<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; การเป็นพยาน</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ภาษาเดียวกัน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/30/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/30/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1724</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2010 อ่าน: กิจการ 17:22-32 เพราะว่าเมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่ง มีคำจารึกไว้ว่า ‘แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก’ &#8211; กิจการ 17:23 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 129-131, 1 โครินธ์ 11:1-16 ในระหว่างการเดินทางไปทำพันธกิจที่ประเทศจาไมก้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บรรดานักเรียนชั้นมัธยมมีโอกาสไปเยี่ยมบ้านพักสำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหา ที่เคยทำผิดกฎหมาย หรือที่ครอบครัวไม่อาจปกครองดูแล การพบกันระหว่างเด็กที่มาจากต่างวัฒนธรรมนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาจะคุยอะไรกัน? แล้วพวกเขาจะต่อกันติดหรือไม่? ไม่นานพวกเขาก็พบทางออก หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาถึงได้เพียงไม่กี่นาที การแข่งขันฟุตบอลก็เริ่มต้นขึ้น โดยเด็กนักเรียนชาวสหรัฐจำนวนหนึ่งได้ชวนเด็กวัยรุ่นชาวจาไมก้าบางคนเข้ามาร่วมในการแข่งขันด้วย การแข่งขันครั้งนี้ช่วยละลายพฤติกรรมได้เป็นอย่างดี พวกเขาก็รู้จักกันไปเองเมื่อได้เตะบอล ส่งให้แก่กัน หลังจากจบการแข่งขัน การสนทนาก็ง่ายขึ้นและมิตรภาพก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะทั้งสองฝ่ายสนใจเรื่องเดียวกัน ในกิจการบทที่ 17 อัครทูตเปาโลชี้ให้เราเห็นวิธีทำลายกำแพงและเริ่มพูดคุย ท่านพูดคุยกับชาวเอเธนส์ในเรื่องการนมัสการที่ต่างฝ่ายต่างก็สนใจ เราเองก็สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเรื่องกีฬา หรือคุยกับเพื่อนบ้านเรื่องสนามหญ้า มีมากมายหลายเรื่องที่จะพูดคุยได้ หากคุณจะประกาศกับคนที่ต้องได้รับฟังเรื่องราวความรักของพระเจ้า จงพูดคุยเรื่องที่คุณและเขาสนใจร่วมกัน แล้วกำแพงที่กั้นขวางจะพังทลายลง &#8211; JDB พระวิญญาณพระเจ้านำความรอดไป ให้เพื่อนบ้านเราได้โดยผ่านเรา เพียงเริ่มต้นสร้างสัมพันธ์กับพวกเขา สำแดงรักพระเจ้าทุกเวลา – [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กิจการ 17:22-32</span><br />
<span class="biblemessage">เพราะว่าเมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่ง มีคำจารึกไว้ว่า ‘แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก’  &#8211; กิจการ 17:23 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 129-131, 1 โครินธ์ 11:1-16</p>
<div id="mana_contents">
<p>ในระหว่างการเดินทางไปทำพันธกิจที่ประเทศจาไมก้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บรรดานักเรียนชั้นมัธยมมีโอกาสไปเยี่ยมบ้านพักสำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหา ที่เคยทำผิดกฎหมาย หรือที่ครอบครัวไม่อาจปกครองดูแล
<p>การพบกันระหว่างเด็กที่มาจากต่างวัฒนธรรมนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาจะคุยอะไรกัน? แล้วพวกเขาจะต่อกันติดหรือไม่?
<p>ไม่นานพวกเขาก็พบทางออก หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาถึงได้เพียงไม่กี่นาที การแข่งขันฟุตบอลก็เริ่มต้นขึ้น โดยเด็กนักเรียนชาวสหรัฐจำนวนหนึ่งได้ชวนเด็กวัยรุ่นชาวจาไมก้าบางคนเข้ามาร่วมในการแข่งขันด้วย
<p>การแข่งขันครั้งนี้ช่วยละลายพฤติกรรมได้เป็นอย่างดี พวกเขาก็รู้จักกันไปเองเมื่อได้เตะบอล ส่งให้แก่กัน หลังจากจบการแข่งขัน การสนทนาก็ง่ายขึ้นและมิตรภาพก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะทั้งสองฝ่ายสนใจเรื่องเดียวกัน
<p>ในกิจการบทที่ 17 อัครทูตเปาโลชี้ให้เราเห็นวิธีทำลายกำแพงและเริ่มพูดคุย ท่านพูดคุยกับชาวเอเธนส์ในเรื่องการนมัสการที่ต่างฝ่ายต่างก็สนใจ เราเองก็สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเรื่องกีฬา หรือคุยกับเพื่อนบ้านเรื่องสนามหญ้า มีมากมายหลายเรื่องที่จะพูดคุยได้
<p>หากคุณจะประกาศกับคนที่ต้องได้รับฟังเรื่องราวความรักของพระเจ้า จงพูดคุยเรื่องที่คุณและเขาสนใจร่วมกัน แล้วกำแพงที่กั้นขวางจะพังทลายลง   &#8211; JDB
</p></div>
<p class="poem">
พระวิญญาณพระเจ้านำความรอดไป          ให้เพื่อนบ้านเราได้โดยผ่านเรา <br />
เพียงเริ่มต้นสร้างสัมพันธ์กับพวกเขา          สำแดงรักพระเจ้าทุกเวลา – Hess
</p>
<p class="remark">ความรักของพระเจ้าสามารถทำลายกำแพงลงได้</p>
<p><span id="more-1724"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100830.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/30/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มีอิทธิพล</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/24/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/24/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Jul 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1652</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2010 อ่าน: กิจการ 25:1-12 จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้สำหรับจะนำนามของเราไปยัง&#8230;กษัตริย์ &#8211; กิจการ 9:15 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 35-36, กิจการ 25 หนังสือชื่อ นักเทศน์และประธานาธิบดี ได้ลำดับเหตุการณ์การทำพันธกิจของนักประกาศบิลลี่ เกรแฮม และประธานาธิบดีหลายคนตั้งแต่เฮนรี่ เอส. ทรูแมน ไปจนถึงประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิ้ลยู. บุช ซึ่งมักจะเชิญเกรแฮมไปที่ทำเนียบขาวบ่อยๆ แม้ว่าเกรแฮมจะมีอิทธิพลต่อคนระดับสูง เขาก็ยังคงยกย่องพระคุณของพระเจ้าที่ทรงทำงานผ่านตัวเขา และไม่ใช่ด้วยความสามารถส่วนตัวของเขาเลย เปาโลเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เป็นพยานกับคนในตำแหน่งสูง พระคริสต์ตรัสว่า “จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้ สำหรับจะนำนามของเราไปยังประชาชาติ กษัตริย์และพวกอิสราเอล” (กจ.9:15) ในพระธรรมกิจการ เราอ่านพบว่าเปาโลมีอิทธิพลต่อชนชั้นปกครอง เช่น เฟลิกส์ เฟสทัส กษัตริย์อากริปปา และอาจรวมถึงซีซาร์ด้วย (กจ.24-26) แต่เปาโลได้ทำสิ่งเดียวกับที่บิลลี่ เกรแฮมทำในอีกหลายศตวรรษต่อมา คือ ชี้ไปที่พระคุณของพระเจ้าที่ทำงานผ่านเขา “มิใช่ตัวข้าพเจ้าเองทำ พระคุณของพระเจ้าซึ่งดำรงอยู่กับข้าพเจ้าต่างหากที่ทำ” (1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กิจการ 25:1-12 </span><br />
<span class="biblemessage">จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้สำหรับจะนำนามของเราไปยัง&#8230;กษัตริย์  &#8211; กิจการ 9:15 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 35-36, กิจการ 25</p>
<div id="mana_contents">
<p>หนังสือชื่อ นักเทศน์และประธานาธิบดี ได้ลำดับเหตุการณ์การทำพันธกิจของนักประกาศบิลลี่ เกรแฮม และประธานาธิบดีหลายคนตั้งแต่เฮนรี่ เอส. ทรูแมน ไปจนถึงประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิ้ลยู. บุช ซึ่งมักจะเชิญเกรแฮมไปที่ทำเนียบขาวบ่อยๆ แม้ว่าเกรแฮมจะมีอิทธิพลต่อคนระดับสูง เขาก็ยังคงยกย่องพระคุณของพระเจ้าที่ทรงทำงานผ่านตัวเขา และไม่ใช่ด้วยความสามารถส่วนตัวของเขาเลย
<p>เปาโลเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เป็นพยานกับคนในตำแหน่งสูง พระคริสต์ตรัสว่า “จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้ สำหรับจะนำนามของเราไปยังประชาชาติ กษัตริย์และพวกอิสราเอล” (กจ.9:15)
<p>ในพระธรรมกิจการ เราอ่านพบว่าเปาโลมีอิทธิพลต่อชนชั้นปกครอง เช่น เฟลิกส์ เฟสทัส กษัตริย์อากริปปา และอาจรวมถึงซีซาร์ด้วย (กจ.24-26) แต่เปาโลได้ทำสิ่งเดียวกับที่บิลลี่ เกรแฮมทำในอีกหลายศตวรรษต่อมา คือ ชี้ไปที่พระคุณของพระเจ้าที่ทำงานผ่านเขา “มิใช่ตัวข้าพเจ้าเองทำ พระคุณของพระเจ้าซึ่งดำรงอยู่กับข้าพเจ้าต่างหากที่ทำ” (1 คร.15:10)
<p>พระเจ้าอาจไม่ได้เรียกให้คุณประกาศพระกิตติคุณกับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่พระองค์ได้ทรงนำให้ผู้คนมาหาคุณ เพื่อจะได้เล่าข่าวประเสริฐแห่งความหวังของพระองค์ให้เขาฟัง จงอธิษฐานขอโอกาสให้พระคุณของพระเจ้าหลั่งไหลผ่านคุณ ในขณะที่คุณเป็นพยานให้กับใครก็ตามที่คุณมีอิทธิพลต่อเขา &#8211; HDF
</p></div>
<p class="poem">
วิงวอนกราบทูลพระเจ้า  	ให้เรามีความสัตย์ซื่อ <br />
ทั้งใจวาจากายคือ  	เครื่องมือที่เป็นพยาน <br />
นำเพื่อนมาถึงพระคริสต์  	เพื่อให้ชีวิตทุกด้าน <br />
เขาพบคุณค่ายืนนาน  	เพราะได้พบพานพระองค์ – Anon.
</p>
<p class="remark">ที่ที่ดีที่สุดที่จะเป็นพยาน คือที่ที่พระเจ้านำคุณไป</p>
<p><span id="more-1652"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100724.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/24/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเดินทางฝ่ายวิญญาณ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/12/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/12/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Jul 2010 17:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การนับถือรูปเคารพ]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1623</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2010 อ่าน: กิจการ 17:22-31 ท่านได้ละทิ้งรูปเคารพและหันมาหาพระเจ้า เพื่อรับใช้พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และเที่ยงแท้ &#8211; 1 เธสะโลนิกา 1:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 4-6, กิจการ 17:16-34 การอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงกระทำผ่านทางโมเสสนั้นถือว่าท้าทายบรรดาพระของฟาโรห์ แต่ในยุคหนึ่ง ก็ยังมีฟาโรห์ที่ประกาศว่าเชื่อในเทพเจ้าองค์เดียว นั่นคือ ฟาโรห์อเคนาเตนที่บอกว่าดวงอาทิตย์ที่ขึ้นและตก เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่มอบชีวิตให้แก่โลกใบนี้ สัญลักษณ์ความเชื่อในเทพอาเตนหรือสุริยเทพที่พระองค์ใช้ คือ รูปแผ่นกลมที่มีรัศมีแผ่ออกมา แม้ว่าความคิดของฟาโรห์องค์นี้จะใกล้เคียงกับแนวคิดเรื่องพระเจ้าองค์เดียว ที่กล่าวไว้ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ แต่เทพเจ้าองค์นั้นก็ยังเป็นเพียงรูปเคารพ เมื่อเปาโลกล่าวกับประชาชนในเมืองเอเธนส์ ท่านรู้สึกเป็นทุกข์เนื่องจากการบูชารูปเคารพในเมืองนั้น แต่ท่านก็ได้ใช้ความเข้าใจที่ผิดของพวกเขาในเรื่องนี้ เชื่อมโยงไปถึงพระเจ้าแห่งพระคริสตธรรมคัมภีร์ เพราะพวกเขาพยายามค้นหาพระเจ้า เปาโลจึงกล่าวว่า “พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้” (กจ.17:24) ในโลกนี้ที่นับวันผู้คนจะนับถือหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกันมากขึ้นทุกที ผู้คนรอบข้างเราอาจจะบูชาเทพเจ้าต่างๆมากมาย แต่จิตวิญญาณของพวกเขาไม่ควรสิ้นสุดลงที่นั่น อาจมีบางคนที่กำลังเข้ามาใกล้แผ่นดินของพระเจ้า ให้เราทำตามแบบอย่างของเปาโล คือ เคารพเบื้องหลังทางความเชื่อของผู้อื่น หาช่องทางที่จะเข้าถึงจิตวิญญาณของพวกเขา แล้วชี้ให้เขาเห็นพระเจ้าแท้แต่พระองค์เดียว &#8211; HDF คำอธิษฐาน: พระเจ้าที่รัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กิจการ 17:22-31</span><br />
<span class="biblemessage">ท่านได้ละทิ้งรูปเคารพและหันมาหาพระเจ้า เพื่อรับใช้พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และเที่ยงแท้  &#8211; 1 เธสะโลนิกา 1:9</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 4-6, กิจการ 17:16-34</p>
<div id="mana_contents">
<p>การอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงกระทำผ่านทางโมเสสนั้นถือว่าท้าทายบรรดาพระของฟาโรห์ แต่ในยุคหนึ่ง ก็ยังมีฟาโรห์ที่ประกาศว่าเชื่อในเทพเจ้าองค์เดียว นั่นคือ ฟาโรห์อเคนาเตนที่บอกว่าดวงอาทิตย์ที่ขึ้นและตก เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่มอบชีวิตให้แก่โลกใบนี้ สัญลักษณ์ความเชื่อในเทพอาเตนหรือสุริยเทพที่พระองค์ใช้ คือ รูปแผ่นกลมที่มีรัศมีแผ่ออกมา แม้ว่าความคิดของฟาโรห์องค์นี้จะใกล้เคียงกับแนวคิดเรื่องพระเจ้าองค์เดียว ที่กล่าวไว้ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ แต่เทพเจ้าองค์นั้นก็ยังเป็นเพียงรูปเคารพ  </p>
<p>เมื่อเปาโลกล่าวกับประชาชนในเมืองเอเธนส์ ท่านรู้สึกเป็นทุกข์เนื่องจากการบูชารูปเคารพในเมืองนั้น แต่ท่านก็ได้ใช้ความเข้าใจที่ผิดของพวกเขาในเรื่องนี้ เชื่อมโยงไปถึงพระเจ้าแห่งพระคริสตธรรมคัมภีร์ เพราะพวกเขาพยายามค้นหาพระเจ้า เปาโลจึงกล่าวว่า “พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้” (กจ.17:24)  </p>
<p>ในโลกนี้ที่นับวันผู้คนจะนับถือหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกันมากขึ้นทุกที ผู้คนรอบข้างเราอาจจะบูชาเทพเจ้าต่างๆมากมาย แต่จิตวิญญาณของพวกเขาไม่ควรสิ้นสุดลงที่นั่น อาจมีบางคนที่กำลังเข้ามาใกล้แผ่นดินของพระเจ้า ให้เราทำตามแบบอย่างของเปาโล คือ เคารพเบื้องหลังทางความเชื่อของผู้อื่น หาช่องทางที่จะเข้าถึงจิตวิญญาณของพวกเขา แล้วชี้ให้เขาเห็นพระเจ้าแท้แต่พระองค์เดียว &#8211; HDF
</p></div>
<p class="poem">
คำอธิษฐาน: พระเจ้าที่รัก ขอทรงโปรดช่วยให้เรานำผู้หลงหายให้พ้นจากสิ่งเทียมเท็จ และนำพวกเขามาถึงพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าพระองค์เดียว ผู้ทรงสามารถประทานชีวิตแท้ให้ อาเมน
</p>
<p class="remark">พระเจ้าเท่านั้นที่สมควรที่เราจะนมัสการ</p>
<p><span id="more-1623"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100712.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/12/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลงมือทำ ก่อนที่จะพูด</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/09/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/09/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Jul 2010 17:01:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1613</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2010 อ่าน: มัทธิว 5:11-16 จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่าน ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์ &#8211; มัทธิว 5:16 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 38-40, กิจการ 16:1-21 ครั้งหนึ่ง มีเมืองทางฝั่งทะเลตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะเป็นที่ที่มีการต่อต้านพระกิตติคุณอย่างรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่ง โปสเตอร์ในร้านกาแฟที่นั่นประชาสัมพันธ์การประชุมของพวกพ่อมดหมอผี ที่สอนการร่ายคาถาสะกดศัตรู ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมาก คริสตจักรต้องต่อสู้กว่าจะได้รับอนุญาตจากสภาของเมืองให้ก่อตั้งคริสตจักร และบรรดาผู้นำคริสตจักรต่างก็พูดกันว่า “แย่แล้ว” จนกระทั่งศิษยาภิบาลกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันอธิษฐานเป็นประจำ และตั้งใจที่จะนำความรักของพระเยซูเข้ามาสู่เมืองของพวกเขา พวกเขาเริ่มทำพันธกิจกับคนจรจัด คนที่ทนทุกข์จากเอดส์ วัยรุ่นที่อยู่ในความเสี่ยง พวกเขาสัตย์ซื่อและมุ่งมั่นในการนำความรักของพระเยซูไปสู่ผู้ทนทุกข์ ไม่นานนัก หน่วยงานรัฐ ก็เริ่มขอความช่วยเหลือจากพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น คริสตจักรเริ่มเติบโตเมื่อผู้คนตอบสนองต่อพระกิตติคุณอย่างเป็นรูปธรรม เรื่องนี้เป็นการพิสูจน์คำพูดที่ว่า บางครั้งคุณต้อง “ลงมือทำ” ก่อนที่จะพูด ไม่มีใครอยากจะฟังสิ่งที่เราอยากบอกเกี่ยวกับความรักของพระเยซู จนกว่าพวกเขาจะได้เห็นในชีวิตของเรา (มธ.5:16) เมื่อนั้นแม้แต่ผู้ต่อต้านพระกิตติคุณที่หัวรุนแรงที่สุดก็อาจจะนึกดีใจ ที่มีคุณอยู่ในเมือง สำนักงาน หรือละแวกบ้านของเขา แล้วตอนนั้นคุณก็สามารถเล่าเรื่องพระเยซูให้พวกเขาฟังได้ &#8211; JS [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: มัทธิว 5:11-16</span><br />
<span class="biblemessage">จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่าน ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์ &#8211; มัทธิว 5:16</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: โยบ 38-40, กิจการ 16:1-21</p>
<div id="mana_contents">
<p>ครั้งหนึ่ง มีเมืองทางฝั่งทะเลตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะเป็นที่ที่มีการต่อต้านพระกิตติคุณอย่างรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่ง โปสเตอร์ในร้านกาแฟที่นั่นประชาสัมพันธ์การประชุมของพวกพ่อมดหมอผี ที่สอนการร่ายคาถาสะกดศัตรู  </p>
<p>ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมาก คริสตจักรต้องต่อสู้กว่าจะได้รับอนุญาตจากสภาของเมืองให้ก่อตั้งคริสตจักร และบรรดาผู้นำคริสตจักรต่างก็พูดกันว่า “แย่แล้ว” จนกระทั่งศิษยาภิบาลกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันอธิษฐานเป็นประจำ และตั้งใจที่จะนำความรักของพระเยซูเข้ามาสู่เมืองของพวกเขา พวกเขาเริ่มทำพันธกิจกับคนจรจัด คนที่ทนทุกข์จากเอดส์ วัยรุ่นที่อยู่ในความเสี่ยง พวกเขาสัตย์ซื่อและมุ่งมั่นในการนำความรักของพระเยซูไปสู่ผู้ทนทุกข์ ไม่นานนัก หน่วยงานรัฐ ก็เริ่มขอความช่วยเหลือจากพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น คริสตจักรเริ่มเติบโตเมื่อผู้คนตอบสนองต่อพระกิตติคุณอย่างเป็นรูปธรรม  </p>
<p>เรื่องนี้เป็นการพิสูจน์คำพูดที่ว่า บางครั้งคุณต้อง “ลงมือทำ” ก่อนที่จะพูด ไม่มีใครอยากจะฟังสิ่งที่เราอยากบอกเกี่ยวกับความรักของพระเยซู จนกว่าพวกเขาจะได้เห็นในชีวิตของเรา (มธ.5:16) เมื่อนั้นแม้แต่ผู้ต่อต้านพระกิตติคุณที่หัวรุนแรงที่สุดก็อาจจะนึกดีใจ ที่มีคุณอยู่ในเมือง สำนักงาน หรือละแวกบ้านของเขา แล้วตอนนั้นคุณก็สามารถเล่าเรื่องพระเยซูให้พวกเขาฟังได้ &#8211; JS
</p></div>
<p class="poem">
จงมุ่งหน้าเดินไป               พระเจ้าให้งานแก่เรา <br />
สำแดงรักพระเจ้า              มีชีวีเพื่อพระองค์ <br />
ด้วยเราได้ชีวิต                 เพราะโลหิตที่หลั่งลง <br />
สนองพระประสงค์             จึงประกาศพระกิตติคุณ &#8211; Whittle
</p>
<p class="remark">เมื่อคุณประกาศพระกิตติคุณ จงแน่ใจว่าคุณใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับพระกิตติคุณ</p>
<p><span id="more-1613"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100709.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/09/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความตั้งใจที่ตั้งมั่น</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2010 17:01:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1533</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน 2010 อ่าน: 2 โครินธ์ 5:16-21 ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้าผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน &#8211; 2 โครินธ์ 5:18 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 23-24, ยอห์น 15 สิ่งที่ดีที่สุดสิ่งหนึ่งในการได้รับใช้ที่สถาบันพระคริสตธรรมมูดี้คือการได้ยินเรื่องราวของบรรดาศิษย์เก่าที่เปลี่ยนแปลงโลกเพื่อพระคริสต์ เรื่องราวการเสียสละ อุตสาหะและความร้อนรนในพระกิตติคุณของพวกเขาล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้กับผม ปลายศตวรรษที่ 19 แมรี่ แม็คลาวด์ เบธูนเข้าเรียนที่สถาบันมูดี้ในชิคาโกเป็นเวลา 2 ปี เพื่อเตรียมไปเป็นมิชชันนารีในอัฟริกา แต่เมื่อ เธอเรียนจบ ไม่มีคณะกรรมการมิชชั่นใดให้ โอกาสเธอเป็นมิชชันนารี เพราะเธอมีเชื้อสายอัฟริกัน-อเมริกัน แม้เธอจะไม่ได้ไปอัฟริกาตามีที่ฝัน แต่เธอก็ไม่ละทิ้งการทรงเรียกให้รับใช้พระเยซู เธอไม่ยอมแพ้และตั้งโรงเรียนเล็กๆสอนผู้หญิงเชื้อสายอัฟริกันอเมริกันในฟลอริดา ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นวิทยาลัยเบธูนคุ้กแมน เธอเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของผู้หญิง ผลงานของแมรี่ที่ตกทอดมาสู่คนรุ่นหลังเกิดจากความมุ่งมั่นของเธอที่จะรับใช้พระเยซูแม้ความฝันจะแตกสลาย เธอรู้ดีว่าพระเจ้าทรงมอบ “พันธกิจเรื่องการคืนดีกัน” ให้กับเธอ (2 คร.5:18) และเธอก็ไม่ยอมแพ้ ภาระหน้าที่นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับแมรี่คนเดียวเท่านั้น เราทุกคนมีหน้าที่บอกให้ผู้อื่นได้รู้ว่า พวกเขาคืนดีกับพระเจ้าผ่านทางพระคริสต์ได้ วันนี้ จงมองหาหนทางสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อพระเยซูในที่ที่เราอยู่! [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 2 โครินธ์ 5:16-21</span><br />
<span class="biblemessage">ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้าผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน  &#8211; 2 โครินธ์ 5:18</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 2 พงศาวดาร 23-24, ยอห์น 15</p>
<div id="mana_contents">
<p>สิ่งที่ดีที่สุดสิ่งหนึ่งในการได้รับใช้ที่สถาบันพระคริสตธรรมมูดี้คือการได้ยินเรื่องราวของบรรดาศิษย์เก่าที่เปลี่ยนแปลงโลกเพื่อพระคริสต์ เรื่องราวการเสียสละ อุตสาหะและความร้อนรนในพระกิตติคุณของพวกเขาล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้กับผม  </p>
<p>ปลายศตวรรษที่ 19 แมรี่ แม็คลาวด์ เบธูนเข้าเรียนที่สถาบันมูดี้ในชิคาโกเป็นเวลา 2 ปี เพื่อเตรียมไปเป็นมิชชันนารีในอัฟริกา แต่เมื่อ เธอเรียนจบ ไม่มีคณะกรรมการมิชชั่นใดให้ โอกาสเธอเป็นมิชชันนารี เพราะเธอมีเชื้อสายอัฟริกัน-อเมริกัน แม้เธอจะไม่ได้ไปอัฟริกาตามีที่ฝัน แต่เธอก็ไม่ละทิ้งการทรงเรียกให้รับใช้พระเยซู เธอไม่ยอมแพ้และตั้งโรงเรียนเล็กๆสอนผู้หญิงเชื้อสายอัฟริกันอเมริกันในฟลอริดา ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นวิทยาลัยเบธูนคุ้กแมน เธอเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของผู้หญิง  </p>
<p>ผลงานของแมรี่ที่ตกทอดมาสู่คนรุ่นหลังเกิดจากความมุ่งมั่นของเธอที่จะรับใช้พระเยซูแม้ความฝันจะแตกสลาย เธอรู้ดีว่าพระเจ้าทรงมอบ “พันธกิจเรื่องการคืนดีกัน” ให้กับเธอ (2 คร.5:18) และเธอก็ไม่ยอมแพ้   </p>
<p>ภาระหน้าที่นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับแมรี่คนเดียวเท่านั้น เราทุกคนมีหน้าที่บอกให้ผู้อื่นได้รู้ว่า พวกเขาคืนดีกับพระเจ้าผ่านทางพระคริสต์ได้ วันนี้ จงมองหาหนทางสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อพระเยซูในที่ที่เราอยู่! &#8211; JS
</p></div>
<p class="poem">
ทุกหนแห่งพระเจ้านำเราไป        <br />
ขอโปรดให้กล้าหาญพร้อมแบ่งปัน <br />
เพื่อผู้คนหลงหายจะกลับหัน       <br />
จากความบาปโดยพลันมาถึงพระองค์ – Sper
</p>
<p class="remark">สิ่งที่พระเจ้ามองหาในคนของพระองค์ คือหัวใจที่ยินดีรับใช้พระองค์</p>
<p><span id="more-1533"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100605.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันข่าวดี</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 May 2010 17:01:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1507</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 26 พฤษภาคม อ่าน: 2 พงศ์กษัตริย์ 7:3-11 เราทำไม่ถูกเสียแล้ว วันนี้เป็นวันข่าวดี ถ้าเรานิ่งอยู่ &#8211; 2 พงศ์กษัตริย์ 7:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี 1 พงศาวดาร 28-29, ยอห์น 9:24-41 เกรแฮม เพื่อนชาวออสเตรเลียของผมไม่ได้ตาบอดตั้งแต่กำเนิด แต่ตาบอดจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเมื่ออายุ 9 ขวบ แต่เขาไม่เคยรู้สึกสงสารตัวเอง และไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขามักจะแบ่งปันให้คนอื่นฟังว่าพระเยซูมีความหมายต่อชีวิตของเขาอย่างไร ล่าสุดเขาเดินทางมาทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดที่ประเทศไทย ซึ่งนอกเหนือจากการใช้ทักษะอาชีพแล้ว เขายังต้องการแบ่งปันพระกิตติคุณของพระคริสต์ให้กับคนไทยอีกด้วย ชายโรคเรื้อน 4 คนในพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ 7 ก็มีข่าวดีที่อยากจะแบ่งปันเช่นกัน พวกเขาเผอิญเข้าไปในค่ายของคนซีเรียและพบว่าค่ายถูกทิ้งร้างอยู่ หลังจากที่กินดื่มและขนข้าวของที่ชาวซีเรียทิ้งไว้ไปซ่อนแล้ว พวกเขาก็คิดถึงชาวสะมาเรียที่กำลังอดอยากเนื่องจากถูกกองทัพของซีเรียปิดล้อมไว้เป็นเวลานาน พวกเขาจึงพูดกันว่า &#8220;เราทำไม่ถูกเสียแล้ว วันนี้เป็นวันข่าวดี ถ้าเรานิ่งอยู่&#8221; (ข้อ 9) ดังนั้น พวกเขาจึงไปบอกกับชาวอิสราเอลซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติถึงสิ่งที่พวกเขาค้นพบ แม้สภาพร่างกายและฐานะทางสังคมของพวกเขาจะไม่เอื้ออำนวย แต่ทั้งเกรแฮมและชายโรคเรื้อนรู้จักคิดถึงคนอื่น พวกเขารู้สึกขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พบและคิดว่าสิ่งเหล่านั้นดีเกินกว่าที่จะเก็บไว้คนเดียว มีใครไหมที่คุณรู้จัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันพุธที่ 26 พฤษภาคม </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  2 พงศ์กษัตริย์ 7:3-11 </span><br />
<span class="biblemessage">เราทำไม่ถูกเสียแล้ว วันนี้เป็นวันข่าวดี ถ้าเรานิ่งอยู่ &#8211; 2 พงศ์กษัตริย์ 7:9<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี	1 พงศาวดาร 28-29, ยอห์น 9:24-41</p>
<p class="manacontent">เกรแฮม เพื่อนชาวออสเตรเลียของผมไม่ได้ตาบอดตั้งแต่กำเนิด แต่ตาบอดจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเมื่ออายุ 9 ขวบ แต่เขาไม่เคยรู้สึกสงสารตัวเอง และไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขามักจะแบ่งปันให้คนอื่นฟังว่าพระเยซูมีความหมายต่อชีวิตของเขาอย่างไร ล่าสุดเขาเดินทางมาทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดที่ประเทศไทย ซึ่งนอกเหนือจากการใช้ทักษะอาชีพแล้ว เขายังต้องการแบ่งปันพระกิตติคุณของพระคริสต์ให้กับคนไทยอีกด้วย </p>
<p class="manacontent">ชายโรคเรื้อน 4 คนในพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ 7 ก็มีข่าวดีที่อยากจะแบ่งปันเช่นกัน พวกเขาเผอิญเข้าไปในค่ายของคนซีเรียและพบว่าค่ายถูกทิ้งร้างอยู่ หลังจากที่กินดื่มและขนข้าวของที่ชาวซีเรียทิ้งไว้ไปซ่อนแล้ว พวกเขาก็คิดถึงชาวสะมาเรียที่กำลังอดอยากเนื่องจากถูกกองทัพของซีเรียปิดล้อมไว้เป็นเวลานาน พวกเขาจึงพูดกันว่า &#8220;เราทำไม่ถูกเสียแล้ว วันนี้เป็นวันข่าวดี ถ้าเรานิ่งอยู่&#8221; (ข้อ 9) ดังนั้น พวกเขาจึงไปบอกกับชาวอิสราเอลซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติถึงสิ่งที่พวกเขาค้นพบ </p>
<p class="manacontent">แม้สภาพร่างกายและฐานะทางสังคมของพวกเขาจะไม่เอื้ออำนวย แต่ทั้งเกรแฮมและชายโรคเรื้อนรู้จักคิดถึงคนอื่น พวกเขารู้สึกขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พบและคิดว่าสิ่งเหล่านั้นดีเกินกว่าที่จะเก็บไว้คนเดียว </p>
<p class="manacontent">มีใครไหมที่คุณรู้จัก ซึ่งน่าจะได้รู้ว่าพระเยซูทรงทำสิ่งใดเพื่อพวกเขาบ้าง? อย่าอ้างว่าคุณไร้ความสามารถ แต่จงแบ่งปันข่าวดีเกี่ยวกับสิ่งที่พระเยซูทรงทำเพื่อคุณ แล้วคุณจะพบเป้าหมายใหม่ในชีวิต &#8211; CPH </p>
<p class="poem">
ขอพระเจ้าโปรดใช้ข้าให้เป็นเกลือ<br />
คอยช่วยเหลือโลกนี้ที่ตกต่ำ<br />
ประกาศเรื่องพระคริสต์ผู้เลิศล้ำ<br />
ทรงรักษาใจชอกช้ำทุกๆ ดวง – Sper
</p>
<p class="remark">เมื่อเราขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เรามี เราก็จะอยากแบ่งสิ่งนั้นกับผู้อื่น</p>
<p><span id="more-1507"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100526.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มวลมนุษยชาติ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/26/%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/26/%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Apr 2010 17:01:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1426</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 26 เมษายน อ่าน: กิจการ 28:16-31 เปาโล&#8230;ได้ต้อนรับคนทั้งปวงที่มาหาท่าน &#8211; กิจการ 28:30 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 ซามูเอล 23-24, ลูกา 19:1-27 ช่วงทศวรรษที่ 1920 และ 1930 ช่างภาพชื่อออกัส แซนเดอร์เริ่มถ่ายภาพเพื่อสะท้อนสภาพสังคมในเยอรมัน เขาถ่ายทอดภาพคนงานโรงงานและนักการเงิน นักแสดง และแม่บ้าน พวกนาซีและคนยิวผ่านเลนส์ของเขา ถึงแม้ว่าผลงานที่ตีพิมพ์จะมีแค่ภาพของผู้คนที่อยู่ในเมืองและรอบเมืองโคโลจ์นอันเป็นบ้านเกิดของเขา แต่ภาพเหล่านั้นแสดงออกถึงสิ่งที่เดวิด พร็อพสันเขียนไว้ในเดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัลว่าคือภาพของ &#8220;มวลมนุษยชาติ ในวงล้อมอันจำกัด&#8221; วลีนี้ใช้อธิบายชีวิตของเรากับผู้คนที่เราพบเจอทุกวันได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ ไหน เราต่างก็โคจรมาพบกับผู้คนจากต่างภูมิหลังและต่างความเชื่อ เปาโลเดินทางและเทศนาเป็นเวลาหลายปีก่อนจะถูกขังในกรุงโรม ที่นั่นท่านยังคงกล่าวพระกิตติคุณเพราะท่านเป็นห่วงและอยากให้ผู้คนได้รู้จักพระเยซูคริสต์ พระธรรมกิจการจบลงที่เปาโลถูกกักตัวอยู่ในโรมในบ้านเช่าที่มีทหารคุมที่ที่ท่าน &#8220;ได้ต้อนรับคนทั้งปวงที่มาหาท่าน ทั้งประกาศแผ่นดินของพระเจ้า และสั่งสอนความจริงเรื่องพระเยซูคริสต์เจ้าโดยเปิดเผย&#8221; (กจ.28:30-31) แทนที่เปาโลจะสนใจในข้อจำกัดของท่าน ท่านกลับมองเห็นโอกาส และนั่นคือเคล็ดลับสำหรับเราเช่นกัน วันนี้มีมวลมนุษยชาติในวงล้อมที่เรายื่นมือไปถึงได้ &#8211; DCM เรารับการทรงเรียกอันศักดิ์สิทธิ์ ให้ชีวิตเป็นแสงส่องโลกหล้า ยกพระคริสต์พระผู้ไถ่แห่งโลกา เพื่อเพื่อนบ้านได้ทัศนาแสงพระองค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันจันทร์ที่ 26 เมษายน </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  กิจการ 28:16-31 </span><br />
<span class="biblemessage">เปาโล&#8230;ได้ต้อนรับคนทั้งปวงที่มาหาท่าน &#8211; กิจการ 28:30<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 2 ซามูเอล 23-24, ลูกา 19:1-27</p>
<p class="manacontent">ช่วงทศวรรษที่ 1920 และ 1930 ช่างภาพชื่อออกัส แซนเดอร์เริ่มถ่ายภาพเพื่อสะท้อนสภาพสังคมในเยอรมัน เขาถ่ายทอดภาพคนงานโรงงานและนักการเงิน นักแสดง และแม่บ้าน พวกนาซีและคนยิวผ่านเลนส์ของเขา ถึงแม้ว่าผลงานที่ตีพิมพ์จะมีแค่ภาพของผู้คนที่อยู่ในเมืองและรอบเมืองโคโลจ์นอันเป็นบ้านเกิดของเขา แต่ภาพเหล่านั้นแสดงออกถึงสิ่งที่เดวิด พร็อพสันเขียนไว้ในเดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัลว่าคือภาพของ &#8220;มวลมนุษยชาติ ในวงล้อมอันจำกัด&#8221; </p>
<p class="manacontent">วลีนี้ใช้อธิบายชีวิตของเรากับผู้คนที่เราพบเจอทุกวันได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ ไหน เราต่างก็โคจรมาพบกับผู้คนจากต่างภูมิหลังและต่างความเชื่อ </p>
<p class="manacontent">เปาโลเดินทางและเทศนาเป็นเวลาหลายปีก่อนจะถูกขังในกรุงโรม ที่นั่นท่านยังคงกล่าวพระกิตติคุณเพราะท่านเป็นห่วงและอยากให้ผู้คนได้รู้จักพระเยซูคริสต์ พระธรรมกิจการจบลงที่เปาโลถูกกักตัวอยู่ในโรมในบ้านเช่าที่มีทหารคุมที่ที่ท่าน &#8220;ได้ต้อนรับคนทั้งปวงที่มาหาท่าน ทั้งประกาศแผ่นดินของพระเจ้า และสั่งสอนความจริงเรื่องพระเยซูคริสต์เจ้าโดยเปิดเผย&#8221; (กจ.28:30-31) </p>
<p class="manacontent">แทนที่เปาโลจะสนใจในข้อจำกัดของท่าน ท่านกลับมองเห็นโอกาส และนั่นคือเคล็ดลับสำหรับเราเช่นกัน วันนี้มีมวลมนุษยชาติในวงล้อมที่เรายื่นมือไปถึงได้ &#8211; DCM </p>
<p class="poem">
เรารับการทรงเรียกอันศักดิ์สิทธิ์<br />
ให้ชีวิตเป็นแสงส่องโลกหล้า<br />
ยกพระคริสต์พระผู้ไถ่แห่งโลกา<br />
เพื่อเพื่อนบ้านได้ทัศนาแสงพระองค์ – Anon.
</p>
<p class="remark">พระกิตติคุณคือของขวัญอันหาค่ามิได้ แต่มอบให้แก่ทุกคนโดยไม่คิดมูลค่า</p>
<p><span id="more-1426"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100426.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/26/%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช่วยชีวิต</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/08/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/08/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Mar 2010 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1313</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม อ่าน: ลูกา 15:1-7 จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่ &#8211; ลูกา 15:7 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เฉลยธรรมบัญญัติ 5-7, มาระโก 11:1-18 เมื่อเร็วๆนี้ ผมกับมาร์ตี้ได้เดินทางไปเมืองใหญ่ๆในหลายประเทศ เราสะเทือนใจเมื่อเห็นโลกนี้เสื่อมทรามลงและเศร้าใจที่มีคนนับล้านไม่เคยได้ยินเรื่องพระคุณแห่งการทรงไถ่ของพระเยซู เราเต็มเปี่ยมด้วยความคิดว่าจะประกาศให้คนทั้งโลกรู้จักพระคริสต์ จนผมจำได้ว่ามีเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่เดินอยู่ที่ชายหาด เขาเห็นปลาดาวมากมายกำลังจะตายเพราะแสงแดดร้อนแผดเผา เขาจึงเริ่มโยนมันกลับลงทะเล ชายที่เดินผ่านมาถามว่า &#8220;ทำอะไรอยู่?&#8221; &#8220;ช่วยชีวิตปลาดาวครับ&#8221; เด็กชายตอบ &#8220;เลิกเถอะ&#8221; ชายคนนั้นบอก &#8220;เธอไม่มีวันช่วยชีวิตปลาพวกนี้ได้หมดหรอก&#8221; &#8220;ใช่ฮะ&#8221; เด็กชายตอบ &#8220;แต่ตัวไหนที่ผมช่วย มันก็ไม่ต้องถูกแดดเผาตายนะครับ&#8221; ผมชอบมุมมองของเด็กคนนั้น เมื่อเราถูกคลื่นแห่งความบาปซัดขึ้นมาที่หาดและกำลังจะตาย พระเจ้าได้ส่งพระบุตรของพระองค์ให้เสด็จมาที่หาดนั้นเพื่อช่วยทุกคนที่ยอมกลับใจ และในลูกาบทที่ 15 พระเยซูทรงบอกกับประชาชนว่า ทุกครั้งที่มีแม้เพียงหนึ่งคนกลับใจใหม่ สวรรค์จะ เฉลิมฉลอง &#8220;เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่&#8221; (ลก.15:7) สวรรค์ได้ฉลองความรอดของคุณแล้วหรือยัง? หากว่าใช่ ขอให้คุณร่วมแรงร่วมใจกับคนที่กำลังช่วยจิตวิญญาณที่หลงหายโดยอาศัยพระคุณแห่งการช่วยกู้ของพระเยซูกันเถอะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  ลูกา 15:1-7  </span><br />
<span class="biblemessage">จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่  &#8211; ลูกา 15:7<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี: 	เฉลยธรรมบัญญัติ 5-7, มาระโก 11:1-18</p>
<p class="manacontent">เมื่อเร็วๆนี้ ผมกับมาร์ตี้ได้เดินทางไปเมืองใหญ่ๆในหลายประเทศ เราสะเทือนใจเมื่อเห็นโลกนี้เสื่อมทรามลงและเศร้าใจที่มีคนนับล้านไม่เคยได้ยินเรื่องพระคุณแห่งการทรงไถ่ของพระเยซู เราเต็มเปี่ยมด้วยความคิดว่าจะประกาศให้คนทั้งโลกรู้จักพระคริสต์  </p>
<p class="manacontent">จนผมจำได้ว่ามีเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่เดินอยู่ที่ชายหาด เขาเห็นปลาดาวมากมายกำลังจะตายเพราะแสงแดดร้อนแผดเผา เขาจึงเริ่มโยนมันกลับลงทะเล ชายที่เดินผ่านมาถามว่า &#8220;ทำอะไรอยู่?&#8221; &#8220;ช่วยชีวิตปลาดาวครับ&#8221; เด็กชายตอบ &#8220;เลิกเถอะ&#8221; ชายคนนั้นบอก &#8220;เธอไม่มีวันช่วยชีวิตปลาพวกนี้ได้หมดหรอก&#8221; &#8220;ใช่ฮะ&#8221; เด็กชายตอบ &#8220;แต่ตัวไหนที่ผมช่วย มันก็ไม่ต้องถูกแดดเผาตายนะครับ&#8221;  </p>
<p class="manacontent">ผมชอบมุมมองของเด็กคนนั้น เมื่อเราถูกคลื่นแห่งความบาปซัดขึ้นมาที่หาดและกำลังจะตาย พระเจ้าได้ส่งพระบุตรของพระองค์ให้เสด็จมาที่หาดนั้นเพื่อช่วยทุกคนที่ยอมกลับใจ และในลูกาบทที่ 15 พระเยซูทรงบอกกับประชาชนว่า ทุกครั้งที่มีแม้เพียงหนึ่งคนกลับใจใหม่ สวรรค์จะ  เฉลิมฉลอง &#8220;เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่&#8221; (ลก.15:7)  </p>
<p class="manacontent">สวรรค์ได้ฉลองความรอดของคุณแล้วหรือยัง? หากว่าใช่ ขอให้คุณร่วมแรงร่วมใจกับคนที่กำลังช่วยจิตวิญญาณที่หลงหายโดยอาศัยพระคุณแห่งการช่วยกู้ของพระเยซูกันเถอะ &#8211; JS</p>
<p class="poem">
ความรักขององค์พระเจ้าแสนยิ่งใหญ่<br />
ทรงมีชัยชนะความมรณา<br />
ทรงสละชีพพระบุตรแสนสูงค่า<br />
จ่ายราคาไถ่เราพ้นบาปกรรม –Gustafson
</p>
<p class="remark">เมื่อคุณได้รับการช่วยให้พ้นภัย  คุณจะอยากช่วยคนอื่นด้วย</p>
<p><span id="more-1313"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100308.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/08/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศาสนาของต่างชาติ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/23/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/23/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 17:01:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1263</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ อ่าน: กิจการ 17:16-31 &#8220;ดูเหมือนเขาเป็นคนนำพระต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่&#8221; เพราะเปาโลได้ประกาศพระนามพระเยซู &#8211; กิจการ 17:18 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: กันดารวิถี 7-8, มาระโก 4:21-41 ระหว่างการเดินทางไปเอเชียตะวันออก ผมแวะชมศาลเจ้าแปลกตาที่สร้างขึ้นจากรูปปั้นจำนวนมาก มัคคุเทศน์ของเราบอกว่า ผู้ที่มาสักการะจะเลือกรูปปั้นที่ดูเหมือนบรรพบุรุษของตนมากที่สุด และสวดภาวนาต่อสิ่งนั้น ไม่กี่ปีก่อน ผมได้อ่านเรื่องของนักเรียนชื่อเลอ ไท ซึ่งเป็นผู้สักการะบรรพบุรุษ เขารู้สึกสบายใจมากที่ได้สวดภาวนาต่อย่าที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะเขาได้สวดภาวนาต่อคนที่เขารักและรู้จัก เขาจึงรู้สึกว่าเป็นส่วนตัวและสนิทสนม แต่เมื่อเขาจากเวียดนามไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา เลอ ไทได้รับการแนะนำให้รู้จักกับคริสตศาสนา เขารู้สึกว่าเหมือนเทพนิยายที่มีพื้นฐานความคิดแบบอเมริกัน และเป็นการบูชาพระต่างประเทศ (กจ.17:18) หลังจากนั้นเพื่อนคริสเตียนเชิญเขาไปที่บ้านในวันคริสตมาส เขาได้เห็นการแสดงออกของครอบครัวคริสเตียน และได้ยินเรื่องราวของพระเยซูอีกครั้ง เลอ ไทตั้งใจฟัง เขาอ่านยอห์นบทที่ 3 เกี่ยวกับ &#8220;การบังเกิดใหม่&#8221; และตั้งคำถามต่างๆ เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในที่สุด เขาตระหนักว่าคริสตศาสนาเป็นความจริง เขาวางใจให้พระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา หากเพื่อนของเรามองว่าคริสตศาสนาเป็นศาสนาของต่างชาติ เราต้องให้เกียรติความเชื่อของเขา และแบ่งปันข่าวประเสริฐอย่างมีมารยาท และให้เวลาเขาศึกษาคริสตศาสนา แล้วก็วางใจให้พระวิญญาณทำงาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์</span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กิจการ 17:16-31  </span><br />
<span class="biblemessage">&#8220;ดูเหมือนเขาเป็นคนนำพระต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่&#8221; เพราะเปาโลได้ประกาศพระนามพระเยซู &#8211; กิจการ 17:18<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:  	กันดารวิถี 7-8, 	มาระโก 4:21-41</p>
<p class="manacontent">ระหว่างการเดินทางไปเอเชียตะวันออก ผมแวะชมศาลเจ้าแปลกตาที่สร้างขึ้นจากรูปปั้นจำนวนมาก มัคคุเทศน์ของเราบอกว่า ผู้ที่มาสักการะจะเลือกรูปปั้นที่ดูเหมือนบรรพบุรุษของตนมากที่สุด และสวดภาวนาต่อสิ่งนั้น </p>
<p class="manacontent">ไม่กี่ปีก่อน ผมได้อ่านเรื่องของนักเรียนชื่อเลอ ไท ซึ่งเป็นผู้สักการะบรรพบุรุษ เขารู้สึกสบายใจมากที่ได้สวดภาวนาต่อย่าที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะเขาได้สวดภาวนาต่อคนที่เขารักและรู้จัก เขาจึงรู้สึกว่าเป็นส่วนตัวและสนิทสนม </p>
<p class="manacontent">แต่เมื่อเขาจากเวียดนามไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา เลอ ไทได้รับการแนะนำให้รู้จักกับคริสตศาสนา เขารู้สึกว่าเหมือนเทพนิยายที่มีพื้นฐานความคิดแบบอเมริกัน และเป็นการบูชาพระต่างประเทศ (กจ.17:18) </p>
<p class="manacontent">หลังจากนั้นเพื่อนคริสเตียนเชิญเขาไปที่บ้านในวันคริสตมาส เขาได้เห็นการแสดงออกของครอบครัวคริสเตียน และได้ยินเรื่องราวของพระเยซูอีกครั้ง เลอ ไทตั้งใจฟัง เขาอ่านยอห์นบทที่ 3 เกี่ยวกับ &#8220;การบังเกิดใหม่&#8221; และตั้งคำถามต่างๆ เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในที่สุด เขาตระหนักว่าคริสตศาสนาเป็นความจริง เขาวางใจให้พระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา </p>
<p class="manacontent">หากเพื่อนของเรามองว่าคริสตศาสนาเป็นศาสนาของต่างชาติ เราต้องให้เกียรติความเชื่อของเขา และแบ่งปันข่าวประเสริฐอย่างมีมารยาท และให้เวลาเขาศึกษาคริสตศาสนา แล้วก็วางใจให้พระวิญญาณทำงาน &#8211; JDB </p>
<p class="poem">
 ระหว่างทางชีวิตอันมืดมน   มนุษย์เราดิ้นรนแสวงหา<br />
 ต้องการที่ยึดเหนี่ยวและพึ่งพา   เฝ้าวิงวอนเทพยดาทั่วฟ้าดิน<br />
 จนกระทั่งได้พบพระเยซู   ความว่างเปล่ามีอยู่มลายสิ้น<br />
 ประสบองค์พระเจ้าทรงชีวิน   มีค่ากว่าทรัพย์สินทั้งโลกา – D. De Haan
</p>
<p class="remark"> พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้เที่ยงแท้แต่องค์เดียว</p>
<p> <span id="more-1263"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100223.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/23/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หว่านด้วยน้ำตา</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/12/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/12/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 17:01:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1019</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม อ่าน: เอเฟซัส 4:17-24 ข้าพเจ้ามีความทุกข์หนักและความเจ็บร้อนในใจเสมอมิได้ขาด &#8211; โรม 9:2 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โฮเชยา 9-11, วิวรณ์ 3         ในชั้นเรียนพระคัมภีร์ เราอ่านออกเสียงพระธรรมเอเฟซัส 4:17-24 อลิสสาเริ่มร้องไห้ พวกเราไม่รู้ว่าทำไม อลิสสาพูดเบาๆ ว่า &#8220;ฉันร้องไห้เพราะเมื่อได้ยินพวกเราอ่านพระธรรมนี้ ทำให้ฉันมองเห็นสภาพของผู้หลงหาย พวกเขาถูกตัดขาดจากพระเจ้าและไม่รู้ตัว! ฉันฟังแล้วเศร้าใจ&#8221;         ต่อมา คนหนึ่งในกลุ่มของเรายอมรับว่า เขาละอายใจที่เขาไม่เคยรู้สึกเศร้าใจอย่างนั้นกับผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้า มิหน้ำซ้ำยังเคยพูดคุยอย่างออกรสถึงวันที่พระเจ้าจะพิพากษาคนเหล่านั้น         เปาโลอธิบายให้เราเห็นสภาพของผู้หลงหายไว้ว่า &#8220;ความคิดของเขามืดมนไป และเขาอยู่ห่างจากชีวิตซึ่งมาจากพระเจ้า อันเนื่องจากใจที่แข็งกระด้างของเขา&#8221; (อฟ.4:18) ท่านบอกว่าท่าน &#8220;มีความทุกข์หนักและความเจ็บร้อนในใจเสมอมิได้ขาด&#8221; เพราะพี่น้องร่วมชาติของท่านยังไม่ได้รู้จักกับความรักของพระคริสต์ (รม.9:1-3)         เมื่อเราคิดถึงสภาพของผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เราจะได้รับรู้ถึงพระทัยของพระเจ้าที่ทรงมีต่อพวกเขา &#8220;องค์พระผู้เป็นเจ้า&#8230;ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่&#8221; (2 ปต. 3:9) เมื่อเรากล่าวพระคำของพระเจ้าและอธิษฐานอย่างร้อนรนเพื่อผู้อื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: เอเฟซัส 4:17-24 </span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้ามีความทุกข์หนักและความเจ็บร้อนในใจเสมอมิได้ขาด &#8211; โรม 9:2 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โฮเชยา 9-11, วิวรณ์ 3</p>
<p>        ในชั้นเรียนพระคัมภีร์ เราอ่านออกเสียงพระธรรมเอเฟซัส 4:17-24 อลิสสาเริ่มร้องไห้ พวกเราไม่รู้ว่าทำไม อลิสสาพูดเบาๆ ว่า &#8220;ฉันร้องไห้เพราะเมื่อได้ยินพวกเราอ่านพระธรรมนี้ ทำให้ฉันมองเห็นสภาพของผู้หลงหาย พวกเขาถูกตัดขาดจากพระเจ้าและไม่รู้ตัว! ฉันฟังแล้วเศร้าใจ&#8221;<br />
        ต่อมา คนหนึ่งในกลุ่มของเรายอมรับว่า เขาละอายใจที่เขาไม่เคยรู้สึกเศร้าใจอย่างนั้นกับผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้า มิหน้ำซ้ำยังเคยพูดคุยอย่างออกรสถึงวันที่พระเจ้าจะพิพากษาคนเหล่านั้น<br />
        เปาโลอธิบายให้เราเห็นสภาพของผู้หลงหายไว้ว่า &#8220;ความคิดของเขามืดมนไป และเขาอยู่ห่างจากชีวิตซึ่งมาจากพระเจ้า อันเนื่องจากใจที่แข็งกระด้างของเขา&#8221; (อฟ.4:18) ท่านบอกว่าท่าน &#8220;มีความทุกข์หนักและความเจ็บร้อนในใจเสมอมิได้ขาด&#8221; เพราะพี่น้องร่วมชาติของท่านยังไม่ได้รู้จักกับความรักของพระคริสต์ (รม.9:1-3)<br />
        เมื่อเราคิดถึงสภาพของผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เราจะได้รับรู้ถึงพระทัยของพระเจ้าที่ทรงมีต่อพวกเขา &#8220;องค์พระผู้เป็นเจ้า&#8230;ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่&#8221; (2 ปต. 3:9) เมื่อเรากล่าวพระคำของพระเจ้าและอธิษฐานอย่างร้อนรนเพื่อผู้อื่น ตาของเราจะถูกเปิดให้เห็นความรักของพระองค์ &#8211; AMC</p>
<p class="poem">ขอให้ข้ามีความรักจากพระเจ้า<br />
ห่วงวิญญาณคนอื่นเขาแสวงหา<br />
เอื้อเฟื้อเขาร่วมทุกข์สุขใช้เวลา<br />
เหมือนพระคริสต์เมตตาต่อผู้คน – Harrison</p>
<p class="remark">จงเปิดใจของท่านต่อพระเจ้า แล้วพระองค์จะเปิดตาของท่านต่อผู้หลงหาย</p>
<p> <span id="more-1019"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091212.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/12/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

