ผู้ไล่ตามแสงแดด

สิงหาคม 25th, 2010 admin 5 comments

วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2010

อ่าน: ปัญญาจารย์ 2:1-11
ข้าพเจ้ามิได้ห้ามใจจากความสนุกสนานใดๆ – ปัญญาจารย์ 2:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 119:1-88, 1 โครินธ์ 7:20-40

ไดอานาและเดฟชอบขี่เจ็ตสกีในทะเลสาบเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งสองมีความสุขกับการโฉบไปมาเหนือน้ำในวันที่แสงแดดอบอุ่น แต่เช้า วันหนึ่ง อากาศค่อนข้างเย็นและเมฆมาก และไดอานาโน้มน้าวเดฟไม่สำเร็จ เธอจึงต้องออกไปคนเดียว อากาศตอนนั้นเย็นจัดจนเธอต้องขี่ฉวัดเฉวียนไปมาเข้าหาแสงแดดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น แต่ทุกครั้งที่เธอไปถึงที่ที่มีแดด เมฆก็จะตามมาบดบังอย่างรวดเร็ว เธอรู้แล้วว่าการไล่ตามแสงแดดเป็นเรื่องโง่เขลาและเปล่าประโยชน์ เธอจึงล้มเลิกความตั้งใจเพราะการกระทำนั้น ไม่ได้ช่วยให้เธอได้สิ่งที่เธอต้องการ

กษัตริย์ซาโลมอนก็ไล่ตามสิ่งที่ไม่ได้นำความอิ่มใจมาให้พระองค์ (ปญจ.2:1) เพียงแค่ 11 ข้อแรกของปัญญาจารย์บทที่ 2 พระองค์กล่าวว่าพระองค์แสวงหาความเพลิดเพลิน เสียงหัวเราะ เหล้าองุ่น สติปัญญา บ้าน สวน เงินทอง ทรัพย์สิ่งของ และดนตรี แต่พระองค์ประเมินแล้วว่า “ทุกอย่างก็อนิจจัง คือกินลมกินแล้ง และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์” (2:11) การแสวงหาสิ่งเหล่านั้นเป็นความว่างเปล่า “อนิจจัง อนิจจัง สารพัดอนิจจัง” (1:2) พระองค์สรุปอย่างชาญฉลาดว่า “จงยำเกรงพระเจ้าและรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะนี่แหละเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง” (12:13) คุณกำลังไล่ตามสิ่งที่ซาโลมอนเคยแสวงหาหรือไม่? การทำเช่นนั้นไร้ประโยชน์ เพราะสิ่งเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเรามีเป้าหมายและความอิ่มใจได้ คือ การรู้จักและเชื่อฟังพระเจ้า – AMC

หากวิ่งตามความสุขใจอันชั่วคราว ใจว่างเปล่ามิอาจเติมเต็มได้
หากติดตามพระคริสต์สนิทใกล้ ทรงสัญญาประทานให้เขาอิ่มเอม – Sper

พระเจ้าเป็นผู้เดียว ที่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจได้

อ่านต่อ…

บทเรียนจากตัวริ้น

สิงหาคม 8th, 2010 admin ไม่มีความเห็น

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2010

อ่าน: อพยพ 8:16-19
อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้นอย่างในครั้งกบฏนั้น – ฮีบรู 3:8

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 74-76, โรม 9:16-33

ระหว่างที่ผมกำลังเดินออกกำลังกายประจำวัน บังเอิญต้องเดินฝ่าฝูงแมลงขนาดเล็กที่เคลื่อนตัวมาราวกับพายุ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อกลับบ้าน ผมพบว่ามีตุ่มแดงๆ ที่ทั้งคันทั้งแสบขึ้นเต็มแขนและข้อศอกราวกับผมเพิ่งถูกริ้นฝูงใหญ่โจมตีมา

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมเกิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับภัยพิบัติจากริ้นที่พระเจ้าส่งมาเหนือประเทศอียิปต์ เมื่อกษัตริย์ฟาโรห์ไม่ยอมปล่อยชนชาติอิสราเอล ภาษาฮีบรูที่ใช้กับแมลงชนิดนี้ในอพยพ 8:16-18 ยังอาจหมายถึง “เหา” หรือ “ยุง” แต่เนื่องจากมีการเปรียบเทียบแมลงชนิดดังกล่าวกับฝุ่นดิน จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นฝูงริ้นมากกว่า บรรดานักบวชต่างชาติของฟาโรห์ ซึ่งภูมิใจนักหนากับพิธีชำระตัวและการโกนศีรษะและหนวดเครา จึงมีตุ่มแดงๆขึ้นเต็มตัวไปหมด พระเจ้าส่งภัยพิบัตินี้มา เพื่อทำให้ฟาโรห์กลับใจ แต่พระทัยของฟาโรห์กลับแข็งกระด้างยิ่งขึ้น

พระเจ้ากำลังพยายามใช้สถานการณ์บางอย่างในชีวิต เพื่อเรียกให้คุณหันมาสนใจหรือไม่? พระองค์กำลังพยายามชักชวนให้คุณกลับมาเดินในทางของพระองค์หรือเปล่า? (กท.5:25) เราควรปฏิเสธสิ่งที่มาทำให้ใจของเราแข็งกระด้าง ตรงกันข้าม ให้เรายอมจำนนต่อพระเจ้า (ยก.4:6-8) และถามพระองค์ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราเรียนรู้อะไรในฝ่ายจิตวิญญาณ – HDF

เมื่อดินเหนียวนำมาปั้นเป็นอิฐ ต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์ช่วยเผาผลาญ
ให้อิฐนั้นแข็งแกร่งและทนทาน จึงนำมาใช้งานก่อมั่นคง
เปรียบชีวิตของเราผ่านทุกข์ยาก ความลำบากกลับกลายเป็นเสริมส่ง
ให้เข้มแข็งยืนหยัดมิล้มลง ชีพดำรงเป็นคนอย่างเต็มคน – Sper

พระเจ้าทำให้เราเป็นทุกข์ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความผิด เพื่อเราจะพบกับความสุขผ่านการสารภาพบาป

อ่านต่อ…

บทเรียนแห่งการเชื่อฟัง

กรกฎาคม 27th, 2010 admin 2 comments

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2010

อ่าน: 1 ยอห์น 2:1-11
นี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ – 1 ยอห์น 5:3

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 43-45, กิจการ 27:27-44

เมื่อเด็กชายโคฟีกลับจากเรียนรวีวารศึกษาในวันอาทิตย์ แม่ของเขาถามว่าเขาเรียนอะไรในตอนเช้าวันนั้น เขาตอบกลับอย่างรวดเร็วและเสียงดังว่า “การเชื่อฟัง…อีกแล้ว”

ถึงแม้ฉันจะอายุมากกว่าโคฟีมาก แต่ฉันเห็นด้วยว่าการเชื่อฟังพระเจ้าเป็นบทเรียนที่เราจำเป็นต้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้จะไม่สู้เต็มใจนักก็ตาม

ออสวอลด์ แชมเบอส์ได้เขียนไว้ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ประทานกฎให้แก่ข้าพเจ้า แต่พระองค์ทรงยืนยันมาตรฐานของพระองค์อย่างชัดเจน ถ้าความสัมพันธ์ที่ข้าพเจ้ามีต่อพระองค์คือความรัก ข้าพเจ้าก็จะทำสิ่งที่พระองค์บอก… หากข้าพเจ้าลังเล ก็เป็นเพราะข้าพเจ้าได้รักคนอื่น ที่ข้าพเจ้านำมาแข่งกับพระองค์ ซึ่งก็คือ ตัวข้าพเจ้าเอง”

เมื่อเราเชื่อฟัง เราได้แสดงให้พระเจ้าเห็นว่าเรารักพระองค์และมีความศรัทธาในพระองค์ มากกว่าที่เรามีต่อตนเอง อาเธอร์ ดับเบิ้ลยู. พิงค์ กล่าวไว้ว่า ความรักคือ “หลักการที่นำไปสู่การกระทำ และหลักการนี้สำแดงออก…ด้วยการกระทำสิ่งที่ทำให้ผู้ถูกรักพึงพอใจ” การเชื่อฟังพระเจ้าหมายความถึงการสละสิ่งที่เราต้องการและเลือกทำสิ่งที่พระองค์บอกให้ทำ

พระเจ้าทรงเรียกร้องให้ผู้ที่ติดตามพระองค์เชื่อฟัง และพระเยซูทรงให้ความสำคัญกับสิ่งนี้อย่างสูง พระองค์ทรงถามว่า “เหตุไฉนท่านทั้งหลายจึงเรียกเราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ แต่ไม่กระทำตามที่เราบอกนั้น” (ลก.6:46)และยังทรงท้าทายเราว่า“ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติ ตามบัญญัติของเรา” (ยน.14:15) – CHK

เรากล่าวว่าเราติดตามองค์พระคริสต์ แต่ชีวิตไม่สำแดงว่าเชื่อฟัง
แท้จริงทิ้งพระคริสต์ไว้เบื้องหลัง เรากำลังห่างพระองค์ไปทุกที – Sper

การเชื่อฟังพระเจ้า คือการแสดงออกถึงความรักที่เรามีต่อพระองค์

อ่านต่อ…