<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; การทรงสร้าง</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Sep 2010 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>นกของโมสาร์ท</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/19/%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/19/%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1713</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2010 อ่าน: สดุดี 104:1-13 นกในอากาศ…ร้องอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้ &#8211; สดุดี 104:12 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 103-104, 1 โครินธ์ 2 โมสาร์ทได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรี ครั้งหนึ่ง เขาได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงร้องของนก โมสาร์ทเลี้ยงนกสตาร์ลิง ในตระกูลนกขุนทองไว้ตัวหนึ่ง และเขาหลงใหลในเสียงของมันจนมีบางคนเล่าว่า เขาถึงกับเขียนทำนองเพลงจากเสียงเจื้อยแจ้วของมัน ผู้เขียนสดุดีก็ได้รับแรงบันดาลใจจากนกด้วยเช่นกัน ในสดุดี 104 ท่านสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงห่วงใยสิ่งมีชีวิตที่ทรงสร้างขึ้นให้อาศัยอยู่ในโลก และนกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ท่านสังเกตเห็นว่าบินไปมาในอากาศ เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ และขับขานบทเพลงที่ทำให้ใจชื่นบาน “นกในอากาศจึงได้มีที่อาศัย มันร้องอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้” (ข้อ 12) ธรรมชาติทำให้จิตใจของผู้เขียนสดุดีเต็มด้วยการสรรเสริญพระเจ้า และผมคิดว่าต้องมีเสียงนกร้องด้วยแน่ๆ บ่อยครั้งความมหัศจรรย์ที่เราเห็นในธรรมชาติ ทำให้เราอยากนมัสการพระเจ้า และพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่มก็ย้ำว่า “ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์“ (สดด.19:1) ความปรารถนาที่จะสรรเสริญพระเจ้า ไม่จำเป็นต้องมาจากสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ซึ่งมองเห็นได้ด้วยตาเท่านั้น ยังมีบทเพลงที่เราได้ยินจากธรรมชาติ ขณะที่เราปฏิบัติภารกิจประจำวัน เราสามารถปรับคลื่นหัวใจของเราให้ตรงกับบทเพลงที่พระเจ้าทรงบรรจุไว้ในสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง และให้สิ่งเหล่านั้นเป็นอุปกรณ์ที่จะนำเราไปสู่การสรรเสริญพระเจ้า พระผู้สร้าง &#8211; HDF [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 104:1-13  </span><br />
<span class="biblemessage">นกในอากาศ…ร้องอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้ &#8211; สดุดี 104:12   </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 103-104, 1 โครินธ์ 2</p>
<div id="mana_contents">
<p>โมสาร์ทได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรี ครั้งหนึ่ง เขาได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงร้องของนก โมสาร์ทเลี้ยงนกสตาร์ลิง ในตระกูลนกขุนทองไว้ตัวหนึ่ง และเขาหลงใหลในเสียงของมันจนมีบางคนเล่าว่า เขาถึงกับเขียนทำนองเพลงจากเสียงเจื้อยแจ้วของมัน
<p>ผู้เขียนสดุดีก็ได้รับแรงบันดาลใจจากนกด้วยเช่นกัน ในสดุดี 104 ท่านสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงห่วงใยสิ่งมีชีวิตที่ทรงสร้างขึ้นให้อาศัยอยู่ในโลก และนกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ท่านสังเกตเห็นว่าบินไปมาในอากาศ เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ และขับขานบทเพลงที่ทำให้ใจชื่นบาน “นกในอากาศจึงได้มีที่อาศัย มันร้องอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้” (ข้อ 12) ธรรมชาติทำให้จิตใจของผู้เขียนสดุดีเต็มด้วยการสรรเสริญพระเจ้า และผมคิดว่าต้องมีเสียงนกร้องด้วยแน่ๆ
<p>บ่อยครั้งความมหัศจรรย์ที่เราเห็นในธรรมชาติ ทำให้เราอยากนมัสการพระเจ้า และพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่มก็ย้ำว่า  “ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์“ (สดด.19:1) ความปรารถนาที่จะสรรเสริญพระเจ้า ไม่จำเป็นต้องมาจากสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ซึ่งมองเห็นได้ด้วยตาเท่านั้น ยังมีบทเพลงที่เราได้ยินจากธรรมชาติ ขณะที่เราปฏิบัติภารกิจประจำวัน เราสามารถปรับคลื่นหัวใจของเราให้ตรงกับบทเพลงที่พระเจ้าทรงบรรจุไว้ในสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง และให้สิ่งเหล่านั้นเป็นอุปกรณ์ที่จะนำเราไปสู่การสรรเสริญพระเจ้า พระผู้สร้าง &#8211; HDF
</p></div>
<p class="poem">
นักดนตรีนำสำเนียงเสียงนกร้อง   ประพันธ์เป็นทำนองเพลงเพราะเหลือเกิน <br />
เชิญพวกเราร้องประสานเพลงสรรเสริญ  เพื่อยอเยินพระผู้สร้างองค์เกรียงไกร – F. Hess
</p>
<p class="remark">บรรดาสรรพสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ  เปรียบเสมือนวงซิมโฟนีวงใหญ่ที่ควบคุมโดยพระผู้สร้าง</p>
<p><span id="more-1713"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100819.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/19/%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แพขยะ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/30/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/30/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1658</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2010 อ่าน: ปฐมกาล 1:20-28; 2:15 ที่ซึ่งน้ำรวมกันนั้นว่า ทะเลพระเจ้าทรงเห็นว่าดี &#8211; ปฐมกาล 1:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 51-53, โรม 2 วันก่อนผมเผอิญได้ทราบข่าวที่รบกวนใจเกี่ยวกับคนที่คิดว่าการใช้มหาสมุทรเป็นที่ทิ้งขยะขนาดมหึมานั้น ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ข้อความตอนหนึ่งบอกไว้อย่างนี้ว่า “ถ้าคุณได้เห็นแพขยะพลาสติกขนาดมหึมาในมหาสมุทรแปซิฟิค ซึ่งเรียกว่า “แพขยะขนาดใหญ่แห่งแปซิฟิค” มีลักษณะเป็นแพพลาสติกที่ทับถม ลอยน้ำปริมาณมากกว่า 3 ล้านตันและมีขนาดใหญ่กว่ามลรัฐเท็กซัส น่าตกใจที่มีเศษพลาสติกถึง 46,000 ชิ้นลอยอยู่ในทุกตารางไมล์ทะเล!” แหล่งข้อมูลอื่นคาดว่ามีปริมาณของขยะมากกว่านี้ด้วยซ้ำ พลาสติกมีข้อเสียอย่างมากคือ มันไม่ย่อยสลาย ขณะที่เราใช้ชีวิตอย่างคนเดินทางผ่านโลกนี้ เราได้รับหน้าที่เดียวกับอาดัมคือ ให้ดูแลโลก และสิ่งมีชีวิตในโลกที่พระเจ้าได้ประทานไว้ให้ ปฐมกาล 2:15 บอกไว้ว่า “พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน” พระเจ้าทรงพอพระทัย ในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง รวมถึงทะเลและสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในนั้นด้วย (1:10, 20-21) โลกใบนี้ควรจะเตือนให้เราคิดถึงความยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้สร้าง และยกเสียงสรรเสริญของเราไปสู่พระองค์ การใช้โลกเป็นที่ทิ้งขยะอย่างไม่แยแสได้ทำลายความสวยงามและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในโลก การแสดงความเอาใจใส่และดูแลผืนดิน มหาสมุทร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ปฐมกาล 1:20-28; 2:15   </span><br />
<span class="biblemessage">ที่ซึ่งน้ำรวมกันนั้นว่า  ทะเลพระเจ้าทรงเห็นว่าดี  &#8211; ปฐมกาล 1:10  </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 51-53, โรม 2</p>
<div id="mana_contents">
<p>วันก่อนผมเผอิญได้ทราบข่าวที่รบกวนใจเกี่ยวกับคนที่คิดว่าการใช้มหาสมุทรเป็นที่ทิ้งขยะขนาดมหึมานั้น ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ข้อความตอนหนึ่งบอกไว้อย่างนี้ว่า “ถ้าคุณได้เห็นแพขยะพลาสติกขนาดมหึมาในมหาสมุทรแปซิฟิค ซึ่งเรียกว่า “แพขยะขนาดใหญ่แห่งแปซิฟิค” มีลักษณะเป็นแพพลาสติกที่ทับถม ลอยน้ำปริมาณมากกว่า 3 ล้านตันและมีขนาดใหญ่กว่ามลรัฐเท็กซัส น่าตกใจที่มีเศษพลาสติกถึง 46,000 ชิ้นลอยอยู่ในทุกตารางไมล์ทะเล!” แหล่งข้อมูลอื่นคาดว่ามีปริมาณของขยะมากกว่านี้ด้วยซ้ำ พลาสติกมีข้อเสียอย่างมากคือ มันไม่ย่อยสลาย
<p>ขณะที่เราใช้ชีวิตอย่างคนเดินทางผ่านโลกนี้ เราได้รับหน้าที่เดียวกับอาดัมคือ ให้ดูแลโลก และสิ่งมีชีวิตในโลกที่พระเจ้าได้ประทานไว้ให้ ปฐมกาล 2:15 บอกไว้ว่า “พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน” พระเจ้าทรงพอพระทัย   ในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง รวมถึงทะเลและสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในนั้นด้วย (1:10, 20-21)
<p>โลกใบนี้ควรจะเตือนให้เราคิดถึงความยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้สร้าง และยกเสียงสรรเสริญของเราไปสู่พระองค์ การใช้โลกเป็นที่ทิ้งขยะอย่างไม่แยแสได้ทำลายความสวยงามและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในโลก การแสดงความเอาใจใส่และดูแลผืนดิน มหาสมุทร และอากาศเป็นหน้าที่ของเราในฐานะผู้เชื่อในพระคริสต์ &#8211; HDF
</p></div>
<p class="poem">
ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมพระเจ้าสรรค์   <br />
เพื่อทุกคนแบ่งปันกันทั่วทั้งหล้า <br />
จงสอนให้คนรุ่นหลังที่ตามมา   <br />
เขาตระหนักคุณค่าเหมือนเช่นเรา – D. De Haan
</p>
<p class="remark">การดูแลสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง คือหน้าที่ของผู้เชื่อ</p>
<p><span id="more-1658"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100730.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/07/30/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคารพต่อชีวิต</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/17/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/17/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jan 2010 17:01:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1147</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม อ่าน: สดุดี 139:13-16 ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว &#8211; สดุดี 139:14 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 41-42, มัทธิว 12:1-23         ในสดุดี 139 ดาวิดบรรยายว่าพระเจ้าทรงปั้นแต่งร่างกายเล็กๆของเขาเข้าด้วยกัน ท่ามกลางความมืดมิดในครรภ์มารดา พระองค์ทรงรักดาวิดตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีตัวตนเสียอีก         พระเจ้าทรงออกแบบบุคคลหนึ่งให้เป็นดาวิด และทรงนำเขาเข้าสู่แผนการที่ทรงกำหนดไว้แล้ว ในสดุดีบทนี้ ดาวิดเปรียบเทียบได้อย่างน่าฟัง ว่าพระเจ้าทรงร่างแผนการก่อน แล้วทรงกระทำให้บรรลุผลโดยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองในครรภ์ เสมือนพระองค์ทรงเขียนบันทึกเหตุการณ์แต่ละวัน “พระเนตรของพระองค์ทรงเห็นส่วนประกอบของข้าพระองค์ วันทั้งหลายทุกๆวันที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้น ก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์ เมื่อครั้งยังไม่เกิดวันนั้นเลย” (ข้อ 16)         ความรักของพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ได้ปั้นแต่งให้ดาวิดเป็นมนุษย์ที่มีเอกลักษณ์ เขาเกิดจากพระทัยและพระหัตถ์อันรังสรรค์ของพระเจ้า สิ่งที่เกิดกับดาวิดก็เกิดขึ้นกับคุณเช่นกัน คุณเป็นคนพิเศษ ทุกคนบนโลกใบนี้ก็เช่นเดียวกัน         ดังนั้น เราจึงไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง เราต้องเคารพและชื่นชมในชีวิตทุกคน ทั้งผู้ที่เกิดมาแล้วและที่ยังอยู่ในครรภ์ ทั้งเด็กที่ร่าเริงและผู้อาวุโสที่อ่อนแรง ทั้งผู้บริหารที่มั่งคั่งและคนยากจน ทุกๆคนเป็นสิ่งทรงสร้างอันมีเอกลักษณที่มาจากอัจฉริยภาพขององค์พระผู้สร้าง ให้เราประกาศอย่างดาวิดว่า “ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="“manadate”">วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: สดุดี 139:13-16 </span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว &#8211; สดุดี 139:14 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 41-42, มัทธิว 12:1-23</p>
<p>        ในสดุดี 139 ดาวิดบรรยายว่าพระเจ้าทรงปั้นแต่งร่างกายเล็กๆของเขาเข้าด้วยกัน ท่ามกลางความมืดมิดในครรภ์มารดา พระองค์ทรงรักดาวิดตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีตัวตนเสียอีก<br />
        พระเจ้าทรงออกแบบบุคคลหนึ่งให้เป็นดาวิด และทรงนำเขาเข้าสู่แผนการที่ทรงกำหนดไว้แล้ว ในสดุดีบทนี้ ดาวิดเปรียบเทียบได้อย่างน่าฟัง ว่าพระเจ้าทรงร่างแผนการก่อน แล้วทรงกระทำให้บรรลุผลโดยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองในครรภ์ เสมือนพระองค์ทรงเขียนบันทึกเหตุการณ์แต่ละวัน “พระเนตรของพระองค์ทรงเห็นส่วนประกอบของข้าพระองค์ วันทั้งหลายทุกๆวันที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้น ก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์ เมื่อครั้งยังไม่เกิดวันนั้นเลย” (ข้อ 16)<br />
        ความรักของพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ได้ปั้นแต่งให้ดาวิดเป็นมนุษย์ที่มีเอกลักษณ์ เขาเกิดจากพระทัยและพระหัตถ์อันรังสรรค์ของพระเจ้า สิ่งที่เกิดกับดาวิดก็เกิดขึ้นกับคุณเช่นกัน คุณเป็นคนพิเศษ ทุกคนบนโลกใบนี้ก็เช่นเดียวกัน<br />
        ดังนั้น เราจึงไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง เราต้องเคารพและชื่นชมในชีวิตทุกคน ทั้งผู้ที่เกิดมาแล้วและที่ยังอยู่ในครรภ์ ทั้งเด็กที่ร่าเริงและผู้อาวุโสที่อ่อนแรง ทั้งผู้บริหารที่มั่งคั่งและคนยากจน ทุกๆคนเป็นสิ่งทรงสร้างอันมีเอกลักษณที่มาจากอัจฉริยภาพขององค์พระผู้สร้าง ให้เราประกาศอย่างดาวิดว่า “ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว” (139:14) &#8211; DHR</p>
<p class="poem">พระเจ้าทรงปัญญาเลิศออกแบบไว้ สร้างเราให้งดงามอัศจรรย์<br />
ทุกๆ ส่วนล้วนจำเป็นพระทรงปั้น สารพันสมบูรณ์และสมดุล – Anon.</p>
<p class="remark">ทุกชีวิตถูกสร้างโดยพระเจ้า และมีลายพระหัตถ์ของพระองค์กำกับ</p>
<p><span id="more-1147"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100117.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/17/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กฎของสวรรค์</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/06/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/06/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jan 2010 17:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[พระสัญญาของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1111</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 6 มกราคม อ่าน: สดุดี 19:1-7 ถ้าเรามิได้สถาปนาพันธสัญญาของเรากับวันและคืน และสถาปนากฎต่างๆ ของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกแล้ว เราจึงจะทอดทิ้งเชื้อสายของยาโคบและดาวิด &#8211; เยเรมีย์ 33:25-26 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 16-17, มัทธิว 5:27-48         จดไว้เลย ถ้าคุณอยากเห็นดาวศุกร์ ดาวพฤหัสและดวงจันทร์มาบรรจบกันบนขอบ ฟ้าค่ำคืนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2052 ดาว เคราะห์เหล่านี้เคยมา “รวมตัวกัน” เมื่อ 1 ธันวาคม 2008 และจะเกิดขึ้นอีก 40 ปีข้างหน้า         การคาดการณ์เหล่านี้ รวมไปถึงการเกิด สุริยุปราคาและการกลับมาของดาวหางฮัลเล่ย์ (28 กรกฎาคม 2061) เป็นหลักฐานว่าจักรวาล เป็นระบบระเบียบ ถ้าไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว กำหนดการเคลื่อนที่ของทุกสิ่งในจักรวาล เราก็ คงไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์เหล่านี้ได้         กฎตายตัวเหล่านี้เป็นการสุ่มอย่างนั้นหรือ? เรามองเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าในความ แน่นอนของจักรวาลหรือไม่? [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="“manadate”">วันพุธที่ 6 มกราคม<br />
</span></p>
<p><span class="“readbible”">อ่าน: สดุดี 19:1-7 </span><br />
<span class="biblemessage">ถ้าเรามิได้สถาปนาพันธสัญญาของเรากับวันและคืน และสถาปนากฎต่างๆ ของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกแล้ว เราจึงจะทอดทิ้งเชื้อสายของยาโคบและดาวิด &#8211; เยเรมีย์ 33:25-26 </span></p>
<p class="“readbible1yr”">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 16-17, มัทธิว 5:27-48</p>
<p>        จดไว้เลย ถ้าคุณอยากเห็นดาวศุกร์ ดาวพฤหัสและดวงจันทร์มาบรรจบกันบนขอบ ฟ้าค่ำคืนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2052 ดาว เคราะห์เหล่านี้เคยมา “รวมตัวกัน” เมื่อ 1 ธันวาคม 2008 และจะเกิดขึ้นอีก 40 ปีข้างหน้า<br />
        การคาดการณ์เหล่านี้ รวมไปถึงการเกิด สุริยุปราคาและการกลับมาของดาวหางฮัลเล่ย์ (28 กรกฎาคม 2061) เป็นหลักฐานว่าจักรวาล เป็นระบบระเบียบ ถ้าไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว กำหนดการเคลื่อนที่ของทุกสิ่งในจักรวาล เราก็ คงไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์เหล่านี้ได้<br />
        กฎตายตัวเหล่านี้เป็นการสุ่มอย่างนั้นหรือ? เรามองเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าในความ แน่นอนของจักรวาลหรือไม่? ดูในเยเรมีย์ 33:25-26 พระเจ้าทรงทอดพระเนตรพันธ- สัญญาของพระองค์กับประชากรของพระองค์ และทรงใช้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ในการ เปรียบเทียบ พระเจ้าตรัสว่า “กฎต่างๆของฟ้า สวรรค์และแผ่นดินโลก” ซึ่งเป็นกฎตายตัวแห่งจักรวาลก็มีความแน่นอน เช่นเดียวกับพระสัญญาของพระองค์ต่อประชากรของพระองค์<br />
         กฎเกณฑ์ของพระเจ้าปกครองจักรวาลมาตั้งแต่การทรงสร้าง และยังคง ดำเนินต่อไปและคาดการณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้น จดไว้ในปฏิทินของ คุณ และตื่นตาไปกับการควบคุมของพระเจ้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง &#8211; JDB</p>
<p class="poem">คำอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้าที่รัก ข้าพระองค์อัศจรรย์ใจในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม ผู้ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลง ข้าพระองค์วางชีวิตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ข้าพระองค์จะวางใจ และสัตย์ซื่อต่อพระองค์ อาเมน</p>
<p class="remark">การทรงสร้างอันอัศจรรย์ สำแดงหัตถกิจของพระเจ้า</p>
<p><span id="more-1111"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100106.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/01/06/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ควบคุมดวงดาว</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/22/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/22/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 17:01:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1058</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 22 ธันวาคม อ่าน: อิสยาห์ 40:25-27 จงแหงนหน้าขึ้นดูว่า ผู้ใดสร้างสิ่งเหล่านี้ &#8211; อิสยาห์ 40:26 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: มีคาห์ 6-7, วิวรณ์ 13         คืนไหนที่คุณอยู่ห่างไกลจากแสงของไฟในเมือง &#8220;จงแหงนหน้าขึ้นดู&#8221; (อสย.40:26) บนท้องฟ้าคุณจะเห็นกลุ่มดาวทอดตัวระยับจากขอบฟ้าด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ทางช้างเผือก         ถ้าคุณตาดี คุณจะเห็นว่ามีดวงดาวอยู่ราว 5,000 ดวง ตามที่นักดาราศาสตร์ ไซมอน ไดรเวอร์บอกไว้ แต่ยังมีดวงดาวที่อยู่ไกลออกไปจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ในปี 1995 อุปกรณ์สำรวจอวกาศสรุปว่ามีทางช้างเผือกอยู่เป็นพันๆล้านแห่ง และแต่ละแห่งประกอบด้วยดวงดาวพันๆล้านดวง มีการประเมินว่าดวงดาวในจักรวาลนี้มีจำนวนมากกว่าเม็ดทรายบนโลกถึง 10 เท่า         กระนั้นก็ดี แต่ละค่ำคืน พระเจ้าไม่เคยหยุดที่จะ &#8220;นำบริวารออกมาตามจำนวน&#8230;โดยอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์&#8230;ไม่ขาดไปสักดวงเดียว&#8221; (ข้อ 26)         แล้วทำไมคนเราจึงพูดว่า &#8220;ทางของข้าพเจ้าปิดบังไว้จากพระเจ้า&#8221; (ข้อ 27) ในโลกนี้มีผู้คนอาศัยอยู่หลายพันล้านคน แต่พระเจ้าไม่เคยลืมใครเลย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอังคารที่ 22 ธันวาคม<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: อิสยาห์ 40:25-27 </span><br />
<span class="biblemessage">จงแหงนหน้าขึ้นดูว่า ผู้ใดสร้างสิ่งเหล่านี้ &#8211; อิสยาห์ 40:26 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: มีคาห์ 6-7, วิวรณ์ 13</p>
<p>        คืนไหนที่คุณอยู่ห่างไกลจากแสงของไฟในเมือง &#8220;จงแหงนหน้าขึ้นดู&#8221; (อสย.40:26) บนท้องฟ้าคุณจะเห็นกลุ่มดาวทอดตัวระยับจากขอบฟ้าด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ทางช้างเผือก<br />
        ถ้าคุณตาดี คุณจะเห็นว่ามีดวงดาวอยู่ราว 5,000 ดวง ตามที่นักดาราศาสตร์ ไซมอน ไดรเวอร์บอกไว้ แต่ยังมีดวงดาวที่อยู่ไกลออกไปจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ในปี 1995 อุปกรณ์สำรวจอวกาศสรุปว่ามีทางช้างเผือกอยู่เป็นพันๆล้านแห่ง และแต่ละแห่งประกอบด้วยดวงดาวพันๆล้านดวง มีการประเมินว่าดวงดาวในจักรวาลนี้มีจำนวนมากกว่าเม็ดทรายบนโลกถึง 10 เท่า<br />
        กระนั้นก็ดี แต่ละค่ำคืน พระเจ้าไม่เคยหยุดที่จะ &#8220;นำบริวารออกมาตามจำนวน&#8230;โดยอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์&#8230;ไม่ขาดไปสักดวงเดียว&#8221; (ข้อ 26)<br />
        แล้วทำไมคนเราจึงพูดว่า &#8220;ทางของข้าพเจ้าปิดบังไว้จากพระเจ้า&#8221; (ข้อ 27) ในโลกนี้มีผู้คนอาศัยอยู่หลายพันล้านคน แต่พระเจ้าไม่เคยลืมใครเลย พระองค์รู้จัก &#8220;คนเหล่านั้นที่เป็นของพระองค์&#8221; (2 ทธ.2:19) ถ้าพระองค์สามารถนำพาบริวารแห่งฟ้าสวรรค์ที่นับไม่ถ้วนนั้นออกมาได้ครบในแต่ละค่ำคืน พระองค์ก็สามารถนำพาคุณไปสู่แสงสว่างของพระองค์ได้ และทรงกระทำเช่นนั้นโดย &#8220;อานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์&#8221; (ข้อ 26) ฤทธิ์อำนาจเดียวกันกับที่พระองค์สำแดงเมื่อทรงชุบพระเยซูให้เป็นขึ้นจากตาย<br />
        คืนนี้มีดาวไหม? จงชื่นชมยินดีเถิด! พระเจ้าทรงห่วงใยคุณ &#8211; DHR</p>
<p class="poem">พระเจ้าผู้สร้างผืนฟ้า ผู้สร้างดารางดงาม<br />
พระองค์ทรงสร้างแผ่นน้ำ สีครามสะท้อนชวนตา<br />
เป็นผู้ที่ทรงรักฉัน ทรงให้คำมั่นไว้ว่า<br />
จะไม่ทิ้งให้เหว่ว้า จะทรงกลับมารับไป &#8211; Berg</p>
<p class="remark">เราประจักษ์ฤทธิ์อำนาจแห่งการทรงสร้างของพระเจ้า และสัมผัสได้ถึงฤทธิ์อำนาจแห่งความรักของพระองค์</p>
<p> <span id="more-1058"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091222.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/12/22/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานปั้นของพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/18/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/18/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Nov 2009 17:01:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ความรอด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=928</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน อ่าน: ปฐมกาล 2:1-7 พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต &#8211; ปฐมกาล 2:7 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 8-10, ฮีบรู 13         ตอนหนึ่งของนวนิยายสมัย 1950 เป็นตอนที่ชาวบ้านสี่คนกำลังสารภาพบาปต่อกันและไมเคิลลิส หนึ่งในนั้น ก็ตะโกนออกมาว่า &#8220;ทำไมพระเจ้าถึงต้องให้เราอยู่ในโลกนี้ด้วย? ทำไมพระองค์ไม่ฆ่าเรา เพื่อชำระสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างให้บริสุทธิ์?&#8221; ชาวบ้านคนหนึ่งในนั้นตอบว่า &#8220;เพราะพระเจ้าเป็นช่างปั้นและ พระองค์ทรงทำงานกับดินโคลนน่ะสิไมเคิลลิส&#8221;         พระเจ้าทรงกระทำอย่างนั้นจริงๆ ในสมัยปฐมกาล พระผู้สร้างผู้ทรงครอบครองทรงสร้างและตกแต่งมนุษยชาติขึ้นให้มีลักษณะเฉพาะกระบวนการนี้รวมไปถึงการปั้นมนุษย์ขึ้นมาจากดิน คำว่า ปั้น ในปฐมกาล 2:7 อธิบายถึงการทำงานของศิลปิน เช่นเดียวกับที่ช่างปั้นหม้อได้ปั้นและตกแต่งดินโคลนให้เป็นหม้อหรือภาชนะดินอื่นๆ พระเจ้าก็ทรงปั้นมนุษยชาติขึ้นจากดินเหนียวเช่นกัน         หลังจากที่พระเจ้าเสร็จงานปั้นก็ทรงระบายลมปราณเข้าสู่มนุษย์ ทำให้มนุษย์เป็นจิตวิญญาณที่มีชีวิต มนุษย์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตวิญญาณ และสามารถปรนนิบัติและมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้า          หลังจากที่อาดัมและเอวาทำบาป พระเจ้ายังคงทำงานปั้นของพระองค์ต่อไป โดยการส่งพระเยซู พระบุตรของพระองค์ลงมาสิ้นพระชนม์เพื่อมนุษยชาติ จากนั้นพระองค์ทรงทำให้ผู้ที่ต้อนรับพระองค์กลับมีชีวิตขึ้น เพื่อเราจะสามารถมีสามัคคีธรรมกับพระองค์ได้ จงใช้มือของเราทำการดีเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยใจขอบพระคุณกันเถิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ปฐมกาล 2:1-7<br />
</span><span class="biblemessage">พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต &#8211; ปฐมกาล 2:7<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 8-10, ฮีบรู 13</p>
<p>        ตอนหนึ่งของนวนิยายสมัย 1950 เป็นตอนที่ชาวบ้านสี่คนกำลังสารภาพบาปต่อกันและไมเคิลลิส หนึ่งในนั้น ก็ตะโกนออกมาว่า &#8220;ทำไมพระเจ้าถึงต้องให้เราอยู่ในโลกนี้ด้วย? ทำไมพระองค์ไม่ฆ่าเรา เพื่อชำระสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างให้บริสุทธิ์?&#8221; ชาวบ้านคนหนึ่งในนั้นตอบว่า &#8220;เพราะพระเจ้าเป็นช่างปั้นและ พระองค์ทรงทำงานกับดินโคลนน่ะสิไมเคิลลิส&#8221;<br />
        พระเจ้าทรงกระทำอย่างนั้นจริงๆ ในสมัยปฐมกาล พระผู้สร้างผู้ทรงครอบครองทรงสร้างและตกแต่งมนุษยชาติขึ้นให้มีลักษณะเฉพาะกระบวนการนี้รวมไปถึงการปั้นมนุษย์ขึ้นมาจากดิน คำว่า ปั้น ในปฐมกาล 2:7 อธิบายถึงการทำงานของศิลปิน เช่นเดียวกับที่ช่างปั้นหม้อได้ปั้นและตกแต่งดินโคลนให้เป็นหม้อหรือภาชนะดินอื่นๆ พระเจ้าก็ทรงปั้นมนุษยชาติขึ้นจากดินเหนียวเช่นกัน<br />
        หลังจากที่พระเจ้าเสร็จงานปั้นก็ทรงระบายลมปราณเข้าสู่มนุษย์ ทำให้มนุษย์เป็นจิตวิญญาณที่มีชีวิต มนุษย์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตวิญญาณ และสามารถปรนนิบัติและมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้า<br />
         หลังจากที่อาดัมและเอวาทำบาป พระเจ้ายังคงทำงานปั้นของพระองค์ต่อไป โดยการส่งพระเยซู พระบุตรของพระองค์ลงมาสิ้นพระชนม์เพื่อมนุษยชาติ จากนั้นพระองค์ทรงทำให้ผู้ที่ต้อนรับพระองค์กลับมีชีวิตขึ้น เพื่อเราจะสามารถมีสามัคคีธรรมกับพระองค์ได้ จงใช้มือของเราทำการดีเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยใจขอบพระคุณกันเถิด &#8211; MW</p>
<p class="poem">พระเจ้าสร้างมนุษย์ตามพระฉายา<br />
ปั้นร่างกายขึ้นมาจากผงคลี<br />
ให้ชีวิตนิรันดร์ในวันนี้<br />
แก่ผู้ที่ต้อนรับองค์พระเยซู – Hess</p>
<p class="remark">พระเจ้าเป็นผู้เดียว<br />
ที่สามารถชำระคนที่สกปรกให้สะอาดได้</p>
<p><span id="more-928"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091118.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/18/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;แสง&#8221; แห่งการทรงสร้าง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/27/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/27/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2009 17:01:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การสรรเสริญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=852</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 27 ตุลาคม อ่าน: โยบ 37:1-18 (พระเจ้า) ผู้ทรงกระทำการใหญ่เหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และการอัศจรรย์อย่างนับไม่ถ้วน -โยบ 5:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 12-14, 2 ทิโมธี 1         หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของจาไมกาคือผืนน้ำ ซึ่งเรียกว่า บึงสะท้อนแสง ตอนกลางวัน ก็เป็นเหมือนอ่าวทั่วๆไปทางชายฝั่งตอนเหนือของประเทศ แต่พอกลางคืน จะกลับกลายเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ         หากคุณไปที่นั่นตอนกลางคืน คุณจะสังเกตเห็นน้ำเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเรืองแสงนับล้านๆ เมื่อมีการเคลื่อนไหว น้ำและสิ่งมีชีวิตในอ่าวจะเปล่งแสง เช่นเมื่อมีปลาว่ายผ่านเรือ มันก็จะสว่างขึ้นมาราวกับหิ่งห้อยลอยอยู่ในน้ำ ยิ่งเรือแล่นตัดกระแสน้ำ ก็ยิ่งทำให้สว่างไสวขึ้นอีก         ความอัศจรรย์แห่งการทรงสร้างของพระเจ้านั้นเกินคำบรรยาย นี่เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยในท่ามกลางสิ่งลึกลับทั้งสิ้น อันมาจากฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ซึ่งกล่าวถึงในโยบบทที่ 37 และ 38 ลองฟังองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอธิบายบทบาทของพระองค์จากความยิ่งใหญ่ในธรรมชาติ &#8220;ท่านทราบหรือว่าพระเจ้าทรงกำชับมันอย่างไร และกระทำให้ฟ้าแลบแห่งเมฆของพระองค์มีแสง&#8221; (37:15) &#8220;ทางที่จะนำไปสู่สำนักของความสว่างอยู่ที่ไหน และส่วนที่มืด สถานที่นั้นอยู่ที่ไหน&#8221; (38:19) การทรงสร้างอันมหัศจรรย์ของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นแสงฟ้าแลบหรือปลาเรืองแสงล้วนเป็นความลึกลับสำหรับเรา แต่พระเจ้าทรงทำให้โยบระลึกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอังคารที่ 27 ตุลาคม<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โยบ 37:1-18 </span><br />
<span class="biblemessage">(พระเจ้า) ผู้ทรงกระทำการใหญ่เหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และการอัศจรรย์อย่างนับไม่ถ้วน -โยบ 5:9 </span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 12-14, 2 ทิโมธี 1</p>
<p>        หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของจาไมกาคือผืนน้ำ ซึ่งเรียกว่า บึงสะท้อนแสง ตอนกลางวัน ก็เป็นเหมือนอ่าวทั่วๆไปทางชายฝั่งตอนเหนือของประเทศ แต่พอกลางคืน จะกลับกลายเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ<br />
        หากคุณไปที่นั่นตอนกลางคืน คุณจะสังเกตเห็นน้ำเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเรืองแสงนับล้านๆ เมื่อมีการเคลื่อนไหว น้ำและสิ่งมีชีวิตในอ่าวจะเปล่งแสง เช่นเมื่อมีปลาว่ายผ่านเรือ มันก็จะสว่างขึ้นมาราวกับหิ่งห้อยลอยอยู่ในน้ำ ยิ่งเรือแล่นตัดกระแสน้ำ ก็ยิ่งทำให้สว่างไสวขึ้นอีก<br />
        ความอัศจรรย์แห่งการทรงสร้างของพระเจ้านั้นเกินคำบรรยาย นี่เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยในท่ามกลางสิ่งลึกลับทั้งสิ้น อันมาจากฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ซึ่งกล่าวถึงในโยบบทที่ 37 และ 38 ลองฟังองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอธิบายบทบาทของพระองค์จากความยิ่งใหญ่ในธรรมชาติ &#8220;ท่านทราบหรือว่าพระเจ้าทรงกำชับมันอย่างไร และกระทำให้ฟ้าแลบแห่งเมฆของพระองค์มีแสง&#8221; (37:15) &#8220;ทางที่จะนำไปสู่สำนักของความสว่างอยู่ที่ไหน และส่วนที่มืด สถานที่นั้นอยู่ที่ไหน&#8221; (38:19) การทรงสร้างอันมหัศจรรย์ของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นแสงฟ้าแลบหรือปลาเรืองแสงล้วนเป็นความลึกลับสำหรับเรา แต่พระเจ้าทรงทำให้โยบระลึกว่า ทุกสิ่งมหัศจรรย์ในโลกของเราล้วนมาจากการเนรมิตสร้างโดยฝีพระหัตถ์<br />
        เมื่อเราได้สังเกตเห็นการทรงสร้างอันมหัศจรรย์ การตอบสนองของเรา ก็อาจเป็นเหมือนโยบ ว่าเป็น &#8220;สิ่งที่ประหลาดเกินแก่ข้าพระองค์&#8221; (42:3) &#8211; JDB</p>
<p class="poem">ธรรมชาติงามตาแสนสดใส<br />
สารพัดสัตว์น้อยใหญ่พระเจ้าสร้าง<br />
ด้วยปัญญาอัศจรรย์ทรงจัดวาง<br />
ทุกๆ อย่างสอดคล้องและสมดุล &#8211; Alexander</p>
<p class="remark">หากเราเลิกอัศจรรย์ใจ<br />
เราก็เลิกนมัสการ</p>
<p><span id="more-852"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091027.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/10/27/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระเจ้าของไอน์สไตน์</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/04/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/04/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2009 17:01:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=584</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 4 กันยายน อ่าน: สดุดี 19:1-6 ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์ &#8211; สดุดี 19:1 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 143-145, 1 โครินธ์ 14:21-40         เมื่อมีคนถามนักฟิสิกซ์ผู้ยิ่งใหญ่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ว่าเขาเชื่อในพระเจ้าหรือไม่ เขาตอบว่า &#8220;คนเราก็เป็นเหมือนเด็กเล็กๆที่เดินเข้าไปในห้องสมุดที่มีหนังสือภาษาต่างๆ มากมาย เด็กคนนี้รู้ว่าหนังสือเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองแต่จะต้องมีคนเขียนขึ้นมา ผมคิดว่า แม้แต่มนุษย์ที่ฉลาดที่สุดก็มีทัศนะคติต่อพระเจ้าแบบนี้ เราได้เห็นว่าทุกสิ่งในจักรวาลถูกวางแบบแผนไว้อย่างน่าอัศจรรย์ และิ ดำเนินไปตามกฎเกณฑ์บางอย่าง แต่เราก็เข้าใจกฎเหล่านี้เพียงเลือนราง&#8221; ถึงแม้ไอน์สไตน์จะรู้สึกอัศจรรย์ใจกับการสรรค์สร้างที่เขาเห็นในธรรมชาติ แต่เขาก็ไม่ได้เชื่อในองค์พระผู้ทรงสร้าง         ผู้เขียนพระธรรมสดุดีก็รู้สึกทึ่งกับธรรมชาติเช่นเดียวกับไอน์สไตน์ แต่เขาทำมากกว่านั้นคือ เชื่อในองค์พระผู้สร้างผู้ทรงอยู่เบื้องหลังแบบแผนเหล่านั้น &#8220;ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์&#8221; (สดด.19:1)         เมื่อเรามองดูโลกและจักรวาลแล้วรู้สึกอัศจรรย์ใจ ก็ควรเป็นเวลาที่เรานึกถึงองค์พระผู้ทรงสร้างสิ่งสารพัดทั้งสิ้นนั้น พระวจนะบอกกับเราว่า &#8220;พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ(พระคริสต์) ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ&#8221; (ยน.1:3)         ตอนนี้คุณกำลังล้มลุกคลุกคลานในความเชื่ออยู่หรือไม่? คืนนี้ จงเงยหน้ามองดวงดาว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"><br />
วันศุกร์ที่ 4 กันยายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 19:1-6</span><br />
<span class="biblemessage">ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์ &#8211; สดุดี 19:1</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 143-145, 1 โครินธ์ 14:21-40</p>
<p>        เมื่อมีคนถามนักฟิสิกซ์ผู้ยิ่งใหญ่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ว่าเขาเชื่อในพระเจ้าหรือไม่ เขาตอบว่า &#8220;คนเราก็เป็นเหมือนเด็กเล็กๆที่เดินเข้าไปในห้องสมุดที่มีหนังสือภาษาต่างๆ มากมาย เด็กคนนี้รู้ว่าหนังสือเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองแต่จะต้องมีคนเขียนขึ้นมา ผมคิดว่า แม้แต่มนุษย์ที่ฉลาดที่สุดก็มีทัศนะคติต่อพระเจ้าแบบนี้ เราได้เห็นว่าทุกสิ่งในจักรวาลถูกวางแบบแผนไว้อย่างน่าอัศจรรย์ และิ ดำเนินไปตามกฎเกณฑ์บางอย่าง แต่เราก็เข้าใจกฎเหล่านี้เพียงเลือนราง&#8221; ถึงแม้ไอน์สไตน์จะรู้สึกอัศจรรย์ใจกับการสรรค์สร้างที่เขาเห็นในธรรมชาติ แต่เขาก็ไม่ได้เชื่อในองค์พระผู้ทรงสร้าง<br />
        ผู้เขียนพระธรรมสดุดีก็รู้สึกทึ่งกับธรรมชาติเช่นเดียวกับไอน์สไตน์ แต่เขาทำมากกว่านั้นคือ เชื่อในองค์พระผู้สร้างผู้ทรงอยู่เบื้องหลังแบบแผนเหล่านั้น &#8220;ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์&#8221; (สดด.19:1)<br />
        เมื่อเรามองดูโลกและจักรวาลแล้วรู้สึกอัศจรรย์ใจ ก็ควรเป็นเวลาที่เรานึกถึงองค์พระผู้ทรงสร้างสิ่งสารพัดทั้งสิ้นนั้น พระวจนะบอกกับเราว่า &#8220;พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ(พระคริสต์) ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ&#8221; (ยน.1:3)<br />
        ตอนนี้คุณกำลังล้มลุกคลุกคลานในความเชื่ออยู่หรือไม่? คืนนี้ จงเงยหน้ามองดวงดาว สรรพสิ่งอัศจรรย์บนท้องฟ้าบ่งชี้ถึงองค์พระผู้สร้างผู้ทรงอยู่เบื้องหลังผลงานนั้น &#8211; HDF</p>
<p class="poem">บนนภายามค่ำคืนข้าเห็นชัด<br />
ฝีพระหัตถ์พระเจ้าทรงสร้างไว<br />
มีดวงดาวสุกสกาวงามจับใจ<br />
สัมผัสได้พระองค์ทรงอยู่เคียง<br />
– Schoeberlein</p>
<p class="remark">แบบแผนของสรรพสิ่งทั้งหลายในโลก<br />
ล้วนบ่งชี้ถึงองค์พระผู้สร้างผู้ยิ่งใหญ่</p>
<p><span id="more-584"></span><br />
<script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20090904.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/04/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลงานชิ้นเอกของพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/10/god%e2%80%99s-masterpieces/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/10/god%e2%80%99s-masterpieces/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2009 17:01:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทรงสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การไถ่]]></category>
		<category><![CDATA[ความดี]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ประชากร]]></category>
		<category><![CDATA[พระคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[พระเยซู]]></category>
		<category><![CDATA[สรรเสริญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=340</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 41-42, กิจการ 16:22-40 อ่าน: เอเฟซัส 2:1-10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ &#8211; เอเฟซัส 2:10         พิพิธภัณฑ์ศิลปะแกรนด์แรพพิดส์มีผลงานศิลปะมากกว่า 5,000 ชิ้น ทั้งภาพพิมพ์ ภาพเขียน และภาพถ่าย 3,500 ภาพ งานออกแบบ 1,000 ชิ้น และภาพวาดและรูปปั้นอีก 700 ชิ้น พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่นี้ทำให้ผมคิดถึง “พิพิธภัณฑ์” ของพระเจ้า         พระเจ้าทรงเป็นศิลปิน และการทรงสร้างของพระองค์ดีเลิศเกินจะบรรยาย ผลงานชิ้นเอกของพระเจ้าคือแผนการไถ่เพื่อเราทุกคน เมื่อเราตายเพราะบาป ทรงทำให้เรากลับมีชีวิตในพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์(อฟ.2:1,5) เปาโลเตือนชาวเอเฟซัสว่าพวกเขาเป็น “ฝีพระหัตถ์” ของพระเจ้า ซึ่งในภาษากรีก มีความหมายว่า “บทกวี” หรือ “งานศิลปะ” พิพิธภัณฑ์ศิลปะของพระเจ้าคือคริสตจักร ซึ่งประกอบด้วยผลงานอันแสนมหัศจรรย์นับล้านๆชิ้น นั่นก็คือประชากรของพระองค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 41-42, กิจการ 16:22-40</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> เอเฟซัส 2:1-10<br />
เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ &#8211; เอเฟซัส 2:10</p>
<p>        พิพิธภัณฑ์ศิลปะแกรนด์แรพพิดส์มีผลงานศิลปะมากกว่า 5,000 ชิ้น ทั้งภาพพิมพ์ ภาพเขียน และภาพถ่าย 3,500 ภาพ งานออกแบบ 1,000 ชิ้น และภาพวาดและรูปปั้นอีก 700 ชิ้น พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่นี้ทำให้ผมคิดถึง “พิพิธภัณฑ์” ของพระเจ้า<br />
        พระเจ้าทรงเป็นศิลปิน และการทรงสร้างของพระองค์ดีเลิศเกินจะบรรยาย ผลงานชิ้นเอกของพระเจ้าคือแผนการไถ่เพื่อเราทุกคน เมื่อเราตายเพราะบาป ทรงทำให้เรากลับมีชีวิตในพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์(อฟ.2:1,5) เปาโลเตือนชาวเอเฟซัสว่าพวกเขาเป็น “ฝีพระหัตถ์” ของพระเจ้า ซึ่งในภาษากรีก มีความหมายว่า “บทกวี” หรือ “งานศิลปะ” พิพิธภัณฑ์ศิลปะของพระเจ้าคือคริสตจักร ซึ่งประกอบด้วยผลงานอันแสนมหัศจรรย์นับล้านๆชิ้น นั่นก็คือประชากรของพระองค์<br />
        เปาโลกล่าวว่า พระเจ้ามิได้ทรงเรียกร้องจากผลงานศิลปะของพระองค์ แต่เราจะต้องสำแดงความรักของพระเจ้าในทางปฏิบัติผ่านทางการกระทำดีของเรา พระเยซูตรัสว่า ความดีที่เราทำจะเป็นเหตุให้พระบิดาบนสวรรค์ได้รับการสรรเสริญ (มธ.5:16)<br />
        พระเจ้าไม่ได้สร้างเราขึ้นใหม่ในพระบุตร เพื่อให้เราเป็นเพียงผลงานในพิพิธภัณฑ์ พระองค์ทรงไถ่เรา เพื่อการดีของเราจะแสดงสีสันสดใสแห่งการช่วยกู้และพระคุณของพระองค์ และนำโลกแห่งความมืดมาสู่ความสว่างไสวแห่งความรักของพระองค์ – MW</p>
<p class="poem">ข้าร้องเพลงเรื่องพระมหาไถ่<br />
พระโลหิตทรงไถ่ข้าไว้<br />
บนกางเขนประทับตรายกโทษ<br />
ข้าจึงรอดพ้นโทษเป็นไท &#8211; Bliss</p>
<p class="remark">พยานที่ดีที่สุด คือผู้ที่เป็นพยานด้วยชีวิตของเขา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/07/10/god%e2%80%99s-masterpieces/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
