ทำให้พระเจ้าพอพระทัย

November 15th, 2009 1 comment

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน

อ่าน: ฮีบรู 11:1-6
เหตุฉะนั้นเราตั้งเป้าของเราว่า…เราก็จะทำตัวให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ -2 โครินธ์ 5:9

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 1-2, ฮีบรู 11:1-19

        แอนดี้ วาร์โฮล จิตรกรป๊อปอาร์ทซึ่งนิยมวาดภาพโฆษณาต่างๆ ของชาวอเมริกัน เช่น ซุปยี่ห้อแคมป์เบล เคยกล่าวไว้ว่า “ในอนาคตทุกคนจะมีชื่อเสียงคนละ 15 นาที” แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น มีคนหลายล้านคนในโลกซึ่งไม่เคยได้รับความสนใจจากผู้คน บางคนเป็นชายหญิงที่ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงานหนัก การเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี การอธิษฐานเผื่อผู้อื่นอย่างสัตย์ซื่อ และการแบ่งปันความเชื่อให้กับผู้ที่ยังไม่รู้จักกับพระเยซู พวกเขาสอนรวี นำอาหารไปเยี่ยมผู้ป่วย ขับรถพาคนชราไปหาหมอ และแสดงความเมตตาต่อผู้อื่นอีกนับไม่ถ้วน
        คนเหล่านี้อาจเป็นที่รู้จักเฉพาะในครอบครัว และในกลุ่มเพื่อนของตนเอง แน่นอน พวกเขาไม่ใช่คนมีชื่อเสียง และแม้ว่าพวกเขาจะอุทิศตน เพื่อผู้อื่นด้วยความเต็มใจและความเสียสละ พวกเขาก็อาจจะไม่ได้รับคำขอบคุณหรือคำชมเชยสำหรับความดีที่ทำไปมากนัก แต่ถึงกระนั้น พระเจ้าทรงทราบถึงความสัตย์ซื่อและทรงพอพระทัยที่พวกเขาเชื่อฟัง
        พระธรรม 2 โครินธ์ 5:9 สอนเราให้ “ตั้งเป้าของเราว่า…จะทำตัวให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์” พระเจ้าทรงพอพระทัยเมื่อเราเชื่อและอุทิศชีวิตของเราเพื่อปรนนิบัติพระองค์ด้วยความศรัทธา(ฮบ.11:6) นั่นคือรางวัลที่เราได้รับ เพราะการรับรองจากพระเจ้าย่อมหอมหวานกว่าคำสรรเสริญของฝูงชน – CHK

จงสัตย์ซื่อรับใช้องค์พระเจ้า
อย่าคาดหวังให้ใครเขามายกย่อง
จงถ่อมลงเว้นเสียจากความลำพอง
แล้วรางวัลเรืองรองพระเจ้าประทาน – Hess

การกระทำที่พระเจ้าทรงโปรดปราน
คือการทำสิ่งใดก็ตามเพื่อรับใช้พระองค์

Read more…

จะไปรู้ได้ยังไง

November 7th, 2009 1 comment

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน

อ่าน: 1 เธสะโลนิกา 4:1-12
และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้ เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด -เอเฟซัส 4:30

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 40-42, ฮีบรู 4

        ช่วงนี้ของปีจะเป็นช่วงคอนเสิร์ตของนักเรียนชั้นมัธยม และนักเรียนที่เรียนดนตรีจะเตรียมตัวสำหรับการเฉลิมฉลองคริสตมาสที่ยิ่งใหญ่อลังการ คุณครูได้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบถึงสองครั้ง และยังได้ย้ำอย่างชัดเจนถึงวันซ้อมใหญ่ที่ทุกคนต้องมา
        แต่เมื่อถึงวันซ้อมจริง คุณแม่ที่ตื่นตระหนกได้โทรมาในระหว่างการซ้อม เพื่อตรวจสอบกับครูว่าลูกของเธอจะต้องซ้อมตอนกี่โมง ขณะที่อีกคนหนึ่งโทรมาบอกว่า “เรากำลังพาทอมมี่ไปบ้านคุณยาย ถ้าขาดเขาสักคนคงไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” แต่เมื่อครูบอกว่าทุกคนต้องมาซ้อมและการซ้อมก็เริ่มขึ้นแล้ว เธอก็ได้ยินทางโน้นพูดว่า “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ไม่เห็นมีใครบอกฉันเลย”
        ในเมื่อครูยังรู้สึกหงุดหงิดเมื่อบางคนไม่สนใจคำสั่งที่ชัดเจนของเธอ เป็นไปได้ไหมว่าพระเจ้าก็อาจจะรำคาญใจเช่นกัน เมื่อเรามีแนวโน้มที่จะละเลยคำสั่งของพระองค์? ใน 1 เธสะโลนิกา เปาโลย้ำเตือนถึงข้อความซึ่งพระเจ้าทรงดลใจให้บอกกับเราทั้งหลายว่า “ควรจะประพฤติอย่างไร จึงจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า” และคำแนะนำเหล่านี้ได้ให้ไว้ “ในพระนามของ
พระเยซูเจ้า” (4:1-2) เปาโลอธิบายว่าพระเจ้าทรงเสียพระทัย เมื่อเราไม่ใส่ใจคำสอนของพระองค์ และดำเนินชีวิตตามอำเภอใจ (อฟ.4:30-5:2)
        ให้เราตั้งใจอ่านพระดำรัสสั่งของพระเจ้าและดำเนินชีวิตตามนั้นโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ – JDB

พระคำพระเจ้ามีให้ เชื่อฟังแล้วได้พระพร
ทำตามพระคำสั่งสอน พระเจ้าทรงพอพระทัย
อย่าเชื่อด้วยความลำเอียง อย่าเลี่ยงละบางส่วนไว้
ตีความเอาตามแต่ใจ หาใช่เรียกว่าเชื่อฟัง – Hess

ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆที่ฟังขึ้น
เมื่อเราไม่ใส่ใจพระเจ้า

Read more…

เมล็ดพันธุ์กับความเชื่อ

November 4th, 2009 3 comments

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน

อ่าน: กาลาเทีย 6:7-10
เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น -กาลาเทีย 6:7

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 32-33, ฮีบรู 1

        ฉันเคยอ่านนิทานเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของชายซึ่งพบพระเจ้ายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ขณะที่เขากำลังเดินเล่นอยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่งด้วยความตกใจ เขาจึงเดินตรงไปหาพระองค์ถามว่า “พระองค์ขายอะไรครับ” พระเจ้าตอบว่า “ใจของเจ้าต้องการอะไรล่ะ” ชายผู้นั้นตอบว่า “ผมต้องการความสุข สันติสุขในใจ และเสรีภาพจากความกลัว…สำหรับตัวผมเองและคนทั้งโลก”
พระเจ้าทรงยิ้มและตรัสว่า “เราไม่ได้ขายผล เราขายแต่เมล็ด”
        ในกาลาเทีย 6 เปาโลย้ำถึงความสำคัญของการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพฤติกรรมที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า “เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น” (ข้อ 7) หากเราไม่เห็นความสำคัญว่าเราต้องทำในส่วนของเรา เราก็จะไม่ได้เห็นผลแห่งพระพร
        เราควรทำตามคนที่หว่านเมล็ดพันธุ์ที่ดี ซามูเอล ชูเมคเกอร์ นักประพันธ์กล่าวว่า “หากเรามองดูคนที่เป็นแบบอย่างที่ดี
เราย่อมได้รับแรงบันดาลใจ หรือไม่อย่างนั้น เราก็อาจจะแก้ตัวว่า ‘ก็เขา (หรือเธอ) เป็นคนนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ค่อยโกรธใคร ไม่ประสาทเสีย ไม่ใจร้อน หรือขี้กังวลเหมือนฉัน’” ชูเมคเกอร์กล่าวต่อไปว่า “แต่แท้จริงแล้ว เราอาจไม่รู้ว่าเขาก็ต้องอดทนฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบาก และหากเราทำเช่นเดียวกับเขา เราก็จะเอาชนะได้ด้วยเช่นกัน”
        คุณรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับชีวิตอยู่หรือไม่? จงทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าและเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพฤติกรรมและท่าทีใหม่ๆในวันนี้ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม พระวิญญาณบริสุทธิ์จะกระทำให้เมล็ดนั้นเติบโตขึ้น – JEY

งานที่เราทำ หรือว่าถ้อยคำ ที่ออกจากเรา
ดังหว่านพืชพันธุ์ วันแล้ววันเล่า สักวันรับเอา ผลผลิตที่มี – Hess

เมล็ดที่เราหว่านในวันนี้
จะกำหนดชนิดของผลที่เราจะเก็บเกี่ยวในวันหน้า

Read more…