<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; การทดสอบ</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>จะหยุดร้องเพลงได้อย่างไร</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/29/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87e/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/29/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87e/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1723</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2010 อ่าน: สดุดี 146 ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้า ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสดุดีถวายพระเจ้าของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้ายังเป็นอยู่ &#8211; สดุดี 146:2 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 126-128, 1 โครินธ์ 10:19-33 โรเบิร์ต โลว์รีย์ รู้สึกว่าการเทศนาเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของท่าน แต่ศิษยาภิบาลแห่งศตวรรษที่ 19 ผู้นี้ กลับเป็นที่จดจำเพราะท่านประพันธ์บทเพลงทั้งเนื้อร้องและทำนองของพระกิตติคุณและบทเพลงนมัสการ รวมกว่า 500 เพลง เช่นเพลง “พระคริสต์ฟื้นขึ้น” “ข้าขอพึ่งพระองค์เจ้า” และ “ที่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งชีวี” ในปี 1860 ขณะที่สหรัฐกำลังจะเข้าสู่สงครามกลางเมือง โลว์รีย์ไม่ได้จดจ่อกับสถานการณ์ที่กำลังคุกคามประเทศ แต่กลับจดจ่ออยู่ที่พระคริสต์ ผู้ไม่เปลี่ยนแปลง ท่านได้เขียนบทเพลงอมตะต่อไปนี้ แม้ว่าความยินดีความสบาย จะจางหายไปจากใจของฉัน แต่พระเจ้ายังดำรงทรงชีวัน ความหวังพลันเปล่งประกายในฤทัย แม้เวลาชีวิตฉันมืดมน มีบทเพลงเต็มล้นพระประทานให้ ฉันพึ่งพาพระองค์ไม่หวั่นไหว ทรงยิ่งใหญ่เหนือสวรรค์และแผ่นดิน ความมั่นใจในพระเจ้าของโลว์รีย์ในยามทุกข์ลำบากนี้สะท้อนถึงสิ่งที่ผู้เขียนสดุดีว่า “อย่าวางใจในเจ้านาย ในบุตรของมนุษย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 146 </span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้า ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสดุดีถวายพระเจ้าของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้ายังเป็นอยู่  &#8211; สดุดี 146:2 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 126-128, 1 โครินธ์ 10:19-33</p>
<div id="mana_contents">
<p>โรเบิร์ต โลว์รีย์ รู้สึกว่าการเทศนาเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของท่าน แต่ศิษยาภิบาลแห่งศตวรรษที่ 19 ผู้นี้ กลับเป็นที่จดจำเพราะท่านประพันธ์บทเพลงทั้งเนื้อร้องและทำนองของพระกิตติคุณและบทเพลงนมัสการ รวมกว่า 500 เพลง เช่นเพลง “พระคริสต์ฟื้นขึ้น” “ข้าขอพึ่งพระองค์เจ้า” และ “ที่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งชีวี”
<p>ในปี 1860 ขณะที่สหรัฐกำลังจะเข้าสู่สงครามกลางเมือง โลว์รีย์ไม่ได้จดจ่อกับสถานการณ์ที่กำลังคุกคามประเทศ แต่กลับจดจ่ออยู่ที่พระคริสต์ ผู้ไม่เปลี่ยนแปลง ท่านได้เขียนบทเพลงอมตะต่อไปนี้
<p>แม้ว่าความยินดีความสบาย
<p>จะจางหายไปจากใจของฉัน
<p>แต่พระเจ้ายังดำรงทรงชีวัน
<p>ความหวังพลันเปล่งประกายในฤทัย
<p>แม้เวลาชีวิตฉันมืดมน
<p>มีบทเพลงเต็มล้นพระประทานให้
<p>ฉันพึ่งพาพระองค์ไม่หวั่นไหว
<p>ทรงยิ่งใหญ่เหนือสวรรค์และแผ่นดิน
<p>ความมั่นใจในพระเจ้าของโลว์รีย์ในยามทุกข์ลำบากนี้สะท้อนถึงสิ่งที่ผู้เขียนสดุดีว่า “อย่าวางใจในเจ้านาย ในบุตรของมนุษย์ ซึ่งไม่มีความช่วยเหลืออยู่ในตัวเขา เมื่อลมหายใจของเขาพรากไป เขาก็กลับคืนเป็นดินในวันเดียว กันนั้นความคิดของเขาก็พินาศ คนที่ผู้อุปถัมภ์ของเขาคือพระเจ้าของยาโคบ ก็เป็นสุข คือผู้ที่ความหวังของเขาอยู่ในพระเจ้าของเขา”(สดด.146:3-5)
<p>ไม่ว่าคุณจะตอบสนองต่อชีวิตด้วยการจดจ่อที่ความเชื่อหรือความกลัว แต่เรารู้ว่า “พระเจ้าทรงครอบครองเป็นนิตย์” (ข้อ 10) เราจึงไม่อาจหยุดร้องเพลงสรรเสริญได้ &#8211; DCM
</p></div>
<p class="poem">

</p>
<p class="remark">หากคุณยังคงปรับคลื่นตรงกับพระเจ้า คุณก็สามารถร้องเพลงได้แม้กระทั่งในความมืด</p>
<p><span id="more-1723"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100829.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/29/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทรงฤทธานุภาพเหนือทุกสิ่ง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/15/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4e/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/15/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4e/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1698</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2010 อ่าน: สดุดี 93 พระเจ้าทรงครอบครอง พระองค์ทรงสวมความยิ่งใหญ่ พระเจ้าทรงสวมฉลองพระองค์พระองค์ ทรงเอาพระกำลังคาดพระองค์ &#8211; สดุดี 93:1 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 91-93, โรม 15:1-13 น้ำตกอิกัวซู ซึ่งตั้งอยู่ที่พรมแดนประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่น่าทึ่ง เนื่องจากเป็นระบบน้ำตกที่ประกอบด้วยน้ำตกขนาดเล็ก 275 สาย เรียงรายไปตามแม่น้ำอิกัวซูยาว 2.7 กิโลเมตร (1.67 ไมล์) น้ำตกฝั่งประเทศบราซิลมีกำแพงสลักข้อพระคัมภีร์สดุดี 93:4 จารึกอยู่ ใจความว่า “พระเจ้าบนที่สูงนั้นทรงมหิทธิฤทธิ์ ยิ่งกว่าเสียงของน้ำมากหลาย ทรงมหิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าคลื่นทะเล” และใต้ข้อพระคัมภีร์ดังกล่าวมีข้อความว่า “พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าทุกปัญหาของเรา” ผู้เขียนสดุดี 93 เขียนพระธรรมตอนนี้ขึ้นในยุคที่ประเทศต่างๆ ปกครองด้วยกษัตริย์ ท่านตระหนักว่าพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง ท่านเขียนว่า “พระเจ้าทรงครอบครอง&#8230; พระที่นั่งของพระองค์ได้สถาปนาไว้แล้วตั้งแต่กาลดึกดำบรรพ์ พระองค์ดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาล”(ข้อ1-2) ไม่ว่ากระแสน้ำหรือคลื่นจะรุนแรงเพียงใด พระเจ้ายังคงยิ่งใหญ่กว่าสิ่งทั้งปวง เสียงของน้ำตกอาจฟังดูยิ่งใหญโอฬาร แต่เราคงไม่รู้สึกดีเช่นนั้นหาก ถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปเบื้องล่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 93 </span><br />
<span class="biblemessage">พระเจ้าทรงครอบครอง พระองค์ทรงสวมความยิ่งใหญ่ พระเจ้าทรงสวมฉลองพระองค์พระองค์ ทรงเอาพระกำลังคาดพระองค์  &#8211; สดุดี 93:1 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 91-93, โรม 15:1-13</p>
<div id="mana_contents">
<p>น้ำตกอิกัวซู ซึ่งตั้งอยู่ที่พรมแดนประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่น่าทึ่ง เนื่องจากเป็นระบบน้ำตกที่ประกอบด้วยน้ำตกขนาดเล็ก 275 สาย เรียงรายไปตามแม่น้ำอิกัวซูยาว 2.7 กิโลเมตร (1.67 ไมล์) น้ำตกฝั่งประเทศบราซิลมีกำแพงสลักข้อพระคัมภีร์สดุดี 93:4 จารึกอยู่ ใจความว่า “พระเจ้าบนที่สูงนั้นทรงมหิทธิฤทธิ์ ยิ่งกว่าเสียงของน้ำมากหลาย ทรงมหิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าคลื่นทะเล” และใต้ข้อพระคัมภีร์ดังกล่าวมีข้อความว่า “พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าทุกปัญหาของเรา”
<p>ผู้เขียนสดุดี 93 เขียนพระธรรมตอนนี้ขึ้นในยุคที่ประเทศต่างๆ ปกครองด้วยกษัตริย์ ท่านตระหนักว่าพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง ท่านเขียนว่า “พระเจ้าทรงครอบครอง&#8230; พระที่นั่งของพระองค์ได้สถาปนาไว้แล้วตั้งแต่กาลดึกดำบรรพ์ พระองค์ดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาล”(ข้อ1-2) ไม่ว่ากระแสน้ำหรือคลื่นจะรุนแรงเพียงใด พระเจ้ายังคงยิ่งใหญ่กว่าสิ่งทั้งปวง
<p>เสียงของน้ำตกอาจฟังดูยิ่งใหญโอฬาร แต่เราคงไม่รู้สึกดีเช่นนั้นหาก   ถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปเบื้องล่าง คุณอาจจะกำลังเผชิญสถานการณ์เช่นนี้อยู่ในวันนี้ เป็นปัญหาสุขภาพ การเงินหรือความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้น จนคุณรู้สึกราวกับว่ากำลังจะร่วงหล่นลงไปยังน้ำตกเบื้องล่าง
<p>ในสถานการณ์เช่นนี้ คริสเตียนรู้ดีว่าจะหันไปหาผู้ใด บุคคลนั้น คือพระเจ้า ผู้ทรง “กระทำสารพัดมากยิ่งกว่าที่เราจะทูลขอหรือคิดได้” (อฟ.3:20) เพราะพระองค์ทรงยิ่งใหญ่กว่าปัญหาทั้งปวงของเรา &#8211; CPH
</p></div>
<p class="poem">
องค์พระเจ้าผู้ทรงพระเมตตา  เติมพลังแก่ข้ายามสิ้นหวัง <br />
พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์เสริมกำลัง  ด้วยทรงรักจีรังใส่พระทัย – D. De Haan
</p>
<p class="remark">อย่าวัดฤทธิ์อำนาจอันไม่จำกัดของพระเจ้า ด้วยความคาดหวังอันจำกัดของเรา</p>
<p><span id="more-1698"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100815.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/15/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กอหนามและดอกบัตเตอร์คัพ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/23/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/23/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2010 17:01:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1569</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2010 อ่าน: กิจการ 14:1-22 เราทั้งหลายจำต้องทนความยากลำบากมาก จึงจะได้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า &#8211; กิจการ 14:22 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 9-10, กิจการ 7:1-21 ดอกบัตเตอร์คัพในสนามหลังบ้านของเรา บานสะพรั่งและสวยงามกว่าปกติ เพราะปริมาณน้ำฝนในฤดูใบไม้ผลิที่พระเจ้าประทาน ให้ฉันอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนที่มันจะเฉาไป แต่ก็เข้าไปใกล้ได้ไม่มากนัก เพราะพวกมันเติบโตบนพื้นดินที่เปียกชื้น และเฉอะแฉะมาก บ่ายที่แดดดีวันหนึ่ง ฉันสวมรองเท้าบู๊ต แล้วเดินย่ำฝ่าพงหนามและพุ่มไม้ เพื่อมุ่งสู่บึงบัตเตอร์คัพ แต่ก่อนที่ฉันจะได้ถ่ายรูป เท้าของฉัน ก็เต็มไปด้วยโคลน รอยขีดข่วน และรอยแมลงกัดมากมาย แต่การได้เห็นดอกบัตเตอร์คัพ ก็คุ้มค่ากับความลำบากชั่วคราวเหล่านั้น หลายครั้งชีวิตก็เป็นเรื่องของ “การฝ่าฟัน” การทดลองและปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกแห่งความบาปนี้ การทดลองอย่างหนึ่งก็คือการข่มเหง เหล่าสาวกต้องประสบกับความจริงข้อนี้ พวกเขารู้ถึงสิ่งดี ที่พระเยซูทรงจัดเตรียมไว้ให้แก่ผู้ที่ติดตามพระองค์ แต่เมื่อพวกเขาพยายามแบ่งปันสิ่งดีนี้แก่ผู้อื่น พวกเขากลับต้องเผชิญการต่อต้านที่หยาบคาย (กจ.14:5) พวกเราซึ่งเลือกเดินในทางของพระเจ้า และรู้โดยประสบการณ์ว่านี่เป็นทาง “อันใหญ่ยิ่งกว่า” (1 คร.12:31) จะต้องพยายามต่อไป แม้ต้องฝ่าฟันอันตรายและความยากลำบาก เพื่อสำแดงให้ผู้อื่นเห็นภาพอันงดงามแห่งสันติสุข [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กิจการ 14:1-22</span><br />
<span class="biblemessage">เราทั้งหลายจำต้องทนความยากลำบากมาก จึงจะได้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า  &#8211; กิจการ 14:22</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เอสเธอร์ 9-10, กิจการ 7:1-21</p>
<div id="mana_contents">
<p>ดอกบัตเตอร์คัพในสนามหลังบ้านของเรา บานสะพรั่งและสวยงามกว่าปกติ เพราะปริมาณน้ำฝนในฤดูใบไม้ผลิที่พระเจ้าประทาน ให้ฉันอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนที่มันจะเฉาไป แต่ก็เข้าไปใกล้ได้ไม่มากนัก เพราะพวกมันเติบโตบนพื้นดินที่เปียกชื้น และเฉอะแฉะมาก บ่ายที่แดดดีวันหนึ่ง ฉันสวมรองเท้าบู๊ต แล้วเดินย่ำฝ่าพงหนามและพุ่มไม้ เพื่อมุ่งสู่บึงบัตเตอร์คัพ แต่ก่อนที่ฉันจะได้ถ่ายรูป เท้าของฉัน ก็เต็มไปด้วยโคลน รอยขีดข่วน และรอยแมลงกัดมากมาย แต่การได้เห็นดอกบัตเตอร์คัพ ก็คุ้มค่ากับความลำบากชั่วคราวเหล่านั้น  </p>
<p>หลายครั้งชีวิตก็เป็นเรื่องของ “การฝ่าฟัน” การทดลองและปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกแห่งความบาปนี้ การทดลองอย่างหนึ่งก็คือการข่มเหง เหล่าสาวกต้องประสบกับความจริงข้อนี้ พวกเขารู้ถึงสิ่งดี ที่พระเยซูทรงจัดเตรียมไว้ให้แก่ผู้ที่ติดตามพระองค์ แต่เมื่อพวกเขาพยายามแบ่งปันสิ่งดีนี้แก่ผู้อื่น พวกเขากลับต้องเผชิญการต่อต้านที่หยาบคาย (กจ.14:5)  </p>
<p>พวกเราซึ่งเลือกเดินในทางของพระเจ้า และรู้โดยประสบการณ์ว่านี่เป็นทาง “อันใหญ่ยิ่งกว่า” (1 คร.12:31) จะต้องพยายามต่อไป แม้ต้องฝ่าฟันอันตรายและความยากลำบาก เพื่อสำแดงให้ผู้อื่นเห็นภาพอันงดงามแห่งสันติสุข พระเมตตา และการให้อภัยของพระเจ้า ความชื่นชมยินดีที่รออยู่ คุ้มค่ากับความลำบากชั่วคราวเหล่านี้ &#8211; JAL
</p></div>
<p class="poem">
ทุกชีวีล้วนมีเรื่องปัญหา   <br />
ผ่านเข้ามาแล้วถึงคราก็ผ่านไป <br />
หวังสักวันจะพบความสุขได้   <br />
อยู่เมืองแมนวิไลตราบนิรันดร์ – D. De Haan
</p>
<p class="remark">โลก คือดินแดนแห่งการทดลอง สวรรค์ คือดินแดนแห่งความชื่นชมยินดี</p>
<p><span id="more-1569"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100623.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/23/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหตุใดจึงต้องทนทุกข์?</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/17/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/17/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Jun 2010 17:01:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[การทนทุกข์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1557</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2010 อ่าน: มัทธิว 5:1-12 บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข &#8211; มัทธิว 5:3 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 7-9, กิจการ 3 พระเยซูทรงสอนว่า การมองโลกในมุมมองของพระเจ้านั้น มักจะเข้าข้างผู้ที่เป็นทุกข์ คำสอนเหล่านี้ปรากฏอยู่ในคำเทศนาบนภูเขา และในพระดำรัสอื่นๆของพระเยซูได้แก่ คนต้นจะต้องกลับไปเป็นคนสุดท้าย (มธ.19:30; มก. 10:31; ลก.13:30) ผู้ที่ถ่อมตัวลงจะได้รับการยกขึ้น (ลก.14:11; 18:14) แต่เพราะเหตุใดพระเจ้าจึงทรงใส่ใจเป็นพิเศษต่อผู้ที่ทนทุกข์ 1.ความทุกข์ช่วยให้เราตระหนักว่า เราต้อง การความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน 2.ความทุกข์ช่วยให้เรามีประสบการณ์ในการพึ่งพาพระเจ้า และพึ่งพาซึ่งกันและกัน 3.ความทุกข์ช่วยให้เรารู้ความแตกต่าง ระหว่างความจำเป็นกับความฟุ่มเฟือย 4.ความทุกข์ช่วยให้เราตอบสนองต่อข่าวประเสริฐ เพราะเราจะร้องหาพระเจ้าเมื่อถึงที่สุดแล้ว ความสุขเป็นของผู้ที่รู้สึกบกพร่อง ผู้ที่หิวกระหาย ผู้ที่โศกเศร้า และผู้ที่ทนทุกข์ (มธ.5:3-6) เพราะคนเหล่านี้รับรู้อยู่ทุกวันว่า พวกเขาขาดแคลนสิ่งจำเป็นในชีวิต พวกเขาจึงต้องพึ่งพากำลังจากที่อื่น แต่ส่วนผู้คนที่ร่ำรวย ประสบความสำเร็จ และหน้าตาดี อาจใช้ ชีวิตโดยพึ่งพาความสามารถตามธรรมชาติของตน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: มัทธิว 5:1-12</span><br />
<span class="biblemessage">บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข  &#8211; มัทธิว 5:3</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เนหะมีย์ 7-9, กิจการ 3</p>
<div id="mana_contents">
<p>พระเยซูทรงสอนว่า การมองโลกในมุมมองของพระเจ้านั้น มักจะเข้าข้างผู้ที่เป็นทุกข์ คำสอนเหล่านี้ปรากฏอยู่ในคำเทศนาบนภูเขา และในพระดำรัสอื่นๆของพระเยซูได้แก่ คนต้นจะต้องกลับไปเป็นคนสุดท้าย (มธ.19:30; มก. 10:31; ลก.13:30) ผู้ที่ถ่อมตัวลงจะได้รับการยกขึ้น (ลก.14:11; 18:14) แต่เพราะเหตุใดพระเจ้าจึงทรงใส่ใจเป็นพิเศษต่อผู้ที่ทนทุกข์  </p>
<p>1.ความทุกข์ช่วยให้เราตระหนักว่า เราต้อง การความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน  </p>
<p>2.ความทุกข์ช่วยให้เรามีประสบการณ์ในการพึ่งพาพระเจ้า และพึ่งพาซึ่งกันและกัน  </p>
<p>3.ความทุกข์ช่วยให้เรารู้ความแตกต่าง ระหว่างความจำเป็นกับความฟุ่มเฟือย  </p>
<p>4.ความทุกข์ช่วยให้เราตอบสนองต่อข่าวประเสริฐ เพราะเราจะร้องหาพระเจ้าเมื่อถึงที่สุดแล้ว  </p>
<p>ความสุขเป็นของผู้ที่รู้สึกบกพร่อง ผู้ที่หิวกระหาย ผู้ที่โศกเศร้า และผู้ที่ทนทุกข์ (มธ.5:3-6) เพราะคนเหล่านี้รับรู้อยู่ทุกวันว่า พวกเขาขาดแคลนสิ่งจำเป็นในชีวิต พวกเขาจึงต้องพึ่งพากำลังจากที่อื่น แต่ส่วนผู้คนที่ร่ำรวย ประสบความสำเร็จ และหน้าตาดี อาจใช้ ชีวิตโดยพึ่งพาความสามารถตามธรรมชาติของตน แต่ผู้คนที่ขาดแคลน ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น และไม่พอใจกับชีวิต เป็นผู้ที่มีแนวโน้มจะยอมรับเอาของประทานแห่งความรักจากพระเจ้ามากกว่า  </p>
<p>เหตุใด “บุคคลผู้ใด รู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข”? เพราะ “แผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา” (มธ.5:3) &#8211; PY
</p></div>
<p class="poem">
ความลำบากการทดลองในชีวิต    	สอนให้เรารู้จักคิดพึ่งพระเจ้า <br />
ทั้งตระหนักความอ่อนแอของตัวเรา    	มีพระคุณบรรเทาและปลอบโยน – Sper
</p>
<p class="remark">ยิ่งเรารู้สึกอ่อนแอมากเท่าไร เรายิ่งพึ่งพาพระเจ้ามากเท่านั้น</p>
<p><span id="more-1557"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100617.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/06/17/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตที่เปราะบาง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/12/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/12/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Nov 2009 17:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรักของพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=906</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 12 พฤศจิกายน อ่าน: โยบ 1:13-22 แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อมิให้เราไว้ใจในตนเอง แต่ให้ไว้ใจในพระเจ้า &#8211; 2 โครินธ์ 1:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 51-52, ฮีบรู 9         ฉันกำลังเดินอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังคงปะทุอยู่ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone) ทำให้ฉันรู้สึกทึ่ง แต่เมื่อฉันเดินไปท่ามกลางน้ำพุร้อน ฉันจึงตระหนักว่าอันตรายอยู่ใกล้แค่เอื้อม         ขณะที่อ่านพระธรรมโยบ ฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังเดินอยู่ในอุทยานเยลโลว์สโตนในวันที่ภูเขาไฟกำลังระเบิด จนเปลือกโลกแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และภัยพิบัติมาเยือน         โยบกำลังมีความสุขกับชีวิตเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมอุทยานฯ เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่กั้นเขาไว้จากภัยพิบัติเป็นเพียงรั้วบางๆ (โยบ 1:9-10) เมื่อพระเจ้าทรงเอารั้วออกและอนุญาตให้ซาตานทดสอบโยบ ชีวิตของเขาก็พังทลาย (ข้อ 13-19)         ผู้เชื่อจำนวนมากอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าพระเจ้าทรงเอารั้วกั้นออกไปจากชีวิตของพวกเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง ส่วนบางคนก็ใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยไม่ได้ตระหนักถึงความเปราะบางของชีวิต เช่นเดียวกับสหายของโยบ พวกเขาคิดเอาเองว่าจะไม่มีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาไม่ได้ทำสิ่งที่สมควรกับโทษนั้น         แต่จากชีวิตของโยบ เราได้เรียนรู้ว่าบางครั้งพระเจ้าก็อนุญาตให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนดี แม้ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่ไม่มีสิ่งใดที่มีอำนาจทำลายผู้ที่วางใจในพระคริสต์ (2 คร.4:9) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพฤหัสที่ 12 พฤศจิกายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โยบ 1:13-22<br />
</span><span class="biblemessage">แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อมิให้เราไว้ใจในตนเอง แต่ให้ไว้ใจในพระเจ้า &#8211; 2 โครินธ์ 1:9<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 51-52, ฮีบรู 9</p>
<p>        ฉันกำลังเดินอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังคงปะทุอยู่ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone) ทำให้ฉันรู้สึกทึ่ง แต่เมื่อฉันเดินไปท่ามกลางน้ำพุร้อน ฉันจึงตระหนักว่าอันตรายอยู่ใกล้แค่เอื้อม<br />
        ขณะที่อ่านพระธรรมโยบ ฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังเดินอยู่ในอุทยานเยลโลว์สโตนในวันที่ภูเขาไฟกำลังระเบิด จนเปลือกโลกแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และภัยพิบัติมาเยือน<br />
        โยบกำลังมีความสุขกับชีวิตเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมอุทยานฯ เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่กั้นเขาไว้จากภัยพิบัติเป็นเพียงรั้วบางๆ (โยบ 1:9-10) เมื่อพระเจ้าทรงเอารั้วออกและอนุญาตให้ซาตานทดสอบโยบ ชีวิตของเขาก็พังทลาย (ข้อ 13-19)<br />
        ผู้เชื่อจำนวนมากอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าพระเจ้าทรงเอารั้วกั้นออกไปจากชีวิตของพวกเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง ส่วนบางคนก็ใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยไม่ได้ตระหนักถึงความเปราะบางของชีวิต เช่นเดียวกับสหายของโยบ พวกเขาคิดเอาเองว่าจะไม่มีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาไม่ได้ทำสิ่งที่สมควรกับโทษนั้น<br />
        แต่จากชีวิตของโยบ เราได้เรียนรู้ว่าบางครั้งพระเจ้าก็อนุญาตให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนดี แม้ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่ไม่มีสิ่งใดที่มีอำนาจทำลายผู้ที่วางใจในพระคริสต์ (2 คร.4:9) ไม่มีภัยพิบัติใดๆที่สามารถแยกเราจากความรักของพระเจ้าได้ &#8211; JAL</p>
<p class="poem">แม้หนทางยิ่งมืดมนจนปัญญา<br />
ทุกข์หนักหนากดดันทุกค่ำเช้า<br />
จะอดทนพึ่งพิงในรักพระเจ้า<br />
มีใครเล่ารู้จักเราเท่าพระองค์ – Pentecost</p>
<p class="remark">ความรักของพระเจ้ายังคงหยัดยืน<br />
แม้สิ่งอื่นจะเสื่อมสลายไป</p>
<p><span id="more-906"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20091112.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/11/12/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำอธิษฐานของจูลี่</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/23/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/23/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 17:01:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[การอธิษฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=728</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 23 กันยายน อ่าน: ยอห์น 14:12-14 สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น เพื่อว่าพระบิดาจะทรงได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ทางพระบุตร -ยอห์น 14:13 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เพลงซาโลมอน 1-3, กาลาเทีย 2         ในปี 2008 คณะทำงานของภาพยนตร์เรื่องวันแห่งการค้นพบ (Day of Discovery) ได้ไปปฎิบัติภารกิจพิเศษที่ประเทศจีน คือ การตามรอยชีวิตของมิชชันนารีชื่อ เอริค ลิดเดิลนักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิกปี 1924 ที่เรื่องของเขาได้ทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง เกียรติยศแห่งชัยชนะ (Chariots of Fire) ลูกสาวสามคนของเอริคได้เดินทางไปด้วย คือ แพทริเซีย เฮเธอร์ และมอร์รีน ซึ่งมีโอกาสกลับไปเยี่ยมสถานที่หลายแห่งที่พี่สาวคนโตและคนรองเคยอยู่ในประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีป้าหลุยส์ของพวกเธอเดินทางไปด้วย         วันหนึ่งเมื่อคณะได้เดินทางมาถึงกรุงปักกิ่ง พวกเขาต้องเดินหอบกระเป๋าเดินทางค่อนข้างไกล จู่ๆป้าหลุยส์เกิดหายใจไม่ออก จูลี่ ริชาร์ดสัน คนหนึ่งในทีมนั่งลงข้างๆคุณป้า วางมือบนเข่าของท่าน แล้วอธิษฐานง่ายๆว่า &#8220;ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยให้คุณป้าหายใจได้ด้วยเถิด&#8221; ทันใดนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 23 กันยายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 14:12-14 </span><br />
<span class="biblemessage">สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น เพื่อว่าพระบิดาจะทรงได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ทางพระบุตร -ยอห์น 14:13</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เพลงซาโลมอน 1-3, กาลาเทีย 2</p>
<p>        ในปี 2008 คณะทำงานของภาพยนตร์เรื่องวันแห่งการค้นพบ (Day of Discovery) ได้ไปปฎิบัติภารกิจพิเศษที่ประเทศจีน คือ การตามรอยชีวิตของมิชชันนารีชื่อ เอริค ลิดเดิลนักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิกปี 1924 ที่เรื่องของเขาได้ทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง เกียรติยศแห่งชัยชนะ (Chariots of Fire) ลูกสาวสามคนของเอริคได้เดินทางไปด้วย คือ แพทริเซีย เฮเธอร์ และมอร์รีน ซึ่งมีโอกาสกลับไปเยี่ยมสถานที่หลายแห่งที่พี่สาวคนโตและคนรองเคยอยู่ในประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีป้าหลุยส์ของพวกเธอเดินทางไปด้วย<br />
        วันหนึ่งเมื่อคณะได้เดินทางมาถึงกรุงปักกิ่ง พวกเขาต้องเดินหอบกระเป๋าเดินทางค่อนข้างไกล จู่ๆป้าหลุยส์เกิดหายใจไม่ออก จูลี่ ริชาร์ดสัน คนหนึ่งในทีมนั่งลงข้างๆคุณป้า วางมือบนเข่าของท่าน แล้วอธิษฐานง่ายๆว่า &#8220;ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยให้คุณป้าหายใจได้ด้วยเถิด&#8221; ทันใดนั้น คุณป้าก็เริ่มหายใจได้เป็นปกติ<br />
        ภายหลัง เฮเธอร์ เล่าเรื่องนี้ และบอกว่าคำอธิษฐานของจูลี่ได้ปลุกความเชื่อของเธอขึ้นอีกครั้ง การสำแดงความเชื่อแบบธรรมดาของจูลี่ทำให้เฮเธอร์คิดถึงความสัมพันธ์นิรันดร์กับพระเยซู ซึ่งเธอได้ละเลยไปในชีวิต<br />
        เมื่อการทดลองเกิดขึ้นและพระเจ้าดูเหมือนอยู่ไกล ขอให้คิดถึงคำอธิษฐานของจูลี่ และรู้ว่า เราติดต่อกับพระเจ้าแห่งสากลโลกได้ด้วยการอธิษฐาน (ยน.14:13) &#8211; JDB</p>
<p class="poem">องค์พระเจ้าทรงอำนาจอธิปไตย<br />
ประทานพรพระคุณให้แต่ละวัน<br />
ทุกถ้อยคำเราวิงวอน<br />
พระทรงตอบตามพระทัย &#8211; Anon.</p>
<p class="remark">พระเจ้าทรงยินดีกับคำอธิษฐานที่จริงใจของประชากรของพระองค์</p>
<p><span id="more-728"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20090923.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/23/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รับการชูใจเพื่อชูใจ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2009 17:01:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[การปลอบโยน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=601</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 8 กันยายน อ่าน: 2 โครินธ์ 1:3-11 (พระเจ้า) ทรงชูใจเรา&#8230;เพื่อเราจะสามารถชูใจ&#8230;(ผู้อื่น)&#8230;ได้ด้วยความชูใจซึ่งตัวเราเองได้รับจากพระเจ้า -2 โครินธ์ 1:4 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 3-5, 2 โครินธ์ 1         ผมถามกลุ่มนักกีฬาคริสเตียนว่า ปกติแล้ว พวกเขาตอบสนองต่อความยากลำบากอย่างไร คำตอบของพวกเขามีทั้ง กลัว โกรธ เวทนาตัวเอง ก้าวร้าว สิ้นหวัง แสดงออก อย่างหยาบคาย เฉยชา และเข้าหาพระเจ้า ผมหนุนใจพวกเขาให้วางใจว่าพระเจ้าจะทรงชูใจพวกเขา แล้วใช้พวกเขาชูใจผู้อื่นด้วย         เปาโลก็ได้หนุนใจกลุ่มผู้เชื่อในเมืองโครินธ์ เช่นเดียวกับที่ผมหนุนใจนักกีฬาเหล่านั้น ท่านได้เตือนพวกเขาว่าความทุกข์ยากเป็นสิ่งที่ผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มีหลายคนถูกกลั่นแกล้ง ถูกจองจำ และถูกข่มเหง เพียงเพราะเขาเกี่ยวข้องกับพระเยซู เปาโลต้องการให้ชาวเมืองโครินธ์รู้ว่าท่ามกลางปัญหาเหล่านั้น พระเจ้าทรงเป็นแหล่งแห่งความช่วยเหลือของพวกเขา พระองค์จะเสด็จมาอยู่เคียงข้างเขาและช่วยให้พวกเขาตอบสนองอย่างชอบธรรม จากนั้น เปาโลได้บอกเหตุผลข้อหนึ่งในหลายๆข้อที่พระเจ้าทรงยอมให้เกิดความทุกข์ยากแล้วนำการชูใจมาสู่เรา นั่นคือ เพื่อชาวเมืองโครินธ์จะสามารถเห็นใจในความโศกเศร้าของผู้อื่นและชูใจผู้อื่นได้ (2 คร.1:4)         เมื่อเรามีความทุกข์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันอังคารที่ 8 กันยายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 2 โครินธ์ 1:3-11</span><br />
<span class="biblemessage">(พระเจ้า) ทรงชูใจเรา&#8230;เพื่อเราจะสามารถชูใจ&#8230;(ผู้อื่น)&#8230;ได้ด้วยความชูใจซึ่งตัวเราเองได้รับจากพระเจ้า -2 โครินธ์ 1:4</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 3-5, 2 โครินธ์ 1</p>
<p>        ผมถามกลุ่มนักกีฬาคริสเตียนว่า ปกติแล้ว พวกเขาตอบสนองต่อความยากลำบากอย่างไร คำตอบของพวกเขามีทั้ง กลัว โกรธ เวทนาตัวเอง ก้าวร้าว สิ้นหวัง แสดงออก อย่างหยาบคาย เฉยชา และเข้าหาพระเจ้า ผมหนุนใจพวกเขาให้วางใจว่าพระเจ้าจะทรงชูใจพวกเขา แล้วใช้พวกเขาชูใจผู้อื่นด้วย<br />
        เปาโลก็ได้หนุนใจกลุ่มผู้เชื่อในเมืองโครินธ์ เช่นเดียวกับที่ผมหนุนใจนักกีฬาเหล่านั้น ท่านได้เตือนพวกเขาว่าความทุกข์ยากเป็นสิ่งที่ผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มีหลายคนถูกกลั่นแกล้ง ถูกจองจำ และถูกข่มเหง เพียงเพราะเขาเกี่ยวข้องกับพระเยซู เปาโลต้องการให้ชาวเมืองโครินธ์รู้ว่าท่ามกลางปัญหาเหล่านั้น พระเจ้าทรงเป็นแหล่งแห่งความช่วยเหลือของพวกเขา พระองค์จะเสด็จมาอยู่เคียงข้างเขาและช่วยให้พวกเขาตอบสนองอย่างชอบธรรม จากนั้น เปาโลได้บอกเหตุผลข้อหนึ่งในหลายๆข้อที่พระเจ้าทรงยอมให้เกิดความทุกข์ยากแล้วนำการชูใจมาสู่เรา นั่นคือ เพื่อชาวเมืองโครินธ์จะสามารถเห็นใจในความโศกเศร้าของผู้อื่นและชูใจผู้อื่นได้ (2 คร.1:4)<br />
        เมื่อเรามีความทุกข์ ให้เราจำไว้ว่า พระเจ้าจะทรงนำการเล้าโลมใจมาถึงเราผ่านทางพระวจนะของพระองค์ ทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทางเพื่อนผู้เชื่อ พระเจ้าไม่ได้ทรงชูใจเราเพื่อให้เรารู้สึกดี แต่เราได้รับการปลอบโยนจากพระเจ้า ก็เพื่อที่เราจะได้ปลอบโยนผู้อื่น &#8211; MW</p>
<p class="poem">เมื่อพระเจ้าปลอบประโลมคุณอย่างไร<br />
จงส่งต่อกำลังใจถึงผู้คน<br />
ให้เขารู้ผู้ประทานความรักล้น<br />
คือพระเจ้าแห่งสากลของพวกเรา<br />
– Hess</p>
<p class="remark">เมื่อพระเจ้าอนุญาตให้เกิดความทุกข์<br />
พระองค์ก็ประทานการชูใจด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเดินทาง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2009 17:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=581</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 3 กันยายน อ่าน: ฟีลิปปี 1:8-18 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านทราบว่าการทั้งปวงที่อุบัติขึ้นกับข้าพเจ้านั้น ได้กลับเป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่แพร่กว้างออกไป &#8211; ฟีลิปปี 1:12 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:สดุดี 140-142, 1 โครินธ์ 14:1-20         ในแผนที่ที่ปกหลังพระคัมภีร์ของผม ได้บอกเส้นทางการไปประกาศข่าวประเสริฐของเปาโลด้วยเส้นสีที่มีลูกศรบอกทิศทาง ในการเดินทาง 3 ครั้งแรก ลูกศรชี้เส้นทางจากจุดเริ่มต้นและบอกเส้นทางกลับ แต่ในการเดินทางครั้งที่ 4 เปาโลไปในฐานะของนักโทษของซีซาร์และลูกศรแสดงการเดินทางของท่านชี้ไปเพียงเที่ยวเดียว คือ สิ้นสุดลงที่โรม         เราอาจอยากจะเรียกการเดินทางครั้งนี้ว่า่ คราวอับโชคในชีวิตของเปาโล แต่ตัวของท่านเองกลับเห็นว่าในการเดินทางครั้งนี้ พระเจ้าได้ทรงนำและใช้ท่านอย่างมากมาย เช่นเดียวกับการเดินทาง 3 ครั้งก่อนหน้านั้น         ท่านเขียนไว้ว่า &#8220;ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายี ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านทราบว่า การทั้งปวงที่อุบัติขึ้นกับข้าพเจ้านั้น ได้กลับเป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่แพร่กว้างออกไป จนประจักษ์ทั่วกันในหมู่ผู้คุมและคนอื่นๆว่า การที่ข้าพเจ้าถูกจำจองนั้นก็เพื่อพระคริสต์ และพี่น้องส่วนมากได้เกิดความไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า เนื่องด้วยการจำจองของข้าพเจ้า และพวกเขามีใจกล้าขึ้น ที่จะกล่าวพระวจนะของพระเจ้าโดยปราศจากความกลัว&#8221; (ฟป.1:12-14)         แม้ในเวลาที่การเดินทางของชีวิตเราจะเต็มไปด้วยพันธนาการและข้อจำกัด เราก็ยังแน่ใจได้ว่าพระเจ้าจะทรงหนุนใจผู้อื่นผ่านเรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันพฤหัสที่ 3 กันยายน<br />
</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ฟีลิปปี 1:8-18</span><br />
<span class="biblemessage">พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านทราบว่าการทั้งปวงที่อุบัติขึ้นกับข้าพเจ้านั้น ได้กลับเป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่แพร่กว้างออกไป &#8211; ฟีลิปปี 1:12</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:สดุดี 140-142, 1 โครินธ์ 14:1-20</p>
<p>        ในแผนที่ที่ปกหลังพระคัมภีร์ของผม ได้บอกเส้นทางการไปประกาศข่าวประเสริฐของเปาโลด้วยเส้นสีที่มีลูกศรบอกทิศทาง ในการเดินทาง 3 ครั้งแรก ลูกศรชี้เส้นทางจากจุดเริ่มต้นและบอกเส้นทางกลับ แต่ในการเดินทางครั้งที่ 4 เปาโลไปในฐานะของนักโทษของซีซาร์และลูกศรแสดงการเดินทางของท่านชี้ไปเพียงเที่ยวเดียว คือ สิ้นสุดลงที่โรม<br />
        เราอาจอยากจะเรียกการเดินทางครั้งนี้ว่า่ คราวอับโชคในชีวิตของเปาโล แต่ตัวของท่านเองกลับเห็นว่าในการเดินทางครั้งนี้ พระเจ้าได้ทรงนำและใช้ท่านอย่างมากมาย เช่นเดียวกับการเดินทาง 3 ครั้งก่อนหน้านั้น<br />
        ท่านเขียนไว้ว่า &#8220;ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายี ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านทราบว่า การทั้งปวงที่อุบัติขึ้นกับข้าพเจ้านั้น ได้กลับเป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่แพร่กว้างออกไป จนประจักษ์ทั่วกันในหมู่ผู้คุมและคนอื่นๆว่า การที่ข้าพเจ้าถูกจำจองนั้นก็เพื่อพระคริสต์ และพี่น้องส่วนมากได้เกิดความไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า เนื่องด้วยการจำจองของข้าพเจ้า และพวกเขามีใจกล้าขึ้น ที่จะกล่าวพระวจนะของพระเจ้าโดยปราศจากความกลัว&#8221; (ฟป.1:12-14)<br />
        แม้ในเวลาที่การเดินทางของชีวิตเราจะเต็มไปด้วยพันธนาการและข้อจำกัด เราก็ยังแน่ใจได้ว่าพระเจ้าจะทรงหนุนใจผู้อื่นผ่านเรา เมื่อเรากล่าวพระวจนะของพระองค์และไว้วางใจในพระองค์ &#8211; DCM</p>
<p class="poem">แม้หนทางเราเลือกเดินเกินคาดเดา<br />
องค์พระเจ้าสัตย์ซื่อทรงนำหน้า<br />
เราติดตามสำแดงให้โลกา<br />
ได้เห็นว่าพระคุณมีเพียงพอ<br />
– Sper</p>
<p class="remark">สำหรับคริสเตียน ทางที่ดูเหมือนอ้อม<br />
แท้จริงแล้วอาจเป็นทางใหม่ไปสู่พระพร</p>
<p><span id="more-581"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20090903.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/09/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รางวัลที่แท้จริง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/21/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/21/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2009 17:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=526</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:สดุดี 107-109, 1 โครินธ์ 4 อ่าน:มัทธิว 5:3-12 บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา &#8211; มัทธิว 5:3         ผมเคยมองว่าคำเทศนาบนภูเขาของพระเยซูในมัทธิว 5:3-12 เป็นรูปแบบหนึ่งของการปลอบใจคนที่โชคร้าย “ในเมื่อเจ้าไม่ได้ร่ำรวยและสุขภาพก็ย่ำแย่ แถมใบหน้าเจ้ายังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เราจะให้ถ้อยคำดีๆ แก่เจ้าสักสองสามประโยค เจ้าจะได้รู้สึกดีขึ้น”         แต่พระเยซูแตกต่างจากกษัตริย์ในยุคกลาง ที่ชอบโยนเศษเหรียญให้กับฝูงชน พระองค์สามารถประทานรางวัลให้กับผู้ฟังของพระองค์ได้จริงๆ พระองค์ผู้เสด็จลงมาจากสวรรค์รู้ดีว่ารางวัลแห่งแผ่นดินสวรรค์นั้นชดเชยความทุกข์ยากในโลกนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา         แต่คริสเตียนจำนวนมากกลับมองว่าการจดจ่ออยู่กับรางวัลในอนาคตที่เราจะได้รับเป็นเรื่องที่ล้าสมัย บิล เลสลี่ อดีตศิษยาภิบาลของผม ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า “ยิ่งคริสตจักรร่ำรวยและประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่าไหร่ แนวโน้มที่สมาชิกจะร้องเพลงว่า ‘โลกนี้หาใช่บ้านของฉันไม่ ฉันเพียงแค่เดินทางผ่านมันไป’ จะค่อยๆลดลง และแทนที่ด้วยเพลง ‘โลกนี้พระเจ้าประทาน’”         เราจงอย่าได้ลดคุณค่าของความหวังที่จะได้รับรางวัลในอนาคต บทเพลงซึ่งแต่งโดยทาสชาวอเมริกันทำให้เราตระหนักถึงความเชื่ออันนำมาซึ่งการปลอบประโลม “เคลื่อนลงมาเถิดเจ้ารถม้าที่แสนหวาน โปรดมารับข้ากลับบ้าน” “ไม่มีใครรู้ถึงความทรมาน นอกจากองค์ภูบาลเยซู”         เมื่อเวลาผ่านไป ผมไม่เพียงแต่เรียนรู้ที่จะชื่นชม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:สดุดี 107-109, 1 โครินธ์ 4</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span>มัทธิว 5:3-12<br />
บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา &#8211; มัทธิว 5:3</p>
<p>        ผมเคยมองว่าคำเทศนาบนภูเขาของพระเยซูในมัทธิว 5:3-12 เป็นรูปแบบหนึ่งของการปลอบใจคนที่โชคร้าย “ในเมื่อเจ้าไม่ได้ร่ำรวยและสุขภาพก็ย่ำแย่ แถมใบหน้าเจ้ายังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เราจะให้ถ้อยคำดีๆ แก่เจ้าสักสองสามประโยค เจ้าจะได้รู้สึกดีขึ้น”<br />
        แต่พระเยซูแตกต่างจากกษัตริย์ในยุคกลาง ที่ชอบโยนเศษเหรียญให้กับฝูงชน พระองค์สามารถประทานรางวัลให้กับผู้ฟังของพระองค์ได้จริงๆ พระองค์ผู้เสด็จลงมาจากสวรรค์รู้ดีว่ารางวัลแห่งแผ่นดินสวรรค์นั้นชดเชยความทุกข์ยากในโลกนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา<br />
        แต่คริสเตียนจำนวนมากกลับมองว่าการจดจ่ออยู่กับรางวัลในอนาคตที่เราจะได้รับเป็นเรื่องที่ล้าสมัย บิล เลสลี่ อดีตศิษยาภิบาลของผม ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า “ยิ่งคริสตจักรร่ำรวยและประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่าไหร่ แนวโน้มที่สมาชิกจะร้องเพลงว่า ‘โลกนี้หาใช่บ้านของฉันไม่ ฉันเพียงแค่เดินทางผ่านมันไป’ จะค่อยๆลดลง และแทนที่ด้วยเพลง ‘โลกนี้พระเจ้าประทาน’”<br />
        เราจงอย่าได้ลดคุณค่าของความหวังที่จะได้รับรางวัลในอนาคต บทเพลงซึ่งแต่งโดยทาสชาวอเมริกันทำให้เราตระหนักถึงความเชื่ออันนำมาซึ่งการปลอบประโลม “เคลื่อนลงมาเถิดเจ้ารถม้าที่แสนหวาน โปรดมารับข้ากลับบ้าน” “ไม่มีใครรู้ถึงความทรมาน นอกจากองค์ภูบาลเยซู”<br />
        เมื่อเวลาผ่านไป ผมไม่เพียงแต่เรียนรู้ที่จะชื่นชม แต่ยังปรารถนาที่จะได้รับรางวัลซึ่งพระองค์ทรงสัญญาว่าจะให้กับเราในอนาคตด้วย – PY</p>
<p class="poem">
สักวันหนึ่งทรัพย์ในโลกเราหวงไว้<br />
จะเสื่อมไปหาใช่อยู่คงทน<br />
แต่ร่ำรวยจิตวิญญาณน่าฉงน<br />
ไม่กังวลเพราะสั่งสมทรัพย์แท้จริง<br />
- Bucks</p>
<p class="remark">รางวัลของผู้ชนะในการทดลองที่มืดมน ได้แก่ มงกุฎที่เรืองรอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/21/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จงชื่นชมยินดี</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/03/being-glad/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/03/being-glad/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2009 17:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การทดสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความชื่นชมยินดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=461</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 63-65, โรม 6 อ่าน: สดุดี 30 นี่เป็นวันซึ่งพระเจ้าได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น &#8211; สดุดี 118:24         หนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันโปรดปรานมากที่สุดในวัยเด็ก คือ โพลีแอนนา ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กสาวที่มองโลกในแง่ดีและมักจะมีเรื่องให้ดีใจอยู่เสมอ แม้กระทั่งในยามที่ทุกสิ่งดูเลวร้าย         ฉันเพิ่งหวนคิดถึงเพื่อนในนิยายผู้นี้ได้เมื่อไม่นานมานี้ เมื่อเพื่อนในชีวิตจริงของฉันจักรยานล้มแขนหัก แมรี่แอนบอกกับฉันว่า เธอรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ยังสามารถขี่จักรยานกลับมาบ้านได้เองและไม่ต้องผ่าตัด และเธอยังบอกด้วยว่า ดีที่เป็นแขนข้างซ้าย (เพราะเธอถนัดขวา) เธอจึงยังสามารถทำงานได้ ที่น่าประหลาด คือเธอมีกระดูกที่แข็งแรง ซึ่งน่าจะทำให้แขนของเธอหายเร็วขึ้น! และที่วิเศษคือ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านั้น!         โล่งอก! แมรี่แอนเป็นตัวอย่างของคนซึ่งเรียนรู้ที่จะชื่นชมยินดีในยามที่มีปัญหา เธอมั่นใจว่าพระเจ้าทรงห่วงใยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอก็ตาม         เราทุกคนล้วนต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก และในช่วงเวลาเช่นนั้น เรามักจะไม่ได้ขอบคุณพระเจ้าเป็นอันดับแรก แต่ผมคิดว่าพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเราด้วยความพอพระทัย เมื่อเราหาเหตุผลที่จะขอบคุณพระองค์ (1 ธส. 5:16-18) เมื่อเรามองหาสิ่งที่ดีจากสถานการณ์ที่เลวร้าย โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เราจะขอบคุณพระเจ้าได้ที่ทรงโอบกอดเราไว้ เมื่อเราวางใจในความดีของพระองค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate"><br />
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม<br />
</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 63-65, โรม 6</p>
<p><span class="readbible">อ่าน:</span> สดุดี 30<br />
นี่เป็นวันซึ่งพระเจ้าได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น &#8211; สดุดี 118:24</p>
<p>        หนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันโปรดปรานมากที่สุดในวัยเด็ก คือ โพลีแอนนา ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กสาวที่มองโลกในแง่ดีและมักจะมีเรื่องให้ดีใจอยู่เสมอ แม้กระทั่งในยามที่ทุกสิ่งดูเลวร้าย<br />
        ฉันเพิ่งหวนคิดถึงเพื่อนในนิยายผู้นี้ได้เมื่อไม่นานมานี้ เมื่อเพื่อนในชีวิตจริงของฉันจักรยานล้มแขนหัก แมรี่แอนบอกกับฉันว่า เธอรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ยังสามารถขี่จักรยานกลับมาบ้านได้เองและไม่ต้องผ่าตัด และเธอยังบอกด้วยว่า ดีที่เป็นแขนข้างซ้าย (เพราะเธอถนัดขวา) เธอจึงยังสามารถทำงานได้ ที่น่าประหลาด คือเธอมีกระดูกที่แข็งแรง ซึ่งน่าจะทำให้แขนของเธอหายเร็วขึ้น! และที่วิเศษคือ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านั้น!<br />
        โล่งอก! แมรี่แอนเป็นตัวอย่างของคนซึ่งเรียนรู้ที่จะชื่นชมยินดีในยามที่มีปัญหา เธอมั่นใจว่าพระเจ้าทรงห่วงใยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอก็ตาม<br />
        เราทุกคนล้วนต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก และในช่วงเวลาเช่นนั้น เรามักจะไม่ได้ขอบคุณพระเจ้าเป็นอันดับแรก แต่ผมคิดว่าพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเราด้วยความพอพระทัย เมื่อเราหาเหตุผลที่จะขอบคุณพระองค์ (1 ธส. 5:16-18) เมื่อเรามองหาสิ่งที่ดีจากสถานการณ์ที่เลวร้าย โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เราจะขอบคุณพระเจ้าได้ที่ทรงโอบกอดเราไว้ เมื่อเราวางใจในความดีของพระองค์ เราจะพบกับความยินดี – CHK</p>
<p class="poem">ในอ้อมหัตถ์อันอบอุ่นข้าลี้ภัย<br />
ความชอกช้ำระกำใจพระรักษา<br />
เพราะไม่มีแหล่งใดในโลกา<br />
ปลอบโยนข้าเป็นพระพรล้นอนันต์<br />
- Cushing</p>
<p class="remark">การขอบพระคุณ ช่วยให้เราพบสิ่งดีในทุกสถานการณ์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2009/08/03/being-glad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

