วันอังคารที่ 2 มีนาคม
อ่าน: ลูกา 4:16-21
พระองค์ทรงรักษาคนที่ชอก ช้ำระกำใจ และทรงพันผูกบาดแผลของเขา – สดุดี 147:3
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: กันดารวิถี 26-27, มาระโก 8:1-21
เลสลีย์และลูกสาวสองคนกำลังจะถูกไล่ออกจากบ้านของตนเอง เลสลีย์เชื่อว่าพระเจ้าช่วยได้ แต่จนถึงตอนนี้ พระองค์ก็ยังไม่ได้สำแดงให้เห็นเลยว่าจะช่วยอย่างไร เธอสงสัยว่า พระเจ้าอยู่ที่ไหน? ในระหว่างที่ขับรถไปศาล เธออธิษฐานขอให้พระเจ้าทำอะไรสักอย่าง แล้วเธอก็ได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุว่า “พระเจ้าอยู่ที่นี่! ให้ผู้ชอกช้ำระกำใจได้ยินดี” หรือนี่จะเป็นคำยืนยันจากพระเจ้าที่เธอกำลังรอคอย?
ภายในห้องพิพากษา เลสลีย์ยืนอยู่ต่อหน้าผู้พิพากษา ฟังคำตัดสินและลงชื่อในเอกสารทางกฎหมาย แต่พระเจ้าก็ยังไม่ได้ประทานคำตอบให้กับเธอ
ขณะที่เลสลีย์กำลังเดินไปที่รถ มีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดเทียบข้างๆเธอ “คุณครับ” คนขับพูดขึ้น “ผมได้ยินคำให้การของคุณในศาลแล้ว และผมเชื่อว่าพระเจ้าอยากให้ผมช่วยคุณ” แล้วเขาก็ช่วยเหลือเธอ แกรี่ช่วยให้เลสลีย์ได้ติดต่อกับผู้หญิงคนหนึ่งในคริสตจักรท้องถิ่น ที่สามารถช่วยประสานงานกับหลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องและช่วยให้กระบวนการมีผลย้อนหลัง ทำให้เลสลี่ย์และลูกๆสามารถอยู่ในบ้านต่อไปได้
เวลาที่มีคนถามว่า “พระเจ้าอยู่ไหน?” คำตอบก็คือ “อยู่ที่นี่” วิธีหนึ่งที่พระเจ้าใช้ในการทำพระราชกิจของพระองค์ คือผ่านทางคริสเตียนอย่างแกรี่ ที่สานต่อพระราชกิจที่พระเยซูได้ทรงเริ่มต้นเอาไว้ คือ การทรงรักษาคนที่ชอกช้ำระกำใจ และทรงพันผูกบาดแผลของเขา (สดด.147:3) – JAL
พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ที่ข้างกาย
อยู่ที่นี่มิห่างหายทรงนำหน้า
ทรงอยู่ใกล้ช่วยเหลือทุกเวลา
เพราะรู้ว่าทรงอยู่ใกล้จึงไม่กลัว – D. De Haan
อ่านต่อ…
วันอังคารที่ 12 มกราคม
อ่าน: 2 ทิโมธี 4:1-8
ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว – 2 ทิโมธี 4:7
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 29-30, มัทธิว 9:1-17
ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมฝันอยากเป็นนักกีฬาคาราเต้สายดำ เป็นเวลาหลายปีที่ผมฝึกและเกือบทำได้สำเร็จ เหลืออีกแค่สองลำดับขั้นเท่านั้นแต่ผมก็เลิกล้มด้วยเหตุผลสองประการ คือ ครูเปลี่ยนวิธีการสอนกลางคันและผมก็ยุ่งจนไม่มีเวลาพอที่จะฝึก
เกือบทุกสัปดาห์ ผมถูกรบกวนด้วยความคิดที่ว่าพระเจ้าทรงต้องการให้ผมทำทุกอย่างให้เสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับใช้พระองค์
เมื่อเปาโลพูดถึงบั้นปลายชีวิต ท่านไม่มีความกังวลเรื่องพันธกิจที่ทำไม่เสร็จ ในคำสั่งลาครั้งสุดท้าย (2 ทธ.4:7) เปาโลใช้คำอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบงานรับใช้พระคริสต์ที่เสร็จสิ้น ท่านเปรียบชีวิตและพันธกิจเหมือนการต่อสู้ “ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง” เพราะท่านได้ทุ่มเทเพื่อพระเจ้าและข่าวประเสริฐ จากนั้นก็เปรียบพันธกิจกับการแข่งขัน “ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว” เปาโลยืนยันว่าโดยพระคุณของพระเจ้าท่านได้ทำทุกสิ่งที่พระเจ้าให้ทำเสร็จสิ้น
ในฐานะสาวกของพระเยซู ขอให้เราพยายามเป็นคนที่ทำให้เสร็จ และพากเพียรในการรับใช้พระเยซูคริสต์ – MW
ผู้ที่ติดตามพระคริสต์
ชีวิตเปรียบการแข่งขัน
เส้นชัยที่เราหมายมั่น
คือได้พบพระบุตรา – Fitzhugh
อ่านต่อ…
วันอังคารที่ 5 มกราคม
อ่าน: 2 ทิโมธี 2:1-10
ข้าพเจ้าจึงทนทุกข์ ถูกล่ามโซ่ดังผู้ร้าย แต่พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่มีผู้ใดเอาโซ่ล่ามไว้ได้ – 2 ทิโมธี 2:9
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 13-15, มัทธิว 5:1-26
บันทึกของณ็อง โดมินิก โบบี้เรื่อง ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ พูดถึงชีวิตของเขาหลังจากเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้ต้องอยู่ในภาวะที่เรียกว่า “อาการถูกขัง” (Locked-in-Sydrome) ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นอัมพาตทั้งตัว แต่โบบี้สามารถเขียนหนังสือของเขาได้โดยการกระพริบตาข้างซ้าย ผู้ช่วยจะท่องตัวอักษร และโบบี้จะกระพริบตาเมื่อถึงตัวอักษรที่เขาต้องการ การเขียนหนังสือเล่มนี้ต้องกระพริบตาราวสองแสนครั้ง โบบี้ใช้ร่างกายเพียงส่วนเดียวที่เคลื่อนไหวได้เพื่อสื่อสารกับผู้อื่น
ใน 2 ทิโมธี เราได้อ่านเรื่องราวประสบการณ์ของเปาโลที่อยู่ในภาวะ “อาการถูกขัง” อีกประเภทหนึ่ง ขณะที่ถูกคุมตัวอยู่ในบ้าน เปาโลได้รู้ว่าจุดจบใกล้จะมาถึง ด้วยเหตุนี้ท่านจึงบอกกับทิโมธีว่า “ข้าพเจ้าจึงทนทุกข์ ถูกล่ามโซ่ดังผู้ร้าย แต่พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่มีผู้ใดเอาโซ่ล่ามไว้ได้” (2 ทธ.2:9) แม้ว่าท่านจะถูกโดดเดี่ยว แต่เปาโลก็ยังต้อนรับผู้มาเยือน เขียนจดหมายหนุนใจและชื่นชมยินดีที่ข่าวประเสริฐแพร่ไป
สำหรับเราบางคน สภาวะแวดล้อมอาจทำให้เราถูกแยกจากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการนอนอยู่ในโรงพยาบาล ชดใช้ความผิดในเรือนจำ หรือนอนป่วยอยู่บ้าน อาจทำให้เรารู้สึกว่าเรากำลังเผชิญ “อาการถูกขัง” ถ้าคุณเป็นเช่นนี้ ทำไมไม่ลองอธิษฐานขอหนทางที่คุณจะติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น? – HDF
ขอเพียงข้าได้รับใช้องค์พระเจ้า
แม้ใครเขาไม่เห็นว่าสำคัญ
ข้าพึงใจงานพระองค์มอบหมายนั้น
เพื่อพระนามอัศจรรย์เลื่องลือไกล – Anon.
อ่านต่อ…