เรือ

May 12th, 2010 Comments off

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม

อ่าน: กิจการ 6:1-7
ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงประทานให้แล้ว ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดีที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า – 1 เปโตร 4:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศ์กษัตริย์ 15-16, ยอห์น 3:1-18

วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งเดินทางไปทำพันธกิจที่ประเทศจาไมก้า กำลังสนุกกับการเล่นจานร่อนอัลติเมท ฟริสบี อยู่ที่ชายหาดในช่วงพัก แต่เมื่อมีคนสังเกตเห็นเรือลำหนึ่งพลิกคว่ำห่างจากฝั่งออกไปไม่ไกลนัก ทุกคนก็หยุดเล่นและรีบวิ่งลงน้ำเพื่อจะไปช่วย

เมื่อไปถึง พวกเขาพบชาวเรือกลุ่มเล็กๆกำลังพยายามพลิกเรือ กลุ่มวัยรุ่นรู้ว่าช่วยได้ พวกเขาจึงลุยน้ำเข้าไปและช่วยกันออกแรงจนสามารถ้พลิกเรือกลับขึ้นมา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทะเลแคริบเบียนในวันนั้นเตือนให้ผมคิดถึงสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นกับคริสตจักรของเรา ผู้รับใช้ “มืออาชีพ” ซึ่งได้แก่ ศิษยาภิบาลและคนที่ถูกฝึกให้เป็นผู้นำคริสตจักร ต้องรับมือกับภารกิจที่ยากจะทำให้สำเร็จเพียงลำพังได้ จนกว่าจะมีสมาชิกฆราวาสมาร่วมรับใช้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับผู้นำเหล่านั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในกิจการบทที่ 6 เมื่อสมาชิกบางคนในคริสตจักรถูกละเลย และผู้รับใช้ “มืออาชีพ” ซึ่งได้แก่ อัครทูตซึ่งเป็นผู้นำคริสตจักร ตระหนักว่าพวกเขาไม่สามารถทำทุกสิ่งได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อฆราวาส 7 คน เข้ามาช่วยผู้นำอย่างขะมักเขม้น คริสตจักรจึงสามารถดำเนินต่อไปได้

จะช่วยศิษยาภิบาลและผู้นำคริสตจักรของคุณอย่างไรเพื่อให้คริสตจักรเคลื่อนไปข้างหน้า – JDB

ขอพระเจ้าช่วยข้าเสมอไป ให้จิตใจสัตย์ซื่อต่อพระองค์
รู้จักรักทำตามพระประสงค์ เพื่อดำรงเป็นส่วนของพระกาย
คือคริสตจักรต่างคนทำหน้าที่ ทั้งมากน้อยก็มีอยู่หลากหลาย
หากทุกส่วนร่วมแรงไม่ดูดาย คริสตจักรกลายเป็นแสงแก่ปวงชน – Fitzhugh

การทำงานเป็นทีมช่วยให้เราออกแรงน้อยลง แต่ได้ผลมากขึ้น

Read more…

อยากได้ตาสีฟ้า

April 28th, 2010 2 comments

วันพุธที่ 28 เมษายน

อ่าน: มัทธิว 16:24-28
ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด – มัทธิว 16:25

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงษ์กษัตริย์ 3-5, ลูกา 20:1-26

สมัยเป็นเด็ก เอมี่ คาร์ไมเคิล (1867-1951) อยากให้ตัวเองมีตาสีฟ้ามากกว่าตาสีน้ำตาล เธอเคยแม้กระทั่งอธิษฐานขอให้พระเจ้าเปลี่ยนสีตาและรู้สึกผิดหวังเมื่อมันไม่เปลี่ยน เมื่ออายุ 20 เอมี่รู้สึกว่าพระเจ้าทรงเรียกให้เธอรับใช้พระองค์เป็นมิชชันนารี หลังจากที่รับใช้มาหลายแห่ง เธอก็ได้เดินทางไปอินเดีย ในตอนนั้นเองที่เธอเข้าใจถึงพระปัญญาของพระเจ้าที่ทรงสร้าง่เธออย่างที่เธอเป็น เพราะชาวอินเดียที่มีตาสีน้ำตาลคงยอมรับเธอยากขึ้นถ้าเธอมีตาสีฟ้า เธอรับใช้พระเจ้าอยู่ที่อินเดียเป็นเวลาถึง 55 ปี

เราไม่รู้แน่ชัดว่าเอมี่เป็นที่ยอมรับเพราะสีตาของเธอหรือไม่ แต่เรารู้และเชื่อว่าพระเจ้า “ทรงสร้างเราทั้งหลาย และไม่ใช่พวกเราทั้งหลายเอง” (สดด.100:3) เมื่อเรายอมจำนนต่อพระปัญญาของพระองค์ในทุกสิ่ง เราจะสามารถรับใช้พระองค์ได้อย่างเกิดผล

เอมี่รู้ว่าการยอมจำนนเป็นอย่างไร เมื่อมีคนถามเธอถึงชีวิตการเป็นมิชชันนารี เธอตอบว่า “ชีวิตมิชชันนารีเป็นเพียงแค่โอกาสที่จะตาย” พระเยซูตรัสว่า “ผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด” (มธ.16:25)

ชีวิตคริสเตียนก็เป็นอย่างนี้เช่นกัน คือยอมจำนนโดยสิ้นเชิงต่อแผนการและพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีในชีวิตของเรา ขอให้เรายอมจำนนต่อพระเจ้าวันนี้ – AMC

แม้ข้าฯอาจไม่เข้าใจวิถีทาง
ที่พระองค์ทรงวางไว้ให้ข้าฯ
อธิษฐานขอเดินตามทุกเวลา
จำนนในมรรคาน้ำพระทัย – Sherbert

ชีวิตเรามั่นคงที่สุด เมื่อละไว้กับพระเจ้า

Read more…

รอคอยฤดูใหม่

April 23rd, 2010 8 comments

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน

อ่าน: ปัญญาจารย์ 3:1-13
สำหรับเขาไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าเปรมปรีดิ์ และร่าเริงตลอดชีวิต – ปัญญาจารย์ 3:12

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 ซามูเอล 16-18, ลูกา 17:20-37

ฤดูหนาวปีนี้หนาวจัดและยาวนาน ฉันอยากได้อากาศอุ่นๆ ฉันเบื่อการมองดูต้นไม้โล้นและใบไม้สีน้ำตาลเหี่ยวแห้งที่ปกคลุมพื้นดิน ฉันอยากเห็นดอกไม้ป่าโผล่ขึ้นมาจากใบไม้แห้งและอยากเห็นผืนป่าเป็นสีเขียวอีกครั้ง

แต่ขณะที่ฉันเฝ้ารอฤดูที่ฉันชอบ ฉันได้ยินเสียงแม่บอกว่า “อย่ามัวแต่เสียเวลาฝันกลางวัน”

ถ้าคุณเป็นเหมือนฉัน บางครั้งคุณจะได้ยินตัวเองพูดว่า “ถ้าสิ่งนั้นสิ่งนี้เกิดขึ้น ฉันจะ… หรือ ถ้าคนนั้นคนนี้ทำอย่างนั้น ฉันจะทำอย่างนี้… หรือ ฉันคงมีความสุขถ้า… หรือ ฉันจะพอใจเมื่อ…”

การเฝ้าคิดถึงสิ่งดีในอนาคต ทำให้เราลืมไปว่าทุกวันคือของขวัญจากพระเจ้าเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ ไม่ว่าอากาศหรือสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

นักเขียนรอน แอชกล่าวว่า “เราอยู่ในที่ที่ เราควรจะอยู่ และเรียนรู้สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ จงยืนหยัด เพราะสิ่งที่เราพบเจอในวันนี้จะนำเราไปสู่ที่ที่พระองค์ต้องการให้ เราอยู่ในวันหน้า”

ในทุกฤดูกาล มีเหตุให้เปรมปรีดิ์และมีโอกาสทำดี (ปญจ.3:12) สิ่งท้าทายสำหรับเราในแต่ละวันคือการมองหาสิ่งที่ทำให้เปรมปรีดิ์และการทำสิ่งที่ดี จากนั้นจงทำทั้งสองสิ่ง – JAL

ชีวิตเราเปรียบดังฤดูกาล เมื่อเหมันต์ผันผ่านกลับสดใส
เหล่าพืชพันธุ์ต้นไม้ผลิดอกใบ เปลี่ยนแปลงไปงดงามอร่ามตา
หากดูเหมือนพายุจะตั้งเค้า พึ่งพระเจ้าไม่ต้องกลัวสิ่งตรงหน้า
พระองค์มีแผนการในชีวา จงคอยท่าจดจ่อและเชื่อฟัง – Sper

ทุกฤดูกาลเป็นเหตุให้ชื่นชมยินดี

Read more…