เสี้ยวเล็กๆ ของสวรรค์

May 10th, 2010 1 comment

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม

อ่าน: อพยพ 25:1-9
ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในท่าน – 1 โครินธ์ 3:16

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศ์กษัตริย์ 10-12, ยอห์น 1:29-51

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ภรรยาของผมพบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องมีคนขับรถไปส่ง เธอรู้สึกว่านี่คงเป็นแผนการของพระเจ้าและตัดสินใจรับเธอไปส่งยังที่หมาย ขณะนั่งรถไปด้วยกัน เธอได้เล่าให้ภรรยาของผมฟังว่า เธอเป็นคริสเตียน แต่เธอติดยา ภรรยาผมนิ่งฟังและพูดคุยกับหญิงที่เจ็บปวดใจผู้นี้ ภรรยาของผมบอกกับเธอว่าเธอยังมีหวังที่จะมีอนาคตที่สดใส ซึ่งผมเชื่อว่าอย่างน้อยสิ่งนั้นก็ทำให้เธอได้สัมผัสกับสวรรค์บนดินแม้จะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆก็ตาม

เมื่อพระเจ้าสั่งให้โมเสสสร้างพลับพลาตามแบบที่พระองค์ทรงกำหนด เพื่อทำให้ประชากรของพระเจ้าสัมผัสถึงการทรงสถิตอยู่ของพระองค์ ผมชอบคิดว่านั่นเป็นเสี้ยวเล็กๆเสี้ยวหนึ่งของสวรรค์ วิหารของพระเจ้าเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเห็นถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้าในโลกนี้ (1 พกษ.5-8) จุดประสงค์ที่เราสร้างสถานศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้พระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ นี่เป็นแผนการของพระเจ้าที่ให้พระเยซูผู้เป็นวิหารที่สมบูรณ์แบบมา “อยู่” ท่ามกลางเรา (ยน.1:14)

เมื่อพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาสถิตอยู่ท่ามกลางสาวกของพระองค์ (ยน.14:16-17) เพื่อที่เราจะเป็นพลับพลาและพระวิหารของพระเจ้าในโลกนี้ (1 คร.3:16; 6:19) ในฐานะตัวแทนของพระเจ้าที่ประทับอยู่ในโลกนี้ ให้เราหาวิธีที่จะนำสันติสุขและความหวังแห่งสวรรค์ไปยังผู้อื่นที่อยู่ในโลก – MW

คิดเพิ่มเติม จงขอให้พระเจ้าใช้คุณในชีวิตของผู้อื่น และสำแดงให้คุณรู้ว่าจะประยุกต์ใช้ บทเรียนวันนี้ในที่ทำงาน ที่บ้าน และกับเพื่อนบ้านของคุณได้อย่างไร

คริสเตียนที่เต็มใจทำสิ่งเล็กน้อยเพื่อผู้อื่น จะสามารถทำสิ่งยิ่งใหญ่เพื่อพระเจ้าได้

Read more…

โน้มเอียง เข้าหาพระเจ้า

May 7th, 2010 3 comments

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม

อ่าน: โคโลสี 3:12-17
และเมื่อท่านจะกระทำสิ่งใดด้วยวาจาหรือด้วยกายก็ตามจงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้า – โคโลสี 3:17

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศ์กษัตริย์ 1-3, ลูกา 24:1-35

ผมได้เรียนรู้จากบราเธอร์ลอว์เรนซ์ พ่อครัวของอารามแห่งหนึ่งในศตวรรษที่ 17 เกี่ยวกับการระลึกถึงพระเจ้าขณะที่มีสติ โดยท่านได้กล่าวไว้ในหนังสือ การฝึกที่จะอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ถึงแนวทางการปฏิบัติเพื่อ “มอบหัวใจของท่านให้กับพระเจ้าตลอดวัน” แม้แต่ในเวลาที่ทำงานบ้าน เช่น ทำอาหารหรือ ซ่อมรองเท้า ลอว์เรนซ์กล่าวว่า จิตวิญญาณ คุณจะหยั่งรากลึกลงหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณทำ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลง แรงจูงใจของสิ่งที่คุณมักจะทำเพื่อตนเอง มาเป็นการทำเพื่อพระองค์

มีคนกล่าวยกย่องบราเธอร์ลอว์เรนซ์ในพิธีศพของท่านว่า “ท่านพบกับพระเจ้าทุกหนทุกแห่ง ท่านใช้เวลากับพระองค์ในเวลาที่ท่านซ่อมรองเท้ามากพอๆกับในเวลาที่อธิษฐาน…ท่านไม่ได้มองที่ตัวงาน แต่ท่านมองไปที่พระเจ้า ท่านตระหนักว่ายิ่งงานนั้นฝืนความต้องการทางธรรมชาติของท่านมากเท่าไหร่ ท่านยิ่งรักที่จะทำงานนั้นเพื่อพระองค์มากขึ้นเท่านั้น”

ประโยคสุดท้ายนี้มีผลต่อภรรยาของผมมาก เธอทำงานกับผู้สูงอายุใน ชิคาโกและบางครั้งเธอถูกเรียกให้ไปช่วยงานที่ฝืนความรู้สึกตัวเอง เมื่อเธอต้องทำงานที่ไม่อยากจะทำมากที่สุด เธอต้องเตือนตัวเองให้มองไปที่พระเจ้าและสง่าราศีของพระองค์ แม้แต่งานที่ยากที่สุดถ้าเราพยายาม เราก็สามารถทำและถวายเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้าได้ (คส.3:17) – PY

เราจดจำทำตามแบบพระเยซู พระองค์ผู้บริสุทธิ์และยิ่งใหญ่
กิจการงานที่ทรงทำเลื่องลือไป พระองค์ได้สละชีพเพื่อไถ่ชน
เพื่อทุกผู้ทุกคนทั่วโลกนี้ สดุดีเทิดพระนามทุกแห่งหน
เราคริสเตียนมีชีวิตสำแดงตน ให้เกิดผลดั่งบทเพลงสรรเสริญพระองค์ – Whittier

ลำพังตัวงานเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ แต่ถ้าทำด้วยความรักจะกลายเป็นความชื่นชมยินดี

Read more…

ความอดทนในคุก

September 2nd, 2009 Comments off


วันพุธที่ 2 กันยายน

อ่าน: ปฐมกาล 40:1-14,23
(พระเจ้า)ได้ตรัสว่า “เราจะ ไม่ละท่าน หรือทอดทิ้งท่านเลย” – ฮีบรู 13:5

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 137-139, 1 โครินธ์ 13

        เคยสังเกตไหมว่าความขี้ลืมของคนอื่นอาจทดสอบความอดทนของเรา? ผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ความอดทนของผมจะถูกทดสอบทุกครั้งที่นักศึกษาลืมทำงานตามที่ระบุไว้ในหลักสูตรแล้วอย่างชัดเจน
        จากเรื่องของโยเซฟในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม เราได้เห็นตัวอย่างของการหลงลืมที่แย่ยิ่งกว่า และเราก็คงนึกภาพออกว่าโยเซฟต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะอดทนให้ได้
        ขณะที่อยู่ในคุก โยเซฟได้แก้ความฝันให้กับพนักงานน้ำองุ่นของฟาโรห์ ซึ่งต่อมาได้รับการปล่อยตัว โยเซฟบอกกับเขาว่า “เมื่อท่านมีความสุขแล้วขอให้ระลึกถึงข้าพเจ้าและแสดงความเมตตาปรานีแก่ข้าพเจ้า ช่วยทูลฟาโรห์ให้ข้าพเจ้าได้ออกจากบ้านนี้” (ปฐก.40:14) หากดูตามรูปการณ์ เมื่อพนักงานคนนั้นได้รับอิสรภาพแล้ว เขาน่าจะระลึกถึงโยเซฟเป็นอันดับแรกๆ แต่กว่าพนักงานน้ำองุ่นจะทูลฟาโรห์เรื่องโยเซฟ เวลาก็ผ่านไปแล้วถึง 2 ปี (41:9) และในที่สุด โยเซฟก็ได้รับอิสรภาพ
        ลองคิดถึงความรู้สึกร้อนใจของโยเซฟในแต่ละวันที่เขาต้องรออยู่ในคุกใต้ดินนั้น (40:15) เขาอาจจะคิดว่าโอกาสเดียวที่เขาจะได้รับอิสรภาพได้ผ่านไปแล้ว แต่โยเซฟมีแหล่งกำลัง คือ เขามีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย (39:21) เช่นเดียวกันกับเรา (ฮบ.13:5) เมื่อเรารู้สึกร้อนใจ จงพึ่งพาพระเจ้าผู้สถิตอยู่กับเราเสมอ พระองค์จะทรงเปลี่ยนความร้อนใจของเราให้เป็นความเชื่อวางใจที่ทรหดอดทน – JDB

จงอดทนหากมีความกังวลใจ
ยังเดินในความเชื่อแม้มืดมิด
สงบนิ่งศรัทธาเข้าสนิท
ฝากทุกอย่างของชีวิตกับพระองค์
– Chambers

การอดทนคือ การรอคอยเวลาของพระเจ้า
โดยไม่สงสัยในความรักของพระองค์

Read more…