วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2010
อ่าน: 1 เปโตร 5:1-7
ท่านทั้งหลายจงระลึกถึง…ซึ่งได้ประกาศพระวจนะขอพระเจ้าแก่ท่าน แล้วจงตามอย่างความเชื่อของเขา – ฮีบรู 13:7
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 77-78, โรม 10
ไอแซค ฮานน์ เป็นศิษยาภิบาลที่ไม่โด่งดัง ในคริสตจักรเล็กๆของเมืองลัฟวู้ด ประเทศอังกฤษ ขณะที่เขาใกล้จะวางมือจากงานรับใช้ เขามีสมาชิกเป็น หญิง 26 คน ชาย 7 คน และมีผู้ชายเพียง 4 คน ที่มานมัสการสม่ำเสมอ
ในยุคที่คนกำลังนิยมสื่อมวลชนและคริสตจักรขนาดใหญ่ งานของเขาอาจดูไม่เกิดผล คนปัจจุบันอาจมองว่า เขาเป็นศิษยาภิบาลที่ “ไม่ประสบความสำเร็จ” เขาคงไม่มีทางได้รับเชิญให้ไปพูดในการประชุมศิษยาภิบาล หรือได้เขียนบทความเรื่องการเติบโตของคริสตจักร
แต่เมื่อเขาจากโลกนี้ไปด้วยวัย 88 ปี สมาชิกคริสตจักรได้ทำแผ่นป้ายติดบนฝาผนังห้องประชุม มีใจความตอนหนึ่งว่า
มีผู้รับใช้เพียงไม่กี่คนที่ถ่อมใจ และมีไม่กี่คนที่น่ายกย่อง
เมื่อถึงเวลาที่ท่านต้องไปสวรรค์โดยพระคุณของพระเจ้า
ท่านก็ร่วงหล่นเหมือนผลไม้ ในฤดูใบไม้ร่วง
แม้เราไม่ได้คิดว่าจะอยู่ในโลกนี้ไป นานๆ แต่ก็ยังแสวงหาที่จะดำเนินชีวิตอย่างท่าน
ผมคิดถึง 1 เปโตร 5:5-6 ที่ว่า “ด้วยว่าพระเจ้าทรงเป็นปฏิปักษ์กับคนเหล่านั้นที่ถือตัวจองหอง แต่พระองค์ทรงสำแดงพระคุณแก่คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงถ่อมใจลงภายใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า เพื่อว่าพระองค์จะได้ทรงยกท่านขึ้นเมื่อถึงเวลาอันควร” ไอแซค ฮานน์ “ทำสิ่งใหญ่” คือการถ่อมใจลงจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าและรับรางวัลในแผ่นดินสวรรค์ เราก็ทำได้เช่นกัน – DHR
หลายคนอยากมีหน้าตา ไปมามีคนนับถือ
พยายามขวนขวายสร้างชื่อ ให้เลื่องลือไปไกลแสนไกล
แท้จริงความดียืนนาน คือการปรนนิบัติรับใช้
ทำงานด้วยความถ่อมใจ จารึกไว้ในใจผู้คน – D. De Haan
Read more…
วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2010
อ่าน: กันดารวิถี 8:23-26
แต่ให้เขาช่วยพี่น้องในเต็นท์นัดพบดูแลการงาน ไม่ต้องลงมือทำ – กันดารวิถี 8:26
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 31-32, กิจการ 23:16-35
ในปี 1953 คนคู่แรกที่ปีนเขาเอเวอร์เรสซึ่งสูงที่สุดในโลกคือ เอ็ดมัน ฮิลลารี่ และเทนซิง นอร์เกย์ ขณะนั้น ฮิลลารี่อายุเพียง 33 ปี ความสำเร็จครั้งนั้นทำให้เขามีชื่อเสียง เงินทอง และได้ตระหนักว่าเขากำลังได้ใช้ชีวิตแบบไม่ธรรมดา
แล้วฮิลลารี่ทำอะไรในอีก 55 ปีต่อมา? เขาปลดเกษียณแล้วหยุดพัก เพื่อชื่นชมกับความสำเร็จของเขาใช่หรือไม่? เปล่าเลย
แม้ว่าฮิลลารี่จะไม่มีภูเขาลูกใดที่สูงกว่านี้ให้ปีนแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เขาได้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญอื่นๆ เช่น มีส่วนร่วมในการช่วยให้ความเป็นอยู่ของชาวเนปาลที่อาศัยอยู่ในบริเวณภูเขาเอเวอร์เรสท์ดีขึ้น เขาทำเช่นนี้มาตลอดจนกระทั่งเขาจากไปในปี 2008
คุณรู้ไหมว่าพระเจ้าทรงบอกให้คนเลวีเกษียณจากหน้าที่ประจำของพวกเขาเมื่ออายุ 50 ปี (กดว.8:24-25) แต่พระองค์ไม่ได้ต้องการให้พวกเขาเลิกช่วยเหลือผู้อื่น พระองค์ตรัสว่าพวกเขาควรจะ “ช่วยพี่น้องในเต็นท์นัดพบดูแลการงาน ไม่ต้องลงมือทำเอง” (ข้อ 26) เราไม่อาจถือว่าเหตุการณ์นี้กำลังสอนเราโดยตรงเรื่องการปลดเกษียณ แต่เราได้เห็นว่าเป็นความคิดที่ดีที่เราจะยังคงปรนนิบัติผู้อื่นอยู่ แม้ว่าเราจะปลดเกษียณแล้วก็ตาม
หลายคนพบว่าเมื่อพวกเขาเกษียณแล้ว พวกเขาไม่รู้ว่าจะใช้เวลาให้มีค่าได้อย่างไร แต่จากสิ่งที่คนเลวีและเซอร์ เอ็ดมัน ฮิลลารี่ทำ ทำให้เราปรับความคิดใหม่เมื่อเราปลดเกษียณ คือ ให้เราใช้เวลาช่วยเหลือผู้อื่น – CPH
พระบิดาบัญชาให้สำแดงรัก พระองค์จักประทานความช่วยเหลือ
ให้กำลังแก่เราเพื่อจุนเจือ ใจเอื้อเฟื้อกับผู้ที่ทุกข์ทน – Fasick
Read more…
วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2010
อ่าน: 2 โครินธ์ 11:22-33
…นอกจากนั้นยังมีการอื่น ที่บีบข้าพเจ้าอยู่ทุกวันๆ คือความกระวนกระวายถึงคริสตจักรทั้งปวง – 2 โครินธ์
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 41-42, กิจการ 16:22-40
ขณะที่นักสร้างภาพยนตร์ เคน เบิร์น และเพื่อนร่วมงานสร้างหนังสารคดีอันโด่งดังที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง พวกเขาต้องดูภาพยนตร์เกี่ยวกับทหารนานนับพันชั่วโมง จนฝันถึงฉากการสู้รบดุเดือดของสงครามในรัฐเปลลิลูบ่อยๆ เบิร์นบอกกับริค คูชแมน ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ แซคคราเมนโต เบิร์น ว่า “มีแต่เสียงวิญญาณและเสียงสะท้อนจากอดีตที่สุดจะบรรยาย ถ้าคุณเก็บมาเป็นอารมณ์ คุณก็จะต้องวนเวียนอยู่กับความรู้สึกนั้น”
หากเราจะมีส่วนร่วมในความทุกข์ยากของ คนอื่นเราก็ต้องยอมสูญเสียบางอย่าง ทั้งในแง่งานศิลปะหรือจิตวิญญาณ เปาโลมีประสบการณ์เรื่องนี้เมื่อท่านทำพันธกิจประกาศข่าวประเสริฐ “และนอกจากนั้นยังมีการอื่นที่บีบข้าพเจ้าอยู่ ทุกวันๆ คือความกระวนกระวายถึงคริสตจักร ทั้งปวง มีใครบ้างเป็นคนอ่อนกำลังและข้าพเจ้าไม่อ่อนกำลังด้วย มีใครบ้างที่ถูกนำให้สะดุด และข้าพเจ้าไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนด้วย” (2 คร. 11:28-29)
ออสวอล์ด แชมเบอร์กล่าวว่า เราเข้าสู่การต่อสู้ฝ่ายวิญญาณนี้เมื่อเรา “เจตนาที่จะเข้าเป็นอันเดียวกันกับความสนพระทัยที่พระเจ้ามีต่อผู้อื่น” และ “พบว่า เรามีพลังที่จะทรงตัวอยู่ได้อย่างเหลือเชื่อท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น”
เปาโลตระหนักว่าฤทธิ์เดชของพระเจ้าจะเต็มขนาดในความอ่อนแอของเรา (2 คร.12:9) พระเยซูทรงจ่ายราคาแสนแพงเพื่อที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับโลกของเรา และพระองค์ทรงเสริมกำลังเราเมื่อเราแบ่งปันความรักของพระองค์ให้แก่ผู้อื่น – DCM
แม้อ่อนแอขอเพียงฟังพระบัญชา องค์พระเจ้าปรารถนาเรารับใช้
พระประทานกำลังอันยิ่งใหญ่ อุปสรรคใดๆ ไม่ต้องเกรง – Hess
Read more…