<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; อ่านมานาประจำวัน</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/category/odb/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 17:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>รางวัลอันยิ่งใหญ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/07/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/07/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/07/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2012 อ่าน: มัทธิว 6:1-6, มัทธิว 6:16-18 พระบิดาของท่านผู้ทรงเห็นในที่ลี้ลับจะทรงโปรดประทานบำเหน็จแก่ท่าน &#8211; มัทธิว 6:4 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: กันดารวิถี 7-10, ธุรกิจหลายอย่างมี “รายการสะสมแต้ม” เพื่อมอบของสมนาคุณให้แก่ลูกค้าประจำ คุณสะสมแต้มรางวัลได้ โดยใช้บริการของกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน เช่น รับประทานอาหารที่ภัตตาคารนั้นๆ พักโรงแรมในเครือ บินกับสายการบินที่กำหนด การเลือกใช้จ่ายเงินในลักษณะนี้ดูสมเหตุผล พระเจ้าก็ทรงมีรายการสมนาคุณเช่นกัน พระเยซูตรัสหลายครั้งว่า พระองค์ประสงค์ที่จะประทานรางวัลแก่ผู้ที่รับใช้พระองค์อย่างสัตย์ซื่อ เช่น เมื่อเราถูกข่มเหงเพื่อพระองค์ พระองค์ตรัสว่า “จงชื่นชมยินดี เพราะว่าบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์” (มธ.5:12) พระเยซูทรงสอนให้เราปฏิบัติในทางตรงข้ามกับพวกฟาริสีที่แสดงออกในที่สาธารณะว่าตนเคร่งครัดในการถวายทรัพย์ อธิษฐาน และถืออดอาหาร พระเยซูทรงเตือนให้เราทำสิ่งเหล่านี้เป็นการลับ เพราะ “พระบิดาของท่านผู้ทรงเห็นในที่ลี้ลับจะทรงโปรดประทานบำเหน็จแก่ท่าน” (มธ.6:4,6,18) หากเราดำเนินชีวิตเพื่อพระเยซู ความสัตย์ซื่อของเรา ย่อมไม่ทำให้เราขาดทุนไม่ว่าเราจะต้องสูญเสียอะไรไปก็ตาม แต่เราไม่ได้รับใช้พระเยซูเพราะหวังรางวัล เมื่อพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนไม้กางเขน พระองค์ทรงกระทำเพื่อเรามากกว่าที่เราสมควรได้รับ การแสดงความสัตย์ซื่อต่อพระองค์คือ การนมัสการซึ่งสำแดงออกว่าเรารักและซาบซึ้งในความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเรา ในทางกลับกัน พระองค์ทรงยินดีที่จะให้กำลังใจเรา ด้วยการรับประกันว่ารางวัลที่พระองค์จะประทานให้กับเราในที่สุด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: มัทธิว 6:1-6, มัทธิว 6:16-18</span><br />
<span class="biblemessage">พระบิดาของท่านผู้ทรงเห็นในที่ลี้ลับจะทรงโปรดประทานบำเหน็จแก่ท่าน &#8211; มัทธิว 6:4</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: กันดารวิถี 7-10, </p>
<div id="mana_contents">
<p>ธุรกิจหลายอย่างมี “รายการสะสมแต้ม” เพื่อมอบของสมนาคุณให้แก่ลูกค้าประจำ คุณสะสมแต้มรางวัลได้ โดยใช้บริการของกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน เช่น รับประทานอาหารที่ภัตตาคารนั้นๆ พักโรงแรมในเครือ บินกับสายการบินที่กำหนด การเลือกใช้จ่ายเงินในลักษณะนี้ดูสมเหตุผล
<p>พระเจ้าก็ทรงมีรายการสมนาคุณเช่นกัน พระเยซูตรัสหลายครั้งว่า พระองค์ประสงค์ที่จะประทานรางวัลแก่ผู้ที่รับใช้พระองค์อย่างสัตย์ซื่อ เช่น เมื่อเราถูกข่มเหงเพื่อพระองค์ พระองค์ตรัสว่า “จงชื่นชมยินดี เพราะว่าบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์” (มธ.5:12) พระเยซูทรงสอนให้เราปฏิบัติในทางตรงข้ามกับพวกฟาริสีที่แสดงออกในที่สาธารณะว่าตนเคร่งครัดในการถวายทรัพย์ อธิษฐาน และถืออดอาหาร พระเยซูทรงเตือนให้เราทำสิ่งเหล่านี้เป็นการลับ เพราะ “พระบิดาของท่านผู้ทรงเห็นในที่ลี้ลับจะทรงโปรดประทานบำเหน็จแก่ท่าน” (มธ.6:4,6,18) หากเราดำเนินชีวิตเพื่อพระเยซู ความสัตย์ซื่อของเรา ย่อมไม่ทำให้เราขาดทุนไม่ว่าเราจะต้องสูญเสียอะไรไปก็ตาม
<p>แต่เราไม่ได้รับใช้พระเยซูเพราะหวังรางวัล เมื่อพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนไม้กางเขน พระองค์ทรงกระทำเพื่อเรามากกว่าที่เราสมควรได้รับ การแสดงความสัตย์ซื่อต่อพระองค์คือ การนมัสการซึ่งสำแดงออกว่าเรารักและซาบซึ้งในความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเรา ในทางกลับกัน พระองค์ทรงยินดีที่จะให้กำลังใจเรา ด้วยการรับประกันว่ารางวัลที่พระองค์จะประทานให้กับเราในที่สุด จะสูงค่ายิ่งกว่าสิ่งที่เราได้สละเพื่อพระองค์
<p>จงดำเนินชีวิตเพื่อพระเยซู โดยไม่ต้องคำนึงว่าต้องสูญเสียอะไร &#8211; JS
</p></div>
<p class="poem">
การรับใช้วันนี้ที่เราทำ แม้ไร้คำสดุดีจากฝูงชน<br />
แต่พระเจ้าทรงมองเห็นทุกๆ คน ที่ทุ่มเทสละตนเพื่องานพระองค์ – Sper
</p>
<p class="remark">สิ่งที่เราทำเพื่อพระคริสต์ในชีวิตนี้ จะส่งผลตอบแทนแก่เราในชีวิตหน้า</p>
<p><span id="more-3268"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/07/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิจารณาแหล่งกำเนิด</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/06/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/06/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Feb 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/06/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2012 อ่าน: ยากอบ 1:12-18 ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบน และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่าง &#8211; ยากอบ 1:17 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: กันดารวิถี 4-6, ผมชอบอบเชย ผมชอบขนมปังอบเชย ขนมปังกรอบเกรแฮมรสอบเชย ลูกกวาดอบเชย ขนมปังปิ้งอบเชย แอปเปิลคลุกอบเชยและขนมปังเพรทเซลอบเชย อบเชยคือเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่ทำให้อาหารต่างๆ รสชาติดีขึ้น แต่ผมกลับไม่เคยนึกสงสัยเลยว่าอบเชยมีต้นกำเนิดมาจากไหน กระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้เดินทางไปประเทศศรีลังกา ถึงได้รู้ว่าอบเชยร้อยละ 90 ในโลก มาจากประเทศนี้ซึ่งเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ผมชื่นชอบในรสชาติของอบเชยมานานหลายปี แต่กลับไม่เคยฉุกคิดถึงแหล่งกำเนิดของมันเลย น่าเศร้าที่บางครั้งการดำเนินชีวิตกับพระคริสต์ของผม ก็เป็นแบบเดียวกัน พระเจ้าทรงอวยพระพรผมด้วยภรรยาที่ดีเลิศ ลูกห้าคน และหลานๆ ที่สร้างความหรรษาได้มากกว่าลิงทั้งฝูง แต่ท่ามกลางความสุขในชีวิต บางครั้งผมก็ลืมไปว่าพระพรเหล่านี้มาจากไหน นี่คือสิ่งที่ผู้ประพันธ์บทเพลงนมัสการเรียกว่า “น้ำพุแห่งพระพรทั้งปวง” ยากอบกล่าวว่า “ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบน และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่างในพระบิดาไม่มีการแปรปรวน หรือไม่มีเงาอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง” (ยก.1:17) หากเราเพลิดเพลินกับพระพรอันอุดมในชีวิต โดยไม่รู้จักการขอบพระคุณพระบิดาผู้ทรงเป็นแหล่งกำเนิดแห่งสิ่งทั้งปวง เราก็เป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณอย่างยิ่ง &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยากอบ 1:12-18</span><br />
<span class="biblemessage">ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบน และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่าง &#8211; ยากอบ 1:17</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: กันดารวิถี 4-6, </p>
<div id="mana_contents">
<p>ผมชอบอบเชย ผมชอบขนมปังอบเชย ขนมปังกรอบเกรแฮมรสอบเชย ลูกกวาดอบเชย ขนมปังปิ้งอบเชย แอปเปิลคลุกอบเชยและขนมปังเพรทเซลอบเชย อบเชยคือเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่ทำให้อาหารต่างๆ รสชาติดีขึ้น แต่ผมกลับไม่เคยนึกสงสัยเลยว่าอบเชยมีต้นกำเนิดมาจากไหน กระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้เดินทางไปประเทศศรีลังกา ถึงได้รู้ว่าอบเชยร้อยละ 90 ในโลก มาจากประเทศนี้ซึ่งเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ผมชื่นชอบในรสชาติของอบเชยมานานหลายปี แต่กลับไม่เคยฉุกคิดถึงแหล่งกำเนิดของมันเลย
<p>น่าเศร้าที่บางครั้งการดำเนินชีวิตกับพระคริสต์ของผม ก็เป็นแบบเดียวกัน พระเจ้าทรงอวยพระพรผมด้วยภรรยาที่ดีเลิศ ลูกห้าคน และหลานๆ ที่สร้างความหรรษาได้มากกว่าลิงทั้งฝูง แต่ท่ามกลางความสุขในชีวิต บางครั้งผมก็ลืมไปว่าพระพรเหล่านี้มาจากไหน นี่คือสิ่งที่ผู้ประพันธ์บทเพลงนมัสการเรียกว่า “น้ำพุแห่งพระพรทั้งปวง” ยากอบกล่าวว่า “ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบน และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่างในพระบิดาไม่มีการแปรปรวน หรือไม่มีเงาอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง” (ยก.1:17)
<p>หากเราเพลิดเพลินกับพระพรอันอุดมในชีวิต โดยไม่รู้จักการขอบพระคุณพระบิดาผู้ทรงเป็นแหล่งกำเนิดแห่งสิ่งทั้งปวง เราก็เป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณอย่างยิ่ง &#8211; BC
</p></div>
<p class="poem">
องค์พระเจ้าผู้ประทานพรล้ำเลิศ ข้าขอเทิดพระนามด้วยรู้คุณ<br />
ชีวิตข้ามีพระองค์แสนอบอุ่น ทรงค้ำจุนมิเคยขาดแคลนสิ่งใด &#8211; Roworth
</p>
<p class="remark">การสำนึกในพระคุณ คือท่าทีที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า</p>
<p><span id="more-3267"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/06/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บรรเลงบทเพลง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/05/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/05/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/05/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2012 อ่าน: 1 โครินธ์ 3:1-17 จงประกอบด้วยพระวิญญาณ &#8230;ร้องเพลงสรรเสริญและสดุดีจากใจของท่าน &#8211; เอเฟซัส 5:18-19 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: กันดารวิถี 1-3, ตอนเย็นที่สดใสวันหนึ่งในฤดูร้อน คนกลุ่มหนึ่งได้มาชุมนุมกัน ณ สถานที่นัดพบกลางแจ้ง เพื่อชมการแสดงดนตรีของเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งของฉัน วันนั้นเป็นวันครบรอบวันเกิดของเขาพอดี พิธีกรนัดแนะให้เราร้องเพลง “สุขสันต์วันเกิด” ให้กับเขา เมื่อทุกคนเริ่มร้อง แต่ละคนกลับร้องกันคนละระดับเสียง ซ้ำยังนับจังหวะไม่เท่ากัน ตัวโน้ตและเนื้อร้องจึงปนเปกันไปหมด ผลก็คือไม่เข้ากัน และฟังไม่เป็นทำนอง อันที่จริงฟังดูน่าสมเพชอย่างยิ่ง เมื่อเพื่อนของฉันขึ้นไปบนเวที เขาให้โอกาสเราแก้ตัวอีกครั้ง เขาไม่ได้กำหนดระดับเสียงให้เรา แต่ให้จังหวะแรกแก่เรา ในที่สุดเราก็ร้องเพลงขึ้นพร้อมกัน เมื่อเพลงใกล้จะจบ คนส่วนใหญ่ก็สามารถร้องในระดับเสียงที่ใกล้เคียงกัน เสียงหนวกหูที่ควรจะเป็นเสียงเพลง ทำให้ฉันหวนคิดถึงปัญหาของคริสตจักรในศตวรรษแรก พวกเขามีความคิดที่แตกต่างกันในเรื่องผู้นำ บางคนติดตามเปาโล บ้างก็ติดตามอปอลโล (1 คร.3:4) ผลก็คือเกิดความขัดแย้งและแตกแยก (1 คร.3:3) แทนที่พวกเขาจะบรรเลงบทเพลง กลับส่งเสียงหนวกหู เมื่อผู้คนไม่เห็นด้วยกับผู้นำ พวกเขาทั้งหมด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 โครินธ์ 3:1-17</span><br />
<span class="biblemessage">จงประกอบด้วยพระวิญญาณ &#8230;ร้องเพลงสรรเสริญและสดุดีจากใจของท่าน &#8211; เอเฟซัส 5:18-19</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: กันดารวิถี 1-3, </p>
<div id="mana_contents">
<p>ตอนเย็นที่สดใสวันหนึ่งในฤดูร้อน คนกลุ่มหนึ่งได้มาชุมนุมกัน ณ สถานที่นัดพบกลางแจ้ง เพื่อชมการแสดงดนตรีของเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งของฉัน วันนั้นเป็นวันครบรอบวันเกิดของเขาพอดี พิธีกรนัดแนะให้เราร้องเพลง “สุขสันต์วันเกิด” ให้กับเขา เมื่อทุกคนเริ่มร้อง แต่ละคนกลับร้องกันคนละระดับเสียง ซ้ำยังนับจังหวะไม่เท่ากัน ตัวโน้ตและเนื้อร้องจึงปนเปกันไปหมด ผลก็คือไม่เข้ากัน และฟังไม่เป็นทำนอง อันที่จริงฟังดูน่าสมเพชอย่างยิ่ง เมื่อเพื่อนของฉันขึ้นไปบนเวที เขาให้โอกาสเราแก้ตัวอีกครั้ง เขาไม่ได้กำหนดระดับเสียงให้เรา แต่ให้จังหวะแรกแก่เรา ในที่สุดเราก็ร้องเพลงขึ้นพร้อมกัน เมื่อเพลงใกล้จะจบ คนส่วนใหญ่ก็สามารถร้องในระดับเสียงที่ใกล้เคียงกัน
<p>เสียงหนวกหูที่ควรจะเป็นเสียงเพลง ทำให้ฉันหวนคิดถึงปัญหาของคริสตจักรในศตวรรษแรก พวกเขามีความคิดที่แตกต่างกันในเรื่องผู้นำ บางคนติดตามเปาโล บ้างก็ติดตามอปอลโล (1 คร.3:4) ผลก็คือเกิดความขัดแย้งและแตกแยก (1 คร.3:3) แทนที่พวกเขาจะบรรเลงบทเพลง กลับส่งเสียงหนวกหู เมื่อผู้คนไม่เห็นด้วยกับผู้นำ พวกเขาทั้งหมด “ร้อง” (ฉันกล่าวเป็นเชิงเปรียบเทียบ) ด้วยระดับเสียงและทำนองที่ต่างคนต่างพอใจจะร้อง
<p>การจะบรรเลงบทเพลงไพเราะที่ดึงดูดผู้ไม่เชื่อให้มาถึงพระเยซู ผู้เชื่อทุกคนจะต้องตามผู้นำคนเดียวกัน และผู้นำจะต้องเป็นพระคริสต์เท่านั้น &#8211; JAL
</p></div>
<p class="poem">
ข้าแต่พระเจ้า ขอโปรดประทานสติปัญญาแก่ข้าพระองค์<br />
ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบว่าการตามแบบอย่างของผู้นำที่รักพระเจ้าเป็นสิ่งดี<br />
แต่โปรดอย่าให้ข้าพระองค์ยกย่องและนมัสการพวกเขาแทนพระองค์ อาเมน
</p>
<p class="remark">การบรรเลงในทำนองเดียวกับพระคริสต์<br />
สร้างเสียงประสานที่ลงตัวในคริสตจักร</p>
<p><span id="more-3266"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/05/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทฤษฎีหกสัมพันธ์</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/04/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/04/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/04/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2012 อ่าน: อิสยาห์ 55:8-11 คำของเรา&#8230;จะไม่กลับมาสู่เราเปล่า &#8211; อิสยาห์ 55:11 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 24-27, แปดสิบปีก่อน ฟริกเยส คารินธีย์ นักเขียนชาวฮังกาเรียน ได้เขียนเรื่องสั้นที่เขาตั้งชื่อว่า “ห่วงโซ่” (Chain-Links) ซึ่งนำเสนอแนวคิดว่า คนสองคนใดๆ ในโลก จะมีคนอื่นที่รู้จักสองคนนี้เชื่อมโยงกันเป็นทอดๆไม่เกินห้าคน ทฤษฎีนี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ในปัจจุบัน และเป็นที่รู้จักกันในนาม “ทฤษฎีหกสัมพันธ์” (Six degrees of Separation) แน่นอนว่าทฤษฎีนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่มีฤทธิ์อำนาจที่เชื่อมโยงเรากับคนอื่นๆ ในโลกนี้ นั่นคือพระปัญญาและการทรงนำของพระเจ้าซึ่งทำงานผ่านทางพระวจนะของพระองค์ เพื่อให้สำเร็จตามพระประสงค์ของพระองค์ หลายปีก่อน ผมได้รับจดหมายจากชายคนหนึ่ง ซึ่งผมไม่เคยเจอมาก่อน เขาเล่าว่าบังเอิญได้รับข้อความที่ผมเคยส่งให้กับเพื่อนสนิท ข้อความนั้นได้หนุนใจเขาในช่วงเวลาที่เขาอ่อนล้า และสิ้นหวังอย่างรุนแรง เพื่อนที่ผมส่งข้อความไปให้ ได้ส่งต่อให้เพื่อนของเขา ซึ่งก็ได้ส่งต่อไปอีกเป็นทอดๆ จนกระทั่งไปถึงชายคนที่เขียนจดหมายมาหาผม เป็นไปได้ว่า ถ้อยคำที่สำแดงความรักอย่างง่ายๆ โดยได้รับการทรงนำจากพระปัญญาของพระเจ้า และพยุงให้สูงด้วยปีกแห่งพระวิญญาณ จะสามารถส่งผลกระทบอย่างถาวรต่อชีวิตของคนบางคน ไม่ควรหรือที่เราจะเติมชีวิตของเราด้วยพระวจนะของพระเจ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: อิสยาห์ 55:8-11</span><br />
<span class="biblemessage">คำของเรา&#8230;จะไม่กลับมาสู่เราเปล่า &#8211; อิสยาห์ 55:11</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เลวีนิติ 24-27, </p>
<div id="mana_contents">
<p>แปดสิบปีก่อน ฟริกเยส คารินธีย์ นักเขียนชาวฮังกาเรียน ได้เขียนเรื่องสั้นที่เขาตั้งชื่อว่า “ห่วงโซ่” (Chain-Links) ซึ่งนำเสนอแนวคิดว่า คนสองคนใดๆ ในโลก จะมีคนอื่นที่รู้จักสองคนนี้เชื่อมโยงกันเป็นทอดๆไม่เกินห้าคน ทฤษฎีนี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ในปัจจุบัน และเป็นที่รู้จักกันในนาม “ทฤษฎีหกสัมพันธ์” (Six degrees of Separation) แน่นอนว่าทฤษฎีนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่มีฤทธิ์อำนาจที่เชื่อมโยงเรากับคนอื่นๆ ในโลกนี้ นั่นคือพระปัญญาและการทรงนำของพระเจ้าซึ่งทำงานผ่านทางพระวจนะของพระองค์ เพื่อให้สำเร็จตามพระประสงค์ของพระองค์
<p>หลายปีก่อน ผมได้รับจดหมายจากชายคนหนึ่ง ซึ่งผมไม่เคยเจอมาก่อน เขาเล่าว่าบังเอิญได้รับข้อความที่ผมเคยส่งให้กับเพื่อนสนิท ข้อความนั้นได้หนุนใจเขาในช่วงเวลาที่เขาอ่อนล้า และสิ้นหวังอย่างรุนแรง เพื่อนที่ผมส่งข้อความไปให้ ได้ส่งต่อให้เพื่อนของเขา ซึ่งก็ได้ส่งต่อไปอีกเป็นทอดๆ จนกระทั่งไปถึงชายคนที่เขียนจดหมายมาหาผม
<p>เป็นไปได้ว่า ถ้อยคำที่สำแดงความรักอย่างง่ายๆ โดยได้รับการทรงนำจากพระปัญญาของพระเจ้า และพยุงให้สูงด้วยปีกแห่งพระวิญญาณ จะสามารถส่งผลกระทบอย่างถาวรต่อชีวิตของคนบางคน
<p>ไม่ควรหรือที่เราจะเติมชีวิตของเราด้วยพระวจนะของพระเจ้า และส่งต่อไปยังผู้อื่นพร้อมกับอธิษฐาน ขอให้พระเจ้าทรงใช้ถ้อยคำของพระองค์ตามพระประสงค์ของพระองค์ (อสย.55:11) &#8211; DHR
</p></div>
<p class="poem">
จงกระทำคุณงามความเมตตา<br />
ถึงแม้ว่าไม่เห็นผลในวันนี้<br />
ระยะยาวสิ่งที่ทำส่งผลดี<br />
ดังนั้นยามโอกาสมีรีบลงมือ – Norris
</p>
<p class="remark">ดอกไม้ที่ไม่รู้ว่ากลิ่นหอมของมันเกิดจากอะไรฉันใด<br />
เราก็ไม่อาจรู้ว่าอิทธิพลของเราจะส่งผลอย่างไรฉันนั้น</p>
<p><span id="more-3265"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/04/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่าความให้พระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/03/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/03/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/03/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2012 อ่าน: ฟีลิปปี 1:12-18 ทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ให้กล่าวแก้เพื่อข่าวประเสริฐนั้น &#8211; ฟีลิปปี 1:16 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 20-23, ชาลส์ ฟินนีย์ ทนายความอายุ 29 ปี รู้สึกกังวลเกี่ยวกับความรอดฝ่ายจิตวิญญาณของตน ในวันที่ 10 ตุลาคม 1821 เขาจึงปลีกตัวเข้าไปในป่าใกล้บ้านเพื่ออธิษฐาน ที่นั่น เขาได้รับประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง เขาเขียนไว้ว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์&#8230; คล้ายจะแทรกซึมเข้าไปในตัวผม ทั้งร่างกายและจิตใจ&#8230;ราวกับคลื่นน้ำแห่งความรัก” วันถัดมา เขานัดพบกับลูกความที่มาหาเพื่อให้เขาเป็นตัวแทนทางกฎหมาย ฟินนีย์บอกกับลูกความของเขาว่า “ผมได้รับการว่าจ้างจากองค์พระเยซูคริสต์เพื่อสู้คดีให้กับพระองค์ จึงไม่สามารถว่าความให้คุณได้แล้ว” เขาทิ้งวิชาความรู้ทางกฎหมายและเข้าสู่การทำพันธกิจ ต่อมาพระเจ้าทรงใช้เขาอย่างมากมายให้นำผู้คนมาหาพระองค์ อัครทูตเปาโลก็ได้รับการทรงเรียกให้มาสู้คดีขององค์พระผู้เป็นเจ้าเช่นกัน ท่านเขียนว่า “ทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ให้กล่าวแก้เพื่อข่าวประเสริฐนั้น” (ฟป.1:17) คำว่า “กล่าวแก้” เป็นคำสำหรับทนายความที่ใช้ว่าความในศาลสมัยโบราณ ผู้เชื่อทุกคนได้รับการทรงเรียกให้แบ่งปันข่าวอัศจรรย์แห่งการช่วยกู้โดยพระคุณพระเจ้า “ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์ โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายทางเรา เราจึงขอร้องท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกันกับพระเจ้า” (2 คร.5:20) เป็นสิทธิพิเศษยิ่งที่พระเจ้าทรงใช้เราให้นำผู้คนมาสู่พระคริสต์! &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ฟีลิปปี 1:12-18</span><br />
<span class="biblemessage">ทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ให้กล่าวแก้เพื่อข่าวประเสริฐนั้น &#8211; ฟีลิปปี 1:16</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เลวีนิติ 20-23, </p>
<div id="mana_contents">
<p>ชาลส์ ฟินนีย์ ทนายความอายุ 29 ปี รู้สึกกังวลเกี่ยวกับความรอดฝ่ายจิตวิญญาณของตน ในวันที่ 10 ตุลาคม 1821 เขาจึงปลีกตัวเข้าไปในป่าใกล้บ้านเพื่ออธิษฐาน ที่นั่น เขาได้รับประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง เขาเขียนไว้ว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์&#8230; คล้ายจะแทรกซึมเข้าไปในตัวผม ทั้งร่างกายและจิตใจ&#8230;ราวกับคลื่นน้ำแห่งความรัก”
<p>วันถัดมา เขานัดพบกับลูกความที่มาหาเพื่อให้เขาเป็นตัวแทนทางกฎหมาย ฟินนีย์บอกกับลูกความของเขาว่า “ผมได้รับการว่าจ้างจากองค์พระเยซูคริสต์เพื่อสู้คดีให้กับพระองค์ จึงไม่สามารถว่าความให้คุณได้แล้ว” เขาทิ้งวิชาความรู้ทางกฎหมายและเข้าสู่การทำพันธกิจ ต่อมาพระเจ้าทรงใช้เขาอย่างมากมายให้นำผู้คนมาหาพระองค์
<p>อัครทูตเปาโลก็ได้รับการทรงเรียกให้มาสู้คดีขององค์พระผู้เป็นเจ้าเช่นกัน ท่านเขียนว่า “ทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ให้กล่าวแก้เพื่อข่าวประเสริฐนั้น” (ฟป.1:17) คำว่า “กล่าวแก้” เป็นคำสำหรับทนายความที่ใช้ว่าความในศาลสมัยโบราณ ผู้เชื่อทุกคนได้รับการทรงเรียกให้แบ่งปันข่าวอัศจรรย์แห่งการช่วยกู้โดยพระคุณพระเจ้า “ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์ โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายทางเรา เราจึงขอร้องท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกันกับพระเจ้า” (2 คร.5:20)
<p>เป็นสิทธิพิเศษยิ่งที่พระเจ้าทรงใช้เราให้นำผู้คนมาสู่พระคริสต์! &#8211; HDF
</p></div>
<p class="poem">
หากมีใจห่วงใยผู้หลงหาย<br />
พวกเขาเดินสู่ความตายน่าหวาดหวั่น<br />
จงนำข่าวเรื่องพระคริสต์ไปแบ่งปัน<br />
เขาจะได้พ้นโทษทัณฑ์ที่ร้ายแรง – Sper
</p>
<p class="remark">ข่าวประเสริฐแห่งพระคริสต์ดีเกินกว่าจะเก็บเอาไว้คนเดียว</p>
<p><span id="more-3264"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/03/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แผนการของพระเจ้าไม่ใช่แผนของเรา</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/02/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88e/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/02/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88e/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/02/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88e/</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2012 อ่าน: 1 ซามูเอล 4:1-11 จะทูลพระเจ้าว่า “ที่ลี้ภัยของข้าพระองค์และป้อมปราการของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ผู้ที่ข้าพระองค์ไว้วางใจ” &#8211; สดุดี 91:2 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 17-19, ทุกฝ่ายต่างเข้าใจผิดเกี่ยวกับหีบพันธสัญญา (เครื่องใช้ในพลับพลา ซึ่งเป็นตัวแทนพระบัลลังก์ของพระเจ้า) หลังจากที่อิสราเอลพ่ายแพ้สงครามแก่ฟีลิสเตีย พวกเขาส่งผู้สื่อสารไปยังชิโลห์ เพื่อขอให้นำหีบมายังค่ายของพวกเขาในเอเบนเอเซอร์ เมื่อหีบมาถึง คนอิสราเอลพากันโห่ร้องเสียงดังจนได้ยินไปถึงเอเฟก ค่ายของศัตรู การมาถึงของหีบทำให้คนฟีลิสเตียหวาดผวา แต่สร้างขวัญกำลังใจให้แก่คนอิสราเอล ทั้งสองฝ่ายต่างคิดผิด อิสราเอลนำหีบเข้าไปในสนามรบ แต่กลับถูกโจมตีจนพ่ายแพ้อีกครั้ง ฟีลิสเตียทำพลาดโดยการยึดหีบพันธสัญญาไปส่งผลให้พวกเขาต้องเจ็บป่วย และบรรดาพระเทียมเท็จของพวกเขาต้องถูกทำลาย เราเข้าใจว่าความผิดพลาดของชาวฟีลิสเตียคือที่พวกเขานมัสการรูปเคารพ แต่ชาวอิสราเอลน่าจะรู้ดีกว่า พวกเขาพลาดที่ไม่ปรึกษาพระเจ้าเรื่องการใช้หีบพันธสัญญา พวกเขารู้ว่าในสมัยก่อนหีบถูกหามเข้าไปในสนามรบ (ยชว.6) แต่พวกเขาลืมคิดไปว่าพวกเขายึดเมืองเยรีโคได้ เพราะแผนการของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะหีบพันธสัญญา ไม่ว่าเราจะมีตัวช่วยแบบใด หากเราไม่ใช้ตามแผนการของพระเจ้า เราก็จะล้มเหลว ขอให้เราศึกษาพระวจนะ อธิษฐานขอการทรงนำจากพระเจ้าและไว้วางใจในการทรงนำของพระองค์ (สดด.91:2) ก่อนที่เราจะก้าวไปสู่หนทางที่เสี่ยงต่อการล้มลงในความเชื่อ &#8211; JDB ฉันรู้ว่าเวลาที่ฉันมี ทั้งหมดนี้เป็นของพระบิดา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: 1 ซามูเอล 4:1-11</span><br />
<span class="biblemessage">จะทูลพระเจ้าว่า “ที่ลี้ภัยของข้าพระองค์และป้อมปราการของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ผู้ที่ข้าพระองค์ไว้วางใจ” &#8211; สดุดี 91:2</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เลวีนิติ 17-19, </p>
<div id="mana_contents">
<p>ทุกฝ่ายต่างเข้าใจผิดเกี่ยวกับหีบพันธสัญญา (เครื่องใช้ในพลับพลา ซึ่งเป็นตัวแทนพระบัลลังก์ของพระเจ้า) หลังจากที่อิสราเอลพ่ายแพ้สงครามแก่ฟีลิสเตีย พวกเขาส่งผู้สื่อสารไปยังชิโลห์ เพื่อขอให้นำหีบมายังค่ายของพวกเขาในเอเบนเอเซอร์
<p>เมื่อหีบมาถึง คนอิสราเอลพากันโห่ร้องเสียงดังจนได้ยินไปถึงเอเฟก ค่ายของศัตรู การมาถึงของหีบทำให้คนฟีลิสเตียหวาดผวา แต่สร้างขวัญกำลังใจให้แก่คนอิสราเอล
<p>ทั้งสองฝ่ายต่างคิดผิด อิสราเอลนำหีบเข้าไปในสนามรบ แต่กลับถูกโจมตีจนพ่ายแพ้อีกครั้ง ฟีลิสเตียทำพลาดโดยการยึดหีบพันธสัญญาไปส่งผลให้พวกเขาต้องเจ็บป่วย และบรรดาพระเทียมเท็จของพวกเขาต้องถูกทำลาย
<p>เราเข้าใจว่าความผิดพลาดของชาวฟีลิสเตียคือที่พวกเขานมัสการรูปเคารพ แต่ชาวอิสราเอลน่าจะรู้ดีกว่า พวกเขาพลาดที่ไม่ปรึกษาพระเจ้าเรื่องการใช้หีบพันธสัญญา พวกเขารู้ว่าในสมัยก่อนหีบถูกหามเข้าไปในสนามรบ (ยชว.6) แต่พวกเขาลืมคิดไปว่าพวกเขายึดเมืองเยรีโคได้ เพราะแผนการของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะหีบพันธสัญญา
<p>ไม่ว่าเราจะมีตัวช่วยแบบใด หากเราไม่ใช้ตามแผนการของพระเจ้า เราก็จะล้มเหลว ขอให้เราศึกษาพระวจนะ อธิษฐานขอการทรงนำจากพระเจ้าและไว้วางใจในการทรงนำของพระองค์ (สดด.91:2) ก่อนที่เราจะก้าวไปสู่หนทางที่เสี่ยงต่อการล้มลงในความเชื่อ &#8211; JDB
</p></div>
<p class="poem">
ฉันรู้ว่าเวลาที่ฉันมี ทั้งหมดนี้เป็นของพระบิดา<br />
จึงควรใช้ให้สมกับคุณค่า ด้วยจับตาทำตามน้ำพระทัย<br />
เพราะพระองค์ทรงนำทุกก้าวย่าง ตลอดทางทรงวางแผนการไว้<br />
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงยอมวางใจ จนกว่าได้ถึงวันพบพระองค์ &#8211; Fraser
</p>
<p class="remark">เรามองเห็นเพียงบางส่วน แต่พระเจ้าทรงเห็นทั้งหมด</p>
<p><span id="more-3263"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/02/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิตวิญญาณคริสตมาส</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/01/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/01/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/01/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</guid>
		<description><![CDATA[วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2012 อ่าน: ลูกา 1:31-41 พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ &#8211; ลูกา 1:35 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 14-16, การแสดงน้ำใจและความปรารถนาดีซึ่งมีอยู่เหลือล้นตลอดเดือนธันวาคมมักจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนพูดว่า “ฉันหวังว่าเราจะรักษาจิตวิญญาณคริสตมาสไว้ตลอดทั้งปี” ทำไมจึงดูเหมือนว่าการแสดงน้ำใจและความเอื้ออาทรต้องขึ้นอยู่กับวันในปฏิทิน แล้วจะมีธารน้ำใจที่เอ่อล้นและยั่งยืนกว่าความรู้สึกอบอุ่นช่วงเทศกาล ซึ่งจากไปตามฤดูกาลหรือไม่ ในพระธรรมลูกาสองบทแรก กล่าวถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์เจ็ดครั้ง งานของพระองค์ถูกอ้างถึงในชีวิตของยอห์นผู้ให้บัพติศมา ซึ่งยังอยู่ในครรภ์ (ลก.1:15) มารีย์ (ลก.1:35) เอลีซาเบธ (ลก.1:41) เศคาริยาห์ (ลก.1:67) และสิเมโอน (ลก.2:25-27) สิ่งที่เรามักเรียกว่า “เรื่องราววันคริสตมาส” ไม่ได้กล่าวว่าจู่ๆ ผู้คนก็มีความคิดบางอย่าง หรือมีความรู้สึกแปลกๆ ที่สัมผัสใจ แต่กลับระบุว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ที่นำสิเมโอน เติมเต็มเศคาริยาห์และเอลีซาเบธ และถักทอทารกในครรภ์ของมารีย เราสามารถแยกแยะเสียงของพระวิญญาณออกจากเสียงต่างๆ ได้เหมือนพวกเขาหรือไม่ เราพร้อมที่จะฟังพระบัญชาของพระองค์และกระตือรือร้นที่จะกระทำตามหรือไม่ เราจะยอมให้ความอบอุ่นและความรักของพระองค์เติมเต็มหัวใจของเรา และเอ่อล้นออกมาเป็นการกระทำหรือไม่ ในวันนี้ การทรงสถิตอยู่และฤทธิ์อำนาจของพระคริสต์ยังคงอยู่ในเราผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ทรงเป็นจิตวิญญาณคริสตมาสที่แท้จริงตลอดกาล และคงอยู่ตลอดทั้งปี &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ลูกา 1:31-41</span><br />
<span class="biblemessage">พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ &#8211; ลูกา 1:35</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เลวีนิติ 14-16, </p>
<div id="mana_contents">
<p>การแสดงน้ำใจและความปรารถนาดีซึ่งมีอยู่เหลือล้นตลอดเดือนธันวาคมมักจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนพูดว่า “ฉันหวังว่าเราจะรักษาจิตวิญญาณคริสตมาสไว้ตลอดทั้งปี” ทำไมจึงดูเหมือนว่าการแสดงน้ำใจและความเอื้ออาทรต้องขึ้นอยู่กับวันในปฏิทิน แล้วจะมีธารน้ำใจที่เอ่อล้นและยั่งยืนกว่าความรู้สึกอบอุ่นช่วงเทศกาล ซึ่งจากไปตามฤดูกาลหรือไม่</p>
<p><p>ในพระธรรมลูกาสองบทแรก กล่าวถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์เจ็ดครั้ง งานของพระองค์ถูกอ้างถึงในชีวิตของยอห์นผู้ให้บัพติศมา ซึ่งยังอยู่ในครรภ์ (ลก.1:15) มารีย์ (ลก.1:35) เอลีซาเบธ (ลก.1:41) เศคาริยาห์ (ลก.1:67) และสิเมโอน (ลก.2:25-27) สิ่งที่เรามักเรียกว่า “เรื่องราววันคริสตมาส” ไม่ได้กล่าวว่าจู่ๆ ผู้คนก็มีความคิดบางอย่าง หรือมีความรู้สึกแปลกๆ ที่สัมผัสใจ แต่กลับระบุว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ที่นำสิเมโอน เติมเต็มเศคาริยาห์และเอลีซาเบธ และถักทอทารกในครรภ์ของมารีย</p>
<p><p>เราสามารถแยกแยะเสียงของพระวิญญาณออกจากเสียงต่างๆ ได้เหมือนพวกเขาหรือไม่ เราพร้อมที่จะฟังพระบัญชาของพระองค์และกระตือรือร้นที่จะกระทำตามหรือไม่ เราจะยอมให้ความอบอุ่นและความรักของพระองค์เติมเต็มหัวใจของเรา และเอ่อล้นออกมาเป็นการกระทำหรือไม่</p>
<p><p>ในวันนี้ การทรงสถิตอยู่และฤทธิ์อำนาจของพระคริสต์ยังคงอยู่ในเราผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ทรงเป็นจิตวิญญาณคริสตมาสที่แท้จริงตลอดกาล และคงอยู่ตลอดทั้งปี &#8211; DCM
</p></div>
<p class="poem">
พระวิญญาณขอทรงเทมาเต็มล้น หลั่งลงบนเราที่นี่ในยามนี้<br />
ขอโปรดเจิมเราใหม่ด้วยฤทธี แห่งพระวิญญาณทรงราศีและฤทธา – Jarvis
</p>
<p class="remark">พระเยซูเสด็จจากไป เพื่อพระวิญญาณจะเสด็จมาสถิตอยู่</p>
<p><span id="more-3262"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/02/01/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>องค์สันติราช</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/31/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/31/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/31/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/</guid>
		<description><![CDATA[วันอังคารที่ 31 มกราคม 2012 อ่าน: ยอห์น 14:25-31 เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ &#8211; ยอห์น 14:27 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 11-13, เมื่อหลายปีก่อน ผมได้รู้จักชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในแก๊งจักรยานยนต์ ชายผู้นี้เติบโตในประเทศที่พ่อแม่ของเขาไปเป็นมิชชันนารีอยู่เมื่อครอบครัวนี้กลับมาที่สหรัฐ ดูเหมือนเขาจะปรับตัวไม่ได้ เขาชอบสร้างปัญหาและถูกฆ่าตายในระหว่างการต่อสู้กับแก๊งคู่อริ ผมเคยช่วยจัดงานพิธีไว้อาลัยมามาก แต่งานไว้อาลัยของชายผู้นี้เป็นที่จดจำมากที่สุด งานนี้จัดขึ้นในสวนที่มีผืนหญ้าโอบรอบทะเลสาบเพื่อนๆ ของเขาจอดจักรยานยนต์เป็นวงกลมและนั่งลงบนพื้นหญ้า ล้อมรอบเพื่อนคนหนึ่งและผมซึ่งเป็นผู้ประกอบพิธี เราพูดสั้นๆ ง่ายๆถึงสันติภาพระหว่างกลุ่มต่างๆ ที่ทะเลาะกันและสันติสุขภายในจิตใจที่มาจากความรักของพระเยซู จากนั้น สมาชิกคนหนึ่งในแก๊งได้กล่าวขอบคุณผม และทำท่าจะเดินจากไป แต่แล้วเขาก็หันกลับมาพูดในสิ่งที่ผมไม่เคยลืม เขากล่าวว่า ผมมี “ไอ้เพื่อนยาก ห้องเช่า กับอีแก่” (จักรยานยนต์ อพาร์ตเมนต์ และเพื่อนสาว) และกล่าวอีกว่า “แต่ผมกลับไม่มีสันติสุข” เราจึงคุยเรื่องพระเยซูผู้ทรงเป็นสันติสุขกันต่อ ไม่ว่าเราจะขี่จักรยานยนต์หรือขับรถยนต์ อยู่ห้องพักสุดหรูหรือห้องเช่าเล็กๆ มีคนรักหรือไม่มี ก็ไม่ต่างกัน หากไม่มีพระเยซู ก็ไม่มีสันติสุขพระองค์ตรัสว่า “เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอังคารที่ 31 มกราคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 14:25-31</span><br />
<span class="biblemessage">เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ &#8211; ยอห์น 14:27</span></p>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เลวีนิติ 11-13, </p>
<div id="mana_contents">
<p>เมื่อหลายปีก่อน ผมได้รู้จักชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในแก๊งจักรยานยนต์ ชายผู้นี้เติบโตในประเทศที่พ่อแม่ของเขาไปเป็นมิชชันนารีอยู่เมื่อครอบครัวนี้กลับมาที่สหรัฐ ดูเหมือนเขาจะปรับตัวไม่ได้ เขาชอบสร้างปัญหาและถูกฆ่าตายในระหว่างการต่อสู้กับแก๊งคู่อริ</p>
<p><p>ผมเคยช่วยจัดงานพิธีไว้อาลัยมามาก แต่งานไว้อาลัยของชายผู้นี้เป็นที่จดจำมากที่สุด งานนี้จัดขึ้นในสวนที่มีผืนหญ้าโอบรอบทะเลสาบเพื่อนๆ ของเขาจอดจักรยานยนต์เป็นวงกลมและนั่งลงบนพื้นหญ้า ล้อมรอบเพื่อนคนหนึ่งและผมซึ่งเป็นผู้ประกอบพิธี เราพูดสั้นๆ ง่ายๆถึงสันติภาพระหว่างกลุ่มต่างๆ ที่ทะเลาะกันและสันติสุขภายในจิตใจที่มาจากความรักของพระเยซู</p>
<p><p>จากนั้น สมาชิกคนหนึ่งในแก๊งได้กล่าวขอบคุณผม และทำท่าจะเดินจากไป แต่แล้วเขาก็หันกลับมาพูดในสิ่งที่ผมไม่เคยลืม เขากล่าวว่า ผมมี “ไอ้เพื่อนยาก ห้องเช่า กับอีแก่” (จักรยานยนต์ อพาร์ตเมนต์ และเพื่อนสาว) และกล่าวอีกว่า “แต่ผมกลับไม่มีสันติสุข” เราจึงคุยเรื่องพระเยซูผู้ทรงเป็นสันติสุขกันต่อ</p>
<p><p>ไม่ว่าเราจะขี่จักรยานยนต์หรือขับรถยนต์ อยู่ห้องพักสุดหรูหรือห้องเช่าเล็กๆ มีคนรักหรือไม่มี ก็ไม่ต่างกัน หากไม่มีพระเยซู ก็ไม่มีสันติสุขพระองค์ตรัสว่า “เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้” (ยน.14:27) ของประทานนี้มีไว้สำหรับคนที่วางใจในพระองค์ คุณเคยทูลขอสันติสุขจากพระองค์แล้วหรือยัง?- DHR
</p></div>
<p class="poem">
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์อยากมีสันติสุขในชีวิต เพื่อที่จะมีสันติสุขกับพระองค์กับผู้อื่น และกับตนเอง พระคำของพระองค์บอกไว้ว่าสันติสุขนั้นมาจากพระองค์ขอโปรดประทานสันติสุขแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด อาเมน
</p>
<p class="remark">พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์แทนเรา<br />
เพื่อจะประทานสันติสุขของพระองค์ให้กับเรา</p>
<p><span id="more-3229"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/31/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อลมพัดมา</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/30/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/30/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Jan 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/30/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2012 อ่าน: โรม 8:26-30 สาธุการแด่พระเจ้า&#8230;พระเจ้าแห่งความชูใจทุกอย่าง พระองค์ผู้ทรงชูใจเราในการทุกข์ยากทั้งสิ้นของเรา &#8211; 2 โครินธ์ 1:3-4 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 8-10, แฮรอลด์ และแคธี และลูกชายสองคน อยู่ในป่าในรัฐมิเนโซตาขณะที่พายุทอร์นาโดพัดผ่านพื้นที่ดังกล่าว หลายปีต่อมาแคธี เล่าให้ผมฟังถึงประสบการณ์ในครั้งนั้นว่า “สามีของฉันกับลูกชายคนโตอยู่ห่างออกไปพอควร แต่ฉันกับลูกชายคนเล็กเข้าไปหลบอยู่ในกระท่อม เราได้ยินเสียงเหมือนกับรถไฟสักร้อยขบวนวิ่งผ่าน และด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เรารีบหมอบลงกับพื้นในท่าที่ปลอดภัยที่สุด กระท่อมเริ่มแยกออกจากกัน ฉันหลับตาเนื่องจากมีซากปรักหักพังปลิวว่อนไปทั่วบริเวณนั้น ฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังขึ้นลิฟท์และถูกยิงขึ้นไปกลางอากาศ ฉันหล่นลงไปในทะเลสาบและพยายามเกาะเศษของสิ่งปรักหักพังเอาไว้เพื่อจะสามารถลอยตัวอยู่ได้” แต่น่าเศร้าที่ลูกชายคนเล็กไม่รอดชีวิต แฮรอลด์กล่าวถึงการสูญเสียลูกชายว่า “เราร้องไห้ทุกวันนานหกสัปดาห์ แต่เราเชื่อว่าพระเจ้าผู้ทรงครอบครองด้วยความรักทรงอนุญาตให้พายุทอร์นาโดลูกนี้พัดผ่านเขตที่เราอยู่ และเรารู้สึกโล่งใจที่ลูกของเรารู้จักพระเจ้าแล้ว” เมื่อคนที่เรารักถูกรับขึ้นไปและทิ้งเราไว้ข้างหลัง เราอาจจะมีคำถามมากมาย ในเวลาเช่นนั้น โรม 8:28 สามารถหนุนใจเราได้เป็นอย่างดีเพราะ“เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” ความไว้วางใจในการครอบครองด้วยความรักของพระเจ้าช่วยปลอบประโลมจิตใจของสามีภรรยาคู่นี้ในยามที่พวกเขารู้สึกโศกเศร้า (2 คร.1:3-4) &#8211; HDF เมื่อหนุนใจผู้ใดที่ทุกข์ทน หรือยามเราอับจนจิตวิญญาณ พระเยซูทรงช่วยเราพ้นผ่าน ทุกสถานการณ์พระองค์ทรงครอบครอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: โรม 8:26-30</span><br />
<span class="biblemessage">สาธุการแด่พระเจ้า&#8230;พระเจ้าแห่งความชูใจทุกอย่าง พระองค์ผู้ทรงชูใจเราในการทุกข์ยากทั้งสิ้นของเรา &#8211; 2 โครินธ์ 1:3-4</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เลวีนิติ 8-10, </p>
<div id="mana_contents">
<p>แฮรอลด์ และแคธี และลูกชายสองคน อยู่ในป่าในรัฐมิเนโซตาขณะที่พายุทอร์นาโดพัดผ่านพื้นที่ดังกล่าว หลายปีต่อมาแคธี เล่าให้ผมฟังถึงประสบการณ์ในครั้งนั้นว่า
<p>“สามีของฉันกับลูกชายคนโตอยู่ห่างออกไปพอควร แต่ฉันกับลูกชายคนเล็กเข้าไปหลบอยู่ในกระท่อม เราได้ยินเสียงเหมือนกับรถไฟสักร้อยขบวนวิ่งผ่าน และด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เรารีบหมอบลงกับพื้นในท่าที่ปลอดภัยที่สุด กระท่อมเริ่มแยกออกจากกัน ฉันหลับตาเนื่องจากมีซากปรักหักพังปลิวว่อนไปทั่วบริเวณนั้น ฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังขึ้นลิฟท์และถูกยิงขึ้นไปกลางอากาศ ฉันหล่นลงไปในทะเลสาบและพยายามเกาะเศษของสิ่งปรักหักพังเอาไว้เพื่อจะสามารถลอยตัวอยู่ได้”
<p>แต่น่าเศร้าที่ลูกชายคนเล็กไม่รอดชีวิต แฮรอลด์กล่าวถึงการสูญเสียลูกชายว่า “เราร้องไห้ทุกวันนานหกสัปดาห์ แต่เราเชื่อว่าพระเจ้าผู้ทรงครอบครองด้วยความรักทรงอนุญาตให้พายุทอร์นาโดลูกนี้พัดผ่านเขตที่เราอยู่ และเรารู้สึกโล่งใจที่ลูกของเรารู้จักพระเจ้าแล้ว”
<p>เมื่อคนที่เรารักถูกรับขึ้นไปและทิ้งเราไว้ข้างหลัง เราอาจจะมีคำถามมากมาย ในเวลาเช่นนั้น โรม 8:28 สามารถหนุนใจเราได้เป็นอย่างดีเพราะ“เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” ความไว้วางใจในการครอบครองด้วยความรักของพระเจ้าช่วยปลอบประโลมจิตใจของสามีภรรยาคู่นี้ในยามที่พวกเขารู้สึกโศกเศร้า (2 คร.1:3-4) &#8211; HDF
</p></div>
<p class="poem">
เมื่อหนุนใจผู้ใดที่ทุกข์ทน<br />
หรือยามเราอับจนจิตวิญญาณ<br />
พระเยซูทรงช่วยเราพ้นผ่าน<br />
ทุกสถานการณ์พระองค์ทรงครอบครอง – D. De Haan
</p>
<p class="remark">การปลอบประโลมอันยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาที่โศกเศร้าคือ<br />
การได้รู้ว่าพระเจ้าทรงควบคุมอยู่</p>
<p><span id="more-3228"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/30/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มิตรแท้</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/29/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/29/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Jan 2012 17:02:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/29/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2012 อ่าน: ยอห์น 15:9-17 เราจะไม่เรียกท่านทั้งหลายว่าบ่าวอีก&#8230;แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย เพราะว่าทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดาของเรา เราได้สำแดงแก่ท่านแล้ว &#8211; ยอห์น 15:15 อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เลวีนิติ 5-7, ผู้เชี่ยวชาญการสืบค้นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เปลี่ยนแปลงไป ได้เลือกคำว่า ยกเลิกความเป็นเพื่อน (unfriend) ให้เป็นคำศัพท์แห่งปี2009 ของพจนานุกรมนิว อ๊อกซ์ฟอร์ด อเมริกันโดยนิยามคำกิริยาดังกล่าวว่า “การปลดใครออกจากสถานะเพื่อนบนเว็บไซต์ที่เป็นเครือข่ายทางสังคม” เช่น Facebook เป็นต้น ทั้งนี้ บนเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อนจะอนุญาตให้เพื่อนเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของตนเองได้ พวกเขาอาจจะไม่เคยพบหน้า หรือแม้แต่จะทักทายกัน ในโลกของคนที่รู้จักกันแบบประเดี๋ยวเดียวทางอินเตอร์เน็ตเช่นนี้ เราจะเริ่มตระหนักว่าการมีมิตรแท้สักคนนั้นมีความหมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อพระเยซูทรงเรียกสาวกของพระองค์ว่า“มิตรสหาย” (ยน.15:15)พระองค์ทรงหมายถึงความสัมพันธ์ที่อุทิศตนให้แก่กันและกัน ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่พระองค์จะสละพระชนม์ชีพ (ยน.15:13) ทรงขอให้เหล่าสาวกแสดงว่าพวกเขาเป็นมิตรของพระองค์โดยการประพฤติตามคำสั่งของพระองค์(ยน.15:14) และคำพูดที่น่าประหลาดใจที่สุดของพระเยซูคือ “เราจะไม่เรียกท่านทั้งหลายว่าบ่าวอีก เพราะบ่าวไม่ทราบว่านายทำอะไร แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย เพราะว่าทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดาของเรา เราได้สำแดงแก่ท่านแล้ว” (ยน.15:15) ในมิตรภาพแท้ ความสัตย์ซื่อจริงใจของฝ่ายหนึ่งสามารถประคองให้อีกฝ่ายยังคงจริงใจได้ในช่วงเวลาที่รู้สึกท้อแท้และหวาดกลัว และพระเยซูทรงเป็นเช่นนั้นต่อเรา ทรงเป็นสหายผู้สัตย์ซื่อนิรันดร์ &#8211; DCM [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wb_fb_top'><div style="float:right;"></div></div><p><span class="manadate">วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2012</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน: ยอห์น 15:9-17</span><br />
<span class="biblemessage">เราจะไม่เรียกท่านทั้งหลายว่าบ่าวอีก&#8230;แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย เพราะว่าทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดาของเรา เราได้สำแดงแก่ท่านแล้ว &#8211; ยอห์น 15:15</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน   1 ปี: เลวีนิติ 5-7, </p>
<div id="mana_contents">
<p>ผู้เชี่ยวชาญการสืบค้นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เปลี่ยนแปลงไป ได้เลือกคำว่า ยกเลิกความเป็นเพื่อน (unfriend) ให้เป็นคำศัพท์แห่งปี2009 ของพจนานุกรมนิว อ๊อกซ์ฟอร์ด อเมริกันโดยนิยามคำกิริยาดังกล่าวว่า “การปลดใครออกจากสถานะเพื่อนบนเว็บไซต์ที่เป็นเครือข่ายทางสังคม” เช่น Facebook เป็นต้น ทั้งนี้ บนเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อนจะอนุญาตให้เพื่อนเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของตนเองได้ พวกเขาอาจจะไม่เคยพบหน้า หรือแม้แต่จะทักทายกัน ในโลกของคนที่รู้จักกันแบบประเดี๋ยวเดียวทางอินเตอร์เน็ตเช่นนี้ เราจะเริ่มตระหนักว่าการมีมิตรแท้สักคนนั้นมีความหมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
<p>เมื่อพระเยซูทรงเรียกสาวกของพระองค์ว่า“มิตรสหาย” (ยน.15:15)พระองค์ทรงหมายถึงความสัมพันธ์ที่อุทิศตนให้แก่กันและกัน ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่พระองค์จะสละพระชนม์ชีพ (ยน.15:13) ทรงขอให้เหล่าสาวกแสดงว่าพวกเขาเป็นมิตรของพระองค์โดยการประพฤติตามคำสั่งของพระองค์(ยน.15:14) และคำพูดที่น่าประหลาดใจที่สุดของพระเยซูคือ “เราจะไม่เรียกท่านทั้งหลายว่าบ่าวอีก เพราะบ่าวไม่ทราบว่านายทำอะไร แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย เพราะว่าทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดาของเรา เราได้สำแดงแก่ท่านแล้ว” (ยน.15:15)
<p>ในมิตรภาพแท้ ความสัตย์ซื่อจริงใจของฝ่ายหนึ่งสามารถประคองให้อีกฝ่ายยังคงจริงใจได้ในช่วงเวลาที่รู้สึกท้อแท้และหวาดกลัว และพระเยซูทรงเป็นเช่นนั้นต่อเรา ทรงเป็นสหายผู้สัตย์ซื่อนิรันดร์ &#8211; DCM
</p></div>
<p class="poem">
ฮาเลลูยาสหายเลิศ คือพระคริสต์ประเสริฐสถิตด้วย<br />
ทรงปกป้องทรงรักพรอำนวย พระทรงช่วยประคองข้าจนบั้นปลาย –Chapman
</p>
<p class="remark">เพื่อนที่เรารักที่สุดบนโลก<br />
เป็นเพียงเงาเมื่อเทียบกับพระเยซู</p>
<p><span id="more-3227"></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2012/01/29/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

