<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; การอธิษฐาน</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ความช้าของปัญญา</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/28/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/28/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัญญา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1722</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2010 อ่าน: ยอห์น 8:1-11 เหตุฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา &#8211; ยอห์น 12:50 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 123-125, 1 โครินธ์ 10:1-18 เมื่อพวกฟาริสีพาผู้หญิงที่ถูกจับขณะล่วงประเวณีมาหาพระเยซู และทูลถามพระองค์ว่าควรจะทำอย่างไรกับเธอ พระเยซูทรงน้อมพระกายลงและเอานิ้วพระหัตถ์เขียนที่ดินสักครู่หนึ่ง (ยน.8:6-11) เราไม่ทราบว่าพระองค์เขียนอะไร แต่เมื่อพวกเขายังคงทูลถามพระองค์อยู่เรื่อยๆ พระองค์จึงตรัสตอบพวกเขาด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีผิด ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน“ (ข้อ 7) คำพูดเพียงไม่กี่คำได้ผลดีทีเดียว พวกฟาริสีจึงต้องเผชิญหน้ากับบาปของตนและค่อยๆทยอยออกไปทีละคน แม้ในปัจจุบัน คำพูดนั้นยังคงดังก้องไปทั่วโลก พระเยซูทรงสนิทสนมและพึ่งพิงพระบิดาถึงขนาดตรัสเกี่ยวกับพระองค์เองว่า “เหตุฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา” (12:50) หากเรามีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับพระบิดา เราก็จะรู้ได้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรโดยอาศัยสติปัญญาของพระองค์! เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการเชื่อฟังตามที่ท่านยากอบท้าทายไว้ คือให้เรา “ไวในการฟัง ช้าในการพูด” (1:19) ความช้าในที่นี้ไม่ใช่ความไม่ใส่ใจ ความว่างเปล่า ความไม่มั่นใจ ความรู้สึกผิด หรือความละอาย แต่เป็นความช้าเพื่อให้มีสติปัญญาที่เกิดจากการอยู่กับพระเจ้าและพระดำริของพระองค์อย่างเงียบๆ เรามักได้รับคำเตือนให้หยุดคิดก่อนที่จะพูด แต่ผมคิดว่าเราควรก้าวไกลกว่านั้นและดำเนินชีวิตที่จดจ่อกับการฟังพระปัญญาของพระเจ้าอยู่เสมอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 8:1-11 </span><br />
<span class="biblemessage">เหตุฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา &#8211; ยอห์น 12:50 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 123-125, 1 โครินธ์ 10:1-18</p>
<div id="mana_contents">
<p>เมื่อพวกฟาริสีพาผู้หญิงที่ถูกจับขณะล่วงประเวณีมาหาพระเยซู และทูลถามพระองค์ว่าควรจะทำอย่างไรกับเธอ พระเยซูทรงน้อมพระกายลงและเอานิ้วพระหัตถ์เขียนที่ดินสักครู่หนึ่ง (ยน.8:6-11) เราไม่ทราบว่าพระองค์เขียนอะไร แต่เมื่อพวกเขายังคงทูลถามพระองค์อยู่เรื่อยๆ พระองค์จึงตรัสตอบพวกเขาด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีผิด ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน“ (ข้อ 7) คำพูดเพียงไม่กี่คำได้ผลดีทีเดียว พวกฟาริสีจึงต้องเผชิญหน้ากับบาปของตนและค่อยๆทยอยออกไปทีละคน แม้ในปัจจุบัน คำพูดนั้นยังคงดังก้องไปทั่วโลก
<p>พระเยซูทรงสนิทสนมและพึ่งพิงพระบิดาถึงขนาดตรัสเกี่ยวกับพระองค์เองว่า “เหตุฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา” (12:50) หากเรามีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับพระบิดา เราก็จะรู้ได้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรโดยอาศัยสติปัญญาของพระองค์!
<p>เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการเชื่อฟังตามที่ท่านยากอบท้าทายไว้ คือให้เรา “ไวในการฟัง ช้าในการพูด” (1:19) ความช้าในที่นี้ไม่ใช่ความไม่ใส่ใจ ความว่างเปล่า ความไม่มั่นใจ ความรู้สึกผิด หรือความละอาย แต่เป็นความช้าเพื่อให้มีสติปัญญาที่เกิดจากการอยู่กับพระเจ้าและพระดำริของพระองค์อย่างเงียบๆ
<p>เรามักได้รับคำเตือนให้หยุดคิดก่อนที่จะพูด แต่ผมคิดว่าเราควรก้าวไกลกว่านั้นและดำเนินชีวิตที่จดจ่อกับการฟังพระปัญญาของพระเจ้าอยู่เสมอ     &#8211; DHR
</p></div>
<p class="poem">
องค์พระบิดา       ขอทรงช่วยข้า  เปิดใจรับฟัง <br />
พระคำพระองค์   ที่ทรงสอนสั่ง รู้จักยับยั้ง  ไม่ผิดพลั้งไป <br />
ขอทรงสำแดง     ให้เราเห็นแจ้ง บาปผิดน้อยใหญ่ <br />
ที่เราได้ทำ         ภายในจิตใจ ขอชำระให้  ขาวสะอาดพลัน – D. De Haan
</p>
<p class="remark">จงฟังพระเจ้าให้ดีก่อนที่คุณจะพูดแทนพระองค์</p>
<p><span id="more-1722"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100828.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/28/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทรงทราบอยู่แล้ว</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/02/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/02/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Aug 2010 17:03:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1677</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2010 อ่าน: มัทธิว 6:5-8 อย่าทำเหมือนเขาเลย เพราะว่าสิ่งไรซึ่งท่านต้องการ พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว &#8211; มัทธิว 6:8 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 60-62, โรม 5 เพื่อนของผมที่เป็นนักบินพาณิชย์เล่าให้ฟังถึงปัญหาร้ายแรงของเครื่องยนต์ที่เขาประสบระหว่างการบินครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ ระหว่างที่เครื่องขัดข้อง สัญญาณไฟในห้องนักบินกระพริบเตือน เขาต้องพยายามประคองเครื่องเอาไว้จนกระทั่งสามารถนำเครื่องลงจอดที่สนามบินปลายทางได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่เครื่องแตะพื้น เขารีบตรงไปหาช่างซ่อมบำรุงเพื่อแจ้งปัญหาให้ทราบ แต่เขาต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อช่างบอกว่า “เรารู้ปัญหาแล้ว และกำลังจะซ่อมให้ เพราะตอนที่สัญญาณเตือนในห้องนักบิน สัญญาณอิเล็คทรอนิคเดียว กันนี้ก็ส่งมาที่เราโดยอัตโนมัติด้วย” ขณะที่ฟังเขาเล่า ผมอดไม่ได้ที่จะคิดว่าพระเยซูตรัสถึงพระบิดาในสวรรค์ว่า “พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว” (มธ.6:8) ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่เชื่อว่าต้องพูด “ซ้ำซาก&#8230;เพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำ พระจึงจะทรงโปรดฟัง” (ข้อ 7) แต่พระเยซูเชื่อในความรอบรู้และความห่วงใยของพระเจ้าที่มีต่อบุตรของพระองค์ พระเจ้าทรงทราบความต้องการของเรา แต่พระองค์ก็ยังปรารถนาให้เราแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในใจของเรากับพระองค์ พระองค์พร้อมที่จะฟังคำอธิษฐานและซ่อมแซมชีวิตที่แตกหักของเรา โดยพึ่งพาพระคุณของพระองค์ &#8211; BC แม้พระเจ้าทรงทราบอยู่ล่วงหน้า สิ่งใดเราปรารถนาหรือมุ่งหวัง แต่ทรงเรียกเรามีส่วนอย่างจริงจัง ทุ่มกำลังอธิษฐานทูลอ้อนวอน – D. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: มัทธิว 6:5-8  </span><br />
<span class="biblemessage">อย่าทำเหมือนเขาเลย เพราะว่าสิ่งไรซึ่งท่านต้องการ พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว  &#8211; มัทธิว 6:8  </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 60-62, โรม 5</p>
<div id="mana_contents">
<p>เพื่อนของผมที่เป็นนักบินพาณิชย์เล่าให้ฟังถึงปัญหาร้ายแรงของเครื่องยนต์ที่เขาประสบระหว่างการบินครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ ระหว่างที่เครื่องขัดข้อง สัญญาณไฟในห้องนักบินกระพริบเตือน เขาต้องพยายามประคองเครื่องเอาไว้จนกระทั่งสามารถนำเครื่องลงจอดที่สนามบินปลายทางได้อย่างปลอดภัย
<p>ทันทีที่เครื่องแตะพื้น เขารีบตรงไปหาช่างซ่อมบำรุงเพื่อแจ้งปัญหาให้ทราบ แต่เขาต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อช่างบอกว่า “เรารู้ปัญหาแล้ว และกำลังจะซ่อมให้ เพราะตอนที่สัญญาณเตือนในห้องนักบิน สัญญาณอิเล็คทรอนิคเดียว กันนี้ก็ส่งมาที่เราโดยอัตโนมัติด้วย”
<p>ขณะที่ฟังเขาเล่า ผมอดไม่ได้ที่จะคิดว่าพระเยซูตรัสถึงพระบิดาในสวรรค์ว่า “พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว” (มธ.6:8) ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่เชื่อว่าต้องพูด “ซ้ำซาก&#8230;เพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำ พระจึงจะทรงโปรดฟัง” (ข้อ 7) แต่พระเยซูเชื่อในความรอบรู้และความห่วงใยของพระเจ้าที่มีต่อบุตรของพระองค์
<p>พระเจ้าทรงทราบความต้องการของเรา แต่พระองค์ก็ยังปรารถนาให้เราแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในใจของเรากับพระองค์ พระองค์พร้อมที่จะฟังคำอธิษฐานและซ่อมแซมชีวิตที่แตกหักของเรา โดยพึ่งพาพระคุณของพระองค์ &#8211; BC
</p></div>
<p class="poem">
แม้พระเจ้าทรงทราบอยู่ล่วงหน้า     สิ่งใดเราปรารถนาหรือมุ่งหวัง <br />
แต่ทรงเรียกเรามีส่วนอย่างจริงจัง   ทุ่มกำลังอธิษฐานทูลอ้อนวอน – D. De Haan
</p>
<p class="remark">คำอธิษฐานเป็นเสียงแห่งความเชื่อ และความไว้วางใจว่าพระเจ้าทรงทราบและทรงห่วงใย</p>
<p><span id="more-1677"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100802.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/02/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อธิษฐานอย่างสัตย์ซื่อ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/10/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/10/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 17:01:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1543</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2010 อ่าน: 1 ทิโมธี 2:1-7 [อธิษฐาน] เพื่อกษัตริย์ทั้งหลายและคนทั้งปวงที่มีตำแหน่งสูง &#8211; 1 ทิโมธี 2:2 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 34-36, ยอห์น 19:1-22 เอ็มมา เกรย์เสียชีวิตเมื่ออายุ 95 ปี ในเดือนมิถุนายน 2009 ตลอดยี่สิบกว่าปี เธอเป็นคนทำความสะอาดในบ้านหลังใหญ่ ทุกคืนขณะที่ทำงานเธอจะอธิษฐานขอพระพร สติปัญญาและความปลอดภัยให้แก่เจ้าของบ้าน ถึงแม้ว่าเอ็มมาจะทำงานในบ้านหลังเดิมมานาน 24 ปี แต่ผู้อาศัยก็เปลี่ยนทุก 4 ปีโดยประมาณ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธออธิษฐานทุกคืนเผื่อประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา 6 คน คือ ไอเซนฮาว, เคนเนดี้, จอห์นสัน, นิกสัน, ฟอร์ด และคาร์เตอร์ เอ็มมามีประธานาธิบดีคนโปรด แต่เธออธิษฐานเผื่อทุกคน เธอทำตามคำแนะนำใน 1 ทิโมธี 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 ทิโมธี 2:1-7</span><br />
<span class="biblemessage">[อธิษฐาน] เพื่อกษัตริย์ทั้งหลายและคนทั้งปวงที่มีตำแหน่งสูง &#8211; 1 ทิโมธี 2:2</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 2 พงศาวดาร 34-36, ยอห์น 19:1-22</p>
<div id="mana_contents">
<p>เอ็มมา เกรย์เสียชีวิตเมื่ออายุ 95 ปี ในเดือนมิถุนายน 2009 ตลอดยี่สิบกว่าปี เธอเป็นคนทำความสะอาดในบ้านหลังใหญ่ ทุกคืนขณะที่ทำงานเธอจะอธิษฐานขอพระพร สติปัญญาและความปลอดภัยให้แก่เจ้าของบ้าน  </p>
<p>ถึงแม้ว่าเอ็มมาจะทำงานในบ้านหลังเดิมมานาน 24 ปี แต่ผู้อาศัยก็เปลี่ยนทุก 4 ปีโดยประมาณ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธออธิษฐานทุกคืนเผื่อประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา 6 คน คือ ไอเซนฮาว, เคนเนดี้, จอห์นสัน, นิกสัน, ฟอร์ด และคาร์เตอร์  </p>
<p>เอ็มมามีประธานาธิบดีคนโปรด แต่เธออธิษฐานเผื่อทุกคน เธอทำตามคำแนะนำใน    1 ทิโมธี 2 ว่าให้อธิษฐานเผื่อ “คนทั้งปวงที่มีตำแหน่งสูง” (ข้อ 2) พระธรรมข้อนี้ยังบอกอีกว่า การดำเนินชีวิต “อย่างเงียบๆและสงบสุข” และการอยู่ในทางธรรมและนอบน้อม “เป็นการกระทำที่ดี และเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า&#8230;ผู้ทรงมีพระประสงค์ให้คนทั้งปวงรอด และให้รู้ความจริง” (ข้อ 2-4)  </p>
<p>เพราะว่าพระเจ้า “ทรงได้ยินคำอธิษฐานของคนชอบธรรม” (สภษ.15:29) ใครจะรู้ว่าพระองค์ทรงใช้คำอธิษฐานอันสัตย์ซื่อของเอ็มมาอย่างไร สุภาษิต 21:1 กล่าวว่า “พระทัยพระราชาเป็นเหมือนธารน้ำในพระหัตถ์ของพระเจ้า พระเจ้าจะหันไปไหนๆตามแต่พระองค์ทรงโปรด”  </p>
<p>เช่นเดียวกับเอ็มมา เราต้องอธิษฐานเผื่อผู้นำของเรา มีใครบ้างที่พระเจ้าทรงดลใจให้คุณอธิษฐานเผื่อเขาวันนี้? &#8211; CHK
</p></div>
<p class="poem">
องค์พระเจ้ายื่นพระหัตถ์ช่วยผู้นำ    <br />
เมื่อบรรดาคนชอบธรรมเฝ้าทูลขอ <br />
อธิษฐานด้วยจิตที่จดจ่อ    <br />
พระประทานทางเดินต่อมิอับจน – D. De Haan
</p>
<p class="remark">หากอยากให้ผู้นำทำตามพระเจ้า จงทูลพระเจ้าเผื่อผู้นำ</p>
<p><span id="more-1543"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100610.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/10/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อธิษฐานอยู่เสมอ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/02/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/02/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 17:01:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1525</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 2 มิถุนายน 2010 อ่าน: 2 พงษ์กษัตริย์ 19:9-19 ฉะนั้นบัดนี้ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นมือของเขา เพื่อราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลก จะทราบว่าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแต่พระองค์เดียว &#8211; 2 พงษ์กษัตริย์ 19:19 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 17-18, ยอห์น 13:1-20 สำหรับผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษ ตัวอักษรย่อ ASAP หมายถึง “เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้” หรือ ทันที แต่สำหรับคริสเตียน อักษรย่อนี้อาจหมายถึง “จงอธิษฐานอยู่เสมอ” (Always Say A Prayer) กษัตริย์เฮเซคียาห์เป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดพระองค์หนึ่งของยูดาห์ ทรงรื้อฟื้นการนมัสการพระเจ้าหลังจากการปกครองอันชั่วร้ายของ อาหัสพระราชบิดา (2 พกษ.18:3-4) แต่เมื่อ พระราชาแห่งอัสซีเรียยกมาต่อสู้กับยูดาห์ เฮเซคียาห์ได้สวามิภักดิ์และลอกเอาทองคำ จากพระนิเวศไปเอาใจพระองค์ (ข้อ 13-16) แต่พระราชาแห่งอัสซีเรียก็ยังไม่พอใจ พระองค์กลับมารุกอีก เฮเซคียาห์เริ่มหันหาพระเจ้า และอธิษฐานว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 2 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 2 พงษ์กษัตริย์ 19:9-19</span><br />
<span class="biblemessage">ฉะนั้นบัดนี้ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นมือของเขา เพื่อราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลก จะทราบว่าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแต่พระองค์เดียว  &#8211; 2 พงษ์กษัตริย์ 19:19</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 2 พงศาวดาร 17-18, ยอห์น 13:1-20</p>
<div id="mana_contents">
<p>สำหรับผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษ ตัวอักษรย่อ ASAP หมายถึง “เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้”  หรือ ทันที แต่สำหรับคริสเตียน อักษรย่อนี้อาจหมายถึง “จงอธิษฐานอยู่เสมอ” (Always Say  A Prayer)  </p>
<p>กษัตริย์เฮเซคียาห์เป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดพระองค์หนึ่งของยูดาห์ ทรงรื้อฟื้นการนมัสการพระเจ้าหลังจากการปกครองอันชั่วร้ายของ   อาหัสพระราชบิดา (2 พกษ.18:3-4) แต่เมื่อ พระราชาแห่งอัสซีเรียยกมาต่อสู้กับยูดาห์     เฮเซคียาห์ได้สวามิภักดิ์และลอกเอาทองคำ  จากพระนิเวศไปเอาใจพระองค์ (ข้อ 13-16)   แต่พระราชาแห่งอัสซีเรียก็ยังไม่พอใจ พระองค์กลับมารุกอีก เฮเซคียาห์เริ่มหันหาพระเจ้า และอธิษฐานว่า “พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งบรรดาราชอาณาจักรของแผ่นดินโลก พระองค์แต่องค์เดียว ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นมือของเขา เพื่อราชอาณาจักร ทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลก จะทราบว่าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ทรงเป็นพระเจ้าแต่พระองค์เดียว” (19:15-19) เมื่อเฮเซคียาห์อธิษฐาน พระเจ้าทรงตอบด้วยวิธีพิเศษและ   ช่วยกู้ท่านจากศัตรู (ข้อ 35-37)  </p>
<p>คุณอาจเจอปัญหาที่ทำให้หมดหวัง ตกงาน ปัญหาครอบครัวหรือที่ทำงาน หรือปัญหาสุขภาพ เราสามารถวางปัญหาไว้กับพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ได้ ดังนั้น ก่อนสิ่งอื่นใด จงอธิษฐานอยู่เสมอ &#8211; CPH
</p></div>
<p class="poem">
เมื่อเราคุกเข่าอธิษฐาน          พระวิญญาณทำงานเคลื่อนไหว <br />
เราจึงประจำการไว้              ร่วมใจทูลต่อพระองค์ <br />
ขอให้พวกเราสัตย์ซื่อ           ฝึกปรือดังพระประสงค์ <br />
จู่โจมมารร้ายโดยตรง           ทลายลงพร้อมงานของมัน – Anon. 
</p>
<p class="remark">การอธิษฐาน ควรเป็นสิ่งแรกไม่ใช่สิ่งสุดท้าย</p>
<p><span id="more-1525"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100602.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/02/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทรงมีเวลาสำหรับเรา</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/06/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/06/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 May 2010 19:41:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1457</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม อ่าน: สดุดี 34:4-18 คนจนคนนี้ร้องทูล และพระเจ้าทรงฟัง และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้นของเขา &#8211; สดุดี 34:6 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงศ์กษัตริย์ 21-22, ลูกา 23:26-56 แคสเชียส ดิโอ นักประวัติศาสตร์ ได้บันทึกเหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจจากชีวิตของจักรพรรดิแฮเดรียนซึ่งปกครองโรมันตั้งแต่ปี ค.ศ. 117-138 ไว้ว่า &#8220;ครั้งหนึ่ง มีหญิงผู้หนึ่งมาร้องทุกข์ต่อจักรพรรดิแฮเดรียนขณะพระองค์เสด็จผ่าน พระองค์ตอบว่า ‘เราไม่มีเวลา’ แต่หญิงนั้นตะโกนว่า ‘ถ้าอย่างนั้น พระองค์ก็เลิกเป็นจักรพรรดิสิเพคะ’ พระองค์จึงได้หันมาฟังเธอ&#8221; บ่อยแค่ไหนที่เราพูดหรือได้ยินคำว่า &#8220;ยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมกำลังยุ่ง&#8221; หรือ &#8220;ขอโทษนะ ฉันไม่มีเวลาจริงๆ&#8221; แต่พระบิดาในสวรรค์ผู้ทรงเป็นจอมเจ้านาย และพระผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งปวง ทรงมีเวลาให้กับเราเสมอ ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า &#8220;พระเนตรของพระเจ้า เห็นคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับคำอ้อนวอนของเขา&#8230;เมื่อคนชอบธรรมร้องทูลขอ พระเจ้าทรงสดับ และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้นของเขา&#8221; (สดด.34:15-17) พระเจ้าไม่เหมือนกับจักรพรรดิหรือผู้บริหารที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลาและไม่อยากให้ใครมารบกวน ความสุขของพระบิดาคือการได้ฟังและตรัสตอบ ลูกๆของพระองค์ &#8220;พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ผู้ที่จิตใจฟกช้ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  สดุดี 34:4-18 </span><br />
<span class="biblemessage">คนจนคนนี้ร้องทูล และพระเจ้าทรงฟัง และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้นของเขา &#8211; สดุดี 34:6<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 1 พงศ์กษัตริย์ 21-22, ลูกา 23:26-56</p>
<p class="manacontent">แคสเชียส ดิโอ นักประวัติศาสตร์ ได้บันทึกเหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจจากชีวิตของจักรพรรดิแฮเดรียนซึ่งปกครองโรมันตั้งแต่ปี ค.ศ. 117-138 ไว้ว่า &#8220;ครั้งหนึ่ง มีหญิงผู้หนึ่งมาร้องทุกข์ต่อจักรพรรดิแฮเดรียนขณะพระองค์เสด็จผ่าน พระองค์ตอบว่า ‘เราไม่มีเวลา’ แต่หญิงนั้นตะโกนว่า ‘ถ้าอย่างนั้น พระองค์ก็เลิกเป็นจักรพรรดิสิเพคะ’ พระองค์จึงได้หันมาฟังเธอ&#8221; </p>
<p class="manacontent">บ่อยแค่ไหนที่เราพูดหรือได้ยินคำว่า &#8220;ยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมกำลังยุ่ง&#8221; หรือ &#8220;ขอโทษนะ ฉันไม่มีเวลาจริงๆ&#8221; แต่พระบิดาในสวรรค์ผู้ทรงเป็นจอมเจ้านาย และพระผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งปวง ทรงมีเวลาให้กับเราเสมอ ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า &#8220;พระเนตรของพระเจ้า เห็นคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับคำอ้อนวอนของเขา&#8230;เมื่อคนชอบธรรมร้องทูลขอ พระเจ้าทรงสดับ และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้นของเขา&#8221; (สดด.34:15-17) </p>
<p class="manacontent">พระเจ้าไม่เหมือนกับจักรพรรดิหรือผู้บริหารที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลาและไม่อยากให้ใครมารบกวน ความสุขของพระบิดาคือการได้ฟังและตรัสตอบ ลูกๆของพระองค์ &#8220;พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ผู้ที่จิตใจฟกช้ำ และทรงช่วยผู้ที่จิตใจสำนึกผิด&#8221; (ข้อ 18) </p>
<p class="manacontent">จักรพรรดิแฮเดรียนคิดในภายหลังว่า &#8220;เราต้องให้เวลากับประชาชนของเรา&#8221; แต่สิ่งที่พระเจ้าคิดก่อนแล้วคือ &#8220;เรามีเวลาให้กับผู้ที่เข้ามาหาเราเสมอ&#8221; เมื่อใดก็ตามที่เราจะพูด พระเจ้าทรงพร้อมที่จะฟังเรา &#8211; DCM </p>
<p class="poem">
แสนชื่นใจที่ได้รู้ว่าพระเจ้า<br />
ทรงรักเราหวงแหนเอาใจใส่<br />
ด้วยเหตุนี้แม้ชีวิตเป็นอย่างไร<br />
ไม่หนักใจเพราะมั่นในรักพระองค์ – Adams
</p>
<p class="remark">พระเจ้าไม่เคยยุ่งเกินกว่า ที่จะสดับฟังบุตรของพระองค์</p>
<p><span id="more-1457"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100506.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/05/06/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตารางแน่นเอี้ยด</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/29/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/29/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 17:01:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1432</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 29 เมษายน อ่าน: มาระโก 1:32-39 คนทั้งเมืองก็แตกตื่นมาออกันอยู่ที่ประตู พระองค์จึงทรงรักษาคนเป็นโรคต่างๆให้หายหลายคน &#8211; มาระโก 1:33-34 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงษ์กษัตริย์ 6-7, ลูกา 20:27-47 ชีวิตคุณยุ่งเกินไปหรือเปล่า? กำหนดการทางธุรกิจ จำนวนผลผลิตหรือการรับส่งลูกไปเรียนพิเศษหรือแข่งกีฬา อาจทำให้ตารางเวลาของคุณแน่นเอี้ยด จนเราคิดได้ง่ายๆว่า ถ้าฉันไม่มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบมากขนาดนี้ ฉันคงจะติดสนิทกับพระเจ้าได้ แต่ซี. เอส. ลูอิสกล่าวไว้อย่างฉลาดว่า ไม่มีใครยุ่งมากไปกว่าพระคริสต์ &#8220;ต้นแบบของเรา คือพระเยซู&#8230; ไม่ว่าจะเป็นพันธกิจ ถนนหนทาง ฝูงชน เสียงเรียกร้องและปรปักษ์ที่เกรี้ยวกราด การขาดความสงบและความเป็นส่วนตัว การถูกขัดจังหวะ ทั้งหมดนี้&#8230; คือชีวิตของพระเจ้าที่ทำงานภายใต้ข้อจำกัดของมนุษย์&#8221; เราอ่านเรื่องของพระเยซูในคาเปอรนาอุมว่า &#8220;เวลาเย็นวันนั้นครั้นตะวันตกแล้ว คนทั้งหลายพาบรรดาคนเจ็บป่วย และคนที่มีผีสิงมาหาพระองค์ และคนทั้งเมืองก็แตกตื่นมาออกันอยู่ที่ประตู พระองค์จึงทรงรักษาคนเป็นโรคต่างๆ ให้หายหลายคน&#8221; (มก.1:32-34) วันต่อมาพระเยซูเสด็จออกไปยังที่เปลี่ยว และอธิษฐาน ที่นั่นเองพระองค์ได้รับคำสั่งจากพระบิดาให้ไปประกาศยังแคว้นใกล้เคียง พระเยซูทรงสื่อสารกับพระบิดาและพึ่งพาพระวิญญาณให้กระทำพันธกิจผ่านชีวิตของพระองค์ ตารางชีวิตของคุณแน่นมากหรือเปล่า? จงทำตามอย่างพระเยซูและจัดเวลาพิเศษสำหรับอธิษฐาน จากนั้นพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าให้ช่วยคุณทำการงานแต่ละวันให้สำเร็จ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันพฤหัสที่ 29 เมษายน </span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  มาระโก 1:32-39 </span><br />
<span class="biblemessage">คนทั้งเมืองก็แตกตื่นมาออกันอยู่ที่ประตู พระองค์จึงทรงรักษาคนเป็นโรคต่างๆให้หายหลายคน &#8211; มาระโก 1:33-34<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: 1 พงษ์กษัตริย์ 6-7, ลูกา 20:27-47</p>
<p class="manacontent">ชีวิตคุณยุ่งเกินไปหรือเปล่า? กำหนดการทางธุรกิจ จำนวนผลผลิตหรือการรับส่งลูกไปเรียนพิเศษหรือแข่งกีฬา อาจทำให้ตารางเวลาของคุณแน่นเอี้ยด จนเราคิดได้ง่ายๆว่า ถ้าฉันไม่มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบมากขนาดนี้ ฉันคงจะติดสนิทกับพระเจ้าได้ </p>
<p class="manacontent">แต่ซี. เอส. ลูอิสกล่าวไว้อย่างฉลาดว่า ไม่มีใครยุ่งมากไปกว่าพระคริสต์ &#8220;ต้นแบบของเรา คือพระเยซู&#8230; ไม่ว่าจะเป็นพันธกิจ ถนนหนทาง ฝูงชน เสียงเรียกร้องและปรปักษ์ที่เกรี้ยวกราด การขาดความสงบและความเป็นส่วนตัว การถูกขัดจังหวะ ทั้งหมดนี้&#8230; คือชีวิตของพระเจ้าที่ทำงานภายใต้ข้อจำกัดของมนุษย์&#8221; </p>
<p class="manacontent">เราอ่านเรื่องของพระเยซูในคาเปอรนาอุมว่า &#8220;เวลาเย็นวันนั้นครั้นตะวันตกแล้ว คนทั้งหลายพาบรรดาคนเจ็บป่วย และคนที่มีผีสิงมาหาพระองค์ และคนทั้งเมืองก็แตกตื่นมาออกันอยู่ที่ประตู พระองค์จึงทรงรักษาคนเป็นโรคต่างๆ ให้หายหลายคน&#8221; (มก.1:32-34) วันต่อมาพระเยซูเสด็จออกไปยังที่เปลี่ยว และอธิษฐาน ที่นั่นเองพระองค์ได้รับคำสั่งจากพระบิดาให้ไปประกาศยังแคว้นใกล้เคียง พระเยซูทรงสื่อสารกับพระบิดาและพึ่งพาพระวิญญาณให้กระทำพันธกิจผ่านชีวิตของพระองค์ </p>
<p class="manacontent">ตารางชีวิตของคุณแน่นมากหรือเปล่า? จงทำตามอย่างพระเยซูและจัดเวลาพิเศษสำหรับอธิษฐาน จากนั้นพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าให้ช่วยคุณทำการงานแต่ละวันให้สำเร็จ &#8211; HDF </p>
<p class="poem">
ภาระงานต้องเผชิญแต่ละวัน<br />
อาจกดดันจนเกือบรับไม่ไหว<br />
ใช้เวลากับพระเจ้าอย่างชิดใกล้<br />
พระบรรเทาปลอบใจให้กำลัง – Sper
</p>
<p class="remark">ถ้าอยากให้ชีวิตสมดุล จงพึ่งพาพระเจ้า</p>
<p><span id="more-1432"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100429.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/04/29/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อความถึงพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/22/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/22/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2010 17:01:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1346</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม อ่าน: โคโลสี 1:3-12 เราก็ไม่ได้หยุดในการที่จะอธิษฐานขอเพื่อท่าน &#8211; โคโลสี 1:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: : โยชูวา 10-12, ลูกา 1:39-56 บทความในหนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) พูดถึงเด็สาววัย 15 ปีที่ส่งและรับข้อความทางโทรศัพท์ 6,473 ข้อความในหนึ่งเดือน เธอเล่าว่า &#8220;ฉันคงจะต้องตายถ้าไม่ได้ติดต่อกับเพื่อน&#8221; นักวิจัยบอกว่า วัยรุ่นอเมริกันที่มีโทรศัพท์มือถือต่างส่งและรับข้อความเฉลี่ยแล้วประมาณ 2,200 ข้อความต่อเดือน การสื่อสารแบบดิจิตอลที่กำลังดำเนินไปทำให้ผมนึกภาพว่า การอธิษฐานของสาวกของพระคริสต์ทุกคนน่าจะและควรจะเป็นแบบนี้ เปาโลดูจะเคยชินกับการอธิษฐานเผื่อผู้อื่นอยู่เสมอๆ &#8220;เราก็ไม่ได้หยุดในการที่จะอธิษฐานขอเพื่อท่าน&#8221; (คส.1:9) &#8220;จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา&#8221; (อฟ.6:18). &#8220;จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ&#8221; (1 ธส.5:17) แล้วเราจะทำแบบนั้นได้อย่างไร? มิชชันนารี แฟรงค์ โลบาค ได้พูดถึงอุปนิสัยการ &#8220;ยิง&#8221; คำอธิษฐานเผื่อคนที่เขาได้พบในแต่ละวัน คือ เขากำลัง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"> วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  โคโลสี 1:3-12<br />
เราก็ไม่ได้หยุดในการที่จะอธิษฐานขอเพื่อท่าน  &#8211; โคโลสี 1:9<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี: :  	โยชูวา 10-12, 	ลูกา 1:39-56</p>
<p class="manacontent">บทความในหนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) พูดถึงเด็สาววัย 15 ปีที่ส่งและรับข้อความทางโทรศัพท์ 6,473 ข้อความในหนึ่งเดือน เธอเล่าว่า &#8220;ฉันคงจะต้องตายถ้าไม่ได้ติดต่อกับเพื่อน&#8221; นักวิจัยบอกว่า วัยรุ่นอเมริกันที่มีโทรศัพท์มือถือต่างส่งและรับข้อความเฉลี่ยแล้วประมาณ 2,200 ข้อความต่อเดือน  </p>
<p class="manacontent">การสื่อสารแบบดิจิตอลที่กำลังดำเนินไปทำให้ผมนึกภาพว่า การอธิษฐานของสาวกของพระคริสต์ทุกคนน่าจะและควรจะเป็นแบบนี้ เปาโลดูจะเคยชินกับการอธิษฐานเผื่อผู้อื่นอยู่เสมอๆ &#8220;เราก็ไม่ได้หยุดในการที่จะอธิษฐานขอเพื่อท่าน&#8221; (คส.1:9) &#8220;จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา&#8221; (อฟ.6:18). &#8220;จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ&#8221; (1 ธส.5:17) แล้วเราจะทำแบบนั้นได้อย่างไร?  </p>
<p class="manacontent">มิชชันนารี แฟรงค์ โลบาค ได้พูดถึงอุปนิสัยการ &#8220;ยิง&#8221; คำอธิษฐานเผื่อคนที่เขาได้พบในแต่ละวัน คือ เขากำลัง &#8220;ส่งข้อความ&#8221; ถึงพระเจ้าแทนคนเหล่านั้น และติดต่อสื่อสารกับพระบิดาอย่างสม่ำเสมอ โลบาคเชื่อว่าคำอธิษฐานเป็นพลังที่ทรงอำนาจมากที่สุดในโลก เขาบอกว่า &#8220;หน้าที่ของผมคือใช้ชีวิตในชั่วโมงนี้กับการสนทนากับพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณ และตอบสนองต่อน้ำพระทัยของพระองค์ทุกประการ&#8221; </p>
<p class="manacontent">จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่เปาโลเรียกร้องให้เราทำนั้นทำได้จริง     &#8211; DCM</p>
<p class="poem">
โปรดประทานจิตใจอธิษฐาน<br />
ให้รู้จักสื่อสารกับพระองค์<br />
พึ่งพระคุณอยู่เสมอไม่เดินหลง<br />
ยึดความเชื่อมั่นคงทั้งชีวี – Dawe
</p>
<p class="remark">การอธิษฐานควรเป็นธรรมชาติ เหมือนการหายใจ</p>
<p><span id="more-1346"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100322.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/22/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บอกทั้งหมด</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/18/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/18/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2010 17:01:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1253</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 18 กุมภาพันธ์ อ่าน: สดุดี 62 ประชาชนเอ๋ย จงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา &#8211; สดุดี 62:8 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 23-24, มาระโก 1:1-22 พนักงานที่ขายเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กระบบดิจิตอลให้ผม บอกผมว่า เขาเองก็มีไว้ในรถเหมือนกันเมื่อสมัยที่เขาทำงานอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย &#8220;ผมจะเปิดไว้เมื่อขับรถกลับบ้านหลังเลิกงาน&#8221; เขาเล่าให้ฟังว่า &#8220;และผมจะพูดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานซึ่งเกิดขึ้นในวันนั้น ทั้งที่ดีและไม่ดี พอผมเลี้ยวมาถึงทางเข้าที่จอดรถที่บ้าน ผมจะกดปุ่มลบทิ้งไป&#8221; เขายิ้มเมื่อเล่าจบ หลังจากพูดทุกอย่างลงไปในเครื่องบันทึกเสียงแล้ว เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเล่าปัญหาของวันนั้นให้กับภรรยาและครอบครัวฟังซ้ำอีก เรื่องนี้ทำให้ผมนึกได้ว่า บ่อยแค่ไหนที่ผมเล่าความผิดหวังและปัญหาของผมให้ผู้อื่นฟังแทนที่จะทูลสิ่งเหล่านั้นต่อพระเจ้า ผู้เขียนสดุดีบันทึกไว้ว่า&#8221;ประชาชนเอ๋ยจงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา&#8221; (สดด. 62:8) ผู้เขียนพระธรรมสดุดีพูดสองครั้งถึงการสงบคอยท่าพระเจ้าผู้ทรงเป็นศิลาและความรอดของเขา (ข้อ 1-2,5-7) แม้ว่าเราจะรู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่ง เมื่อได้ระบายความทุกข์ให้เพื่อนฟัง แต่เราได้พลาดความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หากเราไม่ได้ทูลเรื่องนั้นกับพระเจ้า โจเซฟ สไครเวนกล่าวไว้อย่างน่าประทับใจดังบทกลอนนี้ &#8211; DCM มีสหายเลิศคือพระเยซู ผู้ได้แบกบาปทุกข์ของเรา มีอะไรรบกวนให้โศกเศร้า จงรีบเร่งนำมาเข้าเฝ้า เหตุไฉนเราลืมพระเจ้าบ่อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพฤหัสที่ 18 กุมภาพันธ์</span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 62  </span><br />
<span class="biblemessage">ประชาชนเอ๋ย จงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา &#8211; สดุดี 62:8<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:  	เลวีนิติ 23-24, 		มาระโก 1:1-22</p>
<p class="manacontent">พนักงานที่ขายเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กระบบดิจิตอลให้ผม บอกผมว่า เขาเองก็มีไว้ในรถเหมือนกันเมื่อสมัยที่เขาทำงานอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย &#8220;ผมจะเปิดไว้เมื่อขับรถกลับบ้านหลังเลิกงาน&#8221; เขาเล่าให้ฟังว่า &#8220;และผมจะพูดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานซึ่งเกิดขึ้นในวันนั้น ทั้งที่ดีและไม่ดี พอผมเลี้ยวมาถึงทางเข้าที่จอดรถที่บ้าน ผมจะกดปุ่มลบทิ้งไป&#8221; เขายิ้มเมื่อเล่าจบ หลังจากพูดทุกอย่างลงไปในเครื่องบันทึกเสียงแล้ว เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเล่าปัญหาของวันนั้นให้กับภรรยาและครอบครัวฟังซ้ำอีก </p>
<p class="manacontent">เรื่องนี้ทำให้ผมนึกได้ว่า บ่อยแค่ไหนที่ผมเล่าความผิดหวังและปัญหาของผมให้ผู้อื่นฟังแทนที่จะทูลสิ่งเหล่านั้นต่อพระเจ้า ผู้เขียนสดุดีบันทึกไว้ว่า&#8221;ประชาชนเอ๋ยจงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา&#8221; (สดด. 62:8) ผู้เขียนพระธรรมสดุดีพูดสองครั้งถึงการสงบคอยท่าพระเจ้าผู้ทรงเป็นศิลาและความรอดของเขา (ข้อ 1-2,5-7) </p>
<p class="manacontent">แม้ว่าเราจะรู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่ง เมื่อได้ระบายความทุกข์ให้เพื่อนฟัง แต่เราได้พลาดความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หากเราไม่ได้ทูลเรื่องนั้นกับพระเจ้า โจเซฟ สไครเวนกล่าวไว้อย่างน่าประทับใจดังบทกลอนนี้ &#8211; DCM </p>
<p class="poem">
 มีสหายเลิศคือพระเยซู   ผู้ได้แบกบาปทุกข์ของเรา<br />
 มีอะไรรบกวนให้โศกเศร้า   จงรีบเร่งนำมาเข้าเฝ้า<br />
 เหตุไฉนเราลืมพระเจ้าบ่อย   ใจเป็นทุกข์โดยไม่มีเหตุ<br />
 เพราะการไหว้วอนเราได้ท้อถอย   ไม่ได้ทูลผู้ทรงฤทธิ์เดช – Scrive
</p>
<p class="remark"> ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใด พระเยซูอยู่ห่างไปเพียงแค่คำอธิษฐานเท่านั้น</p>
<p> <span id="more-1253"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100218.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/18/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหตุการณ์โดยพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/09/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/09/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 17:01:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1235</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ อ่าน: ฮีบรู 11:1-10 แต่จงทูลเรื่องความปราถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ &#8211; ฟีลิปปี 4:6 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 6-7, มัทธิว 25:1-30 เวลาที่พระเจ้าทรงทำบางสิ่งบางอย่างให้เรา โดยทั่วไปแล้ว พระองค์จะทรงทำกิจอยู่ภายในสิ่งที่ทรงสร้างและผ่านเรา ไม่ได้ทรงฝืนเรา บางครั้งจึงยากจะพิสูจน์แน่ชัดว่า คำตอบของคำอธิษฐานมาจากพระเจ้าหรือไม่ &#8220;มีเพียงความเชื่อเท่านั้นที่ยืนยันเรื่องนี้ได้&#8221; ซี. เอส. ลูอิสเขียนว่า &#8220;การพิสูจน์โดยอาศัยประสบการณ์ ก็ยังไม่อาจยืนยันได้&#8221; เราเชื่อว่าที่คำอธิษฐานได้รับคำตอบ ไม่ใช่เพราะว่ามีเงื่อนไขทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ แต่เพราะเรามีความเชื่อ ส่วนใหญ่เรามักจะสัมผัสพระเจ้าในธรรมชาติผ่านพระคัมภีร์ ในพิธีมหาสนิท ผ่านคริสตจักร และผู้อื่น ซึ่งล้วนจับต้องได้ แต่แท้จริงแล้วพระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ คำอธิษฐานสะท้อนให้เห็นความแตกต่างของเราแต่ละคน แม้ว่าเราอาจทูลขอให้พระเจ้าเข้าแทรกแซงโดยตรง แต่เราไม่ควรแปลกใจ หากพระองค์จะตอบอย่างไม่ชัดแจ้ง ทั้งยังสอดคล้องกับการตัดสินใจของเราด้วย ผู้ติดเหล้าอธิษฐานว่า &#8220;ข้าแต่พระเจ้า วันนี้โปรดป้องกันข้าพระองค์ไม่ให้ดื่มเหล้า&#8221; คำตอบสำหรับคำอธิษฐานน่าจะมาจากภายในตัวเขา ว่าเขามุ่งมั่นตั้งใจ หรือเขากำลังร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่จริงใจ มากกว่าที่จะเป็นความพิศวงอย่างเช่นขวดเหล้าหายไปจากตู้อย่างมหัศจรรย์ ไม่ว่าพระเจ้าจะทรงแทรกแซงอย่างเหนือธรรมชาติ หรือทรงให้กำลังแก่เราเพื่อเชื่อฟังพระองค์ เราก็วางใจในพระลักษณะของพระองค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์</span> </p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ฮีบรู 11:1-10  </span><br />
<span class="biblemessage">แต่จงทูลเรื่องความปราถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ &#8211; ฟีลิปปี 4:6<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:  	เลวีนิติ 6-7, 	มัทธิว 25:1-30 </p>
<p class="manacontent">เวลาที่พระเจ้าทรงทำบางสิ่งบางอย่างให้เรา โดยทั่วไปแล้ว พระองค์จะทรงทำกิจอยู่ภายในสิ่งที่ทรงสร้างและผ่านเรา ไม่ได้ทรงฝืนเรา บางครั้งจึงยากจะพิสูจน์แน่ชัดว่า คำตอบของคำอธิษฐานมาจากพระเจ้าหรือไม่ </p>
<p class="manacontent">&#8220;มีเพียงความเชื่อเท่านั้นที่ยืนยันเรื่องนี้ได้&#8221; ซี. เอส. ลูอิสเขียนว่า &#8220;การพิสูจน์โดยอาศัยประสบการณ์ ก็ยังไม่อาจยืนยันได้&#8221; เราเชื่อว่าที่คำอธิษฐานได้รับคำตอบ ไม่ใช่เพราะว่ามีเงื่อนไขทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ แต่เพราะเรามีความเชื่อ </p>
<p class="manacontent">ส่วนใหญ่เรามักจะสัมผัสพระเจ้าในธรรมชาติผ่านพระคัมภีร์ ในพิธีมหาสนิท ผ่านคริสตจักร และผู้อื่น ซึ่งล้วนจับต้องได้ แต่แท้จริงแล้วพระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ คำอธิษฐานสะท้อนให้เห็นความแตกต่างของเราแต่ละคน </p>
<p class="manacontent">แม้ว่าเราอาจทูลขอให้พระเจ้าเข้าแทรกแซงโดยตรง แต่เราไม่ควรแปลกใจ หากพระองค์จะตอบอย่างไม่ชัดแจ้ง ทั้งยังสอดคล้องกับการตัดสินใจของเราด้วย ผู้ติดเหล้าอธิษฐานว่า &#8220;ข้าแต่พระเจ้า วันนี้โปรดป้องกันข้าพระองค์ไม่ให้ดื่มเหล้า&#8221; คำตอบสำหรับคำอธิษฐานน่าจะมาจากภายในตัวเขา ว่าเขามุ่งมั่นตั้งใจ หรือเขากำลังร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่จริงใจ มากกว่าที่จะเป็นความพิศวงอย่างเช่นขวดเหล้าหายไปจากตู้อย่างมหัศจรรย์ </p>
<p class="manacontent">ไม่ว่าพระเจ้าจะทรงแทรกแซงอย่างเหนือธรรมชาติ หรือทรงให้กำลังแก่เราเพื่อเชื่อฟังพระองค์ เราก็วางใจในพระลักษณะของพระองค์ เราจะได้เห็นว่าเรากับพระเจ้ามีส่วนร่วมกันอย่างสนิทสนมและสอดประสานกัน &#8211; PY </p>
<p class="poem">
 ทางอันควรคือหนทางข้าปรารถนา   พึ่งความเชื่อมากกว่าตามองเห็น<br />
 เดินอยู่ในทางชอบธรรมทุกเช้าเย็น   เพื่อจะเป็นแสงส่องโลกมืดมน – Ramsey
</p>
<p class="remark"> ส่วนสำคัญของการอธิษฐานคือ การที่เราเต็มใจที่จะมีส่วนในคำตอบ</p>
<p> <span id="more-1235"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100209.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/02/09/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวลาปรับตัว</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/13/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/13/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Dec 2009 17:01:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลำดับความสำคัญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1022</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม อ่าน: เลวีนิติ 25:1-7 แต่ในปีที่เจ็ดนั้นเป็นปีสะบาโต จงให้แผ่นดินหยุดพักสงบเป็นปีสะบาโตแด่พระเจ้า &#8211; เลวีนิติ 25:4 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โฮเชยา 12-14, วิวรณ์ 4         โลกใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 365 วันกับอีกหนึ่งในสี่ส่วนของวัน ด้วยเหตุนี้ทุกๆ 4 ปี เราจึงมีวันเพิ่มขึ้นในปฏิทิน เพื่อที่เราจะไม่ต้องตามหลังวงจรทางธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ทุกปีอธิกสุรทิน เราจึงเพิ่มวันพิเศษนี้เข้าไปในเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยวิธีนี้ ปฏิทินก็จะถูกปรับเวลาใหม่ให้ตรงกับเวลาการเคลื่อนที่ของดวงดาว         ในปฏิทินของยิวโบราณ พระเจ้าได้ทรงกำหนดวิธีอันชาญฉลาดในการปรับสิ่งต่างๆ ใหม่ นั่นคือ ประชาชนได้รับคำสั่งให้พักผ่อนทุกปีที่เจ็ด (อพย.20:8-10) เพื่อให้แผ่นดินได้มีโอกาสพักในช่วงปีที่เจ็ดนั้นด้วย (ลนต.25:4) ปีสะบาโตนี้ทำให้ผืนดินได้มีโอกาสฟื้นตัวสู่ความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนั้น หนี้ทุกอย่างจะต้องถูกยกเลิก (ฉธบ.15:1-11) รวมทั้งทาสคนฮีบรูจะได้รับการปลดปล่อย (ข้อ 12-18)         ในชีวิตที่เต็มไปด้วยกำหนดการและความเร่งรีบ เราเองก็ต้องการการปรับตัวเช่นกัน เวลาที่ให้กับงาน ครอบครัว และคริสตจักรก็สมควรจะต้องมีการประเมินใหม่ วิธีหนึ่งที่จะทำได้คือ การปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับสะบาโต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: เลวีนิติ 25:1-7 </span><br />
<span class="biblemessage">แต่ในปีที่เจ็ดนั้นเป็นปีสะบาโต จงให้แผ่นดินหยุดพักสงบเป็นปีสะบาโตแด่พระเจ้า &#8211; เลวีนิติ 25:4 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โฮเชยา 12-14, วิวรณ์ 4</p>
<p>        โลกใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 365 วันกับอีกหนึ่งในสี่ส่วนของวัน ด้วยเหตุนี้ทุกๆ 4 ปี เราจึงมีวันเพิ่มขึ้นในปฏิทิน เพื่อที่เราจะไม่ต้องตามหลังวงจรทางธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ทุกปีอธิกสุรทิน เราจึงเพิ่มวันพิเศษนี้เข้าไปในเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยวิธีนี้ ปฏิทินก็จะถูกปรับเวลาใหม่ให้ตรงกับเวลาการเคลื่อนที่ของดวงดาว<br />
        ในปฏิทินของยิวโบราณ พระเจ้าได้ทรงกำหนดวิธีอันชาญฉลาดในการปรับสิ่งต่างๆ ใหม่ นั่นคือ ประชาชนได้รับคำสั่งให้พักผ่อนทุกปีที่เจ็ด (อพย.20:8-10) เพื่อให้แผ่นดินได้มีโอกาสพักในช่วงปีที่เจ็ดนั้นด้วย (ลนต.25:4) ปีสะบาโตนี้ทำให้ผืนดินได้มีโอกาสฟื้นตัวสู่ความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนั้น หนี้ทุกอย่างจะต้องถูกยกเลิก (ฉธบ.15:1-11) รวมทั้งทาสคนฮีบรูจะได้รับการปลดปล่อย (ข้อ 12-18)<br />
        ในชีวิตที่เต็มไปด้วยกำหนดการและความเร่งรีบ เราเองก็ต้องการการปรับตัวเช่นกัน เวลาที่ให้กับงาน ครอบครัว และคริสตจักรก็สมควรจะต้องมีการประเมินใหม่ วิธีหนึ่งที่จะทำได้คือ การปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับสะบาโต คือ การจัดเวลาสำหรับพักผ่อนและจัดระเบียบความสำคัญต่างๆใหม่ด้วยใจใคร่ครวญ ยกตัวอย่าง พระเยซูได้เสด็จ &#8220;ออกไปยังที่เปลี่ยว และทรงอธิษฐานที่นั่น&#8221; (มก.1:35)<br />
        เมื่อไหร่คุณจะสามารถก้าวออกมาจากกิจกรรมต่างๆ แล้วทูลขอพระเจ้าให้ทรงปรับปฏิทินฝ่ายวิญญาณของคุณใหม่ให้สอดคล้องกับพระวจนะและน้ำพระทัยของพระองค์? ถึงเวลาปรับแล้วหรือยัง? &#8211; HDF</p>
<p class="poem">หากเผชิญความท้าทายในชีวิต หรือต้องการพิชิตการทดลอง<br />
จงหยุดจากความวุ่นวายที่เกี่ยวข้อง จงไตร่ตรองอธิษฐานและพักพิง – Sper</p>
<p class="remark">การใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด คือการใช้เวลาในการอธิษฐาน</p>
<p> <span id="more-1022"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091213.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/13/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

