อย่ากล่าวโทษ

July 16th, 2010 1 comment

วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2010

อ่าน: 1 โครินธ์ 4:1-5
อย่ากล่าวโทษเขา เพื่อพระเจ้าจะไม่ทรงกล่าวโทษท่าน – มัทธิว 7:1

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 16-17, กิจการ 20:1-16

เมื่อพระเยซูทรงบัญชาว่า “อย่ากล่าวโทษ” พระองค์ไม่ได้หมายความว่าให้เราเป็นคนไร้เดียงสาหรือไม่ฉลาด แน่ทีเดียวที่เราจำเป็นต้องคิดอย่างพินิจพิเคราะห์ในโลกนี้ ที่เรามักจะต้องเผชิญหน้ากับความผิดพลาดและการประพฤติผิด พระองค์ทรงหมายความว่า เราไม่ควรตัดสินหรือกล่าวหาผู้อื่น ดังที่เปาโลกล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า “อย่าตัดสินสิ่งใดก่อนที่จะถึงเวลา จงคอยจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมา พระองค์จะทรงเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ในความมืดให้แจ่มกระจ่าง และจะทรงเผยความในใจของคนทั้งปวงด้วย” (1 คร.4:5)

กวี โรเบิร์ต เบิร์น มีความเห็นคล้ายกัน เขาเขียนเกี่ยวกับคนที่มีพฤติกรรมน่าคลางแคลงใจว่า “สิ่งหนึ่งที่เป็นปริศนาคือ เจตนา ทำไมพวกเขาจึงทำสิ่งนั้น” ไม่มีใครรู้เจตนาของผู้อื่น พระเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ในความมืดปรากฏชัดเจน พระองค์เท่านั้นที่จะสามารถเปิดโปงความตั้งใจของเราได้

พระเยซูทรงทราบถึงแรงผลักดันที่อยู่ภายในเรา ไม่ว่าจะเป็นชีวิตวัยเด็กที่ถูกทารุณ ความกลัว ความผิดหวัง จิตใจที่แตกสลาย บาปที่ดื้อดึง ยิ่งกว่านั้น พระองค์ทรงกำลังทำงานในหัวใจที่ยอมจำนนเพื่อช่วยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้ในที่สุด พระองค์จะทรงชื่นชมคนเหล่านั้น ที่พระองค์ทรงนำไปถึงความบริบูรณ์ ซึ่งบ่อยครั้งมักจะตรงกันข้ามกับที่เราคาดหวัง

องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เดียวที่สามารถวินิจฉัยจิตใจ จงทูลขอให้พระองค์ช่วยเราวินิจฉัยใจของเรา จนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา – DHR

อย่าตัดสินพิพากษาเพื่อนพี่น้อง อย่าจดจ้องจับผิดเรื่องใครเขา
จงหันกลับมามองดูชีวิตเรา ระวังเฝ้าพัฒนาปรับปรุงตน – Elliott

จงช้าในการกล่าวโทษผู้อื่น แต่ไวในการตัดสินตนเอง

Read more…

บทเพลงของผู้มีชัย

June 26th, 2009 Comments off

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน

อ่าน: วิวรณ์ 15
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า มีผู้ใดบ้างที่จะไม่ยำเกรงพระองค์และไม่ถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระองค์ เพราะว่าพระองค์ผู้เดียวทรงเป็นผู้บริสุทธิ์…การพิพากษาของพระองค์เริ่มขึ้นแล้ว” – วิวรณ์ 15:4

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี

  • โยบ 5-7
  • กิจการ 8:1-25

        เราคงเคยได้ยินคำพูดว่า “ไม่ได้โกรธ แค่เอาคืน” เมื่ออ่านเรื่องการพิพากษาในวิวรณ์ อาจมีคนเหมาว่าพระเจ้าจะ “เอาคืน” จากคนบาปเพราะความผิดร้ายแรงหลายๆครั้งตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
        ความจริงคือว่า การพิพากษาครั้งสุดท้ายของพระเจ้าสำแดงความเที่ยงธรรมอันบริสุทธิ์ของพระองค์ พระเจ้าไม่ละเลยความผิดบาปได้ หากพระองค์ไม่ได้ทรงพิพากษาตามในวิวรณ์ก็แสดงว่าพระองค์ทรงปฏิเสธพระลักษณะอันบริสุทธิ์ของพระองค์เอง ดังนั้น ในการพิพากษานั้น บรรดาผู้มีชัยจะร้องสรรเสริญพระเจ้าว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า มีผู้ใดบ้างที่จะไม่ยำเกรงพระองค์ และไม่ถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระองค์ เพราะว่าพระองค์ผู้เดียวทรงเป็นผู้บริสุทธิ์…การพิพากษาของพระองค์เริ่มขึ้นแล้ว” (15:4) ผู้ที่รู้จักพระเจ้าดีที่สุดจะไม่มองการพิพากษานี้ในแง่ร้าย แต่จะนมัสการและเห็นพ้องกับการกระทำของพระองค์
        ความใหญ่ยิ่งของการพิพากษาไม่น่าประหลาดใจเท่ากับที่พระองค์ทรงปล่อยเวลาให้เนิ่นนานมาถึงขนาดนี้! ด้วยพระองค์ปรารถนาให้ทุกคนกลับใจและจะไม่ต้องมีใครพินาศเลย (2 ปต.3:9) พระองค์จึงทรงยับยั้งการพิพากษาไว้ด้วยพระทัยเมตตา และยืดเวลาแห่งพระกรุณาและพระคุณอันเลิศประเสริฐออกไปให้ยาวนานที่สุด ถึงเวลาที่จะกลับใจและฉวยเอาความรักอันอดกลั้นของพระองค์ เพื่อเราจะได้ร้องสรรเสริญพระเจ้าตลอดกาลร่วมกับผู้มีชัยชนะทั้งหลาย – JS

รักพระเจ้าบริสุทธิ์อัศจรรย์
รักนิรันดร์ลึกซึ้งเกินหยั่งได้
รักเข้มแข็งไม่พรากจากเราไป
รักยิ่งใหญ่เราสรรเสริญด้วยบทเพลง –Lehman

สุดท้าย เมื่อความยุติธรรมของพระเจ้าถูกเปิดเผยอย่างสมบูรณ์ เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญจะดังกึกก้อง