<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Sep 2010 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>คำพูดที่ดีงาม</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/08/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/08/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/08/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 8 กันยายน 2010 อ่าน: เอเฟซัส 4:25-32 อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย แต่จงกล่าวคำที่ดีและเป็นประโยชน์ให้เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อจะได้เป็นคุณแก่คนที่ได้ยินได้ฟัง &#8211; เอเฟซัส 4:29 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 3-5, 2 โครินธ์ 1 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2008 ศาลสูงสุดแห่งสหรัฐได้อภิปรายถึงข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญว่าด้วยการใช้คำหยาบคาย คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารได้กล่าวอ้างถึงนักแสดง 2 คนของบริษัทกระจายเสียงแห่งหนึ่งที่พูดคำหยาบคายออกอากาศ ทางบริษัทกระจายเสียงโต้ว่าการใช้คำหยาบเพียง “แวบเดียว” ที่ไม่ใช่คำสัปดนที่โจ่งแจ้งไม่ควรถูกลงโทษ ขณะที่มีฝ่ายอื่นแย้งว่าพวกเราทุกคนมีหน้าที่ปกป้องเด็กๆ จากภาษาแบบนั้น คริสตจักรเมืองเอเฟซัสไม่มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาไม่หมาะสม เปาโลสอนผู้เชื่อว่า วิธีหนึ่งที่พวกเขาจะตอบสนองต่อพระพรแห่งการไถ่และการมีชีวิตใหม่ในพระคริสต์คือ การระมัดระวังคำพูดของตน (4:29) เปาโลไม่ต้องการให้พวกเขาประพฤติตัวตามวิถีชีวิตเก่า อันได้แก่ การพูดคำหยาบคายให้โทษ การพูดดูหมิ่น พูดซุบซิบนินทามุ่งร้าย กล่าวร้าย หรืออะไรก็ตามที่ทำร้ายคนอื่นและ จุดชนวนความขัดแย้ง แต่ท่านต้องการให้คำพูดของชาวเมืองเอเฟซัส “เป็นคุณ” และเป็นที่หนุนจิตชูใจสำหรับผู้ที่ต้องการ ในฐานะผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ เราต้องการให้คำพูดที่มาจากใจและออกจากปากของเราเป็นน้ำพุแห่งชีวิต ขอให้ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของเราได้รับพร &#8211; MW ขอพระเจ้าทรงตั้งยามเฝ้ารักษา ที่ปากข้าเมื่อกล่าวถ้อยคำใด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพุธที่ 8 กันยายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: เอเฟซัส 4:25-32</span><br />
<span class="biblemessage">อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย แต่จงกล่าวคำที่ดีและเป็นประโยชน์ให้เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อจะได้เป็นคุณแก่คนที่ได้ยินได้ฟัง  &#8211; เอเฟซัส 4:29</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สุภาษิต 3-5, 2 โครินธ์ 1</p>
<div id="mana_contents">
<p>เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2008 ศาลสูงสุดแห่งสหรัฐได้อภิปรายถึงข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญว่าด้วยการใช้คำหยาบคาย คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารได้กล่าวอ้างถึงนักแสดง 2 คนของบริษัทกระจายเสียงแห่งหนึ่งที่พูดคำหยาบคายออกอากาศ ทางบริษัทกระจายเสียงโต้ว่าการใช้คำหยาบเพียง “แวบเดียว” ที่ไม่ใช่คำสัปดนที่โจ่งแจ้งไม่ควรถูกลงโทษ ขณะที่มีฝ่ายอื่นแย้งว่าพวกเราทุกคนมีหน้าที่ปกป้องเด็กๆ จากภาษาแบบนั้น
<p>คริสตจักรเมืองเอเฟซัสไม่มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาไม่หมาะสม เปาโลสอนผู้เชื่อว่า วิธีหนึ่งที่พวกเขาจะตอบสนองต่อพระพรแห่งการไถ่และการมีชีวิตใหม่ในพระคริสต์คือ การระมัดระวังคำพูดของตน (4:29)
<p>เปาโลไม่ต้องการให้พวกเขาประพฤติตัวตามวิถีชีวิตเก่า อันได้แก่ การพูดคำหยาบคายให้โทษ การพูดดูหมิ่น พูดซุบซิบนินทามุ่งร้าย กล่าวร้าย หรืออะไรก็ตามที่ทำร้ายคนอื่นและ จุดชนวนความขัดแย้ง แต่ท่านต้องการให้คำพูดของชาวเมืองเอเฟซัส “เป็นคุณ” และเป็นที่หนุนจิตชูใจสำหรับผู้ที่ต้องการ
<p>ในฐานะผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ เราต้องการให้คำพูดที่มาจากใจและออกจากปากของเราเป็นน้ำพุแห่งชีวิต ขอให้ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของเราได้รับพร &#8211; MW
</p></div>
<p class="poem">
ขอพระเจ้าทรงตั้งยามเฝ้ารักษา    	ที่ปากข้าเมื่อกล่าวถ้อยคำใด <br />
เป็นความจริงทุกสิ่งสำแดงให้    	เห็นจิตใจที่สะอาดรักผู้คน <br />
จะวิจารณ์ออกไปต้องคิดก่อน    	หากบั่นทอนจิตใจเขาหมองหม่น <br />
จะยั้งไว้เอาใจเขาใส่ใจตน  เพื่อฝึกฝนวาทศิลป์ที่เหมาะควร – Hess
</p>
<p class="remark">พระคำของพระเจ้าเป็นสิ่งกำหนดคำพูดของเรา</p>
<p><span id="more-1750"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100908.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/08/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำตามคำแนะนำ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/07/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/07/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/07/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3/</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 7 กันยายน 2010 อ่าน: มัทธิว 7:24-29 ผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเราและประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา &#8211; มัทธิว 7:24 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 1-2, 1 โครินธ์ 16 งานอดิเรกอย่างหนึ่งในสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก คือการสร้างเครื่องบินจำลอง ทุกครั้งที่แกะกล่องเครื่องบินจำลองลำใหม่ สิ่งแรกที่ผมจะดูคือคำแนะนำวิธีทำ แต่ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องทำตามนั้น ในสมองผมรู้ดีว่าจะประกอบเครื่องบินเข้าด้วยกันได้อย่างไร แต่เมื่อได้เอาชิ้นส่วน 2-3 ชิ้นติดกาวเข้าด้วยกันแล้ว ผมจึงรู้ตัวว่าได้ข้ามขั้นตอนสำคัญไป เช่น ลืมเอานักบินใส่ไว้ตรงที่นั่งคนขับ เรามักจะคิดว่าเราไม่ต้องการคำแนะนำในการดำเนินชีวิตและมักจะมารู้ตัวทีหลังว่าเราก่อเรื่องยุ่งขึ้นเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้พระเยซูจึงทรงบอกว่า การปฏิบัติตามคำแนะนำของพระองค์เป็นวิธีของคนฉลาดในการสร้างชีวิตที่มั่นคง เข้มแข็ง และมีคุณค่า (มธ.7:24-29) ก่อนหน้านี้ พระองค์เพิ่งจะทรงสอนประชาชนที่มาฟังพระองค์เรื่องการหันแก้มซ้ายให้ตบ การเดินเลยไปอีกหนึ่งกิโลเมตร การยกโทษให้ศัตรู และการขายทรัพย์สมบัติเพื่อนำไปช่วยเหลือคนยากจน (5:39-44) แต่การรับฟังคำสอนเท่านั้นยังไม่พอ สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตาม “เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเราและประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา” (7:24) พระเยซูทรงเรียกคนที่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำว่า “ผู้ที่โง่เขลา” (ข้อ 26) สำหรับคนทั่วไป การยกโทษให้กับศัตรูและการบริจาคแก่คนยากจนอาจดูเป็นเรื่องโง่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอังคารที่ 7 กันยายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: มัทธิว 7:24-29 </span><br />
<span class="biblemessage">ผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเราและประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา &#8211; มัทธิว 7:24</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สุภาษิต 1-2, 1 โครินธ์ 16</p>
<div id="mana_contents">
<p>งานอดิเรกอย่างหนึ่งในสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก คือการสร้างเครื่องบินจำลอง ทุกครั้งที่แกะกล่องเครื่องบินจำลองลำใหม่ สิ่งแรกที่ผมจะดูคือคำแนะนำวิธีทำ แต่ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องทำตามนั้น ในสมองผมรู้ดีว่าจะประกอบเครื่องบินเข้าด้วยกันได้อย่างไร แต่เมื่อได้เอาชิ้นส่วน 2-3 ชิ้นติดกาวเข้าด้วยกันแล้ว ผมจึงรู้ตัวว่าได้ข้ามขั้นตอนสำคัญไป เช่น ลืมเอานักบินใส่ไว้ตรงที่นั่งคนขับ
<p>เรามักจะคิดว่าเราไม่ต้องการคำแนะนำในการดำเนินชีวิตและมักจะมารู้ตัวทีหลังว่าเราก่อเรื่องยุ่งขึ้นเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้พระเยซูจึงทรงบอกว่า การปฏิบัติตามคำแนะนำของพระองค์เป็นวิธีของคนฉลาดในการสร้างชีวิตที่มั่นคง เข้มแข็ง และมีคุณค่า (มธ.7:24-29) ก่อนหน้านี้ พระองค์เพิ่งจะทรงสอนประชาชนที่มาฟังพระองค์เรื่องการหันแก้มซ้ายให้ตบ การเดินเลยไปอีกหนึ่งกิโลเมตร การยกโทษให้ศัตรู และการขายทรัพย์สมบัติเพื่อนำไปช่วยเหลือคนยากจน (5:39-44) แต่การรับฟังคำสอนเท่านั้นยังไม่พอ สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตาม “เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเราและประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา” (7:24)
<p>พระเยซูทรงเรียกคนที่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำว่า “ผู้ที่โง่เขลา” (ข้อ 26) สำหรับคนทั่วไป การยกโทษให้กับศัตรูและการบริจาคแก่คนยากจนอาจดูเป็นเรื่องโง่ แต่จงเชื่อพระเยซูเถิดว่า นี่เป็นวิธีที่ฉลาด &#8211; JS
</p></div>
<p class="poem">
ข้าแต่พระเจ้า&#8230; <br />
ขอทรงช่วยเราใฝ่รู้พระคัมภีร์  	สดับรับคำบอกชี้ที่ล้ำค่า <br />
น้ำพระทัยอีกทั้งพระบัญชา  	มอบชีวาเชื่อฟังกระทำตาม – Fitzhugh
</p>
<p class="remark">หากจะสร้างชีวิตบนศิลาอันแข็งแกร่งต้องปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซู</p>
<p><span id="more-1749"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100907.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/07/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เห็นพระหัตถ์พระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/06/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/06/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Sep 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/06/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 6 กันยายน 2010 อ่าน: เอสรา 7:1-10,27-28 ท่านมายังเยรูซาเล็ม เพราะว่าพระหัตถ์ประเสริฐของพระเจ้าของท่านอยู่กับท่าน- เอสรา 7:9 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 148-150 , 1 โครินธ์ 15:29-58 ในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 101 ของแจ็ค บอร์เดน เขาตื่นตี 5 รับประทานอาหารเช้าอย่างกระฉับกระเฉง แล้วไปถึงสำนักงานกฎหมายของเขาตอน 6 โมงครึ่ง พร้อมทำงาน เมื่อมีคนถามถึงเคล็ดลับในการมีอายุยืน ทนายความผู้ยังไม่ปลดเกษียณยิ้มและตอบติดตลกว่า “อย่าตาย” แต่คำตอบไม่ได้มีแค่นั้น บอร์เดนรับบัพติสมาเมื่ออายุ 11 ปีในแม่น้ำเคลียร์ฟอร์กซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำทรินิตี้ ได้บอกกับ นักข่าวเดวิด แคสสตีเฟนส์ จากหนังสือพิมพ์ ฟอร์ท เวิร์ธ สตาร์เทเลแกรม ว่า “ผมเชื่อมั่นว่าพระหัตถ์ของ พระเจ้าอยู่เหนือทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พระองค์ทรงให้ผมมีชีวิตยืนยาว เพื่อเหตุผลบางประการ ผมพยายามทำสิ่งที่ผมคิดว่าพระองค์ต้องการให้ทำ” ปุโรหิตเอสรามีประสบการณ์ในเรื่อง “พระหัตถ์ประเสริฐของพระเจ้าของท่านอยู่กับท่าน” เมื่อท่านพาผู้นำขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อเป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณ ให้แก่อดีตเชลยที่กำลังสร้างพระวิหารและเมืองขึ้นใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 6 กันยายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: เอสรา 7:1-10,27-28</span><br />
<span class="biblemessage">ท่านมายังเยรูซาเล็ม เพราะว่าพระหัตถ์ประเสริฐของพระเจ้าของท่านอยู่กับท่าน- เอสรา 7:9</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 148-150 , 1 โครินธ์ 15:29-58</p>
<div id="mana_contents">
<p>ในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 101 ของแจ็ค บอร์เดน เขาตื่นตี 5 รับประทานอาหารเช้าอย่างกระฉับกระเฉง แล้วไปถึงสำนักงานกฎหมายของเขาตอน 6 โมงครึ่ง พร้อมทำงาน เมื่อมีคนถามถึงเคล็ดลับในการมีอายุยืน ทนายความผู้ยังไม่ปลดเกษียณยิ้มและตอบติดตลกว่า “อย่าตาย”
<p>แต่คำตอบไม่ได้มีแค่นั้น บอร์เดนรับบัพติสมาเมื่ออายุ 11 ปีในแม่น้ำเคลียร์ฟอร์กซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำทรินิตี้ ได้บอกกับ นักข่าวเดวิด แคสสตีเฟนส์ จากหนังสือพิมพ์ ฟอร์ท เวิร์ธ สตาร์เทเลแกรม ว่า “ผมเชื่อมั่นว่าพระหัตถ์ของ พระเจ้าอยู่เหนือทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พระองค์ทรงให้ผมมีชีวิตยืนยาว เพื่อเหตุผลบางประการ ผมพยายามทำสิ่งที่ผมคิดว่าพระองค์ต้องการให้ทำ”
<p>ปุโรหิตเอสรามีประสบการณ์ในเรื่อง “พระหัตถ์ประเสริฐของพระเจ้าของท่านอยู่กับท่าน” เมื่อท่านพาผู้นำขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อเป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณ ให้แก่อดีตเชลยที่กำลังสร้างพระวิหารและเมืองขึ้นใหม่ (อสร.7:9-10) เอสรามีพละกำลังและความกล้า ด้วยรู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่กับพวกเขาในทุกๆ ก้าวของการเดินทาง “ข้าพเจ้าก็มีใจกล้าขึ้น เพราะพระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้าอยู่กับข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้รวบรวมบุคคลชั้นผู้นำจากอิสราเอลขึ้นไปกับข้าพเจ้า” (ข้อ 28)
<p>เมื่อเราเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าในชีวิตของเรา เราจะรู้สึก “ขอบพระคุณ” อย่างสุดซึ้ง และมีความปรารถนามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ที่จะทำสิ่งที่พระองค์ปรารถนาให้เรากระทำ &#8211; DCM
</p></div>
<p class="poem">
หากทุกวันเรามองโลกด้วยสายตา    	แห่งศรัทธาในพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ <br />
หัตถ์พระเจ้าแต่ละวันจูงเราไป    	สัมผัสได้อบอุ่นจิตวิญญา – D. De Haan
</p>
<p class="remark">ถ้าคุณรู้ว่าพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่เหนือทุกสิ่ง คุณจะสามารถมอบทุกอย่างไว้ในพระหัตถ์พระองค์</p>
<p><span id="more-1748"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100906.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/06/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยู่ด้วยเสมอ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/05/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad-2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/05/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Sep 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/05/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad-2/</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2010 อ่าน: สดุดี 55:16-23 ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และ เวลาเที่ยง ข้าพเจ้าร้องทุกข์และคร่ำครวญ และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า &#8211; สดุดี 55:17 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 146-147 , 1 โครินธ์ 15:1-28 เจ้าหน้าที่ฝ่ายรายการวิทยุของพันธกิจอาร์บีซีกำลังเตรียมตัวกระจายเสียงรายการผ่านสัญญาณดาวเทียม พวกเขาเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว รวมทั้งการเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมด้วย แต่เมื่อกำลังจะถ่ายโอนข้อมูลเพื่อออกอากาศนั้นเอง สัญญาณเชื่อมต่อดาวเทียมเกิดขาดหายไป เจ้าหน้าที่รู้สึกแปลกใจและพยายามทุกวิถีทางที่จะเชื่อมต่อสัญญาณอีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งพวกเขาได้ทราบข่าวว่า ไม่มีดาวเทียมดวงนั้นแล้ว คือ จู่ๆ ดาวเทียมก็ตกลงมาจากฟ้าอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด มันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว ผมคิดว่าบางทีเวลาที่เราอธิษฐาน เราอาจคิดว่าพระเจ้าทรงเป็นอย่างดาวเทียมดวงนั้น คือพระองค์ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่พระคัมภีร์บอกให้เราอุ่นใจและมั่นใจว่าพระเจ้าไม่ได้ทรง “ตกจากฟ้า” พระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอ ทรงได้ยิน และทรงห่วงใย ในยามที่ท้อถอยหมดหวัง ดาวิดบันทึกไว้ว่า “ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลาเที่ยง ข้าพเจ้าร้องทุกข์และคร่ำครวญ และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า” (สดด.55:17) เมื่อใดก็ตามที่เราเรียกหาพระเจ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 55:16-23</span><br />
<span class="biblemessage">ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และ เวลาเที่ยง ข้าพเจ้าร้องทุกข์และคร่ำครวญ และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า &#8211; สดุดี 55:17</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 146-147 , 1 โครินธ์ 15:1-28</p>
<div id="mana_contents">
<p>เจ้าหน้าที่ฝ่ายรายการวิทยุของพันธกิจอาร์บีซีกำลังเตรียมตัวกระจายเสียงรายการผ่านสัญญาณดาวเทียม พวกเขาเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว รวมทั้งการเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมด้วย แต่เมื่อกำลังจะถ่ายโอนข้อมูลเพื่อออกอากาศนั้นเอง สัญญาณเชื่อมต่อดาวเทียมเกิดขาดหายไป เจ้าหน้าที่รู้สึกแปลกใจและพยายามทุกวิถีทางที่จะเชื่อมต่อสัญญาณอีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งพวกเขาได้ทราบข่าวว่า ไม่มีดาวเทียมดวงนั้นแล้ว คือ จู่ๆ ดาวเทียมก็ตกลงมาจากฟ้าอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด มันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
<p>ผมคิดว่าบางทีเวลาที่เราอธิษฐาน เราอาจคิดว่าพระเจ้าทรงเป็นอย่างดาวเทียมดวงนั้น คือพระองค์ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่พระคัมภีร์บอกให้เราอุ่นใจและมั่นใจว่าพระเจ้าไม่ได้ทรง “ตกจากฟ้า” พระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอ ทรงได้ยิน และทรงห่วงใย
<p>ในยามที่ท้อถอยหมดหวัง ดาวิดบันทึกไว้ว่า “ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลาเที่ยง ข้าพเจ้าร้องทุกข์และคร่ำครวญ และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า” (สดด.55:17) เมื่อใดก็ตามที่เราเรียกหาพระเจ้า พระองค์ทรงได้ยินเสียงของลูกของพระองค์ ถ้าเช่นนั้นเราก็ควรมีกำลังใจ ดาวิดตอบสนองต่อการมีพระเจ้าที่ทรงได้ยินคำอธิษฐานของเขาอย่างไร? “จงมอบภาระของท่านไว้กับพระเจ้า และพระองค์จะทรงค้ำจุนท่าน” (ข้อ 22) แม้ว่าพระเจ้าจะไม่ได้ทรงตอบเราในแบบหรือเวลาที่เราต้องการ แต่เราก็รู้ว่า “ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลาเที่ยง” พระองค์ทรงอยู่ด้วยเสมอ &#8211; BC
</p></div>
<p class="poem">
เมื่อเราร้องทูลพระเจ้าทรงฟังแน่    	ไม่มีแม้สักคำทรงละเลย<br />
การสรรเสริญการคร่ำครวญที่เราเอ่ย  ทรงเฉลยเผยคำตอบให้ทุกคน &#8211; Sper
</p>
<p class="remark">พระเจ้าทรงได้ยินคำอธิษฐานของลูกของพระองค์เสมอ</p>
<p><span id="more-1747"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100905.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/05/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โบท็อกซ์ฝ่ายวิญญาณ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/04/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/04/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Sep 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/04/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93/</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 4 กันยายน 2010 อ่าน: เอเฟซัส 4:17-24 สวมสภาพใหม่ซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่ตามแบบอย่างขอพระเจ้า ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง &#8211; เอเฟซัส 4:24 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 143-145, 1 โครินธ์ 14:21-40 คุณฉีดสารโบท็อกซ์หรือเปล่า? มีหลายคนทำเช่นนั้น บางคนใช้โบท็อกซ์ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ แต่หลายคนฉีดสารนี้เข้าไปเพื่อให้ตนเองดูอ่อนวัยอีกครั้ง รูปร่างหน้าตาเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ใช้สารโบท็อกซ์ มากเสียจนพวกเขายอมที่จะฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซิน ชนิดเอ นี้เข้าไปเพื่อให้ริ้วรอยเลือนหายไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง และเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาต้องฉีดสารนี้เข้าไปอีก โบท็อกซ์มีราคาสูงและมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ด้วย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนลังเลที่จะลองเพื่อให้ตนเองดูดีขึ้น การดูดีไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากกว่าคือ รูปลักษณ์ภายในของเราเป็นอย่างไร เรายอมแค่ไหนที่จะแลกเพื่อให้ตนเองมีลักษณะนิสัยที่งดงาม เราเต็มใจหรือไม่ที่จะใช้ “โบท็อกซ์ฝ่ายวิญญาณ” โดยการรับเอาสิ่งเหล่านี้เข้าไปในชีวิตของเราคือ ความถ่อมใจและใจอ่อนสุภาพอดทนนาน ความอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพระวิญญาณ เพี่อให้ชีวิตของเราสวยงาม? (อฟ.4:2-3) เราเต็มใจที่จะยังคงกลับมาหาพระเจ้าเสมอ เพื่อขอให้พระองค์ช่วยปรับปรุงลักษณะฝ่ายวิญญาณที่จำเป็นต่อเราหรือไม่? คุณกำลังหาวิธีให้ตนเองดูดีอยู่หรือ? เปิดหาข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการสร้างลักษณะนิสัยที่ดี แล้วใส่นิสัยที่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้าจากพระธรรมเหล่านั้นเข้าไปในชีวิตของคุณผ่านทางการอธิษฐานและฤทธิ์อำนาจแห่งพระวิญญาณ ผลข้างเคียงล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี &#8211; JDB พระเจ้ามองดูจิตใจ หาใช่รูปกายที่เห็น ความงามภายในสิเป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 4 กันยายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: เอเฟซัส 4:17-24 </span><br />
<span class="biblemessage">สวมสภาพใหม่ซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่ตามแบบอย่างขอพระเจ้า ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง &#8211; เอเฟซัส 4:24</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 143-145, 1 โครินธ์ 14:21-40</p>
<div id="mana_contents">
<p>คุณฉีดสารโบท็อกซ์หรือเปล่า? มีหลายคนทำเช่นนั้น บางคนใช้โบท็อกซ์ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ แต่หลายคนฉีดสารนี้เข้าไปเพื่อให้ตนเองดูอ่อนวัยอีกครั้ง
<p>รูปร่างหน้าตาเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ใช้สารโบท็อกซ์ มากเสียจนพวกเขายอมที่จะฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซิน ชนิดเอ นี้เข้าไปเพื่อให้ริ้วรอยเลือนหายไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง และเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาต้องฉีดสารนี้เข้าไปอีก
<p>โบท็อกซ์มีราคาสูงและมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ด้วย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนลังเลที่จะลองเพื่อให้ตนเองดูดีขึ้น
<p>การดูดีไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากกว่าคือ รูปลักษณ์ภายในของเราเป็นอย่างไร เรายอมแค่ไหนที่จะแลกเพื่อให้ตนเองมีลักษณะนิสัยที่งดงาม
<p>เราเต็มใจหรือไม่ที่จะใช้ “โบท็อกซ์ฝ่ายวิญญาณ” โดยการรับเอาสิ่งเหล่านี้เข้าไปในชีวิตของเราคือ ความถ่อมใจและใจอ่อนสุภาพอดทนนาน ความอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพระวิญญาณ เพี่อให้ชีวิตของเราสวยงาม? (อฟ.4:2-3) เราเต็มใจที่จะยังคงกลับมาหาพระเจ้าเสมอ เพื่อขอให้พระองค์ช่วยปรับปรุงลักษณะฝ่ายวิญญาณที่จำเป็นต่อเราหรือไม่?
<p>คุณกำลังหาวิธีให้ตนเองดูดีอยู่หรือ? เปิดหาข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการสร้างลักษณะนิสัยที่ดี แล้วใส่นิสัยที่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้าจากพระธรรมเหล่านั้นเข้าไปในชีวิตของคุณผ่านทางการอธิษฐานและฤทธิ์อำนาจแห่งพระวิญญาณ ผลข้างเคียงล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี &#8211; JDB
</p></div>
<p class="poem">
พระเจ้ามองดูจิตใจ หาใช่รูปกายที่เห็น <br />
ความงามภายในสิเป็น ดั่งเช่นคุณค่าแท้จริง &#8211; D. De Haan
</p>
<p class="remark">ลักษณะนิสัยที่พระเจ้าพอพระทัย นับเป็นการเสริมความงามที่ดีที่สุดในโลก</p>
<p><span id="more-1746"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100904.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/04/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช่องโหว่</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/03/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/03/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/03/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2010 อ่าน: มาระโก 7:1-13 ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์ &#8211; สดุดี 119:11 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 140-142, 1 โครินธ์ 14:1-20 วันนั้นเด็กหญิงเจนน่าวัย 5 ขวบรู้สึกขัดใจไปหมด เธอพยายามทุกทางที่จะจัดแจง ให้โลกเป็นไปตามใจชอบ แต่กลับได้ผลในทางตรงกันข้าม โต้เถียงไม่ได้ผล งอนก็ไม่ได้ผล ร้องไห้ก็ไม่ได้ผล สุดท้าย แม่เตือนเธอด้วยข้อพระคัมภีร์ที่เธอเคยเรียนรู้ว่า “ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระ องค์” (สดด.119:11) เจนน่าตอบอย่างรวดเร็วว่า “แต่แม่คะ พระคัมภีร์บอกว่า เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์ แต่ไม่ได้บอกว่า เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปเลยนี่คะ“ เราคงคุ้นเคยกับคำพูดแบบนี้อยู่เหมือนกัน ฉันเองก็ได้ยินคำโต้แย้งทำนองนี้ในสมองของ ตัวเองอยู่บ่อยๆเรามักสนใจช่องโหว่ของข้อห้าม และเรามักจะมองหามันเสมอหากเป็นคำสั่งที่เราไม่อยากทำตาม พระเยซูตรัสถึงปัญหานี้กับพวกผู้นำศาสนาที่คิดว่าตนเองค้นพบช่องโหว่ของธรรมบัญญัติของพระเจ้า (มก.7:1-13) คือแทนที่จะให้เกียรติแก่บิดามารดาของตนโดยการดูแลท่านด้วยเงินทองและวัตถุสิ่งของ พวกเขากลับถวายทุกอย่างแด่พระเจ้า เพื่อจะได้ไม่ต้องให้แก่พ่อแม่ แม้ว่าการไม่เชื่อฟังของพวกเขาจะไม่เป็นที่เปิดเผย แต่พระเยซูทรงบอกว่าการกระทำของพวกเขาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เมื่อใดที่เราเริ่มมองหาช่องโหว่ แสดงว่าเราเลิกเชื่อฟังแล้ว &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: มาระโก 7:1-13</span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์ &#8211; สดุดี 119:11</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 140-142, 1 โครินธ์ 14:1-20 </p>
<div id="mana_contents">
<p>วันนั้นเด็กหญิงเจนน่าวัย 5 ขวบรู้สึกขัดใจไปหมด เธอพยายามทุกทางที่จะจัดแจง ให้โลกเป็นไปตามใจชอบ แต่กลับได้ผลในทางตรงกันข้าม โต้เถียงไม่ได้ผล งอนก็ไม่ได้ผล ร้องไห้ก็ไม่ได้ผล สุดท้าย แม่เตือนเธอด้วยข้อพระคัมภีร์ที่เธอเคยเรียนรู้ว่า “ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระ องค์” (สดด.119:11)
<p>เจนน่าตอบอย่างรวดเร็วว่า “แต่แม่คะ พระคัมภีร์บอกว่า เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์ แต่ไม่ได้บอกว่า เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปเลยนี่คะ“
<p>เราคงคุ้นเคยกับคำพูดแบบนี้อยู่เหมือนกัน ฉันเองก็ได้ยินคำโต้แย้งทำนองนี้ในสมองของ  ตัวเองอยู่บ่อยๆเรามักสนใจช่องโหว่ของข้อห้าม  และเรามักจะมองหามันเสมอหากเป็นคำสั่งที่เราไม่อยากทำตาม
<p>พระเยซูตรัสถึงปัญหานี้กับพวกผู้นำศาสนาที่คิดว่าตนเองค้นพบช่องโหว่ของธรรมบัญญัติของพระเจ้า (มก.7:1-13) คือแทนที่จะให้เกียรติแก่บิดามารดาของตนโดยการดูแลท่านด้วยเงินทองและวัตถุสิ่งของ พวกเขากลับถวายทุกอย่างแด่พระเจ้า เพื่อจะได้ไม่ต้องให้แก่พ่อแม่ แม้ว่าการไม่เชื่อฟังของพวกเขาจะไม่เป็นที่เปิดเผย แต่พระเยซูทรงบอกว่าการกระทำของพวกเขาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
<p>เมื่อใดที่เราเริ่มมองหาช่องโหว่ แสดงว่าเราเลิกเชื่อฟังแล้ว &#8211; JAL
</p></div>
<p class="poem">
ขอพระเจ้าช่วยฉันให้อ่อนน้อม  	ยินยอมถ่อมใจลงและเชื่อฟัง <br />
จะติดตามพระองค์ไม่กลับหลัง 	ทั้งเกลียดชังความบาปหลีกให้ไกล <br />
ขอประทานกำลังให้เข้มแข็ง  	มีเรี่ยวแรงต่อต้านไม่หลงใหล <br />
กับสิ่งเย้ายั่วยวนชวนจิตใจ  	เลือกพระคริสต์เป็นใหญ่ในชีวี – Sper
</p>
<p class="remark">แม้เราจะมีข้ออ้างในการฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้า พระองค์ยังคงเรียกสิ่งนั้นว่าการไม่เชื่อฟัง</p>
<p><span id="more-1745"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100903.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/03/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โปรดเงียบ!</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/02/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/02/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/02/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2010 อ่าน: สดุดี 46 จงนิ่งเสีย และรู้เถอะว่า เราคือพระเจ้า &#8211; สดุดี 46:10 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 137-139, 1 โครินธ์ 13 โลกของเราอึกทึกขึ้นทุกวัน แต่มีรายงานข่าวชิ้นหนึ่งบอกว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ วิธีสร้างความเงียบกริบได้ “นักวิทยาศาสตร์นำเสนอแบบพิมพ์เขียวของ “เสื้อคลุมเก็บเสียง” ที่สามารถทำให้วัตถุต่างๆปลอดจากการถูกรบกวนด้วยคลื่นเสียง เทคโนโลยีนี้ได้ถูกกล่าวถึงในวารสารนิวเจอร์นัล ออฟ ฟิสิกซ์ และสามารถนำไปใช้สร้างบ้านเก็บเสียง หอแสดงคอนเสิร์ต าหรือเรือรบแบบตรวจจับยาก” เวลาที่เราหาสถานที่สำหรับเฝ้าเดี่ยวกับพระเจ้า เราอาจนึกอยากจะมี “เสื้อคลุมเก็บเสียง” สักตัว แต่ถึงแม้ว่าเราจะสามารถป้องกันเสียงจากภายนอกไว้ได้หมด แต่เสียงแห่งความวิตกกังวลจากภายในอาจยังคงก้องอยู่ในสมองของเรา พระคัมภีร์บอกเราว่า “จงนิ่งเสีย และรู้เถอะว่า เราคือพระเจ้า” (สดด.46:10) แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เราจะสงบจิตสงบใจของเราได้อย่างไร พระเจ้าทรงเข้าใจปัญหาที่แก้ไม่ตกของเรา และได้ประทาน “เสื้อคลุมเก็บเสียง” ของพระองค์เพื่อช่วยให้ใจของเราสงบ โดยทรงให้เรานำความวิตกกังวลมาแลกกับสันติสุขของพระองค์ “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: สดุดี 46</span><br />
<span class="biblemessage">จงนิ่งเสีย และรู้เถอะว่า เราคือพระเจ้า &#8211; สดุดี 46:10 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 137-139, 1 โครินธ์ 13</p>
<div id="mana_contents">
<p>โลกของเราอึกทึกขึ้นทุกวัน แต่มีรายงานข่าวชิ้นหนึ่งบอกว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ วิธีสร้างความเงียบกริบได้ “นักวิทยาศาสตร์นำเสนอแบบพิมพ์เขียวของ “เสื้อคลุมเก็บเสียง”  ที่สามารถทำให้วัตถุต่างๆปลอดจากการถูกรบกวนด้วยคลื่นเสียง เทคโนโลยีนี้ได้ถูกกล่าวถึงในวารสารนิวเจอร์นัล ออฟ ฟิสิกซ์ และสามารถนำไปใช้สร้างบ้านเก็บเสียง หอแสดงคอนเสิร์ต าหรือเรือรบแบบตรวจจับยาก”
<p>เวลาที่เราหาสถานที่สำหรับเฝ้าเดี่ยวกับพระเจ้า เราอาจนึกอยากจะมี “เสื้อคลุมเก็บเสียง” สักตัว แต่ถึงแม้ว่าเราจะสามารถป้องกันเสียงจากภายนอกไว้ได้หมด แต่เสียงแห่งความวิตกกังวลจากภายในอาจยังคงก้องอยู่ในสมองของเรา พระคัมภีร์บอกเราว่า “จงนิ่งเสีย และรู้เถอะว่า เราคือพระเจ้า” (สดด.46:10) แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เราจะสงบจิตสงบใจของเราได้อย่างไร
<p>พระเจ้าทรงเข้าใจปัญหาที่แก้ไม่ตกของเรา และได้ประทาน “เสื้อคลุมเก็บเสียง” ของพระองค์เพื่อช่วยให้ใจของเราสงบ โดยทรงให้เรานำความวิตกกังวลมาแลกกับสันติสุขของพระองค์ “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอนกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจจะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” (ฟป.4:6-7)
<p>เมื่อเราวางความกังวลของเราไว้ในพระหัตถ์พระเจ้า เราจะได้พบกับความสงบเงียบที่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะประทานให้ได้ &#8211; HDF
</p></div>
<p class="poem">
ลูกทั้งหลายจงนิ่งเสียและรู้ไว้ องค์พระเจ้ายิ่งใหญ่อยู่กับเจ้า <br />
จงอดทนต่อไปแม้หนักเบา เพราะว่าเรารู้หนทางเจ้าผ่านมา <br />
อย่าตัวสั่นหวั่นกลัวคิดหลบหนี เจ้ายังมีเราอยู่ล้อมหลังหน้า <br />
เป็นความหวังกำลังเสมอมา ปกป้องพ้นภัยนานาจงก้าวไป – Anon.
</p>
<p class="remark">พระเจ้าประทานสันติสุขให้แก่ผู้ที่สงบนิ่งต่อพระพักตร์พระองค์</p>
<p><span id="more-1744"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100902.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/02/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บุคคลแห่งพระคัมภีร์</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/01/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/01/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 17:03:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พระคัมภีร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1741</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 1 กันยายน 2010 อ่าน: ยอห์น 5:31-40 ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา &#8211; ยอห์น 5:39 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 135-136, 1 โครินธ์ 12 ในการประชุมสัมมนาของผู้นำคริสตจักร ณ มหาวิทยาลัยซีแอทเทิล แปซิฟิก ศิษยาภิบาลผู้มีชื่อเสียง เอิร์ล พาล์เมอร์ หวนคิดถึงประสบการณ์ที่มีอิทธิพลต่อการสอนและการเทศนาของเขามาตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา สมัยเป็นนักศึกษาพระคริสตธรรม เขาได้นำกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์และหนุนใจ ให้ผู้ร่วมกลุ่มใคร่ครวญพระคำของพระเจ้า เขาบอกว่า “ผมเชื่อว่าถ้าผมสามารถทำให้ใครสักคนอ่านพระวจนะได้ ไม่ช้าก็เร็ว พระวจนะนั้นจะเอาชนะใจของเขา และจะนำทางเขาไปถึงแก่นแท้แห่ง พระวจนะ คือ พระเยซูคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ ่และเมื่อพระเยซูได้ใจของเขาแล้ว ความเชื่อก็อยู่แค่เอื้อม” พระเยซูตรัสกับพวกผู้นำศาสนาที่คุ้นเคยกับพันธสัญญาเดิมแต่กลับเป็นปรปักษ์กับพระองค์ว่า “ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต” (ยน.5:39-40) เมื่อเราศึกษาพระคัมภีร์เราต้องเปิดใจและใฝ่รู้ เมื่อเราพบว่าพระเยซู ทรงเป็นศูนย์กลางของพระวจนะทั้งเล่มแล้ว ก็ถึงคราวที่เราจะต้องตัดสินใจว่าจะตอบสนองต่อพระองค์อย่างไร ความสุขยิ่งใหญ่จะเป็นของทุกคนที่เปิดใจและได้พบชีวิตในพระคริสต์ &#8211; DCM [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพุธที่ 1 กันยายน 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 5:31-40</span><br />
<span class="biblemessage">ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา &#8211; ยอห์น 5:39 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 135-136, 1 โครินธ์ 12</p>
<div id="mana_contents">
<p>ในการประชุมสัมมนาของผู้นำคริสตจักร ณ มหาวิทยาลัยซีแอทเทิล แปซิฟิก ศิษยาภิบาลผู้มีชื่อเสียง เอิร์ล พาล์เมอร์ หวนคิดถึงประสบการณ์ที่มีอิทธิพลต่อการสอนและการเทศนาของเขามาตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
<p>สมัยเป็นนักศึกษาพระคริสตธรรม เขาได้นำกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์และหนุนใจ ให้ผู้ร่วมกลุ่มใคร่ครวญพระคำของพระเจ้า เขาบอกว่า “ผมเชื่อว่าถ้าผมสามารถทำให้ใครสักคนอ่านพระวจนะได้ ไม่ช้าก็เร็ว พระวจนะนั้นจะเอาชนะใจของเขา และจะนำทางเขาไปถึงแก่นแท้แห่ง พระวจนะ คือ พระเยซูคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ ่และเมื่อพระเยซูได้ใจของเขาแล้ว ความเชื่อก็อยู่แค่เอื้อม”
<p>พระเยซูตรัสกับพวกผู้นำศาสนาที่คุ้นเคยกับพันธสัญญาเดิมแต่กลับเป็นปรปักษ์กับพระองค์ว่า “ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต” (ยน.5:39-40)
<p>เมื่อเราศึกษาพระคัมภีร์เราต้องเปิดใจและใฝ่รู้ เมื่อเราพบว่าพระเยซู  ทรงเป็นศูนย์กลางของพระวจนะทั้งเล่มแล้ว ก็ถึงคราวที่เราจะต้องตัดสินใจว่าจะตอบสนองต่อพระองค์อย่างไร
<p>ความสุขยิ่งใหญ่จะเป็นของทุกคนที่เปิดใจและได้พบชีวิตในพระคริสต์     &#8211; DCM
</p></div>
<p class="poem">
พระคำของพระเจ้าดังสายฝน   	รดลงบนผืนดินเลี้ยงพืชพันธุ์ <br />
หากใจเปิดต้อนรับสัจจะนั้น   	ชีวิตพลันอิ่มเอมและเปลี่ยนแปลง – Sper
</p>
<p class="remark">พระวจนะที่ถูกเขียนไว้ จะนำเราไปถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระวจนะแห่งชีวิต</p>
<p><span id="more-1741"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100901.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/09/01/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รับการช่วยกู้</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/31/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/31/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรอด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1726</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2010 อ่าน: เอเฟซัส 2:1-10 แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณา&#8230;พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์ &#8211; เอเฟซัส 2:4-5 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 132-134, 1 โครินธ์ 11:17-34 ลอเรนทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นขณะที่ก้าวลงไปนั่งในเรือคยัคซึ่งนั่งได้คนเดียวสู่การผจญภัยในกระแสน้ำเชี่ยว เมื่อรัดเข็มขัดแน่นหนาแล้ว เธอก็เริ่มล่องเรือไปตามแม่น้ำกับกลุ่มนักพายเรือคยัคและคนนำทาง ลอเรนรู้สึกกลัวมากขึ้นเมื่อมองเห็นน้ำตกเบื้องหน้า ทันใดนั้น เรือของเธอก็ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากซัดจนพลิกคว่ำ เธอเรียนรู้มาว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะต้องทำอย่างไรให้ออกจากเรือได้เร็วที่สุด แต่เธอตื่นตกใจมากจนหาปุ่มดีดตัวไม่พบ เธอจึงติดอยู่ในเรือที่คว่ำอยู่ในน้ำ เธอรู้ว่าคงกลั้นหายใจได้อีกไม่นาน และคงจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าในไม่ช้า และแล้วก็มีคนมาช่วยเธอทันเวลา เธอจึงรอดชีวิตมาได้ เธอรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยกู้เธอจากความตายฝ่ายร่างกายในเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่การช่วยกู้ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นได้มาถึงพวกเราแล้ว เป็นการช่วยกู้ฝ่ายวิญญาณที่มาทางพระเยซูคริสต์ ผู้ดำรงสภาพมนุษยฺ์ขณะที่เรากำลังจมอยู่ในความบาป พระเจ้าได้ส่งพระบุตรของพระองค์ลงมาเพื่อให้ชีวิตกับเราผ่านทางการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ (รม.5:8; อฟ.2:5) พระองค์ทรงทำเช่นนั้นเพราะพระองค์ทรง “เปี่ยมด้วยพระกรุณา” และเพราะเหตุ “ความรักอันใหญ่หลวง” (อฟ.2:4) ด้วยใจที่สำนึกในพระคุณ เราช่วยผู้อื่นได้โดยบอกพวกเขาถึงพระผู้ช่วยให้รอดที่พวกเขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้พบ &#8211; AMC พระเจ้าเรียกให้เรามีใจร้อนรน บอกผู้คนถึงเรื่องราวข่าวการไถ่ พระเจ้าทรงสั่งให้เราจงออกไป อีกทรงให้เข้มแข็งเพิ่มเสริมกำลัง แม้หนทางที่ดำเนินอาจสะดุด แต่ยังรุดประกาศไม่เหลียวหลัง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: เอเฟซัส 2:1-10</span><br />
<span class="biblemessage">แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณา&#8230;พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์ &#8211; เอเฟซัส 2:4-5  </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 132-134, 1 โครินธ์ 11:17-34</p>
<div id="mana_contents">
<p>ลอเรนทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นขณะที่ก้าวลงไปนั่งในเรือคยัคซึ่งนั่งได้คนเดียวสู่การผจญภัยในกระแสน้ำเชี่ยว เมื่อรัดเข็มขัดแน่นหนาแล้ว เธอก็เริ่มล่องเรือไปตามแม่น้ำกับกลุ่มนักพายเรือคยัคและคนนำทาง
<p>ลอเรนรู้สึกกลัวมากขึ้นเมื่อมองเห็นน้ำตกเบื้องหน้า ทันใดนั้น เรือของเธอก็ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากซัดจนพลิกคว่ำ เธอเรียนรู้มาว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะต้องทำอย่างไรให้ออกจากเรือได้เร็วที่สุด แต่เธอตื่นตกใจมากจนหาปุ่มดีดตัวไม่พบ เธอจึงติดอยู่ในเรือที่คว่ำอยู่ในน้ำ เธอรู้ว่าคงกลั้นหายใจได้อีกไม่นาน และคงจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าในไม่ช้า และแล้วก็มีคนมาช่วยเธอทันเวลา เธอจึงรอดชีวิตมาได้ เธอรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยกู้เธอจากความตายฝ่ายร่างกายในเหตุการณ์ครั้งนั้น
<p>แต่การช่วยกู้ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นได้มาถึงพวกเราแล้ว เป็นการช่วยกู้ฝ่ายวิญญาณที่มาทางพระเยซูคริสต์ ผู้ดำรงสภาพมนุษยฺ์ขณะที่เรากำลังจมอยู่ในความบาป พระเจ้าได้ส่งพระบุตรของพระองค์ลงมาเพื่อให้ชีวิตกับเราผ่านทางการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ (รม.5:8; อฟ.2:5) พระองค์ทรงทำเช่นนั้นเพราะพระองค์ทรง “เปี่ยมด้วยพระกรุณา” และเพราะเหตุ “ความรักอันใหญ่หลวง” (อฟ.2:4)
<p>ด้วยใจที่สำนึกในพระคุณ เราช่วยผู้อื่นได้โดยบอกพวกเขาถึงพระผู้ช่วยให้รอดที่พวกเขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้พบ &#8211; AMC
</p></div>
<p class="poem">
พระเจ้าเรียกให้เรามีใจร้อนรน  บอกผู้คนถึงเรื่องราวข่าวการไถ่ <br />
พระเจ้าทรงสั่งให้เราจงออกไป  อีกทรงให้เข้มแข็งเพิ่มเสริมกำลัง <br />
แม้หนทางที่ดำเนินอาจสะดุด  แต่ยังรุดประกาศไม่เหลียวหลัง <br />
คนทั้งปวงที่ไม่รอดให้ได้ฟัง  พระเจ้ายังรักเขามากจึงตายแทน &#8211; Crosby
</p>
<p class="remark">คนที่ได้รับการช่วยกู้แล้ว ควรจะพร้อมและเต็มใจที่จะช่วยกู้ผู้อื่นต่อไป</p>
<p><span id="more-1726"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100831.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/31/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษาเดียวกัน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/30/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/30/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Aug 2010 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1724</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2010 อ่าน: กิจการ 17:22-32 เพราะว่าเมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่ง มีคำจารึกไว้ว่า ‘แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก’ &#8211; กิจการ 17:23 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 129-131, 1 โครินธ์ 11:1-16 ในระหว่างการเดินทางไปทำพันธกิจที่ประเทศจาไมก้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บรรดานักเรียนชั้นมัธยมมีโอกาสไปเยี่ยมบ้านพักสำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหา ที่เคยทำผิดกฎหมาย หรือที่ครอบครัวไม่อาจปกครองดูแล การพบกันระหว่างเด็กที่มาจากต่างวัฒนธรรมนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาจะคุยอะไรกัน? แล้วพวกเขาจะต่อกันติดหรือไม่? ไม่นานพวกเขาก็พบทางออก หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาถึงได้เพียงไม่กี่นาที การแข่งขันฟุตบอลก็เริ่มต้นขึ้น โดยเด็กนักเรียนชาวสหรัฐจำนวนหนึ่งได้ชวนเด็กวัยรุ่นชาวจาไมก้าบางคนเข้ามาร่วมในการแข่งขันด้วย การแข่งขันครั้งนี้ช่วยละลายพฤติกรรมได้เป็นอย่างดี พวกเขาก็รู้จักกันไปเองเมื่อได้เตะบอล ส่งให้แก่กัน หลังจากจบการแข่งขัน การสนทนาก็ง่ายขึ้นและมิตรภาพก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะทั้งสองฝ่ายสนใจเรื่องเดียวกัน ในกิจการบทที่ 17 อัครทูตเปาโลชี้ให้เราเห็นวิธีทำลายกำแพงและเริ่มพูดคุย ท่านพูดคุยกับชาวเอเธนส์ในเรื่องการนมัสการที่ต่างฝ่ายต่างก็สนใจ เราเองก็สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเรื่องกีฬา หรือคุยกับเพื่อนบ้านเรื่องสนามหญ้า มีมากมายหลายเรื่องที่จะพูดคุยได้ หากคุณจะประกาศกับคนที่ต้องได้รับฟังเรื่องราวความรักของพระเจ้า จงพูดคุยเรื่องที่คุณและเขาสนใจร่วมกัน แล้วกำแพงที่กั้นขวางจะพังทลายลง &#8211; JDB พระวิญญาณพระเจ้านำความรอดไป ให้เพื่อนบ้านเราได้โดยผ่านเรา เพียงเริ่มต้นสร้างสัมพันธ์กับพวกเขา สำแดงรักพระเจ้าทุกเวลา – [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2010</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: กิจการ 17:22-32</span><br />
<span class="biblemessage">เพราะว่าเมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่ง มีคำจารึกไว้ว่า ‘แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก’  &#8211; กิจการ 17:23 </span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: สดุดี 129-131, 1 โครินธ์ 11:1-16</p>
<div id="mana_contents">
<p>ในระหว่างการเดินทางไปทำพันธกิจที่ประเทศจาไมก้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บรรดานักเรียนชั้นมัธยมมีโอกาสไปเยี่ยมบ้านพักสำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหา ที่เคยทำผิดกฎหมาย หรือที่ครอบครัวไม่อาจปกครองดูแล
<p>การพบกันระหว่างเด็กที่มาจากต่างวัฒนธรรมนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาจะคุยอะไรกัน? แล้วพวกเขาจะต่อกันติดหรือไม่?
<p>ไม่นานพวกเขาก็พบทางออก หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาถึงได้เพียงไม่กี่นาที การแข่งขันฟุตบอลก็เริ่มต้นขึ้น โดยเด็กนักเรียนชาวสหรัฐจำนวนหนึ่งได้ชวนเด็กวัยรุ่นชาวจาไมก้าบางคนเข้ามาร่วมในการแข่งขันด้วย
<p>การแข่งขันครั้งนี้ช่วยละลายพฤติกรรมได้เป็นอย่างดี พวกเขาก็รู้จักกันไปเองเมื่อได้เตะบอล ส่งให้แก่กัน หลังจากจบการแข่งขัน การสนทนาก็ง่ายขึ้นและมิตรภาพก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะทั้งสองฝ่ายสนใจเรื่องเดียวกัน
<p>ในกิจการบทที่ 17 อัครทูตเปาโลชี้ให้เราเห็นวิธีทำลายกำแพงและเริ่มพูดคุย ท่านพูดคุยกับชาวเอเธนส์ในเรื่องการนมัสการที่ต่างฝ่ายต่างก็สนใจ เราเองก็สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเรื่องกีฬา หรือคุยกับเพื่อนบ้านเรื่องสนามหญ้า มีมากมายหลายเรื่องที่จะพูดคุยได้
<p>หากคุณจะประกาศกับคนที่ต้องได้รับฟังเรื่องราวความรักของพระเจ้า จงพูดคุยเรื่องที่คุณและเขาสนใจร่วมกัน แล้วกำแพงที่กั้นขวางจะพังทลายลง   &#8211; JDB
</p></div>
<p class="poem">
พระวิญญาณพระเจ้านำความรอดไป          ให้เพื่อนบ้านเราได้โดยผ่านเรา <br />
เพียงเริ่มต้นสร้างสัมพันธ์กับพวกเขา          สำแดงรักพระเจ้าทุกเวลา – Hess
</p>
<p class="remark">ความรักของพระเจ้าสามารถทำลายกำแพงลงได้</p>
<p><span id="more-1724"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id="mediaspace" align="center"></div>
<p><script type="text/javascript">
 var cnt = document.getElementById("mediaspace");
 var src = "/player/wmvplayer.xaml";
 var cfg = {height:"20", width:"470", file:"/Audio/20100830.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/08/30/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
