พฤศจิกายน 23rd, 2009
admin
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน
อ่าน: 2 ซามูเอล 18:31-19:4
พระราชาทรงโทมนัสนักเสด็จขึ้นไปบนห้องที่อยู่เหนือประตู และกันแสง -2 ซามูเอล 18:33
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 20-21, ยากอบ 5
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 วงดนตรีไมค์ แอนด์ เดอะ แมคคานิคส์ ของอังกฤษ ได้ออกบทเพลงหนึ่งชื่อ “ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ (The Living Years)” ผู้แต่งเพลงได้รำพันถึงการจากไปของผู้เป็นพ่อ เนื่องจากความสัมพันธ์ของทั้งสองอยู่ในสภาพที่ตึงเครียดและเย็นชาจนแทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน นักร้องกล่าวอย่างเศร้าใจว่า “ผมยังไม่ได้บอกพ่อในสิ่งที่ผมควรจะบอก” ด้วยความรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้แสดงความรักและพูดบางคำออกไป เขาจึงได้แต่รำพึงว่า “ผมได้แต่คิดว่าผมน่าจะบอกท่าน ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่”
กษัตริย์ดาวิดก็เสียใจกับความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับอับซาโลมพระโอรสที่ขาดสะบั้น อับซาโลมโกรธดาวิดที่ไม่ยอมลงโทษอัมโนนที่ข่มขืนทามาร์น้องสาวของตน เขาจึงสังหารอัมโนนและหนีไป (2 ซมอ.13:21-34) เมื่อโยอาบ ทหาร
ของดาวิด ทราบว่า ดาวิดอยากพบกับพระโอรสที่หนีไป เขาจึงเตรียมนำอับซาโลมกลับมา แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว ความขมขื่นที่อับซาโลมมีได้จุดประกายให้เกิดความขัดแย้งจนทำให้เขาต้องพบกับจุดจบของชีวิต (18:14) ชัยชนะของกษัตริย์ดาวิดเป็นชัยชนะที่ขมขื่น จนทำให้ท่านได้แต่คร่ำครวญถึงโอรสที่จากไปและความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว (18:33) แม้ว่าท่านจะเสียใจไปแล้ว แต่หัวใจที่แตกสลายของท่านก็ไม่มีวันกลับมาดีดังเดิม
เราเรียนรู้ได้จากความเสียใจของดาวิด เมื่อต้องจัดการกับความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ความเจ็บปวดเพราะพยายามแก้ไขสิ่งต่างๆให้ถูกต้องนั้นยากที่จะรักษา แต่จะดียิ่งกว่าถ้าเราสามารถแก้ไขสิ่งต่างๆให้ถูกต้องได้ “ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่” – BC
หากขัดแย้งมีปัญหากับผู้ใด
จงเร่งรีบแก้ไขเพื่อคืนดี
เพราะพระเจ้าพอพระทัยสิ่งเหล่านี้
คือรักใคร่สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว – Fitzhugh
อ่านต่อ…
วันพฤหัสที่ 15 ตุลาคม
อ่าน: ฟีลิปปี 4:1-9
ข้าพเจ้าขอเตือนนางยูโอเดีย และขอเตือนนางสินทิเคให้มีจิตใจปรองดองกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า – ฟีลิปปี 4:2
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 45-46, 1 เธสะโลนิกา 3
วันนี้ในหลายๆประเทศถือเป็นวันยุติความขัดแย้งสากล วัตถุประสงค์คือเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้วิธีการประนีประนอมและไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความแตกแยก เราที่เป็นผู้ติดตามพระคริสต์ก็หนีไม่พ้นความขัดแย้ง เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับความขัดแย้งด้วยวิธีที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
มีคนกล่าวว่า “การทะเลาะเบาะแว้งในคริสตจักรเป็นการทะเลาะเบาะแว้งที่เลวร้ายที่สุด” บางทีอาจเป็นเพราะว่าการทะเลาะนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางคนที่บอกว่าเชื่อในเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความรัก คริสเตียนหลายคนเจ็บปวดเพราะผู้เชื่อด้วยกัน มากจนเดินหนีออกจากคริสตจักรและไม่กลับมาอีกเลย
ยูโอเดียและสินทิเคมีชื่อปรากฏในพระคัมภีร์ และได้รับคำแนะนำให้ยุติความบาดหมาง “ให้มีจิตใจปรองดองกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า” (ฟป.4:2) แทนที่เปาโลจะปล่อย ให้พวกเขาจัดการกันเอง ท่านกลับขอร้องให้เพื่อนผู้รับใช้ที่ไว้ใจได้ “ช่วยผู้หญิงเหล่านั้นเพราะว่าเขาได้ทำงานเพื่อข่าวประเสริฐเคียงข้างกับข้าพเจ้า” (ข้อ 3) ในบริบทเดียวกันนี้ เปาโลยังแนะนำให้ชาวฟีลิปปีทูลเรื่องความปรารถนาต่อพระเจ้า โดยกล่าวว่าการอธิษฐานนำมาซึ่งสันติสุขแห่งพระเจ้า (ข้อ 7) และการทรงสถิตอยู่ของพระองค์ (ข้อ 9)
หากชุมชนคริสเตียนมีความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน ถือเป็นความรับผิดชอบของชุมชน ท่ามกลางความเจ็บปวดและความแตกแยก เราสามารถพูดหนุนใจ รับฟังและอธิษฐานได้ – DCM
คิดใคร่ครวญ
พระคัมภีร์กล่าวถึงเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในคริสตจักรไว้ว่าอย่างไร? (เอเฟซัส 4:1-16)
เราควรจะทำอย่างไรถ้ามีเรื่องขัดแย้งกับพี่น้องคริสเตียน? (มัทธิว 5:23-24; 18:15-17)
อ่านต่อ…
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 123-125, 1 โครินธ์ 10:1-18
อ่าน:สดุดี 23
ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า – สดุดี 23:3
ในหนังสือ เมื่อผู้เลี้ยงแกะอ่านสดุดี 23 ดับเบิ้ลยู ฟิลลิป เคลเลอร์ ได้ให้ภาพที่น่าประทับใจของผู้เลี้ยงที่ห่วงใยและอ่อนสุภาพ ในข้อ 3 เมื่อดาวิดกล่าวว่า “ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า” ท่านได้ใช้ภาษาที่ผู้เลี้ยงแกะทุกคนเข้าใจดี
แกะถูกสร้างมาให้มีลักษณะอย่างหนึ่ง คือ ถ้ามันล้มลงด้านข้างและหงายหลังลงเมื่อไหร่ มันจะลุกขึ้นเองได้ยากมาก แล้วมันจะยกขาขึ้นชี้ฟ้าและแผดเสียงร้อง หลังจากนอนอยู่อย่างนั้นได้ สัก 2-3 ชั่วโมง ท้องของมันจะเริ่มอืดจนอากาศไม่สามารถไหลผ่านไปได้ ในที่สุดแกะจะหายใจไม่ออก เราเรียกอาการเหล่านี้ว่า “หงอย”
เวลาที่ผู้เลี้ยงให้ความช่วยเหลือแก่แกะที่หงอย เขาจะทำให้มันรู้สึกอุ่นใจ จะบีบนวดขาของมันเพื่อให้เลือดไหลเวียน จะค่อยๆพลิกมันขึ้นมา จะอุ้มและกอดมันไว้จนกว่ามันจะกลับมาอยู่ในภาวะที่สมดุลอีกครั้ง
ภาพที่สวยงามนี้สะท้อนสิ่งที่พระเจ้าประสงค์จะทำกับเรา! เมื่อเราหันเข้าหา และชูมือขึ้นต่อพระองค์ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกผิด เสียใจ หรือไม่พอใจก็ตาม ผู้เลี้ยงที่รักจะทำให้เรากลับมามั่นใจอีกครั้งโดยพระคุณของพระองค์ พระองค์จะอุ้มเราขึ้นมาและกอดเราไว้จนกว่าจิตวิญญาณของเราจะกลับมาสู่ภาวะสมดุลอีกครั้ง
หากคุณรู้สึกหดหู่ใจไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม พระเจ้าเป็นผู้เดียว ที่สามารถช่วยให้คุณลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง พระองค์จะคืนความเชื่อมั่น ความชื่นชมยินดี และกำลังให้กับคุณ – MW
พระผู้เลี้ยงทรงเข้าใจการทดลอง
ที่มารจ้องทำลายเราให้ล้มไป
ทรงแบกรับภาระแทนเราไว้
ทรงความรักยิ่งใหญ่อันนิรันดร์ – Henry