<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 17 May 2012 17:01:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>ไม่ใช่ที่ฉันวางแผนไว้</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/18/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/18/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/18/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2012 อ่าน: สดุดี 37:1-8 จงสงบอยู่ต่อพระเจ้า &#8211; สดุดี 37:7 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 14-17, ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตฉันจะเป็นอย่างนี้ ฉันอยากแต่งงานตอนอายุ 19 ปีมีลูกสักครึ่งโหล และเป็นแม่บ้าน ดูแลลูกๆ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ฉันไปทำงาน แต่งงานตอนอายุสี่สิบกว่า และไม่มีลูก ฉันหวังอยู่นานหลายปีว่าพระธรรมสดุดี 37:4 อาจจะเป็นพระสัญญาที่พระเจ้ายืนยันกับฉันว่า “พระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน” แต่พระเจ้าไม่ได้ “ทรงกระทำให้สำเร็จ” เสมอไป (สดุดี 37:5) และบางครั้งความปรารถนาที่ไม่เป็นจริงก็ทำให้ฉันรู้สึกเศร้า ชีวิตของคุณก็อาจจะเป็นเหมือนฉันที่ผกผันไปจากที่วางแผนไว้ พระธรรมสดุดี 37 ได้ให้ข้อคิดบางประการที่อาจจะเป็นประโยชน์ (แม้ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างเรากับคนชั่วก็ตาม) จากสดุดี 37:4 เราได้เรียนรู้ว่า ความปรารถนาที่ไม่เป็นจริงไม่จำเป็นต้องพรากความสุขไปจากชีวิตเรา เมื่อเรารู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้า พระองค์จะกลายมาเป็นความชื่นชมยินดีของเรา “จงมอบทางของท่านไว้กับพระเจ้า” (สดุดี 37:5) คำว่ามอบ (commit) หมายถึง “กลิ้ง” เฮอร์เบิร์ต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 37:1-8</span><br />
<span class="biblemessage">จงสงบอยู่ต่อพระเจ้า &#8211; สดุดี 37:7</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 14-17,</p>
<div id="mana_contents">
<p>ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตฉันจะเป็นอย่างนี้ ฉันอยากแต่งงานตอนอายุ 19 ปีมีลูกสักครึ่งโหล และเป็นแม่บ้าน ดูแลลูกๆ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ฉันไปทำงาน แต่งงานตอนอายุสี่สิบกว่า และไม่มีลูก ฉันหวังอยู่นานหลายปีว่าพระธรรมสดุดี 37:4 อาจจะเป็นพระสัญญาที่พระเจ้ายืนยันกับฉันว่า “พระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน”</p>
<p>แต่พระเจ้าไม่ได้ “ทรงกระทำให้สำเร็จ” เสมอไป (สดุดี 37:5) และบางครั้งความปรารถนาที่ไม่เป็นจริงก็ทำให้ฉันรู้สึกเศร้า ชีวิตของคุณก็อาจจะเป็นเหมือนฉันที่ผกผันไปจากที่วางแผนไว้ พระธรรมสดุดี 37 ได้ให้ข้อคิดบางประการที่อาจจะเป็นประโยชน์ (แม้ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างเรากับคนชั่วก็ตาม)</p>
<p>จากสดุดี 37:4 เราได้เรียนรู้ว่า ความปรารถนาที่ไม่เป็นจริงไม่จำเป็นต้องพรากความสุขไปจากชีวิตเรา เมื่อเรารู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้า พระองค์จะกลายมาเป็นความชื่นชมยินดีของเรา</p>
<p>“จงมอบทางของท่านไว้กับพระเจ้า” (สดุดี 37:5) คำว่ามอบ (commit) หมายถึง “กลิ้ง” เฮอร์เบิร์ต ล็อคเยียร์ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนพระคัมภีร์กล่าวว่า “จงกลิ้งทางของท่านลงบนพระเจ้า” เหมือนคนที่วางภาระที่ตัวเองแบกรับไม่ไหวลงบนไหล่ของคนที่มีกำลังมากกว่า</p>
<p>“วางใจในพระองค์” (สดุดี 37:5) เมื่อเราฝากทุกสิ่งไว้กับพระเจ้าด้วยความเชื่อ</p>
<p>มั่น เราสามารถ “สงบอยู่ต่อพระเจ้า” (สดุดี 37:7) เพราะพระองค์กำลังนำสิ่งที่ดีที่สุดมาสู่ชีวิตของเรา &#8211; AMC</p>
</div>
<p class="poem">ข้าดำเนินบนถนนแห่งชีวา<br />
แม้ข้างหน้าไม่เห็นเป็นเช่นไร<br />
แต่ขอตามติดพระคริสต์เดินชิดใกล้<br />
เพราะมั่นใจในแผนการทรงจัดวาง – Thiesen</p>
<p class="remark">ใจของมนุษย์กะแผนงานทางของเขา<br />
แต่พระเจ้าทรงนำย่างเท้าของเขา &#8211; สุภาษิต 16:9</p>
<p><span id="more-3572"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/18/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่สำหรับคุณ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/17/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/17/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/17/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012 อ่าน: ยอห์น 13:36-14:4 เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเราเพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย &#8211; ยอห์น14:3 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 11-13, สามีภรรยาคู่หนึ่งที่มีป้าซึ่งเป็นผู้สูงอายุมาอยู่ด้วย รู้สึกเป็นห่วงว่าท่านจะไม่รู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน พวกเขาจึงเนรมิตห้องหนึ่งในบ้านของพวกเขา ให้เหมือนกับห้องนอนที่บ้านของท่าน เมื่อท่านมาถึง ท่านรู้สึกว่าเครื่องเรือนภาพที่แขวนบนฝาผนัง และสิ่งท่านชื่นชอบล้วนแต่ทำให้ท่านรู้สึกได้รับการ “ต้อนรับกลับบ้าน!” ในยอห์น 13:36-14:4 เป็นเรื่องราวที่พระเยซูตรัสกับสาวกถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เพื่อเตรียมพวกเขาให้พร้อมรับเหตุการณ์นั้นเมื่อซีโมน เปโตร ถามพระองค์ว่า “พระองค์จะเสด็จไปที่ไหน” พระเยซูตรัสตอบว่า “ที่ซึ่งเราจะไปนั้น ท่านจะตามเราไปเดี๋ยวนี้ไม่ได้ แต่ภายหลังท่านจะตามไป” (ยอห์น 13:36) พระเยซูตรัสกับเปโตรโดยตรง (และหมายรวมถึงทุกคนที่ติดตามพระองค์ด้วย) ว่า “ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้วเพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลายเมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเราเพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย” (ยอห์น 14:2-3) สวรรค์เป็นที่ที่ผู้เชื่อจากทุกเผ่าพันธุ์และทุกชนชาติมารวมเป็นครอบครัวเดียวกัน และยังเป็นบ้านของพระบิดาของเราอีกด้วย ซึ่งในบ้านหลังนั้นพระองค์กำลังเตรียมที่ไว้ให้คุณโดยเฉพาะ เมื่อคุณไปถึงสวรรค์และพระเยซูทรงเปิดประตูต้อนรับ คุณจะรู้ว่าคุณมาถึงบ้านแล้ว &#8211; DCM บ้านฉันนั้นอยู่สวรรค์ ณ เบื้องบน เป็นไทพ้นจากบาปทุกข์โศกศัลย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 13:36-14:4</span><br />
<span class="biblemessage">เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเราเพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย &#8211; ยอห์น14:3</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 11-13,</p>
<div id="mana_contents">
<p>สามีภรรยาคู่หนึ่งที่มีป้าซึ่งเป็นผู้สูงอายุมาอยู่ด้วย รู้สึกเป็นห่วงว่าท่านจะไม่รู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน พวกเขาจึงเนรมิตห้องหนึ่งในบ้านของพวกเขา ให้เหมือนกับห้องนอนที่บ้านของท่าน เมื่อท่านมาถึง ท่านรู้สึกว่าเครื่องเรือนภาพที่แขวนบนฝาผนัง และสิ่งท่านชื่นชอบล้วนแต่ทำให้ท่านรู้สึกได้รับการ “ต้อนรับกลับบ้าน!”</p>
<p>ในยอห์น 13:36-14:4 เป็นเรื่องราวที่พระเยซูตรัสกับสาวกถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เพื่อเตรียมพวกเขาให้พร้อมรับเหตุการณ์นั้นเมื่อซีโมน เปโตร ถามพระองค์ว่า “พระองค์จะเสด็จไปที่ไหน” พระเยซูตรัสตอบว่า “ที่ซึ่งเราจะไปนั้น ท่านจะตามเราไปเดี๋ยวนี้ไม่ได้ แต่ภายหลังท่านจะตามไป” (ยอห์น 13:36) พระเยซูตรัสกับเปโตรโดยตรง (และหมายรวมถึงทุกคนที่ติดตามพระองค์ด้วย) ว่า “ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้วเพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลายเมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเราเพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย” (ยอห์น 14:2-3)</p>
<p>สวรรค์เป็นที่ที่ผู้เชื่อจากทุกเผ่าพันธุ์และทุกชนชาติมารวมเป็นครอบครัวเดียวกัน และยังเป็นบ้านของพระบิดาของเราอีกด้วย ซึ่งในบ้านหลังนั้นพระองค์กำลังเตรียมที่ไว้ให้คุณโดยเฉพาะ</p>
<p>เมื่อคุณไปถึงสวรรค์และพระเยซูทรงเปิดประตูต้อนรับ คุณจะรู้ว่าคุณมาถึงบ้านแล้ว &#8211; DCM</p>
</div>
<p class="poem">บ้านฉันนั้นอยู่สวรรค์ ณ เบื้องบน<br />
เป็นไทพ้นจากบาปทุกข์โศกศัลย์<br />
ที่พำนักแห่งรักแท้นิรันดร์<br />
ออกแบบและสร้างเพื่อฉันได้พักพิง – Bennett</p>
<p class="remark">คำว่าสวรรค์สำหรับคริสเตียนสะกดว่า<br />
บ้ &#8211; า &#8211; น</p>
<p><span id="more-3571"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/17/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พูดคุยอย่างกล้าหาญ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/16/%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/16/%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/16/%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8d/</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012 อ่าน: กาลาเทีย 2:11-21 แต่เมื่อเคฟาสมาถึงอันทิโอกแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้คัดค้านท่านซึ่งๆหน้าเพราะว่าท่านทำผิดแน่ -กาลาเทีย2:11 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 8-10 , เป็นไปได้หรือไม่ที่ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ทำให้เราเผชิญหน้ากับคนอย่างเหมาะควรไม่เป็น? ปัจจุบันนายจ้างสามารถส่งจดหมายอิเลคทรอนิคแจ้งการปลดพนักงานได้ และผู้คนสามารถวิจารณ์คนอื่นได้บนเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ แทนที่จะพูดกันหน้าต่อหน้า อาจจะดีกว่าถ้าเราเลิกการสื่อสารอย่างนั้น และหันมาเลียนแบบวิธีที่เปาโล สื่อสารกับเปโตรเมื่อทั้งสองมีความขัดแย้งกัน เปาโลต้องเผชิญหน้ากับเปโตร เมื่อท่านกลับกลอก(กท.2:11-16)เปโตรเคยสามัคคีธรรมกับพวกต่างชาติ แต่เมื่อพวกยิว(ซึ่งเชื่อว่าคนบาปจะรอดได้โดยทางพระเยซูและการรักษาธรรมบัญญัติของโมเสส)เดินทางมาถึง ท่านก็แยกตัวจากพวกต่างชาติ ท่านไม่ยอมรับพวกเขา แต่ก็ประกาศว่าเป็นหนึ่งเดียวกับพวกเขาเมื่อเปาโลเห็นความหน้าซื่อใจคดเช่นนี้ ท่านจึงเผชิญหน้ากับเปโตรด้วยความรักและความรู้สึก ที่รุนแรงต่อการที่เปโตรประนีประนอมตามระบบธรรมบัญญัติที่ไม่มีฤทธิ์อำนาจเปลี่ยนแปลงชีวิตท่านตักเตือนเปโตรอย่างจริงจังว่าพระคุณนำไปสู่เสรีภาพจากการเป็นทาสบาป และนำไปสู่การเชื่อฟังพระเจ้า การพูดคุยอย่างเปิดอกกับพี่น้องคริสเตียนอาจเป็นเรื่องยาก แต่จะส่งเสริมให้เกิดความบริสุทธิ์และความเป็นเอกภาพ เราสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อกันและกันด้วยการพูดความจริงด้วยใจรัก (อฟ.4:15) โดยการดำเนินท่ามกลางฤทธิ์อำนาจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ &#8211; MW ขอให้ข้ากล้าหาญพร้อมตักเตือน หากผองเพื่อนคริสเตียนเขาหลงไป อ่อนสุภาพช่วยเหลือเขาเอาใจใส่ นำเขาให้กลับมาเดินในหนทาน –Sper คำพูดที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีจะมีน้ำหนัก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กาลาเทีย 2:11-21 </span><br />
<span class="biblemessage">แต่เมื่อเคฟาสมาถึงอันทิโอกแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้คัดค้านท่านซึ่งๆหน้าเพราะว่าท่านทำผิดแน่ -กาลาเทีย2:11</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 8-10 ,</p>
<div id="mana_contents">
<p>เป็นไปได้หรือไม่ที่ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ทำให้เราเผชิญหน้ากับคนอย่างเหมาะควรไม่เป็น? ปัจจุบันนายจ้างสามารถส่งจดหมายอิเลคทรอนิคแจ้งการปลดพนักงานได้ และผู้คนสามารถวิจารณ์คนอื่นได้บนเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ แทนที่จะพูดกันหน้าต่อหน้า อาจจะดีกว่าถ้าเราเลิกการสื่อสารอย่างนั้น และหันมาเลียนแบบวิธีที่เปาโล สื่อสารกับเปโตรเมื่อทั้งสองมีความขัดแย้งกัน</p>
<p>เปาโลต้องเผชิญหน้ากับเปโตร เมื่อท่านกลับกลอก(กท.2:11-16)เปโตรเคยสามัคคีธรรมกับพวกต่างชาติ แต่เมื่อพวกยิว(ซึ่งเชื่อว่าคนบาปจะรอดได้โดยทางพระเยซูและการรักษาธรรมบัญญัติของโมเสส)เดินทางมาถึง ท่านก็แยกตัวจากพวกต่างชาติ ท่านไม่ยอมรับพวกเขา แต่ก็ประกาศว่าเป็นหนึ่งเดียวกับพวกเขาเมื่อเปาโลเห็นความหน้าซื่อใจคดเช่นนี้ ท่านจึงเผชิญหน้ากับเปโตรด้วยความรักและความรู้สึก ที่รุนแรงต่อการที่เปโตรประนีประนอมตามระบบธรรมบัญญัติที่ไม่มีฤทธิ์อำนาจเปลี่ยนแปลงชีวิตท่านตักเตือนเปโตรอย่างจริงจังว่าพระคุณนำไปสู่เสรีภาพจากการเป็นทาสบาป และนำไปสู่การเชื่อฟังพระเจ้า</p>
<p>การพูดคุยอย่างเปิดอกกับพี่น้องคริสเตียนอาจเป็นเรื่องยาก แต่จะส่งเสริมให้เกิดความบริสุทธิ์และความเป็นเอกภาพ เราสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อกันและกันด้วยการพูดความจริงด้วยใจรัก (อฟ.4:15) โดยการดำเนินท่ามกลางฤทธิ์อำนาจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ &#8211; MW</p>
</div>
<p class="poem">ขอให้ข้ากล้าหาญพร้อมตักเตือน<br />
หากผองเพื่อนคริสเตียนเขาหลงไป<br />
อ่อนสุภาพช่วยเหลือเขาเอาใจใส่<br />
นำเขาให้กลับมาเดินในหนทาน –Sper</p>
<p class="remark">คำพูดที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีจะมีน้ำหนัก</p>
<p><span id="more-3570"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/16/%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มองเห็นทั้งใกล้และไกล</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/15/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/15/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/15/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5/</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2012 อ่าน: สดุดี 145 พระเจ้าทรงสถิตใกล้ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์ &#8211; สดุดี 145:18 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 5-7, การมีตาที่ปกติดีทั้งสองข้างยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มองเห็นชัดเจน ฉันเข้าใจเรื่องนี้จากประสบการณ์ หลังจากที่รับการผ่าตัดหลายครั้งเพื่อรักษาเรตินาที่ฉีกขาด ตาแต่ละข้างมองเห็นได้อย่างชัดเจนแต่ไม่ทำงานประสานกัน ตาข้างหนึ่งจะมองไปไกล ขณะที่อีกข้างหนึ่งจะมองแต่ใกล้ๆ แทนที่จะทำงานประสานกัน แต่ละข้างต่างก็แข่งกัน ตาของฉันไม่สามารถหาจุดโฟกัสได้ จนกระทั่งฉันได้แว่นสายตาใหม่มาช่วยในอีกสามเดือนต่อมา มุมมองที่เรามีต่อพระเจ้าก็อาจเป็นเช่นนี้บางคนมุ่งจุดสนใจไปที่พระเจ้าได้ดีเมื่อมองพระองค์ใน “ระยะใกล้” คือ เมื่อพวกเขาคิดว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดพวกเขาในชีวิตประจำวันส่วนคริสเตียนบางคนมองเห็นพระเจ้าได้ชัดเจนกว่า เมื่อมองพระองค์จาก “ระยะไกล” หรือเหนือกว่าสิ่งใดๆ ที่เราจะจินตนาการได้เป็นผู้ที่ครอบครองจักรวาลด้วยฤทธานุภาพและความยิ่งใหญ่ ในขณะที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามุมมองไหนดีที่สุด พระคัมภีร์จะเป็นแว่นสายตาที่ช่วยให้เรามองเห็นว่าทั้งสองมุมมองนั้นล้วนถูกต้อง กษัตริย์ดาวิดนำเสนอทั้งสองมุมมองไว้ในสดุดี 145 “พระเจ้าทรงสถิตใกล้ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์” (สดุดี 145:18) และ “พระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่งความใหญ่ยิ่งของพระองค์นั้นเหลือจะหยั่งรู้” (สดุดี 145:3) ขอบคุณพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ที่ทรงอยู่ใกล้พอที่จะได้ยินคำอธิษฐานของเราและทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่จนกระทั่งทรงตอบสนองทุกความต้องการของเราได้ &#8211; JAL องค์พระเจ้าสูงส่งทรงราศี ทรงสดับถ้อยวจีข้าอธิษฐาน ทรงฤทธาเมตตาทุกวาน เราเบิกบานได้อยู่ในร่มพระคุณ – Sper [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 145</span><br />
<span class="biblemessage">พระเจ้าทรงสถิตใกล้ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์ &#8211; สดุดี 145:18</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 5-7,</p>
<div id="mana_contents">
<p>การมีตาที่ปกติดีทั้งสองข้างยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มองเห็นชัดเจน ฉันเข้าใจเรื่องนี้จากประสบการณ์ หลังจากที่รับการผ่าตัดหลายครั้งเพื่อรักษาเรตินาที่ฉีกขาด ตาแต่ละข้างมองเห็นได้อย่างชัดเจนแต่ไม่ทำงานประสานกัน ตาข้างหนึ่งจะมองไปไกล ขณะที่อีกข้างหนึ่งจะมองแต่ใกล้ๆ แทนที่จะทำงานประสานกัน แต่ละข้างต่างก็แข่งกัน ตาของฉันไม่สามารถหาจุดโฟกัสได้ จนกระทั่งฉันได้แว่นสายตาใหม่มาช่วยในอีกสามเดือนต่อมา</p>
<p>มุมมองที่เรามีต่อพระเจ้าก็อาจเป็นเช่นนี้บางคนมุ่งจุดสนใจไปที่พระเจ้าได้ดีเมื่อมองพระองค์ใน “ระยะใกล้” คือ เมื่อพวกเขาคิดว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดพวกเขาในชีวิตประจำวันส่วนคริสเตียนบางคนมองเห็นพระเจ้าได้ชัดเจนกว่า เมื่อมองพระองค์จาก “ระยะไกล” หรือเหนือกว่าสิ่งใดๆ ที่เราจะจินตนาการได้เป็นผู้ที่ครอบครองจักรวาลด้วยฤทธานุภาพและความยิ่งใหญ่</p>
<p>ในขณะที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามุมมองไหนดีที่สุด พระคัมภีร์จะเป็นแว่นสายตาที่ช่วยให้เรามองเห็นว่าทั้งสองมุมมองนั้นล้วนถูกต้อง กษัตริย์ดาวิดนำเสนอทั้งสองมุมมองไว้ในสดุดี 145 “พระเจ้าทรงสถิตใกล้ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์” (สดุดี 145:18) และ “พระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่งความใหญ่ยิ่งของพระองค์นั้นเหลือจะหยั่งรู้” (สดุดี 145:3)</p>
<p>ขอบคุณพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ที่ทรงอยู่ใกล้พอที่จะได้ยินคำอธิษฐานของเราและทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่จนกระทั่งทรงตอบสนองทุกความต้องการของเราได้ &#8211; JAL</p>
</div>
<p class="poem">องค์พระเจ้าสูงส่งทรงราศี ทรงสดับถ้อยวจีข้าอธิษฐาน<br />
ทรงฤทธาเมตตาทุกวาน เราเบิกบานได้อยู่ในร่มพระคุณ – Sper</p>
<p class="remark">พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่พอที่จะทรงดูแล<br />
ในความต้องการที่เล็กน้อยที่สุด</p>
<p><span id="more-3569"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/15/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กังหันลมเก่าแก่</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/14/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/14/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/14/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2012 อ่าน: กาลาเทีย 6:6-10 ผู้ที่วางใจในเราตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า &#8220;แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิต จะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น&#8221; &#8211; ยอห์น7:38 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 1-4, ชายคนหนึ่งซึ่งเติบโตมาในฟาร์มปศุสัตว์ในเวสท์เท็กซัส เล่าถึงกังหันลมเก่าแก่สภาพทรุดโทรมที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างโรงนาของครอบครัว และช่วยวิดน้ำเข้านาของพวกเขานั่นเป็นแหล่งน้ำเพียงแหล่งเดียวสำหรับพื้นที่ไกลหลายกิโลเมตร กังหันลมจะทำงานได้ดีในช่วงที่ลมแรง แต่ในช่วงที่ลมแผ่วๆ กังหันจะไม่หมุน ต้องอาศัยมือช่วยหมุนใบพัดไปเรื่อยๆ จนกว่ามีลมพัดมากังหันลมจะส่งน้ำเข้านาได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในทิศทางที่เหมาะสม ผมคิดถึงเรื่องนี้เมื่อมีโอกาสพบกับบรรดาศิษยาภิบาลจากคริสตจักรขนาดเล็ก หลายคนรู้สึกโดดเดี่ยวและขาดคนสนับสนุน เป็นคนที่คอยดูแลคนอื่น แต่กลับดูเหมือนไม่มีใครเหลียวแล ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มอ่อนล้าและพยายามดิ้นรนเพื่อหาน้ำธำรงชีวิตให้กับฝูงแกะของตน ผมอยากเล่าให้พวกเขาฟังถึงกังหันลมเก่าแก่กับความจำเป็นที่เราจะต้องปรับทิศทางใหม่ทุกวัน เพื่อหันมาหาพระเจ้าและพระคำของพระองค์ และดื่มจากพระองค์ผู้ทรงเป็นแหล่งน้ำธำรงชีวิต เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับศิษยาภิบาลเท่านั้น แต่กับเราทุกคนด้วย การปรนนิบัติพระเจ้าจะต้องหลั่งไหลจากภายในสู่ภายนอก พระเยซูตรัสว่า“ผู้ที่วางใจในเรา&#8230;แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิตจะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น” (ยอห์น7:38) เราจะแตะต้องชีวิตของผู้อื่นได้ ก็ต่อเมื่อพระเจ้าตรัสกับส่วนลึกในจิตใจของเรา จงกลับมาหาแหล่งแห่งชีวิตอยู่เสมอเพื่อเราจะช่วยผู้อื่นให้มีกำลังขึ้นใหม่ได้ &#8211; DHR ยามจิตใจหดหู่และเหนื่อยอ่อน จิตวิญญาณแคลนคลอนแทบมืดมิด ยังวางใจดำเนินใกล้ติดสนิท องค์พระคริสต์ทรงนำหน้าตลอดทาง – Anon. หากคุณรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการดิ้นรนในชีวิต จงแสวงหากำลังในองค์พระผู้เป็นเจ้า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กาลาเทีย 6:6-10</span><br />
<span class="biblemessage">ผู้ที่วางใจในเราตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า &#8220;แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิต จะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น&#8221; &#8211; ยอห์น7:38</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 1-4,</p>
<div id="mana_contents">
<p>ชายคนหนึ่งซึ่งเติบโตมาในฟาร์มปศุสัตว์ในเวสท์เท็กซัส เล่าถึงกังหันลมเก่าแก่สภาพทรุดโทรมที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างโรงนาของครอบครัว และช่วยวิดน้ำเข้านาของพวกเขานั่นเป็นแหล่งน้ำเพียงแหล่งเดียวสำหรับพื้นที่ไกลหลายกิโลเมตร</p>
<p>กังหันลมจะทำงานได้ดีในช่วงที่ลมแรง แต่ในช่วงที่ลมแผ่วๆ กังหันจะไม่หมุน ต้องอาศัยมือช่วยหมุนใบพัดไปเรื่อยๆ จนกว่ามีลมพัดมากังหันลมจะส่งน้ำเข้านาได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในทิศทางที่เหมาะสม</p>
<p>ผมคิดถึงเรื่องนี้เมื่อมีโอกาสพบกับบรรดาศิษยาภิบาลจากคริสตจักรขนาดเล็ก หลายคนรู้สึกโดดเดี่ยวและขาดคนสนับสนุน เป็นคนที่คอยดูแลคนอื่น แต่กลับดูเหมือนไม่มีใครเหลียวแล ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มอ่อนล้าและพยายามดิ้นรนเพื่อหาน้ำธำรงชีวิตให้กับฝูงแกะของตน ผมอยากเล่าให้พวกเขาฟังถึงกังหันลมเก่าแก่กับความจำเป็นที่เราจะต้องปรับทิศทางใหม่ทุกวัน เพื่อหันมาหาพระเจ้าและพระคำของพระองค์ และดื่มจากพระองค์ผู้ทรงเป็นแหล่งน้ำธำรงชีวิต</p>
<p>เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับศิษยาภิบาลเท่านั้น แต่กับเราทุกคนด้วย การปรนนิบัติพระเจ้าจะต้องหลั่งไหลจากภายในสู่ภายนอก พระเยซูตรัสว่า“ผู้ที่วางใจในเรา&#8230;แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิตจะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น” (ยอห์น7:38) เราจะแตะต้องชีวิตของผู้อื่นได้ ก็ต่อเมื่อพระเจ้าตรัสกับส่วนลึกในจิตใจของเรา จงกลับมาหาแหล่งแห่งชีวิตอยู่เสมอเพื่อเราจะช่วยผู้อื่นให้มีกำลังขึ้นใหม่ได้ &#8211; DHR</p>
</div>
<p class="poem">ยามจิตใจหดหู่และเหนื่อยอ่อน จิตวิญญาณแคลนคลอนแทบมืดมิด<br />
ยังวางใจดำเนินใกล้ติดสนิท องค์พระคริสต์ทรงนำหน้าตลอดทาง – Anon.</p>
<p class="remark">หากคุณรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการดิ้นรนในชีวิต<br />
จงแสวงหากำลังในองค์พระผู้เป็นเจ้า</p>
<p><span id="more-3568"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/14/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สตรีที่ทรงอิทธิพล</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/13/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/13/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/13/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a5/</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2012 อ่าน: สุภาษิต 31:10-31 เธอดูแลการงานในครัวเรือนของเธอ และไม่ชุบมือเปิบ &#8211; สุภาษิต 31:27 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 8-10, ในยุคแรกที่มีการปฏิรูปศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ในยุโรป คาธารีนา ฟอนบอรา อดีตแม่ชี ได้แต่งงานกับมาร์ติน ลูเธอร์(1625) มีหลายคนพูดว่าทั้งคู่มีชีวิตสมรสที่มีความสุขมาก ลูเธอร์กล่าวว่า “ไม่มีความผูกพันใดใดในโลกที่จะหวาน หรือการแยกจากกันใดใดที่จะขมเท่ากับความผูกพันและการแยกจากที่เกิดขึ้นในชีวิตสมรสที่ดี” คาธารีนาตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อดูแลการงานของเธอ ลูเธอร์จึงเรียกเธอว่า “แม่ดาวประจำรุ่งแห่งวิทเทนเบอร์ก” เธอทำงานหนักดูแลพืชผักสวนครัวและสวนผลไม้ นอกจากนี้ เธอยังดูแลธุรกิจครอบครัว รวมทั้งบ้านและทรัพย์สินของลูเธอร์อีกด้วย ทั้งสองคนมีลูก 6 คน และคาธารีนารู้สึกว่าบ้านเป็นเหมือนกับโรงเรียนพัฒนาลักษณะนิสัย การที่เธอทำงานหนักและดูแลครอบครัวทำให้เธอกลายเป็นสตรีที่มีอิทธิพลต่อผู้อื่น ดูเหมือนคาธารีนาจะมีลักษณะเหมือนกับสตรีที่กล่าวไว้ในพระธรรมสุภาษิต 31 แท้จริงเธอที่ดีเลิศโดยแท้ เธอ “ลุกขึ้นตั้งแต่ยังมืดอยู่” และ “จัดอาหารให้ครัวเรือนของเธอ” (สุภาษิต 31:15) นอกจากนี้ เธอยัง “ดูแลการงานในครัวเรือนของเธอ และไม่ชุบมือเปิบ” (สุภาษิต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สุภาษิต 31:10-31</span><br />
<span class="biblemessage">เธอดูแลการงานในครัวเรือนของเธอ และไม่ชุบมือเปิบ &#8211; สุภาษิต 31:27</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 8-10,</p>
<div id="mana_contents">
<p>ในยุคแรกที่มีการปฏิรูปศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ในยุโรป คาธารีนา ฟอนบอรา อดีตแม่ชี ได้แต่งงานกับมาร์ติน ลูเธอร์(1625) มีหลายคนพูดว่าทั้งคู่มีชีวิตสมรสที่มีความสุขมาก ลูเธอร์กล่าวว่า “ไม่มีความผูกพันใดใดในโลกที่จะหวาน หรือการแยกจากกันใดใดที่จะขมเท่ากับความผูกพันและการแยกจากที่เกิดขึ้นในชีวิตสมรสที่ดี”</p>
<p>คาธารีนาตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อดูแลการงานของเธอ ลูเธอร์จึงเรียกเธอว่า “แม่ดาวประจำรุ่งแห่งวิทเทนเบอร์ก” เธอทำงานหนักดูแลพืชผักสวนครัวและสวนผลไม้ นอกจากนี้ เธอยังดูแลธุรกิจครอบครัว รวมทั้งบ้านและทรัพย์สินของลูเธอร์อีกด้วย ทั้งสองคนมีลูก 6 คน และคาธารีนารู้สึกว่าบ้านเป็นเหมือนกับโรงเรียนพัฒนาลักษณะนิสัย การที่เธอทำงานหนักและดูแลครอบครัวทำให้เธอกลายเป็นสตรีที่มีอิทธิพลต่อผู้อื่น</p>
<p>ดูเหมือนคาธารีนาจะมีลักษณะเหมือนกับสตรีที่กล่าวไว้ในพระธรรมสุภาษิต 31 แท้จริงเธอที่ดีเลิศโดยแท้ เธอ “ลุกขึ้นตั้งแต่ยังมืดอยู่” และ “จัดอาหารให้ครัวเรือนของเธอ” (สุภาษิต 31:15) นอกจากนี้ เธอยัง “ดูแลการงานในครัวเรือนของเธอ และไม่ชุบมือเปิบ” (สุภาษิต 31:27)</p>
<p>เราสามารถเรียนรู้เรื่องความรัก ความขยันหมั่นเพียร และความยำเกรงพระเจ้าที่สตรีผู้ทรงอิทธิพลพึงมี ได้จากแบบอย่างชีวิตของคาธารีนา &#8211; HDF</p>
</div>
<p class="poem">พระบิดาเจ้าข้า ขอบคุณพระองค์ที่ทรงให้แม่และภรรยามีอิทธิพลต่อชีวิต<br />
ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะมีอิทธิพลในชีวิตของผู้อื่นเช่นกัน<br />
เพื่อจะนำพวกเขามาถึงพระองค์ ข้าพระองค์ตระหนักว่าข้าพระองค์ต้องการ<br />
ฤทธิ์อำนาจจากพระวิญญาณของพระองค์เพื่อจะทำสิ่งนั้นได้<br />
ขอทรงโปรดเติมข้าพระองค์และใช้ข้าพระองค์เถิด</p>
<p class="remark">แม่ที่ดีไม่ใช่แค่บอกว่าเราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไร<br />
แต่ทำให้เราดูด้วย</p>
<p><span id="more-3567"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/13/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยู่นอกเรือ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/12/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/12/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/12/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2012 อ่าน: สดุดี 107:23-32 คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้า และลงไปสู่ที่ลึก &#8211; สดุดี 107:26 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 4-7, คาทสึ โฮะคุไซ เป็นศิลปินที่โด่งดังและมีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในช่วงปี 1826-1833 ขณะที่เขามีอายุราว 65-70 ปี เขาได้สร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่เป็นงานพิมพ์สีบนแผ่นไม้ ที่ใช้ชื่อว่า 36 มุมมองของภูเขาฟูจิ ยังมีภาพวาดซึ่งเป็นงานชิ้นเอกของเขา ที่มีชื่อว่า คลื่นยักษ์นอกชายฝั่งคานางาวา ซึ่งโฮะคุไซวาดในช่วงที่เขาประสบกับวิกฤตการณ์ด้านการเงินและความรู้สึก เป็นภาพของกำแพงน้ำซึ่งมีฟองคลื่นอยู่ตรงปลายยอดคล้ายกรงเล็บกำลังจะตะปบลงมาที่เรือเล็กสามลำที่มีฝีพายอยู่เต็มลำเรือ สดุดีบทที่ 107 ก็บอกถึงเรื่องราวของคนที่กำลังประสบกับหายนะทางทะเล ขณะที่ลอยอยู่บนคลื่น “คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้าและลงไปสู่ที่ลึก” และด้วยเหตุนี้ “ใจของเขาฝ่อไปในเหตุการณ์ร้ายของเขา” (สดุดี 107:26) ในที่สุด กะลาสีเรือจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังพระเจ้า และพระองค์ทรงตอบเขาโดยการทำให้ทะเลสงบลงและนำเขาไปยังจุดหมายปลายทาง (สดุดี 107:28-30) เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เรามักจะมองหาคนที่จะให้คำแนะนำและคำหนุนใจ แต่พวกเขาก็อยู่ในเรือลำเดียวกันกับเราและถูกซัดไปมาอยู่ในมหาสมุทรของชีวิตเช่นกัน มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่อยู่นอกเรือพระองค์ทรงครอบครองอยู่ และทรงมั่นคงและเข้มแข็งพอที่จะสงบคลื่นลมได้ (สดุดี 107:24-25,29) คุณกำลังเผชิญปัญหาอยู่หรือไม่? [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 107:23-32</span><br />
<span class="biblemessage">คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้า และลงไปสู่ที่ลึก &#8211; สดุดี 107:26</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 4-7,</p>
<div id="mana_contents">
<p>คาทสึ โฮะคุไซ เป็นศิลปินที่โด่งดังและมีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในช่วงปี 1826-1833 ขณะที่เขามีอายุราว 65-70 ปี เขาได้สร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่เป็นงานพิมพ์สีบนแผ่นไม้ ที่ใช้ชื่อว่า 36 มุมมองของภูเขาฟูจิ ยังมีภาพวาดซึ่งเป็นงานชิ้นเอกของเขา ที่มีชื่อว่า คลื่นยักษ์นอกชายฝั่งคานางาวา ซึ่งโฮะคุไซวาดในช่วงที่เขาประสบกับวิกฤตการณ์ด้านการเงินและความรู้สึก เป็นภาพของกำแพงน้ำซึ่งมีฟองคลื่นอยู่ตรงปลายยอดคล้ายกรงเล็บกำลังจะตะปบลงมาที่เรือเล็กสามลำที่มีฝีพายอยู่เต็มลำเรือ</p>
<p>สดุดีบทที่ 107 ก็บอกถึงเรื่องราวของคนที่กำลังประสบกับหายนะทางทะเล ขณะที่ลอยอยู่บนคลื่น “คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้าและลงไปสู่ที่ลึก” และด้วยเหตุนี้ “ใจของเขาฝ่อไปในเหตุการณ์ร้ายของเขา” (สดุดี 107:26) ในที่สุด กะลาสีเรือจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังพระเจ้า และพระองค์ทรงตอบเขาโดยการทำให้ทะเลสงบลงและนำเขาไปยังจุดหมายปลายทาง (สดุดี 107:28-30)</p>
<p>เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เรามักจะมองหาคนที่จะให้คำแนะนำและคำหนุนใจ แต่พวกเขาก็อยู่ในเรือลำเดียวกันกับเราและถูกซัดไปมาอยู่ในมหาสมุทรของชีวิตเช่นกัน มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่อยู่นอกเรือพระองค์ทรงครอบครองอยู่ และทรงมั่นคงและเข้มแข็งพอที่จะสงบคลื่นลมได้ (สดุดี 107:24-25,29) คุณกำลังเผชิญปัญหาอยู่หรือไม่? จงร้องหาพระองค์! &#8211; JBS</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<p class="poem">สิ่งที่ท่านยึดเหนี่ยวในจิตใจ<br />
เปรียบได้ดังสมอชัยของชีวี<br />
ยามเผชิญคลื่นผันแปรแรงเหลือที่<br />
สมอนี้หลุดลอยไปหรือมั่นคง – Owens</p>
<p class="remark">เรานมัสการพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่กว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเรา</p>
<p><span id="more-3566"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/12/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้สึกห่วงใย</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2012 อ่าน: กาลาเทีย 2:1-10 บุคคลผู้บีบบังคับคนยากจนดูถูกพระผู้สร้างของเขา แต่บุคคลที่เอ็นดูต่อคนขัดสนก็ถวายเกียรติแด่พระองค์ &#8211; สุภาษิต14:31 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 1-3, สถิติตัวเลขให้ข้อมูลกับเรา แต่บางครั้งอาจพลิกแพลงทำให้เราไม่ค่อยใส่ใจผู้คนที่ถูกกล่าวถึงในสถิติ เมื่อไม่นานมานี้ ผมรู้สึกเช่นนั้นขณะที่อ่านสถิติที่ว่า มีคน 15 ล้านคนที่เสียชีวิตเพราะความหิวโหย เป็นเรื่องที่โหดร้ายและสำหรับพวกเราที่อยู่ในวัฒนธรรมที่มีเหลือเฟือ การจะเข้าใจเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในปี 2008 มีเด็กเกือบ 9 ล้านคนเสียชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบ โดย 1 ใน 3 ของเด็กเหล่านั้นเสียชีวิตเพราะความอดอยาก นั่นเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ แต่นี่ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่ที่เด็กเหล่านั้นเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงรัก เราสามารถสำแดงพระทัยแห่งความรักของพระบิดาได้ด้วยการให้ความช่วยเหลือผู้คนทางฝ่ายร่างกาย ซาโลมอนกล่าวว่า “บุคคลผู้บีบบังคับคนยากจน ดูถูกพระผู้สร้างของเขา แต่บุคคลที่เอ็นดูต่อคนขัดสนก็ถวายเกียรติแด่พระองค์” (สภษ.14:31) เราสามารถสำแดงความเมตตาต่อผู้ที่ขัดสนได้ด้วยการอาสาช่วยทำอาหาร หางานให้ บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการขุดบ่อน้ำในที่ที่ขาดแคลนน้ำสะอาด แจกอาหารให้กับชุมชนที่ยากจน สอนผู้คนให้ค้าขาย หรือเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก การมีส่วนรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้เป็นการถวายเกียรติแด่พระบิดาและเห็นพ้องกับพระองค์ผู้ทรงห่วงใยมนุษย์ทุกคน คนที่หิวอาจได้ยินพระกิตติคุณชัดเจนขึ้นเมื่อเขาอิ่มท้องแล้ว &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กาลาเทีย 2:1-10</span><br />
<span class="biblemessage">บุคคลผู้บีบบังคับคนยากจนดูถูกพระผู้สร้างของเขา แต่บุคคลที่เอ็นดูต่อคนขัดสนก็ถวายเกียรติแด่พระองค์ &#8211; สุภาษิต14:31</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 1-3,</p>
<div id="mana_contents">
<p>สถิติตัวเลขให้ข้อมูลกับเรา แต่บางครั้งอาจพลิกแพลงทำให้เราไม่ค่อยใส่ใจผู้คนที่ถูกกล่าวถึงในสถิติ เมื่อไม่นานมานี้ ผมรู้สึกเช่นนั้นขณะที่อ่านสถิติที่ว่า มีคน 15 ล้านคนที่เสียชีวิตเพราะความหิวโหย เป็นเรื่องที่โหดร้ายและสำหรับพวกเราที่อยู่ในวัฒนธรรมที่มีเหลือเฟือ การจะเข้าใจเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในปี 2008 มีเด็กเกือบ 9 ล้านคนเสียชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบ โดย 1 ใน 3 ของเด็กเหล่านั้นเสียชีวิตเพราะความอดอยาก นั่นเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ แต่นี่ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่ที่เด็กเหล่านั้นเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงรัก</p>
<p>เราสามารถสำแดงพระทัยแห่งความรักของพระบิดาได้ด้วยการให้ความช่วยเหลือผู้คนทางฝ่ายร่างกาย ซาโลมอนกล่าวว่า “บุคคลผู้บีบบังคับคนยากจน ดูถูกพระผู้สร้างของเขา แต่บุคคลที่เอ็นดูต่อคนขัดสนก็ถวายเกียรติแด่พระองค์” (สภษ.14:31) เราสามารถสำแดงความเมตตาต่อผู้ที่ขัดสนได้ด้วยการอาสาช่วยทำอาหาร หางานให้ บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการขุดบ่อน้ำในที่ที่ขาดแคลนน้ำสะอาด แจกอาหารให้กับชุมชนที่ยากจน สอนผู้คนให้ค้าขาย หรือเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก</p>
<p>การมีส่วนรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้เป็นการถวายเกียรติแด่พระบิดาและเห็นพ้องกับพระองค์ผู้ทรงห่วงใยมนุษย์ทุกคน คนที่หิวอาจได้ยินพระกิตติคุณชัดเจนขึ้นเมื่อเขาอิ่มท้องแล้ว &#8211; BC</p>
</div>
<p class="poem">หากพระเจ้าจะบันดาลตามใจฉัน<br />
เป็นของขวัญหนึ่งอย่างประทานให้<br />
จะทูลขอความรักเต็มล้นใจ<br />
ที่หลั่งไหลออกไปสู่ปวงชน &#8211; Verway</p>
<p class="remark">ยิ่งเราเข้าใจความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรามากเท่าไร<br />
ก็จะยิ่งสำแดงความรักของเราต่อผู้อื่นมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p><span id="more-3565"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การขอโทษ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/10/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a9/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/10/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a9/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/10/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a9/</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2012 อ่าน: มัทธิว 5:21-26 เหตุฉะนั้น ถ้าท่าน&#8230;ระลึกขึ้นได้ว่า พี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่านจง&#8230;กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน &#8211; มัทธิว5:23-24 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 10-13, มาร์คกำลังมีปัญหา เขามาถึงร้านอาหารที่เขานัดเพื่อนที่คริสตจักรไว้ช้าไปหนึ่งชั่วโมง เพื่อนของเขากลับไปแล้วและมาร์ครู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาซื้อบัตรกำนัลสำหรับการรับประทานอาหารจากที่ร้าน และแวะไปที่ร้านขายบัตรอวยพรแถวนั้นเพื่อหาซื้อแผ่นการ์ดเขียนคำขอโทษ เขาต้องประหลาดใจที่พบการ์ดซึ่งมีข้อความว่า “เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป” วางอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมีใครสังเกต และมีอยู่เพียงไม่กี่ใบจากการ์ดนับร้อยใบที่วางจำหน่าย เขารีบซื้อการ์ดใบนั้นและมอบให้กับเพื่อน ซึ่งก็ยอมรับคำขอโทษของเขา แม้ว่าการ์ดขอโทษจะไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่คำขอโทษเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้บ่อยๆ ในความสัมพันธ์ การขอโทษเป็นการปฏิบัติตามพระคัมภีร์ พระเยซูสั่งสาวกของพระองค์ให้คืนดีกับคนที่เราทำผิดด้วย (มธ.5:23-24; 18:15-20)และอัครทูตเปาโลกล่าวว่า “ถ้าเป็นได้ คือเท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน” (รม.12:18) การจะอยู่อย่างสงบสุขได้อาจจำเป็นต้องมีการกล่าวขอโทษ การขอโทษอาจเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัยจิตใจที่ถ่อมลงที่จะยอมรับความผิดพลาด ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเองในตัวเรา แต่การแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดที่เราทำลงไป นำมาซึ่งการเยียวยารักษาและการฟื้นความสัมพันธ์ คุณเคยมีปัญหากับใครหรือไม่? จงกลืนความเย่อหยิ่งและเป็นฝ่ายริเริ่มแม้ว่าคุณจะไม่มีการ์ดที่จะช่วยพูดแทนคุณก็ตาม &#8211; AMC หากมีเรื่องขุ่นเคืองกับผู้ใด กล่าวขอโทษแก้ไขอย่างสมควร ยอมรับเรื่องผิดพลั้งเรามีส่วน ไม่ต้องชวนทะเลาะเบาะแว้งกัน – Sper [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: มัทธิว 5:21-26</span><br />
<span class="biblemessage">เหตุฉะนั้น ถ้าท่าน&#8230;ระลึกขึ้นได้ว่า พี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่านจง&#8230;กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน &#8211; มัทธิว5:23-24</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 10-13,</p>
<div id="mana_contents">
<p>มาร์คกำลังมีปัญหา เขามาถึงร้านอาหารที่เขานัดเพื่อนที่คริสตจักรไว้ช้าไปหนึ่งชั่วโมง เพื่อนของเขากลับไปแล้วและมาร์ครู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาซื้อบัตรกำนัลสำหรับการรับประทานอาหารจากที่ร้าน และแวะไปที่ร้านขายบัตรอวยพรแถวนั้นเพื่อหาซื้อแผ่นการ์ดเขียนคำขอโทษ เขาต้องประหลาดใจที่พบการ์ดซึ่งมีข้อความว่า “เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป” วางอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมีใครสังเกต และมีอยู่เพียงไม่กี่ใบจากการ์ดนับร้อยใบที่วางจำหน่าย เขารีบซื้อการ์ดใบนั้นและมอบให้กับเพื่อน ซึ่งก็ยอมรับคำขอโทษของเขา</p>
<p>แม้ว่าการ์ดขอโทษจะไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่คำขอโทษเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้บ่อยๆ ในความสัมพันธ์ การขอโทษเป็นการปฏิบัติตามพระคัมภีร์ พระเยซูสั่งสาวกของพระองค์ให้คืนดีกับคนที่เราทำผิดด้วย (มธ.5:23-24; 18:15-20)และอัครทูตเปาโลกล่าวว่า “ถ้าเป็นได้ คือเท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน” (รม.12:18) การจะอยู่อย่างสงบสุขได้อาจจำเป็นต้องมีการกล่าวขอโทษ</p>
<p>การขอโทษอาจเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัยจิตใจที่ถ่อมลงที่จะยอมรับความผิดพลาด ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเองในตัวเรา แต่การแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดที่เราทำลงไป นำมาซึ่งการเยียวยารักษาและการฟื้นความสัมพันธ์</p>
<p>คุณเคยมีปัญหากับใครหรือไม่? จงกลืนความเย่อหยิ่งและเป็นฝ่ายริเริ่มแม้ว่าคุณจะไม่มีการ์ดที่จะช่วยพูดแทนคุณก็ตาม &#8211; AMC</p>
</div>
<p class="poem">หากมีเรื่องขุ่นเคืองกับผู้ใด กล่าวขอโทษแก้ไขอย่างสมควร<br />
ยอมรับเรื่องผิดพลั้งเรามีส่วน ไม่ต้องชวนทะเลาะเบาะแว้งกัน – Sper</p>
<p class="remark">วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยยุติการโต้เถียงคือ<br />
การขอโทษ</p>
<p><span id="more-3564"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/10/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สร้างชีวิตที่มีความหมาย</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/09/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2e/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/09/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2e/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 May 2012 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/09/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2e/</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2012 อ่าน: 1 โครินธ์ 3:9-17 ข้าพเจ้าได้วางรากลงแล้ว&#8230;ขอทุกคนจงระวังให้ดีว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร &#8211; 1โครินธ์3:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 7-9, หลานๆของผมชอบเล่นเลโก้ ตัวต่อพลาสติกสีสันสดใสเหล่านี้ ทำให้พวกเขามีจินตนาการในการก่อสร้างป้อมปราการ เครื่องบิน บ้านหรืออะไรก็ตามที่บอกไว้ในคำแนะนำที่มากับของเล่น เมื่อตัวเลโก้ในกล่องถูกเทลงบนพื้น หลานของผมก็เริ่มนำแต่ละชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกันแต่ไม่นาน พวกเขาก็คิดว่า ไม่จำเป็นต้องทำตามคำแนะนำที่มากับของเล่น ในที่สุดพวกเขาก็รู้ว่าการประกอบเลโก้ตามสัญชาตญาณของพวกเขาเองไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้น พวกเขาจึงรื้อออกและเริ่มประกอบใหม่ แต่ครั้งนี้พวกเขารู้แล้วว่าการปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นสำคัญเพียงใด คุณต้องการแยกชิ้นส่วนในชีวิตของคุณออกจากกันแล้วนำมาประกอบใหม่ตามคำแนะนำของพระเจ้าหรือไม่? ถ้าคุณมีพระเยซูคริสต์เป็นรากฐานที่คุณยึดมั่น ก็จงเริ่มดำเนินชีวิตตามพิมพ์เขียวของพระองค์ เปาโลกล่าวว่า “ขอทุกคนจงระวังให้ดีว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร” บนรากฐานนี้ (1 คร.3:10-11)พิมพ์เขียวที่ว่าคืออะไร? จงให้เกียรติผู้อื่นด้วยการถ่อมตัวลงปรนนิบัติพวกเขา (ฟป.2:3-4) จงให้ด้วยใจกว้างขวางแก่ผู้ที่ขัดสน (ยก.2:14-17) จงตอบสนองด้วยความรักต่อผู้ที่ทำผิดต่อคุณ (รม.12:14-21) นี่เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้คุณก่อขึ้นในชีวิตที่ควรค่าแก่การเป็นวิหารของพระองค์ (1 คร.3:16) &#8211; JS เพราะพระคุณและการให้อภัยที่พระองค์ทรงสำแดงแก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาจะดำเนินชีวิตให้สมกับที่ได้รู้จักพระองค์ ขอโปรดช่วยให้ข้าพระองค์กระทำตามแผนการต่างๆ ที่พระองค์ทรงวางไว้ในพระวจนะของพระองค์ อาเมน พระคัมภีร์เป็นพิมพ์เขียวของคริสเตียนสำหรับสร้างชีวิต]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wp_fbr_top'></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 โครินธ์ 3:9-17</span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้าได้วางรากลงแล้ว&#8230;ขอทุกคนจงระวังให้ดีว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร &#8211; 1โครินธ์3:10</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 7-9,</p>
<div id="mana_contents">
<p>หลานๆของผมชอบเล่นเลโก้ ตัวต่อพลาสติกสีสันสดใสเหล่านี้ ทำให้พวกเขามีจินตนาการในการก่อสร้างป้อมปราการ เครื่องบิน บ้านหรืออะไรก็ตามที่บอกไว้ในคำแนะนำที่มากับของเล่น</p>
<p>เมื่อตัวเลโก้ในกล่องถูกเทลงบนพื้น หลานของผมก็เริ่มนำแต่ละชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกันแต่ไม่นาน พวกเขาก็คิดว่า ไม่จำเป็นต้องทำตามคำแนะนำที่มากับของเล่น ในที่สุดพวกเขาก็รู้ว่าการประกอบเลโก้ตามสัญชาตญาณของพวกเขาเองไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้น พวกเขาจึงรื้อออกและเริ่มประกอบใหม่ แต่ครั้งนี้พวกเขารู้แล้วว่าการปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นสำคัญเพียงใด</p>
<p>คุณต้องการแยกชิ้นส่วนในชีวิตของคุณออกจากกันแล้วนำมาประกอบใหม่ตามคำแนะนำของพระเจ้าหรือไม่? ถ้าคุณมีพระเยซูคริสต์เป็นรากฐานที่คุณยึดมั่น ก็จงเริ่มดำเนินชีวิตตามพิมพ์เขียวของพระองค์ เปาโลกล่าวว่า “ขอทุกคนจงระวังให้ดีว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร” บนรากฐานนี้ (1 คร.3:10-11)พิมพ์เขียวที่ว่าคืออะไร? จงให้เกียรติผู้อื่นด้วยการถ่อมตัวลงปรนนิบัติพวกเขา (ฟป.2:3-4) จงให้ด้วยใจกว้างขวางแก่ผู้ที่ขัดสน (ยก.2:14-17) จงตอบสนองด้วยความรักต่อผู้ที่ทำผิดต่อคุณ (รม.12:14-21) นี่เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้คุณก่อขึ้นในชีวิตที่ควรค่าแก่การเป็นวิหารของพระองค์ (1 คร.3:16) &#8211; JS</p>
</div>
<p class="poem">เพราะพระคุณและการให้อภัยที่พระองค์ทรงสำแดงแก่ข้าพระองค์<br />
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาจะดำเนินชีวิตให้สมกับที่ได้รู้จักพระองค์<br />
ขอโปรดช่วยให้ข้าพระองค์กระทำตามแผนการต่างๆ<br />
ที่พระองค์ทรงวางไว้ในพระวจนะของพระองค์ อาเมน</p>
<p class="remark">พระคัมภีร์เป็นพิมพ์เขียวของคริสเตียนสำหรับสร้างชีวิต</p>
<p><span id="more-3563"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/05/09/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

