<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; การเชื่อฟัง</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ผู้ไล่ตามแสงแดด</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/25/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/25/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1719</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2010 อ่าน: ปัญญาจารย์ 2:1-11 ข้าพเจ้ามิได้ห้ามใจจากความสนุกสนานใดๆ &#8211; ปัญญาจารย์ 2:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 119:1-88, 1 โครินธ์ 7:20-40 ไดอานาและเดฟชอบขี่เจ็ตสกีในทะเลสาบเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งสองมีความสุขกับการโฉบไปมาเหนือน้ำในวันที่แสงแดดอบอุ่น แต่เช้า วันหนึ่ง อากาศค่อนข้างเย็นและเมฆมาก และไดอานาโน้มน้าวเดฟไม่สำเร็จ เธอจึงต้องออกไปคนเดียว อากาศตอนนั้นเย็นจัดจนเธอต้องขี่ฉวัดเฉวียนไปมาเข้าหาแสงแดดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น แต่ทุกครั้งที่เธอไปถึงที่ที่มีแดด เมฆก็จะตามมาบดบังอย่างรวดเร็ว เธอรู้แล้วว่าการไล่ตามแสงแดดเป็นเรื่องโง่เขลาและเปล่าประโยชน์ เธอจึงล้มเลิกความตั้งใจเพราะการกระทำนั้น ไม่ได้ช่วยให้เธอได้สิ่งที่เธอต้องการ กษัตริย์ซาโลมอนก็ไล่ตามสิ่งที่ไม่ได้นำความอิ่มใจมาให้พระองค์ (ปญจ.2:1) เพียงแค่ 11 ข้อแรกของปัญญาจารย์บทที่ 2 พระองค์กล่าวว่าพระองค์แสวงหาความเพลิดเพลิน เสียงหัวเราะ เหล้าองุ่น สติปัญญา บ้าน สวน เงินทอง ทรัพย์สิ่งของ และดนตรี แต่พระองค์ประเมินแล้วว่า “ทุกอย่างก็อนิจจัง คือกินลมกินแล้ง และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์” (2:11) การแสวงหาสิ่งเหล่านั้นเป็นความว่างเปล่า “อนิจจัง อนิจจัง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ปัญญาจารย์ 2:1-11</span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้ามิได้ห้ามใจจากความสนุกสนานใดๆ  &#8211; ปัญญาจารย์ 2:10 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 119:1-88, 1 โครินธ์ 7:20-40</p>
<div id="mana_contents">
<p>ไดอานาและเดฟชอบขี่เจ็ตสกีในทะเลสาบเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งสองมีความสุขกับการโฉบไปมาเหนือน้ำในวันที่แสงแดดอบอุ่น แต่เช้า  วันหนึ่ง อากาศค่อนข้างเย็นและเมฆมาก และไดอานาโน้มน้าวเดฟไม่สำเร็จ เธอจึงต้องออกไปคนเดียว อากาศตอนนั้นเย็นจัดจนเธอต้องขี่ฉวัดเฉวียนไปมาเข้าหาแสงแดดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น แต่ทุกครั้งที่เธอไปถึงที่ที่มีแดด เมฆก็จะตามมาบดบังอย่างรวดเร็ว เธอรู้แล้วว่าการไล่ตามแสงแดดเป็นเรื่องโง่เขลาและเปล่าประโยชน์ เธอจึงล้มเลิกความตั้งใจเพราะการกระทำนั้น  ไม่ได้ช่วยให้เธอได้สิ่งที่เธอต้องการ
<p>กษัตริย์ซาโลมอนก็ไล่ตามสิ่งที่ไม่ได้นำความอิ่มใจมาให้พระองค์ (ปญจ.2:1) เพียงแค่ 11 ข้อแรกของปัญญาจารย์บทที่ 2 พระองค์กล่าวว่าพระองค์แสวงหาความเพลิดเพลิน เสียงหัวเราะ เหล้าองุ่น สติปัญญา บ้าน สวน เงินทอง ทรัพย์สิ่งของ และดนตรี แต่พระองค์ประเมินแล้วว่า “ทุกอย่างก็อนิจจัง คือกินลมกินแล้ง และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์” (2:11) การแสวงหาสิ่งเหล่านั้นเป็นความว่างเปล่า “อนิจจัง อนิจจัง สารพัดอนิจจัง” (1:2) พระองค์สรุปอย่างชาญฉลาดว่า “จงยำเกรงพระเจ้าและรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะนี่แหละเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง” (12:13)  คุณกำลังไล่ตามสิ่งที่ซาโลมอนเคยแสวงหาหรือไม่? การทำเช่นนั้นไร้ประโยชน์ เพราะสิ่งเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเรามีเป้าหมายและความอิ่มใจได้ คือ การรู้จักและเชื่อฟังพระเจ้า &#8211; AMC
</p></div>
<p class="poem">
หากวิ่งตามความสุขใจอันชั่วคราว  ใจว่างเปล่ามิอาจเติมเต็มได้ <br />
หากติดตามพระคริสต์สนิทใกล้   ทรงสัญญาประทานให้เขาอิ่มเอม – Sper
</p>
<p class="remark">พระเจ้าเป็นผู้เดียว ที่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจได้</p>
<p><span id="more-1719"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100825.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/25/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทเรียนจากตัวริ้น</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/08/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/08/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1691</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2010 อ่าน: อพยพ 8:16-19 อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้นอย่างในครั้งกบฏนั้น &#8211; ฮีบรู 3:8 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 74-76, โรม 9:16-33 ระหว่างที่ผมกำลังเดินออกกำลังกายประจำวัน บังเอิญต้องเดินฝ่าฝูงแมลงขนาดเล็กที่เคลื่อนตัวมาราวกับพายุ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อกลับบ้าน ผมพบว่ามีตุ่มแดงๆ ที่ทั้งคันทั้งแสบขึ้นเต็มแขนและข้อศอกราวกับผมเพิ่งถูกริ้นฝูงใหญ่โจมตีมา เหตุการณ์นี้ทำให้ผมเกิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับภัยพิบัติจากริ้นที่พระเจ้าส่งมาเหนือประเทศอียิปต์ เมื่อกษัตริย์ฟาโรห์ไม่ยอมปล่อยชนชาติอิสราเอล ภาษาฮีบรูที่ใช้กับแมลงชนิดนี้ในอพยพ 8:16-18 ยังอาจหมายถึง “เหา” หรือ “ยุง” แต่เนื่องจากมีการเปรียบเทียบแมลงชนิดดังกล่าวกับฝุ่นดิน จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นฝูงริ้นมากกว่า บรรดานักบวชต่างชาติของฟาโรห์ ซึ่งภูมิใจนักหนากับพิธีชำระตัวและการโกนศีรษะและหนวดเครา จึงมีตุ่มแดงๆขึ้นเต็มตัวไปหมด พระเจ้าส่งภัยพิบัตินี้มา เพื่อทำให้ฟาโรห์กลับใจ แต่พระทัยของฟาโรห์กลับแข็งกระด้างยิ่งขึ้น พระเจ้ากำลังพยายามใช้สถานการณ์บางอย่างในชีวิต เพื่อเรียกให้คุณหันมาสนใจหรือไม่? พระองค์กำลังพยายามชักชวนให้คุณกลับมาเดินในทางของพระองค์หรือเปล่า? (กท.5:25) เราควรปฏิเสธสิ่งที่มาทำให้ใจของเราแข็งกระด้าง ตรงกันข้าม ให้เรายอมจำนนต่อพระเจ้า (ยก.4:6-8) และถามพระองค์ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราเรียนรู้อะไรในฝ่ายจิตวิญญาณ &#8211; HDF เมื่อดินเหนียวนำมาปั้นเป็นอิฐ ต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์ช่วยเผาผลาญ ให้อิฐนั้นแข็งแกร่งและทนทาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: อพยพ 8:16-19</span><br />
<span class="biblemessage">อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้นอย่างในครั้งกบฏนั้น  &#8211; ฮีบรู 3:8 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 74-76, โรม 9:16-33</p>
<div id="mana_contents">
<p>ระหว่างที่ผมกำลังเดินออกกำลังกายประจำวัน บังเอิญต้องเดินฝ่าฝูงแมลงขนาดเล็กที่เคลื่อนตัวมาราวกับพายุ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อกลับบ้าน ผมพบว่ามีตุ่มแดงๆ ที่ทั้งคันทั้งแสบขึ้นเต็มแขนและข้อศอกราวกับผมเพิ่งถูกริ้นฝูงใหญ่โจมตีมา
<p>เหตุการณ์นี้ทำให้ผมเกิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับภัยพิบัติจากริ้นที่พระเจ้าส่งมาเหนือประเทศอียิปต์ เมื่อกษัตริย์ฟาโรห์ไม่ยอมปล่อยชนชาติอิสราเอล ภาษาฮีบรูที่ใช้กับแมลงชนิดนี้ในอพยพ 8:16-18 ยังอาจหมายถึง “เหา” หรือ “ยุง” แต่เนื่องจากมีการเปรียบเทียบแมลงชนิดดังกล่าวกับฝุ่นดิน จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นฝูงริ้นมากกว่า บรรดานักบวชต่างชาติของฟาโรห์ ซึ่งภูมิใจนักหนากับพิธีชำระตัวและการโกนศีรษะและหนวดเครา จึงมีตุ่มแดงๆขึ้นเต็มตัวไปหมด พระเจ้าส่งภัยพิบัตินี้มา เพื่อทำให้ฟาโรห์กลับใจ แต่พระทัยของฟาโรห์กลับแข็งกระด้างยิ่งขึ้น
<p>พระเจ้ากำลังพยายามใช้สถานการณ์บางอย่างในชีวิต เพื่อเรียกให้คุณหันมาสนใจหรือไม่? พระองค์กำลังพยายามชักชวนให้คุณกลับมาเดินในทางของพระองค์หรือเปล่า? (กท.5:25) เราควรปฏิเสธสิ่งที่มาทำให้ใจของเราแข็งกระด้าง ตรงกันข้าม ให้เรายอมจำนนต่อพระเจ้า (ยก.4:6-8) และถามพระองค์ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราเรียนรู้อะไรในฝ่ายจิตวิญญาณ &#8211; HDF
</p></div>
<p class="poem">
เมื่อดินเหนียวนำมาปั้นเป็นอิฐ    ต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์ช่วยเผาผลาญ <br />
ให้อิฐนั้นแข็งแกร่งและทนทาน    จึงนำมาใช้งานก่อมั่นคง <br />
เปรียบชีวิตของเราผ่านทุกข์ยาก    ความลำบากกลับกลายเป็นเสริมส่ง <br />
ให้เข้มแข็งยืนหยัดมิล้มลง    ชีพดำรงเป็นคนอย่างเต็มคน – Sper
</p>
<p class="remark">พระเจ้าทำให้เราเป็นทุกข์ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความผิด เพื่อเราจะพบกับความสุขผ่านการสารภาพบาป</p>
<p><span id="more-1691"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100808.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/08/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทเรียนแห่งการเชื่อฟัง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/27/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/27/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jul 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1655</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2010 อ่าน: 1 ยอห์น 2:1-11 นี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ &#8211; 1 ยอห์น 5:3 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 43-45, กิจการ 27:27-44 เมื่อเด็กชายโคฟีกลับจากเรียนรวีวารศึกษาในวันอาทิตย์ แม่ของเขาถามว่าเขาเรียนอะไรในตอนเช้าวันนั้น เขาตอบกลับอย่างรวดเร็วและเสียงดังว่า “การเชื่อฟัง&#8230;อีกแล้ว” ถึงแม้ฉันจะอายุมากกว่าโคฟีมาก แต่ฉันเห็นด้วยว่าการเชื่อฟังพระเจ้าเป็นบทเรียนที่เราจำเป็นต้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้จะไม่สู้เต็มใจนักก็ตาม ออสวอลด์ แชมเบอส์ได้เขียนไว้ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ประทานกฎให้แก่ข้าพเจ้า แต่พระองค์ทรงยืนยันมาตรฐานของพระองค์อย่างชัดเจน ถ้าความสัมพันธ์ที่ข้าพเจ้ามีต่อพระองค์คือความรัก ข้าพเจ้าก็จะทำสิ่งที่พระองค์บอก&#8230; หากข้าพเจ้าลังเล ก็เป็นเพราะข้าพเจ้าได้รักคนอื่น ที่ข้าพเจ้านำมาแข่งกับพระองค์ ซึ่งก็คือ ตัวข้าพเจ้าเอง” เมื่อเราเชื่อฟัง เราได้แสดงให้พระเจ้าเห็นว่าเรารักพระองค์และมีความศรัทธาในพระองค์ มากกว่าที่เรามีต่อตนเอง อาเธอร์ ดับเบิ้ลยู. พิงค์ กล่าวไว้ว่า ความรักคือ “หลักการที่นำไปสู่การกระทำ และหลักการนี้สำแดงออก&#8230;ด้วยการกระทำสิ่งที่ทำให้ผู้ถูกรักพึงพอใจ” การเชื่อฟังพระเจ้าหมายความถึงการสละสิ่งที่เราต้องการและเลือกทำสิ่งที่พระองค์บอกให้ทำ พระเจ้าทรงเรียกร้องให้ผู้ที่ติดตามพระองค์เชื่อฟัง และพระเยซูทรงให้ความสำคัญกับสิ่งนี้อย่างสูง พระองค์ทรงถามว่า “เหตุไฉนท่านทั้งหลายจึงเรียกเราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 ยอห์น 2:1-11 </span><br />
<span class="biblemessage">นี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์  &#8211; 1 ยอห์น 5:3 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 43-45, กิจการ 27:27-44</p>
<div id="mana_contents">
<p>เมื่อเด็กชายโคฟีกลับจากเรียนรวีวารศึกษาในวันอาทิตย์ แม่ของเขาถามว่าเขาเรียนอะไรในตอนเช้าวันนั้น เขาตอบกลับอย่างรวดเร็วและเสียงดังว่า “การเชื่อฟัง&#8230;อีกแล้ว”  </p>
<p>ถึงแม้ฉันจะอายุมากกว่าโคฟีมาก แต่ฉันเห็นด้วยว่าการเชื่อฟังพระเจ้าเป็นบทเรียนที่เราจำเป็นต้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้จะไม่สู้เต็มใจนักก็ตาม  </p>
<p>ออสวอลด์ แชมเบอส์ได้เขียนไว้ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ประทานกฎให้แก่ข้าพเจ้า แต่พระองค์ทรงยืนยันมาตรฐานของพระองค์อย่างชัดเจน ถ้าความสัมพันธ์ที่ข้าพเจ้ามีต่อพระองค์คือความรัก ข้าพเจ้าก็จะทำสิ่งที่พระองค์บอก&#8230; หากข้าพเจ้าลังเล ก็เป็นเพราะข้าพเจ้าได้รักคนอื่น ที่ข้าพเจ้านำมาแข่งกับพระองค์ ซึ่งก็คือ ตัวข้าพเจ้าเอง”  </p>
<p>เมื่อเราเชื่อฟัง เราได้แสดงให้พระเจ้าเห็นว่าเรารักพระองค์และมีความศรัทธาในพระองค์  มากกว่าที่เรามีต่อตนเอง อาเธอร์ ดับเบิ้ลยู. พิงค์ กล่าวไว้ว่า ความรักคือ “หลักการที่นำไปสู่การกระทำ และหลักการนี้สำแดงออก&#8230;ด้วยการกระทำสิ่งที่ทำให้ผู้ถูกรักพึงพอใจ” การเชื่อฟังพระเจ้าหมายความถึงการสละสิ่งที่เราต้องการและเลือกทำสิ่งที่พระองค์บอกให้ทำ  </p>
<p>พระเจ้าทรงเรียกร้องให้ผู้ที่ติดตามพระองค์เชื่อฟัง และพระเยซูทรงให้ความสำคัญกับสิ่งนี้อย่างสูง พระองค์ทรงถามว่า “เหตุไฉนท่านทั้งหลายจึงเรียกเราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ แต่ไม่กระทำตามที่เราบอกนั้น” (ลก.6:46)และยังทรงท้าทายเราว่า“ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติ ตามบัญญัติของเรา” (ยน.14:15) &#8211; CHK </p>
</div>
<p class="poem">
เรากล่าวว่าเราติดตามองค์พระคริสต์       แต่ชีวิตไม่สำแดงว่าเชื่อฟัง <br />
แท้จริงทิ้งพระคริสต์ไว้เบื้องหลัง         เรากำลังห่างพระองค์ไปทุกที – Sper
</p>
<p class="remark">การเชื่อฟังพระเจ้า คือการแสดงออกถึงความรักที่เรามีต่อพระองค์</p>
<p><span id="more-1655"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100727.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/27/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักปฏิบัติ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/11/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/11/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Jul 2010 17:01:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1619</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2010 อ่าน: ยากอบ 1:19-27 แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่า นั้น &#8211; ยากอบ 1:22 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 1-3, กิจการ 17:1-15 ตอนที่เราเพิ่งจะย้ายบ้านมาอยู่ในชุมชนใหม่ เราได้เชิญพี่ชายและพี่สะใภ้ของฉัน มารับประทานอาหารเย็นด้วยกันในวันอาทิตย์ ขณะที่เรากำลังทักทายซูและเท็ดที่ประตู มีเสียงประหลาดทำให้พวกเขาต้องมองเข้าไปในครัว เมื่อฉันมองตามไป ฉันตกใจจนตัวชา ท่อน้ำจากเครื่องล้างจานขนาดพกพาเก่าๆของเรา กำลังสะบัดไปมาอย่างแรงเหมือนงวงช้างที่กำลังโกรธ น้ำเต็มไปหมด! ซูลงมือทันที เธอปล่อยมือจากกระเป๋าถือแล้วเข้าไปถึงครัวก่อนฉัน เธอปิดน้ำแล้วขอผ้าและไม้ถูพื้น เราใช้เวลา 15 นาทีแรกที่พบกันไปกับการนั่งยองๆเช็ดพื้น ซูเป็นนักปฎิบัติ และโลกนี้น่าอยู่มากขึ้นเพราะนักปฎิบัติเช่นเธอ คนเหล่านี้คือคนที่พร้อมเสมอที่ช่วยออกเงิน มีส่วนร่วม และหากจำเป็นพวกเขาก็พร้อมที่จะเป็นผู้นำ นักปฎิบัติหลายคนในโลกนี้เป็นผู้ที่ประพฤติตามพระวจนะด้วย คนเหล่านี้เป็นผู้ติดตามพระเยซูที่รับเอาคำท้าทายของยากอบไว้ในใจ ที่ว่า “จงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น” (1:22) คุณกำลังทำทุกอย่างที่คุณรู้ว่าพระเจ้าอยากให้คุณทำอยู่หรือไม่? ในขณะที่คุณอ่านพระคำของพระเจ้า จงนำสิ่งที่คุณเรียนรู้ไปปฏิบัติ เริ่มต้นจากการฟัง แล้วปฏิบัติตาม ผู้ที่เชื่อฟังก็จะได้รับพระพรจากพระเจ้า (ข้อ 25) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยากอบ 1:19-27</span><br />
<span class="biblemessage">แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น   ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่า นั้น &#8211; ยากอบ 1:22</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 1-3, กิจการ 17:1-15</p>
<div id="mana_contents">
<p>ตอนที่เราเพิ่งจะย้ายบ้านมาอยู่ในชุมชนใหม่ เราได้เชิญพี่ชายและพี่สะใภ้ของฉัน มารับประทานอาหารเย็นด้วยกันในวันอาทิตย์ ขณะที่เรากำลังทักทายซูและเท็ดที่ประตู มีเสียงประหลาดทำให้พวกเขาต้องมองเข้าไปในครัว เมื่อฉันมองตามไป ฉันตกใจจนตัวชา ท่อน้ำจากเครื่องล้างจานขนาดพกพาเก่าๆของเรา กำลังสะบัดไปมาอย่างแรงเหมือนงวงช้างที่กำลังโกรธ น้ำเต็มไปหมด!  </p>
<p>ซูลงมือทันที เธอปล่อยมือจากกระเป๋าถือแล้วเข้าไปถึงครัวก่อนฉัน เธอปิดน้ำแล้วขอผ้าและไม้ถูพื้น เราใช้เวลา 15 นาทีแรกที่พบกันไปกับการนั่งยองๆเช็ดพื้น  </p>
<p>ซูเป็นนักปฎิบัติ และโลกนี้น่าอยู่มากขึ้นเพราะนักปฎิบัติเช่นเธอ คนเหล่านี้คือคนที่พร้อมเสมอที่ช่วยออกเงิน มีส่วนร่วม และหากจำเป็นพวกเขาก็พร้อมที่จะเป็นผู้นำ  </p>
<p>นักปฎิบัติหลายคนในโลกนี้เป็นผู้ที่ประพฤติตามพระวจนะด้วย คนเหล่านี้เป็นผู้ติดตามพระเยซูที่รับเอาคำท้าทายของยากอบไว้ในใจ ที่ว่า “จงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น” (1:22)  </p>
<p>คุณกำลังทำทุกอย่างที่คุณรู้ว่าพระเจ้าอยากให้คุณทำอยู่หรือไม่? ในขณะที่คุณอ่านพระคำของพระเจ้า จงนำสิ่งที่คุณเรียนรู้ไปปฏิบัติ เริ่มต้นจากการฟัง แล้วปฏิบัติตาม ผู้ที่เชื่อฟังก็จะได้รับพระพรจากพระเจ้า (ข้อ 25) &#8211; CHK
</p></div>
<p class="poem">
เราต้องฟังพระคำของพระเจ้า   <br />
พระประสงค์สำหรับเราเป็นอย่างไร <br />
ไม่เพียงแค่สดับด้วยเอาใจใส่   <br />
ต้องทำด้วยเต็มใจตามพระคำ – Sper
</p>
<p class="remark">คุณค่าของพระคัมภีร์ไม่ได้อยู่ที่ความรู้ในพระธรรมเท่านั้น แต่อยู่ที่การเชื่อฟังพระธรรมด้วย</p>
<p><span id="more-1619"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100711.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/11/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดำเนินชีวิตเป็นพิษ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/28/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/28/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Jun 2010 17:01:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่ำรวย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1579</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2010 อ่าน: 1 ซามูเอล 13:7-14 ซามูเอลกล่าวแก่ซาอูลว่า“ท่านได้กระทำการที่โง่เขลาเสียแล้ว ท่านมิได้รักษาพรบัญชาแห่งพระเยโฮวาหพระเจ้าของท่าน” &#8211; 1 ซามูเอล 13:13 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 11-13, กิจการ 9:1-21 กลางปี 2009 ไม่มีเมืองพิชเชอร์ ในรัฐโอกลาโฮมาอีกต่อไป เมืองที่เคยพลุกพล่านด้วยผู้คนกว่า 20,000 คนต้องล่มสลาย ต้นศตวรรษที่ 19 พิชเชอร์เป็นเมืองที่เจริญอย่างรวดเร็ว เพราะที่นี่อุดมด้วยแร่ตะกั่วและสังกะสี คนงานสกัดสินแร่เพื่อนำไปผลิตอาวุธให้กองทัพสหรัฐ ระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้ง เมืองเริ่มซบเซาเมื่อสินแร่เริ่มหมด แม้สินแร่จะนำความมั่งคั่งมา แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ มลภาวะ เมื่อไม่มีการจัดการกับมลภาวะ พิชเชอร์ จึงกลายเป็นที่ดินรกร้าง ซึ่งเต็มด้วยสารพิษ รัฐบาลจึงประกาศเป็นพื้นที่อันตราย สิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองพิชเชอร์ก็เกิดขึ้นกับคนเราได้เช่นกัน ความมั่งคั่งอาจดูดีจนยากที่เราจะมองเห็นผลร้ายที่อาจเกิดขึ้น การกระทำซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพฝ่ายวิญญาณในระยะยาวก็เช่นกัน หากไม่ได้รับการแก้ไข ความเสียหายก็จะตามมา กษัตริย์ซาอูลเริ่มต้นด้วยการเป็นกษัตริย์ที่ดี แต่การแสวงหาความสำเร็จ ทำให้พระองค์มองไม่เห็นความเสียหายที่ทรงก่อขึ้น ทรงหันหลังให้กับพระบัญชาของพระเจ้า ประพฤติ “โง่เขลา” (1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 ซามูเอล 13:7-14</span><br />
<span class="biblemessage">ซามูเอลกล่าวแก่ซาอูลว่า“ท่านได้กระทำการที่โง่เขลาเสียแล้ว ท่านมิได้รักษาพรบัญชาแห่งพระเยโฮวาหพระเจ้าของท่าน”  &#8211; 1 ซามูเอล 13:13</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: โยบ 11-13, กิจการ 9:1-21</p>
<div id="mana_contents">
<p>กลางปี 2009 ไม่มีเมืองพิชเชอร์ ในรัฐโอกลาโฮมาอีกต่อไป เมืองที่เคยพลุกพล่านด้วยผู้คนกว่า 20,000 คนต้องล่มสลาย ต้นศตวรรษที่ 19 พิชเชอร์เป็นเมืองที่เจริญอย่างรวดเร็ว เพราะที่นี่อุดมด้วยแร่ตะกั่วและสังกะสี คนงานสกัดสินแร่เพื่อนำไปผลิตอาวุธให้กองทัพสหรัฐ ระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้ง  </p>
<p>เมืองเริ่มซบเซาเมื่อสินแร่เริ่มหมด แม้สินแร่จะนำความมั่งคั่งมา แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ มลภาวะ เมื่อไม่มีการจัดการกับมลภาวะ พิชเชอร์ จึงกลายเป็นที่ดินรกร้าง ซึ่งเต็มด้วยสารพิษ รัฐบาลจึงประกาศเป็นพื้นที่อันตราย </p>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองพิชเชอร์ก็เกิดขึ้นกับคนเราได้เช่นกัน ความมั่งคั่งอาจดูดีจนยากที่เราจะมองเห็นผลร้ายที่อาจเกิดขึ้น การกระทำซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพฝ่ายวิญญาณในระยะยาวก็เช่นกัน หากไม่ได้รับการแก้ไข ความเสียหายก็จะตามมา กษัตริย์ซาอูลเริ่มต้นด้วยการเป็นกษัตริย์ที่ดี แต่การแสวงหาความสำเร็จ ทำให้พระองค์มองไม่เห็นความเสียหายที่ทรงก่อขึ้น ทรงหันหลังให้กับพระบัญชาของพระเจ้า ประพฤติ “โง่เขลา” (1  ซมอ.13:13) และต้องสูญเสียอาณาจักร (ข้อ 14)  </p>
<p>หากเราพยายามแสวงหาความสำเร็จ เราต้องระวังมลภาวะฝ่ายวิญญาณที่เกิดขึ้น เมื่อเราไม่เชื่อฟังการทรงนำของพระเจ้าซึ่งปรากฏชัดในพระคัมภีร์ การดำเนินชีวิตในทางพระเจ้า ย่อมชนะการดำเนินชีวิตที่เป็นพิษได้เสมอ    &#8211; JDB
</p></div>
<p class="poem">
พระเจ้าทรงบัญชาให้เชื่อฟัง  <br />
อย่าหันหลังทำราวกับมองไม่เห็น <br />
เพราะความคิดความจำกัดที่เราเป็น   <br />
นำเราสู่บาปทุกข์เข็ญต้องโทษทัณฑ์ – Bosch
</p>
<p class="remark">หากปราศจากพระเจ้า ก็ไม่มีใครประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-1579"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100628.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/28/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำสั่งใหม่</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/26/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/26/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Feb 2010 17:01:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[ความรอด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1269</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ อ่าน: เฉลยธรรมบัญญัติ 6:1-9 จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า ด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า &#8211; มัทธิว 22:37 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: กันดารวิถี 15-16, มาระโก 6:1-29 นวนิยายอันน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องสมอหัก (The Caine Mutiny) ของเฮอร์แมน วู้ค แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อบุคคลหนึ่งกลายมาเป็นผู้ติดตามพระเจ้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในนวนิยาย ชายหนุ่มจากครอบครัวซึ่งมีอิทธิพลเข้าเป็นทหารในสังกัดกองทัพเรือ ในวันเข้ารับหน้าที่ แม่ของเขาไปส่งเขาด้วยรถคันหรูและจูบลาเขา เมื่อเขาเดินเข้าอาคาร เขาจับมือทักทายยามเฝ้า แล้วประตูก็ปิดตามหลังเขา ทันใดนั้น แม่ของเขาเกิดกังวลว่าเขาอาจจะมีเงินไม่พอ เธอจึงรีบไปที่ประตู แต่ทหารยามห้ามเธอไว้อย่างสุภาพ เขาไม่ยอมให้เธอเข้า เธอมองเห็นว่าลูกชายของเธอยืนอยู่ข้างในใกล้ประตู เธอจึงเอื้อมมือจะจับลูกบิดประตู &#8220;เขาเป็นลูกของฉัน&#8221; เธอร้อง ยามค่อยๆปลดมือของเธอจากลูกบิดประตู และพูดอย่างนุ่มนวลว่า &#8220;ผมทราบครับคุณนาย แต่ตอนนี้เขาเป็นของรัฐบาลอเมริกา เขาเป็นทหารเรือ&#8221; เมื่อเราเชื่อในพระเยซูคริสต์และติดตามพระองค์ เราก็อยู่ภายใต้อำนาจใหม่ เราอยู่ใต้การบัญชาการใหม่ เดี๋ยวนี้เราเป็นของพระองค์ สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยมีความสำคัญต่อเรากลับไม่สำคัญอีกต่อไป เราประเมินค่าสิ่งต่างๆไม่เหมือนเดิม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์</span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน: เฉลยธรรมบัญญัติ 6:1-9  </span><br />
<span class="biblemessage">จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า ด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า &#8211; มัทธิว 22:37<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 	กันดารวิถี 15-16, 	มาระโก 6:1-29</p>
<p class="manacontent">นวนิยายอันน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องสมอหัก (The Caine Mutiny) ของเฮอร์แมน วู้ค แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อบุคคลหนึ่งกลายมาเป็นผู้ติดตามพระเจ้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง </p>
<p class="manacontent">ในนวนิยาย ชายหนุ่มจากครอบครัวซึ่งมีอิทธิพลเข้าเป็นทหารในสังกัดกองทัพเรือ ในวันเข้ารับหน้าที่ แม่ของเขาไปส่งเขาด้วยรถคันหรูและจูบลาเขา เมื่อเขาเดินเข้าอาคาร เขาจับมือทักทายยามเฝ้า แล้วประตูก็ปิดตามหลังเขา </p>
<p class="manacontent">ทันใดนั้น แม่ของเขาเกิดกังวลว่าเขาอาจจะมีเงินไม่พอ เธอจึงรีบไปที่ประตู แต่ทหารยามห้ามเธอไว้อย่างสุภาพ เขาไม่ยอมให้เธอเข้า เธอมองเห็นว่าลูกชายของเธอยืนอยู่ข้างในใกล้ประตู เธอจึงเอื้อมมือจะจับลูกบิดประตู &#8220;เขาเป็นลูกของฉัน&#8221; เธอร้อง ยามค่อยๆปลดมือของเธอจากลูกบิดประตู และพูดอย่างนุ่มนวลว่า &#8220;ผมทราบครับคุณนาย แต่ตอนนี้เขาเป็นของรัฐบาลอเมริกา เขาเป็นทหารเรือ&#8221; </p>
<p class="manacontent">เมื่อเราเชื่อในพระเยซูคริสต์และติดตามพระองค์ เราก็อยู่ภายใต้อำนาจใหม่ เราอยู่ใต้การบัญชาการใหม่ เดี๋ยวนี้เราเป็นของพระองค์ สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยมีความสำคัญต่อเรากลับไม่สำคัญอีกต่อไป เราประเมินค่าสิ่งต่างๆไม่เหมือนเดิม ความปรารถนาใหม่ของเราคือจะรักและปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ (ฉธบ.6:5-6) คุณเข้าร่วมกับหน่วยทหารของพระองค์แล้วหรือยัง? &#8211; DCE </p>
<p class="poem">
 พระเยซูรักฉันนิจนิรันดร์<br />
 อำนาจร้ายมิอาจกั้นรักนั้นได้<br />
 ทรงช่วยกู้จิตวิญญาณฉันเป็นไท<br />
 ฉันขอมอบชีวิตให้แด่พระองค์ – Clayton
</p>
<p class="remark"> ผู้ติดตามพระคริสต์รับคำสั่งจากพระองค์</p>
<p> <span id="more-1269"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100226.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/26/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำให้พระเจ้าพอพระทัย</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/15/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/15/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Nov 2009 17:01:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การรับใช้]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=917</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน อ่าน: ฮีบรู 11:1-6 เหตุฉะนั้นเราตั้งเป้าของเราว่า&#8230;เราก็จะทำตัวให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ -2 โครินธ์ 5:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 1-2, ฮีบรู 11:1-19         แอนดี้ วาร์โฮล จิตรกรป๊อปอาร์ทซึ่งนิยมวาดภาพโฆษณาต่างๆ ของชาวอเมริกัน เช่น ซุปยี่ห้อแคมป์เบล เคยกล่าวไว้ว่า &#8220;ในอนาคตทุกคนจะมีชื่อเสียงคนละ 15 นาที&#8221; แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น มีคนหลายล้านคนในโลกซึ่งไม่เคยได้รับความสนใจจากผู้คน บางคนเป็นชายหญิงที่ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงานหนัก การเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี การอธิษฐานเผื่อผู้อื่นอย่างสัตย์ซื่อ และการแบ่งปันความเชื่อให้กับผู้ที่ยังไม่รู้จักกับพระเยซู พวกเขาสอนรวี นำอาหารไปเยี่ยมผู้ป่วย ขับรถพาคนชราไปหาหมอ และแสดงความเมตตาต่อผู้อื่นอีกนับไม่ถ้วน         คนเหล่านี้อาจเป็นที่รู้จักเฉพาะในครอบครัว และในกลุ่มเพื่อนของตนเอง แน่นอน พวกเขาไม่ใช่คนมีชื่อเสียง และแม้ว่าพวกเขาจะอุทิศตน เพื่อผู้อื่นด้วยความเต็มใจและความเสียสละ พวกเขาก็อาจจะไม่ได้รับคำขอบคุณหรือคำชมเชยสำหรับความดีที่ทำไปมากนัก แต่ถึงกระนั้น พระเจ้าทรงทราบถึงความสัตย์ซื่อและทรงพอพระทัยที่พวกเขาเชื่อฟัง         พระธรรม 2 โครินธ์ 5:9 สอนเราให้ &#8220;ตั้งเป้าของเราว่า&#8230;จะทำตัวให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ฮีบรู 11:1-6<br />
</span><span class="biblemessage">เหตุฉะนั้นเราตั้งเป้าของเราว่า&#8230;เราก็จะทำตัวให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ -2 โครินธ์ 5:9<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 1-2, ฮีบรู 11:1-19</p>
<p>        แอนดี้ วาร์โฮล จิตรกรป๊อปอาร์ทซึ่งนิยมวาดภาพโฆษณาต่างๆ ของชาวอเมริกัน เช่น ซุปยี่ห้อแคมป์เบล เคยกล่าวไว้ว่า &#8220;ในอนาคตทุกคนจะมีชื่อเสียงคนละ 15 นาที&#8221; แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น มีคนหลายล้านคนในโลกซึ่งไม่เคยได้รับความสนใจจากผู้คน บางคนเป็นชายหญิงที่ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงานหนัก การเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี การอธิษฐานเผื่อผู้อื่นอย่างสัตย์ซื่อ และการแบ่งปันความเชื่อให้กับผู้ที่ยังไม่รู้จักกับพระเยซู พวกเขาสอนรวี นำอาหารไปเยี่ยมผู้ป่วย ขับรถพาคนชราไปหาหมอ และแสดงความเมตตาต่อผู้อื่นอีกนับไม่ถ้วน<br />
        คนเหล่านี้อาจเป็นที่รู้จักเฉพาะในครอบครัว และในกลุ่มเพื่อนของตนเอง แน่นอน พวกเขาไม่ใช่คนมีชื่อเสียง และแม้ว่าพวกเขาจะอุทิศตน เพื่อผู้อื่นด้วยความเต็มใจและความเสียสละ พวกเขาก็อาจจะไม่ได้รับคำขอบคุณหรือคำชมเชยสำหรับความดีที่ทำไปมากนัก แต่ถึงกระนั้น พระเจ้าทรงทราบถึงความสัตย์ซื่อและทรงพอพระทัยที่พวกเขาเชื่อฟัง<br />
        พระธรรม 2 โครินธ์ 5:9 สอนเราให้ &#8220;ตั้งเป้าของเราว่า&#8230;จะทำตัวให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์&#8221; พระเจ้าทรงพอพระทัยเมื่อเราเชื่อและอุทิศชีวิตของเราเพื่อปรนนิบัติพระองค์ด้วยความศรัทธา(ฮบ.11:6) นั่นคือรางวัลที่เราได้รับ เพราะการรับรองจากพระเจ้าย่อมหอมหวานกว่าคำสรรเสริญของฝูงชน &#8211; CHK</p>
<p class="poem">จงสัตย์ซื่อรับใช้องค์พระเจ้า<br />
อย่าคาดหวังให้ใครเขามายกย่อง<br />
จงถ่อมลงเว้นเสียจากความลำพอง<br />
แล้วรางวัลเรืองรองพระเจ้าประทาน – Hess</p>
<p class="remark">การกระทำที่พระเจ้าทรงโปรดปราน<br />
คือการทำสิ่งใดก็ตามเพื่อรับใช้พระองค์</p>
<p><span id="more-917"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091115.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/15/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะไปรู้ได้ยังไง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/07/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/07/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Nov 2009 17:01:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[พระคัมภีร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=891</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน อ่าน: 1 เธสะโลนิกา 4:1-12 และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้ เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด -เอเฟซัส 4:30 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 40-42, ฮีบรู 4         ช่วงนี้ของปีจะเป็นช่วงคอนเสิร์ตของนักเรียนชั้นมัธยม และนักเรียนที่เรียนดนตรีจะเตรียมตัวสำหรับการเฉลิมฉลองคริสตมาสที่ยิ่งใหญ่อลังการ คุณครูได้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบถึงสองครั้ง และยังได้ย้ำอย่างชัดเจนถึงวันซ้อมใหญ่ที่ทุกคนต้องมา         แต่เมื่อถึงวันซ้อมจริง คุณแม่ที่ตื่นตระหนกได้โทรมาในระหว่างการซ้อม เพื่อตรวจสอบกับครูว่าลูกของเธอจะต้องซ้อมตอนกี่โมง ขณะที่อีกคนหนึ่งโทรมาบอกว่า &#8220;เรากำลังพาทอมมี่ไปบ้านคุณยาย ถ้าขาดเขาสักคนคงไม่เป็นไรใช่ไหมคะ&#8221; แต่เมื่อครูบอกว่าทุกคนต้องมาซ้อมและการซ้อมก็เริ่มขึ้นแล้ว เธอก็ได้ยินทางโน้นพูดว่า &#8220;ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ไม่เห็นมีใครบอกฉันเลย&#8221;         ในเมื่อครูยังรู้สึกหงุดหงิดเมื่อบางคนไม่สนใจคำสั่งที่ชัดเจนของเธอ เป็นไปได้ไหมว่าพระเจ้าก็อาจจะรำคาญใจเช่นกัน เมื่อเรามีแนวโน้มที่จะละเลยคำสั่งของพระองค์? ใน 1 เธสะโลนิกา เปาโลย้ำเตือนถึงข้อความซึ่งพระเจ้าทรงดลใจให้บอกกับเราทั้งหลายว่า &#8220;ควรจะประพฤติอย่างไร จึงจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า&#8221; และคำแนะนำเหล่านี้ได้ให้ไว้ &#8220;ในพระนามของ พระเยซูเจ้า&#8221; (4:1-2) เปาโลอธิบายว่าพระเจ้าทรงเสียพระทัย เมื่อเราไม่ใส่ใจคำสอนของพระองค์ และดำเนินชีวิตตามอำเภอใจ (อฟ.4:30-5:2)         ให้เราตั้งใจอ่านพระดำรัสสั่งของพระเจ้าและดำเนินชีวิตตามนั้นโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 เธสะโลนิกา 4:1-12<br />
</span><span class="biblemessage">และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้ เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด -เอเฟซัส 4:30<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 40-42, ฮีบรู 4</p>
<p>        ช่วงนี้ของปีจะเป็นช่วงคอนเสิร์ตของนักเรียนชั้นมัธยม และนักเรียนที่เรียนดนตรีจะเตรียมตัวสำหรับการเฉลิมฉลองคริสตมาสที่ยิ่งใหญ่อลังการ คุณครูได้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบถึงสองครั้ง และยังได้ย้ำอย่างชัดเจนถึงวันซ้อมใหญ่ที่ทุกคนต้องมา<br />
        แต่เมื่อถึงวันซ้อมจริง คุณแม่ที่ตื่นตระหนกได้โทรมาในระหว่างการซ้อม เพื่อตรวจสอบกับครูว่าลูกของเธอจะต้องซ้อมตอนกี่โมง ขณะที่อีกคนหนึ่งโทรมาบอกว่า &#8220;เรากำลังพาทอมมี่ไปบ้านคุณยาย ถ้าขาดเขาสักคนคงไม่เป็นไรใช่ไหมคะ&#8221; แต่เมื่อครูบอกว่าทุกคนต้องมาซ้อมและการซ้อมก็เริ่มขึ้นแล้ว เธอก็ได้ยินทางโน้นพูดว่า &#8220;ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ไม่เห็นมีใครบอกฉันเลย&#8221;<br />
        ในเมื่อครูยังรู้สึกหงุดหงิดเมื่อบางคนไม่สนใจคำสั่งที่ชัดเจนของเธอ เป็นไปได้ไหมว่าพระเจ้าก็อาจจะรำคาญใจเช่นกัน เมื่อเรามีแนวโน้มที่จะละเลยคำสั่งของพระองค์? ใน 1 เธสะโลนิกา เปาโลย้ำเตือนถึงข้อความซึ่งพระเจ้าทรงดลใจให้บอกกับเราทั้งหลายว่า &#8220;ควรจะประพฤติอย่างไร จึงจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า&#8221; และคำแนะนำเหล่านี้ได้ให้ไว้ &#8220;ในพระนามของ<br />
พระเยซูเจ้า&#8221; (4:1-2) เปาโลอธิบายว่าพระเจ้าทรงเสียพระทัย เมื่อเราไม่ใส่ใจคำสอนของพระองค์ และดำเนินชีวิตตามอำเภอใจ (อฟ.4:30-5:2)<br />
        ให้เราตั้งใจอ่านพระดำรัสสั่งของพระเจ้าและดำเนินชีวิตตามนั้นโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ &#8211; JDB</p>
<p class="poem">พระคำพระเจ้ามีให้ เชื่อฟังแล้วได้พระพร<br />
ทำตามพระคำสั่งสอน พระเจ้าทรงพอพระทัย<br />
อย่าเชื่อด้วยความลำเอียง อย่าเลี่ยงละบางส่วนไว้<br />
ตีความเอาตามแต่ใจ หาใช่เรียกว่าเชื่อฟัง – Hess</p>
<p class="remark">ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆที่ฟังขึ้น<br />
เมื่อเราไม่ใส่ใจพระเจ้า</p>
<p><span id="more-891"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091107.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/07/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมล็ดพันธุ์กับความเชื่อ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/04/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/04/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Nov 2009 17:01:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบบอย่าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=880</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน อ่าน: กาลาเทีย 6:7-10 เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น -กาลาเทีย 6:7 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 32-33, ฮีบรู 1         ฉันเคยอ่านนิทานเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของชายซึ่งพบพระเจ้ายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ขณะที่เขากำลังเดินเล่นอยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่งด้วยความตกใจ เขาจึงเดินตรงไปหาพระองค์ถามว่า &#8220;พระองค์ขายอะไรครับ&#8221; พระเจ้าตอบว่า &#8220;ใจของเจ้าต้องการอะไรล่ะ&#8221; ชายผู้นั้นตอบว่า &#8220;ผมต้องการความสุข สันติสุขในใจ และเสรีภาพจากความกลัว&#8230;สำหรับตัวผมเองและคนทั้งโลก&#8221; พระเจ้าทรงยิ้มและตรัสว่า &#8220;เราไม่ได้ขายผล เราขายแต่เมล็ด&#8221;         ในกาลาเทีย 6 เปาโลย้ำถึงความสำคัญของการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพฤติกรรมที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า &#8220;เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น&#8221; (ข้อ 7) หากเราไม่เห็นความสำคัญว่าเราต้องทำในส่วนของเรา เราก็จะไม่ได้เห็นผลแห่งพระพร         เราควรทำตามคนที่หว่านเมล็ดพันธุ์ที่ดี ซามูเอล ชูเมคเกอร์ นักประพันธ์กล่าวว่า &#8220;หากเรามองดูคนที่เป็นแบบอย่างที่ดี เราย่อมได้รับแรงบันดาลใจ หรือไม่อย่างนั้น เราก็อาจจะแก้ตัวว่า ‘ก็เขา (หรือเธอ) เป็นคนนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ค่อยโกรธใคร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กาลาเทีย 6:7-10<br />
</span><span class="biblemessage">เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น -กาลาเทีย 6:7<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 32-33, ฮีบรู 1</p>
<p>        ฉันเคยอ่านนิทานเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของชายซึ่งพบพระเจ้ายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ขณะที่เขากำลังเดินเล่นอยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่งด้วยความตกใจ เขาจึงเดินตรงไปหาพระองค์ถามว่า &#8220;พระองค์ขายอะไรครับ&#8221; พระเจ้าตอบว่า &#8220;ใจของเจ้าต้องการอะไรล่ะ&#8221; ชายผู้นั้นตอบว่า &#8220;ผมต้องการความสุข สันติสุขในใจ และเสรีภาพจากความกลัว&#8230;สำหรับตัวผมเองและคนทั้งโลก&#8221;<br />
พระเจ้าทรงยิ้มและตรัสว่า &#8220;เราไม่ได้ขายผล เราขายแต่เมล็ด&#8221;<br />
        ในกาลาเทีย 6 เปาโลย้ำถึงความสำคัญของการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพฤติกรรมที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า &#8220;เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น&#8221; (ข้อ 7) หากเราไม่เห็นความสำคัญว่าเราต้องทำในส่วนของเรา เราก็จะไม่ได้เห็นผลแห่งพระพร<br />
        เราควรทำตามคนที่หว่านเมล็ดพันธุ์ที่ดี ซามูเอล ชูเมคเกอร์ นักประพันธ์กล่าวว่า &#8220;หากเรามองดูคนที่เป็นแบบอย่างที่ดี<br />
เราย่อมได้รับแรงบันดาลใจ หรือไม่อย่างนั้น เราก็อาจจะแก้ตัวว่า ‘ก็เขา (หรือเธอ) เป็นคนนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ค่อยโกรธใคร ไม่ประสาทเสีย ไม่ใจร้อน หรือขี้กังวลเหมือนฉัน’&#8221; ชูเมคเกอร์กล่าวต่อไปว่า &#8220;แต่แท้จริงแล้ว เราอาจไม่รู้ว่าเขาก็ต้องอดทนฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบาก และหากเราทำเช่นเดียวกับเขา เราก็จะเอาชนะได้ด้วยเช่นกัน&#8221;<br />
        คุณรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับชีวิตอยู่หรือไม่? จงทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าและเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพฤติกรรมและท่าทีใหม่ๆในวันนี้ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม พระวิญญาณบริสุทธิ์จะกระทำให้เมล็ดนั้นเติบโตขึ้น &#8211; JEY</p>
<p class="poem">งานที่เราทำ หรือว่าถ้อยคำ ที่ออกจากเรา<br />
ดังหว่านพืชพันธุ์ วันแล้ววันเล่า สักวันรับเอา ผลผลิตที่มี – Hess</p>
<p class="remark">เมล็ดที่เราหว่านในวันนี้<br />
จะกำหนดชนิดของผลที่เราจะเก็บเกี่ยวในวันหน้า</p>
<p><span id="more-880"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091104.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/04/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มากกว่าแค่อ่าน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/11/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/11/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Oct 2009 17:01:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเชื่อฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[พระคัมภีร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=799</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม อ่าน: โคโลสี 3:12-17 ในฐานะที่เป็นพวก ซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้ เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก จงสวมใจเมตตา ใจปรานี&#8230;ใจอดทนไว้นาน -โคโลสี 3:12 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 37-38, โคโลสี 3         &#8220;อาจารย์ หนังสือมานาประจำวันหายไปไหน?&#8221; มีคนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกระโชกฟังดูโกรธ หนังสือฉบับล่าสุดยังไม่ได้ถูกนำมาวางที่ชั้นนอกห้องประชุม ทำให้ผู้อ่านคนหนึ่งมาถามหาเอากับศิษยาภิบาล ถึงแม้ว่าการแจกหนังสือไม่ใช่หน้าที่ของศิษยาภิบาล แต่เขาก็รู้สึกไม่ดีที่ถูกสมาชิกต่อว่า ว่าไม่ดูแลหนังสือให้มาถึงตรงเวลา         เมื่อผมได้ยินเรื่องนี้ ผมตกใจกับสิ่งที่ขัดแย้งกันในเหตุการณ์นี้ หนังสือเฝ้าเดี่ยวมีไว้เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของคริสเตียน และการดำเนินชีวิตอย่างพระคริสต์ และในฐานะที่เป็นผู้เชื่อที่อ่านหนังสือเฝ้าเดี่ยว เราก็หวังว่าเราจะเติบโตขึ้นฝ่ายวิญญาณเป็นผู้มี &#8220;ใจเมตตา ใจปรานี ใจถ่อม ใจอ่อนสุภาพ ใจอดทนไว้นาน&#8221; อันเป็นคุณสมบัติที่เปาโลบอกว่าเราควรจะ &#8220;สวม&#8221; ไว้ (คส.3:12)         การอ่านพระวจนะของพระเจ้าควบคู่กับคู่มือหรือหนังสือเฝ้าเดี่ยว การอธิษฐานและการนมัสการร่วมกัน เป็นวินัยฝ่ายวิญญาณที่ไม่ควรจะทำแล้วจบไป วินัยฝ่ายวิญญาณควรทำให้ชีวิตเราเป็นเหมือนพระคริสต์ บริสุทธิ์และสำแดงพระวิญญาณมากขึ้น วินัยฝ่ายวิญญาณควรทำให้ &#8220;พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัว[เรา]อย่างบริบูรณ์&#8221; (3:16) ซึ่งจะแสดงออกมาผ่านทุกสิ่งที่เราพูดและกระทำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โคโลสี 3:12-17 </span><br />
<span class="biblemessage">ในฐานะที่เป็นพวก ซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้ เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก จงสวมใจเมตตา ใจปรานี&#8230;ใจอดทนไว้นาน -โคโลสี 3:12 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 37-38, โคโลสี 3</p>
<p>        &#8220;อาจารย์ หนังสือมานาประจำวันหายไปไหน?&#8221; มีคนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกระโชกฟังดูโกรธ หนังสือฉบับล่าสุดยังไม่ได้ถูกนำมาวางที่ชั้นนอกห้องประชุม ทำให้ผู้อ่านคนหนึ่งมาถามหาเอากับศิษยาภิบาล ถึงแม้ว่าการแจกหนังสือไม่ใช่หน้าที่ของศิษยาภิบาล แต่เขาก็รู้สึกไม่ดีที่ถูกสมาชิกต่อว่า ว่าไม่ดูแลหนังสือให้มาถึงตรงเวลา<br />
        เมื่อผมได้ยินเรื่องนี้ ผมตกใจกับสิ่งที่ขัดแย้งกันในเหตุการณ์นี้ หนังสือเฝ้าเดี่ยวมีไว้เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของคริสเตียน และการดำเนินชีวิตอย่างพระคริสต์ และในฐานะที่เป็นผู้เชื่อที่อ่านหนังสือเฝ้าเดี่ยว เราก็หวังว่าเราจะเติบโตขึ้นฝ่ายวิญญาณเป็นผู้มี &#8220;ใจเมตตา ใจปรานี ใจถ่อม ใจอ่อนสุภาพ ใจอดทนไว้นาน&#8221; อันเป็นคุณสมบัติที่เปาโลบอกว่าเราควรจะ &#8220;สวม&#8221; ไว้ (คส.3:12)<br />
        การอ่านพระวจนะของพระเจ้าควบคู่กับคู่มือหรือหนังสือเฝ้าเดี่ยว การอธิษฐานและการนมัสการร่วมกัน เป็นวินัยฝ่ายวิญญาณที่ไม่ควรจะทำแล้วจบไป วินัยฝ่ายวิญญาณควรทำให้ชีวิตเราเป็นเหมือนพระคริสต์ บริสุทธิ์และสำแดงพระวิญญาณมากขึ้น วินัยฝ่ายวิญญาณควรทำให้ &#8220;พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัว[เรา]อย่างบริบูรณ์&#8221; (3:16) ซึ่งจะแสดงออกมาผ่านทุกสิ่งที่เราพูดและกระทำ &#8211; JDB</p>
<p class="poem">ฉันหวังไว้ให้ใจฉันนั้นภักดี ชั่วชีวีสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า<br />
เฝ้าติดตามพระองค์ตราบนานเนา ใจกบฏที่เก่าๆให้ล่วงไป<br />
ทั้งความคิดคำพูดการกระทำ ขอนำเกียรติแด่พระองค์ผู้ยิ่งใหญ่<br />
คือพระเจ้าองค์ทรงฤทธิ์เกรียงไกร คนทั้งโลกจะได้สรรเสริญพระองค์ – Hess</p>
<p class="remark">การศึกษาพระคัมภีร์ไม่ใช่แค่ให้รู้<br />
แต่ให้เปลี่ยนแปลงชีวิต<br />
<span id="more-799"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091011.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/11/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

