จอดก่อน

February 20th, 2010 3 comments

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์

อ่าน: กันดารวิถี 9:19-23
ข้าพเจ้าได้เพียรรอคอยพระเจ้า พระองค์ทรงเอนพระองค์ลงฟังคำร้องทูลของข้าพเจ้า – สดุดี 40:1

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 26-27, มาระโก 2

การนำรถเข้าจอดเป็นปัญหามาตลอดชีวิตฉัน เป็นเพราะครูสอนขับรถไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากนัก ฉันจึงไม่เคยได้ฝึกถอยรถเข้าช่องจอด จนกระทั่งหลายปีหลังจากนั้น และครูก็ไม่ได้สอนให้ฉันจอดรถเทียบฟุตบาทอีกด้วย ฉันเองก็เลี่ยงไม่จอดรถ หากไม่มีที่กว้างพอขนาดจอดรถได้สองถึงสามคัน

และฉันก็ไม่เข้าใจคำกล่าวที่ฉันได้ยินเมื่อตอนเป็นอนุชนว่า “พระเจ้าไม่อาจนำวิถีรถที่จอดอยู่่” คำกล่าวนั้นเป็นเครื่องท้าทายให้ชีวิตฉันอยู่ในความเคลื่อนไหว และไปตามทางที่พระเจ้าจะทรงนำฉันไปในทิศทางที่ถูกต้อง แนวคิดนี้น่าสนใจ แต่พระเจ้าไม่ได้ใช้วิธีการนี้เสมอไป บางครั้ง พระองค์เจตนาให้เรา “ยังคงจอดอยู่” สักครู่

ขณะที่โมเสสยังอยู่ในถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าทรงให้ชาวอิสราเอลหยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง ทรงนำพวกเขาโดยเมฆ และเมื่อเมฆหยุดนิ่งเป็นเวลาหลายวัน “คนอิสราเอลก็ปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้าไม่ยกเดินไป” (กดว.9:19) การรอคอยไม่ง่ายเสมอไป แต่บางครั้งพระเจ้าต้องการให้เราอยู่ในที่ซึ่งพระองค์ทรงวางเราไว้ เขียนพระธรรมสดุดีเตือนเราว่า “จงรอคอยพระเจ้า จงเข้มแข็งและให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด เออ จงรอคอยพระเจ้า” (27:14)

คุณอาจรู้สึกว่าคุณกำลังติดอยู่กับที่ และรับใช้พระเจ้าเหมือนแค่หมุนพวงมาลัยไปมา จงเปิดใจรอคอยการทรงนำจากพระเจ้า แล้วคุณจะพร้อมเปลี่ยนเกียร์เมื่อคุณได้ยินพระเจ้าตรัสว่า “จงไปทางนี้” – CHK

ยามเรารอการทรงนำของพระองค์
พระเจ้าทรงบอกให้เราแสวงหา
พระสิริของพระองค์โดยภาวนา
พักสงบ คอยท่า และวางใจ – Hess

พระเจ้าเป็นผู้บัญชาการให้เราหยุด เช่นเดียวกันกับที่ทรงบัญชาให้เราก้าวไป

Read more…

เปลี่ยนทิศทาง

January 20th, 2010 8 comments


วันพุธที่ 20 มกราคม

อ่าน: ปฐมกาล 39:1-10
พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ – ปฐมกาล 39:2

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ปฐมกาล 49-50, มัทธิว 13:31-58

        นักเปียโน ลีออง เฟรเชอร์ ออกแสดงดนตรีครั้งแรกร่วมกับวงนิวยอร์คฟิลฮาโมนิคที่คาร์เนกีฮอล์ลเมื่ออายุเพียง 16 ปี เขายังชนะการแข่งขันชิงแชมป์ต่างๆในระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงและได้เล่นดนตรีในโรงมหรสพดนตรีที่ดีที่สุดในโลกหลายแห่ง แต่เมื่อเขาอายุ 37 ปี เฟรเชอร์ต้องทนทุกข์กับโรคกล้ามเนื้อเสื่อมซึ่งเป็นโรคทางระบบประสาท จนทำให้มือขวาใช้การไม่ได้ หลังจากช่วงเวลาแห่งความท้อแท้และสิ้นหวัง เขาเบนเข็มไปเป็นครูและเป็นวาทยากร เขากล่าวว่าเขารักดนตรีมากกว่าเปียโน
        หากฝันของเราพังทลาย เราจะตอบสนองอย่างไร? หลังจากที่โยเซฟ บุตรชายคนโปรดของยาโคบ ถูกพวกพี่ชายขายไปเป็นทาส (ปฐก.37:12-36) เขาน่าจะรู้สึกสงสารตัวเองและจมอยู่กับเรื่องของตัวเอง แต่โยเซฟยังคงเชื่อในพระเจ้า ในปฐมกาล 39 บอกถึงสี่ครั้งว่า “พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับ” โยเซฟ (ข้อ 2-3,21,23) และการกระทำของเขาก็สำแดงถึงความสัตย์ซื่อที่เขามีต่อพระเจ้า และเจ้านายของโยเซฟที่อียิปต์รับรู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเขาเพราะได้เห็นว่าเขามีชีวิตที่เป็นแบบอย่าง
        เรารักพระเจ้ามากกว่าความฝันของเราหรือไม่? แม้ว่าโยเซฟอาจจะโศกเศร้ากับการสูญเสียในอดีตและชีวิตที่ผ่านมา แต่พระเจ้าทรงนำเขามาสู่การทรงเรียกที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน วันนี้ พระเจ้าทรงปรารถนาจะนำหน้าเรา เราเต็มใจจะให้พระองค์ทรงเปลี่ยนทิศทางชีวิตของเราหรือไม่? – DCM

แม้แผนการไม่เป็นไปดังใจหมาย
แม้ความหวังสูญสลายมลายสิ้น
แต่ฉันยังวางใจฝากชีวิน
พระเจ้านำหน้าทุกถิ่นที่ก้าวไป – Overton

ใจของมนุษย์กะแผนงานทางของเขา แต่พระเจ้าทรงนำย่างเท้าของเขา – สุภาษิต 16:9

Read more…

เรื่องบังเอิญ?

December 10th, 2009 3 comments

วันพฤหัสที่ 10 ธันวาคม

อ่าน: นางรูธ 2:1-12
จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น – สุภาษิต 3:6

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โฮเชยา 1-4, วิวรณ์ 1

        ฮวงเป็นนักวิทยาศาสตร์และได้ไปดูงานที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐมินเนโซตา เมื่อปี 1994 เขาไม่ได้เชื่อพระเจ้า แต่ขณะนั้นเขาได้พบกลุ่มคริสเตียนและรู้สึกชอบมิตรภาพของพวกเขา ดังนั้น เมื่อเพื่อนคริสเตียนรู้ว่าฮวงจะเดินทางกลับไปปักกิ่ง พวกเขาก็ได้ให้ชื่อของคริสเตียนคนหนึ่งที่กำลังจะย้ายไปที่นั่น เพื่อที่ฮวงจะสามารถติดต่อได้
        ระหว่างการเดินทางกลับปักกิ่ง เครื่องบินมีปัญหาและต้องจอดค้างคืนที่ซีแอตเทิล สายการบินได้จัดให้ฮวงพักห้องเดียวกันกับคนที่เขาจะติดต่อพอดี! เมื่อทั้งสองมาถึงปักกิ่ง จึงเริ่มพบกันทุกสัปดาห์เพื่อเรียนพระคัมภีร์ และปีต่อมาฮวงได้ตัดสินใจมอบถวายชีวิตแด่พระคริสต์ นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้า
        ในพระธรรมนางรูธ 2 รูธ “เข้าไปในนาของโบอาส” (ข้อ 3) โบอาสถามคนใช้ของเขาว่าเธอเป็นใคร (ข้อ 5) ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้โบอาสเกิดความสนใจรูธเป็นพิเศษ เมื่อรูธถามว่าเหตุใดเขาจึงเมตตาต่อเธอเช่นนั้น โบอาสตอบว่า “ทุกอย่างที่เจ้าได้ปฏิบัติต่อแม่ผัวของเจ้า…มีคนมาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว…พระเจ้าทรงตอบแทนความดีของเจ้าและปูนบำเหน็จอันบริบูรณ์แก่เจ้า” (ข้อ 11-12)
        เหตุการณ์ในชีวิตของรูธและฮวงนั้นเป็นแค่เรื่องบังเอิญหรือ? ไม่ใช่ เพราะไม่มีประชากรคนหนึ่งคนใดของพระเจ้าจะอยู่นอกแผนการแห่งการทรงนำและการจัดเตรียมของพระเจ้า – AL

ฉันรู้ดีหัตถ์พระเจ้าทรงค้ำชู วันข้างหน้าฉันไม่รู้ก็มั่นใจ
เพราะตระหนักพระองค์จูงมือฉันไว้ มิหวั่นไหวเดินไปไร้กังวล
ทุกๆ สิ่งเกิดขึ้นในชีวิตฉัน พระองค์นั้นทรงจัดวางไว้แต่ต้น
มิใช่เรื่องบังเอิญที่ต้องผจญ ทรงนำฉันผ่านพ้นโดยพระคุณ – Smith

“เรื่องบังเอิญ” อาจเป็นความมุ่งหมายของพระเจ้า

Read more…