเราด้วย

เราคิดไม่ถึงว่าห้าวันหลังจากนั้น เมลิสสา ลูกสาววัย 17 ปีของเราจะจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งทำให้เราหวนคิดถึงสดุดี 31:15 อีกครั้ง แต่ในมุมมองใหม่

ตลอดหลายปีที่ผ่านไป เราตระหนักด้วยความเจ็บปวดใจถึงแผนการอันลี้ลับของพระเจ้าที่ให้คริสเตียนบางคนมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงไม่นาน ผมคิดถึงเด็กหญิงคริสเตียนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสคนหนึ่ง ซึ่งปวดนิ้วและในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาเธอก็เสียชีวิตเพราะติดเชื้อขั้นรุนแรง หรือหญิงสาวคริสเตียนซึ่งเสียชีวิตขณะเล่นซอฟท์บอล เมื่อลูกบอลอัดถูกเข้าที่คอของเธอพอดี หรือเด็กชายวัยรุ่นที่รักพระเยซู ซึ่งถูกรถชนขณะขี่จักรยานกลับมาจากการตกปลา ทั้งเมลิสสา ฮีทเทอร์ แม็กกี้ และโธมัส ล้วนมีชีวิตอยู่เพียงไม่นาน แต่พวกเขาได้ทิ้งมรดกแห่งความเชื่อในพระเยซู และความรักที่มีต่อผู้อื่นเอาไว้ พวกเขาพร้อมที่จะจากไปเมื่อเวลาของพวกเขามาถึง

ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า “ข้าพระองค์วางใจในพระองค์” เพราะตระหนักว่า ชีวิตของท่านอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว (ข้อ 14-15) คุณวางใจพระเจ้าในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับวันเวลาชีวิตของคุณหรือไม่? – JDB

พระผู้ทรงอธิปไตยแห่งเมืองฟ้า
ทรงกรุณาสัพพัญญูฤทธิ์ยิ่งใหญ่
ทุกเวลาเหตุการณ์ล้วนอยู่ใน
พระหัตถ์อันเกรียงไกรทรงครอบครอง – Ryland

วันเวลาของเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า จิตวิญญาณของเราอยู่ในการดูแลของพระองค์

Read more…

ประเสริฐกว่ามากนัก

March 25th, 2010 9 comments

วันพฤหัสที่ 25 มีนาคม

อ่าน: วิวรณ์ 21:1-4
พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป” – วิวรณ์ 21:4

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: : โยชูวา 19-21, ลูกา 2:25-52

ศิษยาภิบาล แดน คัมมิ่งส์ อ่อนเพลียมากเพราะต้องทนทุกข์กับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส เริ่มต้นจากโรงมะเร็ง ตามด้วยข้อปฏิบัติเคร่งครัดมากมายในการรักษาพยาบาล หลังจากการรักษาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ในเท็กซัส เขาหวังว่าจะได้กลับบ้านที่มิชิแกน เขาเขียนลงในบันทึกบนอินเตอร์เน็ทของเขาว่า “วันนี้ดีขึ้นมาก…ไม่น่าเชื่อว่ายาจะช่วยได้มาก…สุดสัปดาห์นี้จะกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน”

แล้วแดนก็ได้กลับไปที่มิชิแกน แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้น การเดินทางในโลกนี้ของเขาก็สิ้นสุดลง เขาได้กลับบ้านไปอยู่กับพระเจ้า เขารักพระองค์ด้วยหัวใจที่รุ่งโรจน์ในร่างกายที่อ่อนแรง

สองสามวันต่อมา เมื่อฉันได้อ่านข้อความของเขา คำพูดที่ว่า “วันนี้ดีขึ้นมาก” สะดุดใจฉันเหลือเกิน ฉันยิ้มทั้งน้ำตาเพราะรู้ว่าตอนนี้แดนกำลังมีชีวิตที่ “ประเสริฐกว่ามากนัก” อย่างแท้จริง (ฟีลิปปี 1:23)

วันหนึ่ง เราที่ออกพระนามของพระเยซูก็จะได้ไปยังที่ที่ “ความตายจะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป” ที่นั้นจะไม่มีความเจ็บปวด และเป็นที่ที่พระบิดาทรงสัญญาว่าจะ “เช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตา (ของเรา)” (วว.21:4)

ชีวิตของเราไม่ได้มีเฉพาะที่เป็นอยู่ตอนนี้ ยังมีที่ที่ประเสริฐยิ่งกว่าที่ พระเยซูทรงจัดเตรียมเพื่อผู้ที่รักพระองค์ (ยน.14:2-3) – CHK

ยามชีวิตโลกนี้สูญสิ้นไป
เรารับรู้สัมผัสในหัตถ์อบอุ่น
ไร้โศกเศร้าเจ็บปวดที่เคยคุ้น
พ้นวายวุ่นอยู่สวรรค์เมืองวิมาน – Sper

สวรรค์ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีกลางคืน ไม่มีความตาย ไม่มีน้ำตา

Read more…