พระเป็นเจ้าของข้าพระองค์

กรกฎาคม 31st, 2010 admin Comments off

วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2010

อ่าน: ยอห์น 20:19-29
โธมัสทูลพระองค์ว่า “องคพระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์และพระเจ้าของข้าพระองค์” – ยอห์น 20:28

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 54-56, โรม 3

ในวันที่พระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ทรงปรากฏแก่เหล่าสาวกและให้พวกเขาดูพระหัตถ์และพระบาทในตอนแรก พวกเขาไม่เชื่อ เพราะเรื่องนี้มหัศจรรย์เกินกว่าจะเป็นจริงได้ (ลก.24:40-41) ตอนนั้นโธมัสไม่ได้อยู่ด้วย เขาจึงไม่ยอมเชื่อจนกว่าจะได้เห็น เมื่อพระเยซูปรากฏแก่โธมัสและบอกให้เขาเอานิ้วแหย่เข้าไปในรอยตะปูที่พระหัตถ์และคลำที่สีข้างพระองค์ โธมัสก็ร้องออกมาว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของ ข้าพระองค์และพระเจ้าของข้าพระองค์” (ยน. ์ 20:28)

ต่อมาภายหลัง เมื่อเปาโลบอกกับชาวฟีลิปปีถึงการทนทุกข์ของท่าน ท่านยังได้ประกาศว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้า และเป็นพยานว่าท่านถือว่าประสบการณ์ทั้งสิ้นของท่านนั้นไร้ประโยชน์ “เพราะเห็นแก่ความประเสริฐแห่งความรู้ถึงพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า” (ฟป. 3:8)

คุณและผมไม่เคยเห็นพระเยซูทรงห้ามพายุหรือชุบใครให้ฟื้นจากตาย เราไม่เคยนั่งอยู่แทบพระบาทที่เชิงเขาในแคว้นกาลิลี และฟังพระองค์สอน แต่โดยความเชื่อ เราได้รับการเยียวยาฝ่ายวิญญาณด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์แทนเรา เราจึงร่วมกับโธมัสและเปาโลและคนอีกนับไม่ถ้วน ยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

พระเยซูตรัสว่า “เพราะท่านได้เห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ ผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข” (ยน. 20:29) เมื่อเราเชื่อ เราเองก็เรียกพระเยซูว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์และพระเจ้าของข้าพระองค์” ได้ – DCE

ดูพระเศียรพระหัตถ์พระบาทา
ทรงปวดร้าวทรมาก็เพราะรัก
แสนยิ่งใหญ่กว่ารักใดเคยรู้จัก
ทรงยอมด้วยใจสมัครเพื่อทุกคน – Watts

แม้เราจะไม่อาจมองเห็นพระองค์ได้ด้วยตา แต่เราเชื่อได้ด้วยใจว่า พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า

อ่านต่อ…

ความกระวนกระวาย

กรกฎาคม 1st, 2010 admin 1 ความเห็น

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 2010

อ่าน: มัทธิว 6:25-34
อย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้ – มัทธิว 6:34

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 20-21, กิจการ 10:24-48

วันหนึ่งในช่วงพักเที่ยง ฉันรู้สึกกระวนกระวายใจหลายเรื่อง ขณะนั่งอยู่ในรถที่จอดอยู่ใต้ร่มไม้ จู่ๆก็มีนกโรบินตัวหนึ่งคาบหนอนอ้วนห้อยต่องแต่งบินมาเกาะใกล้กับประตูรถ แล้วมองมาที่ฉัน นกตัวนั้นทำให้ฉันระลึกถึงพระดำรัสของพระเยซูใน มัทธิว 6.25-26 ที่ว่า “อย่ากระวนกระวายถึงชีวิตของตน…จงดูนกในอากาศ มันมิได้หว่าน มิได้เกี่ยว มิได้ส่ำสมไว้ในยุ้งฉาง แต่พระบิดาของท่านทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงนกไว้ ท่านทั้งหลายมิประเสริฐกว่านกหรือ”

เมื่อหลายปีก่อน มีบทความหนึ่งในนิตยสารโฟคัล พอยท์ของวิทยาลัยพระคริสตธรรมเดนเวอร์ ซึ่ง พอล บอร์เดน ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่คนช่างวิตกกังวลไว้ว่า

เขียนรายการความกังวล โดยเขียนสิ่งที่คุณกังวลออกมา ไม่ว่าจะเป็น รายจ่าย การงาน ลูกหลาน สุขภาพ อนาคต

ให้เปลี่ยนข้อกังวลให้เป็นหัวข้ออธิษฐาน ขอพระเจ้ากระทำการในสถานการณ์ที่คุณวิตกอยู่ อธิษฐานเผื่อความต้องการนั้นๆอย่างเจาะจง และพึ่งพาในพระองค์

ให้เปลี่ยนหัวข้ออธิษฐานให้เป็นข้อที่ต้องปฏิบัติ หากคุณมีความรู้และเข้าใจว่าควรทำบางสิ่งบางอย่างกับความกังวลเหล่านั้นก็ขอให้ทำ เมื่อเราเปลี่ยนความกังวลให้เป็นคำอธิษฐานและการปฏิบัติแล้ว บอร์เดน บอกว่า “ความวิตกกังวลที่ทำให้เราขยับเขยื้อนไม่ได้จะถูกแทนที่ด้วยความใส่ใจที่เรามีต่อภาระหน้าที่ในชีวิต”

เริ่มเขียนรายการของคุณเดี๋ยวนี้เลยไหม – AMC

อย่าทุกข์ร้อนกังวลเรื่องกาลภายหน้า
เสียเวลากลัดกลุ้มภาระหนัก
เรื่องร้อนใจนำมาต่อพระพักตร์
องค์พระเจ้าผู้ทรงรักและห่วงใย – Sper

สิ่งที่คุณทำให้กลายเป็นคำอธิษฐาน จะเป็นสิ่งที่คุณไม่กังวลอีกต่อไป

อ่านต่อ…

GAD(โรควิตกจริต) หรือGOD(พระเจ้า)

สิงหาคม 11th, 2009 admin Comments off


วันอังคารที่ 11 สิงหาคม

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 81-83, โรม 11:19-36

อ่าน:1 เปโตร 5:6-11
จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย – 1 เปโตร 5:7

        คุณเป็นโรควิตกกังวลเรื้อรังอยู่หรือไม่? คุณกังวลเรื่องใบแจ้งหนี้ อนาคต สุขภาพ หนี้สิน และชีวิตคู่อยู่ใช่ไหม? ความกังวลได้ครอบงำชีวิตจนคุณกลายเป็น “เครื่องจักรกังวล” ไปแล้วใช่ไหม? หากคุณเป็นเช่นนี้ อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังเป็นโรควิตกจริต (generalized anxiety disorder) หรือ GAD ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะวิตกอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับชีวิตเกือบทุกด้านของตนเอง เดวิด บาร์โลว์ อาจารย์ประจำคณะจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยบอสตันกล่าวว่า “ลักษณะสำคัญทางด้านจิตวิทยาของโรค GAD ก็คือ วิตกกังวลเรื้อรังชนิดที่ควบคุมไม่ได้” ความกังวลเล็กๆน้อยๆ เป็นเรื่องธรรมดา แต่การกังวลอยู่ตลอดเวลาเป็นความผิดปกติ
        คริสเตียนในยุคแรกต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากและการกดขี่ข่มเหงจนต้องหนีออกจากกรุงเยรูซาเล็มและกระจัดกระจายไปทั่วเอเชีย (1 ปต.1:1-7) ผู้ติดตามพระคริสต์จำนวนมากต้องเป็นทุกข์เพราะพวกเขาอาจตกอยู่ในอันตรายหรือประสบกับความโชคร้าย เปโตรได้หนุนใจ ผู้เชื่อเหล่านี้ไม่ให้วิตกกังวล แต่ให้มอบความกังวลทั้งหมดไว้กับพระเจ้า (5:7) ท่านต้องการให้พวกเขาตระหนักว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะต้องแบกความกังวลเอาไว้ ในเมื่อพวกเขาสามารถวางไว้กับพระเจ้าผู้ทรงใส่พระทัยสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับพวกเขา
        คุณเป็นคนวิตกกังวลเรื้อรังหรือเปล่า? จงปล่อยให้พระเจ้าดูแลความวิตกกังวลของคุณ เลิกกังวลและเริ่มวางใจในพระองค์อย่างหมดหัวใจ – MW

เมื่อนำความกังวลใจภาระหนัก
มาเข้าเฝ้าต่อพระพักตร์ของพระเจ้า
ความสงสัยไม่มั่นใจทรงปัดเป่า
เติมใจเราด้วยสันติสุขทวี
- Anon

ความกังวลเป็นภาระ ที่พระเจ้าไม่ประสงค์ให้เราแบก