บาปร้ายแรง

มกราคม 25th, 2010 admin 6 comments

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม

อ่าน: ยอห์น 16:17-24
ขณะนี้ท่านทั้งหลายมีความทุกข์ แต่เราจะมาหาท่านอีกและใจท่านจะชื่นชมยินดี และไม่มีผู้ใดจะช่วงชิงความชื่นชมยินดีไปจากท่านได้ – ยอห์น 16:22

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 12-13, มัทธิว 16

        ความบาปร้ายแรงเจ็ดประการซึ่งกำหนดขึ้นในช่วงศตวรรษที่หก ได้แก่ ราคะตัณหา ความตะกละ ความโลภ ความเกียจคร้าน ความพยาบาท ความอิจฉา และความหยิ่งผยอง แต่ในช่วงศตวรรษที่สี่ มีบาปของความโศกเศร้ารวมอยู่ด้วย อารมณ์นั้นถูกละเว้นจากรายชื่อบาปนี้อยู่นานหลายร้อยปีทีเดียว
        คนบางคนมีบุคลิกที่ร่าเริง ดูราวกับมีความสุขอยู่เสมอ และมีรอยยิ้มตลอดเวลาเหมือนกำลังโฆษณายาสีฟัน แต่ก็มีบางคนที่ดูเหมือนโศกเศร้าเป็นประจำ พวกเขาบ่นถึงชีวิตและภาระหนัก ซึ่งเราทุกคนต่างยอมรับว่าความทุกข์ยากทำให้ท้อใจ
        เราต่างรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมองชีวิตในแง่ดี เราต้องระลึกว่าความชื่นชมยินดีเป็นของประทานอย่างหนึ่งที่พระเยซูทรงสัญญาว่าจะประทานให้แก่ผู้ที่ติดตามพระองค์ และเราต้องอยู่ห่างสิ่งที่จะทำให้ความโศกเศร้ามีอำนาจเหนืออารมณ์ของเรา
        พระเยซูทรงสัญญากับเหล่าสาวกในคืนที่ยูดาสทรยศพระองค์ว่า “ใจท่านจะชื่นชมยินดี” ชมยินดีไปจากท่านได้” (ยน.16:22) จงจำไว้ว่าความชื่นชมยินดีเป็นผลแห่งการสถิตอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (กท.5:22) ให้เราทูลขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยให้เรามองข้ามสถานการณ์ที่โศกเศร้า และหนุนจิตใจเราด้วยภาพแห่งความรื่นเริงยินดีที่รอคอยเราอยู่ (ฮบ.12:2) – VCG

มีเพียงองค์พระเยซูมอบสุขแท้
ทรงดูแลเข้าใจความทุกข์ตรอมตรม
ด้วยความรักมาช่วยคนบาปขื่นขม
พ้นระทมจากทาสได้เป็นไท – Anon.

ความชื่นชมยินดี เป็นผลของพระวิญญาณที่มีอยู่ทุกฤดูกาล

อ่านต่อ…

สิ่งที่ทำได้

ธันวาคม 4th, 2009 admin 4 comments

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม

อ่าน: เอเฟซัส 3:14-21
(ข้าพเจ้าอธิษฐาน) ขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานกำลังเรี่ยวแรงมากฝ่ายจิตใจแก่ท่าน โดยเดชพระวิญญาณของพระองค์ – เอเฟซัส 3:16

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 47-48, 1 ยอห์น 3

        ชีวิตได้ให้สิ่งที่คุณต้องการหรือไม่? หรือคุณรู้สึกว่าเศรษฐกิจ รัฐบาล เหตุการณ์ หรือปัจจัยภายนอกต่างๆกำลังปล้นเอาคุณค่าและความสุขไปจากคุณ?
        ไม่นานมานี้ สำนักสำรวจความคิดเห็นแห่งหนึ่งได้ถามประชาชน 1000 คนว่า พวกเขาปรารถนาสิ่งใดมากที่สุดในชีวิต ผลการสำรวจข้อหนึ่งที่น่าสนใจมากเปิดเผยว่าร้อยละ 90 ของคริสเตียนที่เชื่อในพระคริสตธรรมคัมภีร์บอกว่า พวกเขาต้องการความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า เป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ความซื่อสัตย์ในระดับสูง และความเชื่อที่ลึกซึ้งสิ้นสุดใจ
        ความปรารถนาจากส่วนลึกของจิตใจเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ตัวของเราเองสามารถทำได้ โดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนอื่น โครงการของรัฐบาลก็ช่วยเรื่องนี้ไม่ได้ และความตกต่ำทางเศรษฐกิจก็ไม่อาจลักขโมยอุดมคตินี้ไปได้ เป้าหมายชีวิตเหล่านี้จะบรรลุผลเมื่อเรายอมให้พระคำของพระเจ้าครอบครองจิตใจ และให้พระกำลังแห่งพระวิญญาณเสริมสร้าง”จิตใจ” (อฟ.3:16) ทำให้เกิดความสุขแท้
        ในโลกที่ซับซ้อนนี้ เรามักถูกล่อลวงให้ฝากความหวังในสิ่งที่เราปรารถนาไว้ในมือของคนอื่น คือคาดหวังให้คนอื่นทำความต้องการของเราให้เป็นจริง เราอาจจะต้องการความช่วยเหลือบ้าง และเราไม่อาจอยู่ตัวคนเดียว แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสุขแท้ได้นั้น ไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากภายใน คือการยอมให้พระคริสต์เข้ามาสถิตในใจของเรา (ข้อ 17) – JDB

พระวิญญาณบริสุทธิ์องค์ศักดิ์สิทธิ์
ทรงสถิตอยู่ในดวงใจฉัน
ทลายแท่นรูปเคารพทุกสิ่งอัน
จอมราชันครองบัลลังก์แต่ผู้เดียว – Reed

หากโลกเจ้าปัญหานี้ทำให้เราล้มลง จงเงยหน้ามองพระเยซู

อ่านต่อ…

จงชื่นชมยินดี

สิงหาคม 3rd, 2009 admin Comments off


วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 63-65, โรม 6

อ่าน: สดุดี 30
นี่เป็นวันซึ่งพระเจ้าได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น – สดุดี 118:24

        หนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันโปรดปรานมากที่สุดในวัยเด็ก คือ โพลีแอนนา ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กสาวที่มองโลกในแง่ดีและมักจะมีเรื่องให้ดีใจอยู่เสมอ แม้กระทั่งในยามที่ทุกสิ่งดูเลวร้าย
        ฉันเพิ่งหวนคิดถึงเพื่อนในนิยายผู้นี้ได้เมื่อไม่นานมานี้ เมื่อเพื่อนในชีวิตจริงของฉันจักรยานล้มแขนหัก แมรี่แอนบอกกับฉันว่า เธอรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ยังสามารถขี่จักรยานกลับมาบ้านได้เองและไม่ต้องผ่าตัด และเธอยังบอกด้วยว่า ดีที่เป็นแขนข้างซ้าย (เพราะเธอถนัดขวา) เธอจึงยังสามารถทำงานได้ ที่น่าประหลาด คือเธอมีกระดูกที่แข็งแรง ซึ่งน่าจะทำให้แขนของเธอหายเร็วขึ้น! และที่วิเศษคือ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านั้น!
        โล่งอก! แมรี่แอนเป็นตัวอย่างของคนซึ่งเรียนรู้ที่จะชื่นชมยินดีในยามที่มีปัญหา เธอมั่นใจว่าพระเจ้าทรงห่วงใยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอก็ตาม
        เราทุกคนล้วนต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก และในช่วงเวลาเช่นนั้น เรามักจะไม่ได้ขอบคุณพระเจ้าเป็นอันดับแรก แต่ผมคิดว่าพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเราด้วยความพอพระทัย เมื่อเราหาเหตุผลที่จะขอบคุณพระองค์ (1 ธส. 5:16-18) เมื่อเรามองหาสิ่งที่ดีจากสถานการณ์ที่เลวร้าย โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เราจะขอบคุณพระเจ้าได้ที่ทรงโอบกอดเราไว้ เมื่อเราวางใจในความดีของพระองค์ เราจะพบกับความยินดี – CHK

ในอ้อมหัตถ์อันอบอุ่นข้าลี้ภัย
ความชอกช้ำระกำใจพระรักษา
เพราะไม่มีแหล่งใดในโลกา
ปลอบโยนข้าเป็นพระพรล้นอนันต์
- Cushing

การขอบพระคุณ ช่วยให้เราพบสิ่งดีในทุกสถานการณ์