วันพฤหัสที่ 28 มกราคม
อ่าน: สดุดี 23
พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ – สดุดี 23:2
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 19-20, มัทธิว 18:21-35
คำว่า เชื่อมต่อ อธิบายชีวิตยุคนี้ได้เป็นอย่างดี น้อยคนนักที่จะไปไหนมาไหน โดยไม่พกโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ฟังเพลง คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือวิทยุติดตามตัว ผู้คนตามตัวเราได้ 24 ชั่วโมง นักจิตวิทยาบางคนเห็นว่าความอยากที่จะให้คนอื่นติดต่อได้ตลอดเวลาเป็นอาการเสพติดอย่างหนึ่ง แต่ก็มีผู้คนมากขึ้นที่ใช้เทคโนโลยีอย่างระมัดระวัง การ “งดเทคโนโลยี” คือการมีเวลาพักสงบ โดยจำกัดกระแสข้อมูลข่าวสารที่เข้ามาในชีวิต
ผู้ที่ติดตามพระคริสต์หลายคนพบว่าการอ่านพระคัมภีร์และอธิษฐานทุกวัน จำเป็นต่อการดำเนินในความเชื่อ “เวลาพักสงบ” คือการตัดการเชื่อมต่อกับความวุ่นวายภายนอก มาเชื่อมต่อกับพระเจ้า “ทุ่งหญ้าเขียวสด” และ “ริมน้ำแดนสงบ” ในสดุดี 23:2 ไม่ใช่เพียงฉากธรรมชาติในบทกวี แต่หมายถึงการเข้าส่วนในพระเจ้า และการที่พระองค์ทรงฟื้นจิตวิญญาณและนำย่างเท้าของเรา (ข้อ 3)
เราทุกคนจัดเวลาเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ แต่เราได้ทำหรือไม่? ในหนังสือ “7 นาทีกับพระเจ้า” (7 Minutes With God) โรเบิร์ต ฟอสเตอร์ แนะนำวิธีการเริ่มต้นไว้ว่า เริ่มด้วยการอธิษฐานสั้นๆขอการทรงนำ แล้วอ่านพระคัมภีร์ 2-3 นาที แล้วอธิษฐานปิดสั้นๆด้วยการสรรเสริญ สารภาพ ขอบพระคุณ และทูลขอเพื่อผู้อื่น วันนี้สิ่งสำคัญคือเราต้องมีเวลาเชื่อมต่อกับพระเจ้าผู้ทรงเป็นชีวิตของเรา – DCM
ทุกวันเราจงใคร่ครวญ ทบทวนพระคุณพระเจ้า
ภาวนาพระคำค่ำเช้า เข้าเฝ้าอธิษฐานวิงวอน
เปิดใจฟังพระดำรัส ที่ตรัสเป็นคำสั่งสอน
ในพระคัมภีร์ทุกตอน นำการเปลี่ยนแปลงชีวี – Sper
อ่านต่อ…
วันอังคารที่ 6 ตุลาคม
อ่าน: ลูกา 10:38-42
มารธายุ่งในการปรนนิบัติมาก – ลูกา 10:40
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 26-27, ฟีลิปปี 2
ผลสำรวจเรื่องสิ่งขัดขวางการเจริญเติบโต จากคริสเตียนกว่า 20,000 คนใน 139 ประเทศ พบว่า คริสเตียนมากกว่าร้อยละ 40 ทั่วโลกบอกว่า พวกเขายุ่งกับงานโน้นงานนี้ “เสมอ” หรือ “บ่อยๆ” คริสเตียนร้อยละ 60 บอกว่าธุระต่างๆ ในชีวิตเข้ามาขัดขวางการพัฒนาความสัมพันธ์กับพระเจ้า “เสมอ” หรือ “บ่อยๆ” เห็นได้ชัดว่าการยุ่งกับธุระ ดึงเราไปัติ จากการสามัคคีธรรมกับพระองค์
มารธาก็ปล่อยให้ความยุ่งดึงเธอไปจากการใช้เวลากับพระเยซู เมื่อเธอต้อนรับพระองค์ี กับเหล่าสาวกเข้ามาในบ้าน เธอก็สาละวนกับการเตรียมอาหาร ล้างเท้าและการบริการ จริงอยู่ที่สิ่งเหล่านี้ต้องมีคนจัดการ แต่ลูกาพยายามจะสื่อว่าความสาละวนในการจัดเตรียมของมารธา กลายเป็นภาระที่ดึงเธอไปจากการใคร่ครวญพระดำรัสของพระเยซูและการใช้เวลากับพระองค์ (ลก.10:38-42)
แล้วเราล่ะ? เราสาละวนกับงานโน้นงานนี้ ปล่อยให้ธุระต่างๆของชีวิต และแม้แต่งานรับใช้ดึงเราไปจากการสามัคคีธรรมแสนหวานกับพระองค์หรือไม่? ให้เราขอพระเจ้าช่วยลดสิ่งที่ทำให้เราวุ่นวาย คือให้เราจดจ่อที่พระเยซู – MW
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ไม่อยากพลาดแม้สักนาทีที่จะได้ใกล้ชิดพระองค์ในแต่ละวัน ขอทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์
อย่ายุ่งเกินกว่าที่จะอธิษฐานและอ่านพระคำของพระองค์ อาเมน
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 26-28, กิจการ 22
อ่าน: เอเฟซัส 4:17-24
จงให้วิญญาณจิตของท่านเปลี่ยนใหม่ – เอเฟซัส 4:23
ในเดือนกรกฎาคม 1969 ผมอยู่ที่ฟอร์ตเบนนิ่ง รัฐจอร์เจียเพื่อรับการฝึกเป็นนายทหารกองทัพสหรัฐฯ โรงเรียนนายทหารราบนั้นเข้มงวด ระเบียบจัดและมีเวลาว่างเพียงน้อยนิด แต่ในวันที่ 20 ก.ค. เราได้รับคำสั่งให้ไปยังห้องพักผ่อนของกองร้อย และให้นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ เราได้รับการแจ้งเพียงว่า “นี่คือประวัติศาสตร์”
เรารู้สึกทึ่งกับภาพของนีล อาร์มสตรอง นักบินอวกาศของยานอพอลโล 11 มนุษย์ คนแรกที่กำลังเหยียบดวงจันทร์และกล่าวว่า “นี่คือก้าวเล็กๆของคนคนหนึ่งแต่เป็นก้าวกระโดดของมวลมนุษยชาติ” เวลาเข้านอนของเราถูกเลื่อนออกไปและเราพูดคุยกันจนดึก ไม่เฉพาะเกี่ยวกับสิ่งที่เราได้เห็น แต่รวมไปถึงเรื่องชีวิต พระเจ้าและชีวิตนิรันดร์ กิจวัตรอันหนักหน่วงของเราหยุดชั่วขณะและเราหันมาสนใจสิ่งที่สำคัญจริงๆ
เราทุกคนจำเป็นต้องหันความสนใจของตัวเองทุกวัน มาใช้เวลาส่วนตัวเป็นประจำกับพระเจ้า ให้เราได้ออกห่างจากงานที่รัดตัว หยุดพักจากกิจวัตรประจำวัน และจดจ่อที่พระองค์ผ่านทางพระวจนะและการอธิษฐาน ความคิดและการกระทำของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเราทำตามคำเชิญชวนของเปาโลที่ว่า “จงให้วิญญาณจิตของท่านเปลี่ยนใหม่” (อฟ.4:23) สิ่งที่ดูเหมือนก้าวเล็กๆ อาจจะเป็นก้าวกระโดดในชีวิตประจำวันที่เราเชื่อวางใจในพระคริสต์ก็ได้ – DCM
ก้าวเล็กๆ มีคุณค่าดังก้าวกระโดด
พาความเชื่อเรารุ่งโรจน์พัฒนา
หากก้าวนั้นคือที่เราได้ใฝ่หา
ใช้เวลาอธิษฐานอ่านพระคำ
- Sper