<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันธกิจมานาประจำวัน &#187; อ่านมานาประจำวัน</title>
	<atom:link href="http://www.rbcthailand.org/odb/category/odb/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rbcthailand.org/odb</link>
	<description>อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Mar 2010 17:01:08 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เป้าหมายร่วมกัน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 17:01:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1326</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 12 มีนานาคม
อ่าน:  1 โครินธ์ 1:10-17
ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ขอให้ท่านปรองดองกัน อย่าถือพวกถือคณะ &#8211; 1 โครินธ์ 1:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:	เฉลยธรรมบัญญัติ 17-19,	มาระโก 13:1-20
นกเค้าจุดได้หายไปจากประเทศสหรัฐแล้ว แต่เดิมเชื่อกันว่าการตัดไม้เป็นภัยคุกคามที่สำคัญที่สุด แต่จากการวิจัยพบว่า นกเค้าที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกันต่างหากที่เป็นปัญหา เนื่องจากในเวลา 15 ปีที่ผ่านมา นกเค้าโมงได้มีการขยายพื้นที่อาศัยมาทางฝั่งตะวันตกของประเทศอย่างรวดเร็ว นกเค้าโมงที่เคยอยู่เฉพาะทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี ได้มาแย่งอาหารของ นกเค้าจุด นกเค้าโมงมีนิสัยก้าวร้าวและปรับตัวได้ดีกว่า
ในทำนองเดียวกัน ความขัดแย้งฝ่ายวิญญาณที่ร้ายแรงที่สุดก็ไม่ได้มาจากภายนอกคริสตจักร แต่มาจากคริสเตียนด้วยกันเอง ซึ่งเกิดขึ้นกับคริสตจักรในเมืองโครินธ์ และเปาโลเจตนาที่จะพูดถึงวิญญาณแห่งความแตกแยกที่แพร่กระจายไปในคริสตจักร วิญญาณร้ายนี้เป็นอันตรายต่อเอกภาพของคริสตจักร เปาโลซึ่งมีหัวใจของผู้เลี้ยง ได้หนุนใจชาวเมืองโครินธ์ให้ปรองดองกันในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ และไม่แตกแยกกันในเรื่องที่ไร้สาระ ประชาชนทะเลาะทุ่มเถียงกันเพราะต่างคนต่างฝักใฝ่ในผู้นำคริสเตียนที่แตกต่างกัน ทั้งเปาโล อปอลโล เปโตร และแม้แต่พระคริสต์ ในความแตกแยกนี้พวก เขากำลังยกย่องผู้นำที่เขาศรัทธาขึ้นมา เหนือความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสต์
เปาโลกล่าวว่าสิ่งสำคัญที่ควรจะทำให้คริสตจักรเป็นหนึ่งเดียวกันคือ การประกาศข่าวประเสริฐ นั่นควรจะเป็นเป้าหมายร่วมของเราด้วยเช่นกัน &#8211; MW

ขอพระเจ้าประทานพรอันมากล้น 	แก่พวกเราทุกคนในที่นี้
เป็นหนึ่งเดียวปรนนิบัติองค์ภูมี 	ตามพระองค์ทรงบอกชี้ใช้เราไป – Fennema

คริสตจักรที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวคือ คริสตจักรที่เข้มแข็ง





 var cnt [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันศุกร์ที่ 12 มีนานาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  1 โครินธ์ 1:10-17</span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ขอให้ท่านปรองดองกัน อย่าถือพวกถือคณะ &#8211; 1 โครินธ์ 1:10<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:	เฉลยธรรมบัญญัติ 17-19,	มาระโก 13:1-20</p>
<p class="manacontent">นกเค้าจุดได้หายไปจากประเทศสหรัฐแล้ว แต่เดิมเชื่อกันว่าการตัดไม้เป็นภัยคุกคามที่สำคัญที่สุด แต่จากการวิจัยพบว่า นกเค้าที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกันต่างหากที่เป็นปัญหา เนื่องจากในเวลา 15 ปีที่ผ่านมา นกเค้าโมงได้มีการขยายพื้นที่อาศัยมาทางฝั่งตะวันตกของประเทศอย่างรวดเร็ว นกเค้าโมงที่เคยอยู่เฉพาะทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี ได้มาแย่งอาหารของ นกเค้าจุด นกเค้าโมงมีนิสัยก้าวร้าวและปรับตัวได้ดีกว่า</p>
<p class="manacontent">ในทำนองเดียวกัน ความขัดแย้งฝ่ายวิญญาณที่ร้ายแรงที่สุดก็ไม่ได้มาจากภายนอกคริสตจักร แต่มาจากคริสเตียนด้วยกันเอง ซึ่งเกิดขึ้นกับคริสตจักรในเมืองโครินธ์ และเปาโลเจตนาที่จะพูดถึงวิญญาณแห่งความแตกแยกที่แพร่กระจายไปในคริสตจักร วิญญาณร้ายนี้เป็นอันตรายต่อเอกภาพของคริสตจักร เปาโลซึ่งมีหัวใจของผู้เลี้ยง ได้หนุนใจชาวเมืองโครินธ์ให้ปรองดองกันในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ และไม่แตกแยกกันในเรื่องที่ไร้สาระ ประชาชนทะเลาะทุ่มเถียงกันเพราะต่างคนต่างฝักใฝ่ในผู้นำคริสเตียนที่แตกต่างกัน ทั้งเปาโล อปอลโล เปโตร และแม้แต่พระคริสต์ ในความแตกแยกนี้พวก เขากำลังยกย่องผู้นำที่เขาศรัทธาขึ้นมา เหนือความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสต์</p>
<p class="manacontent">เปาโลกล่าวว่าสิ่งสำคัญที่ควรจะทำให้คริสตจักรเป็นหนึ่งเดียวกันคือ การประกาศข่าวประเสริฐ นั่นควรจะเป็นเป้าหมายร่วมของเราด้วยเช่นกัน &#8211; MW</p>
<p class="poem">
ขอพระเจ้าประทานพรอันมากล้น 	แก่พวกเราทุกคนในที่นี้<br />
เป็นหนึ่งเดียวปรนนิบัติองค์ภูมี 	ตามพระองค์ทรงบอกชี้ใช้เราไป – Fennema
</p>
<p class="remark">คริสตจักรที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวคือ คริสตจักรที่เข้มแข็ง</p>
<p><span id="more-1326"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100312.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระกรุณาคุณของพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/11/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/11/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 17:01:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พระคุณพระเจ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1322</guid>
		<description><![CDATA[วันพฤหัสที่ 11 มีนาคม
อ่าน:  ปฐมกาล 32:3-13
ข้าพระองค์ไม่สมควรจะรับความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์แม้เล็กน้อยที่สุด &#8211; ปฐมกาล 32:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:		เฉลยธรรมบัญญัติ 14-16,	มาระโก 12:28-44
&#8220;ข้าพเจ้าเล็กน้อยกว่าเศษเสี้ยวพระกรุณาคุณอันเล็กน้อยที่สุดของพระเจ้า&#8221; นี่คือหลักประจำใจของจอร์จ เฮอร์เบิร์ท ผู้รับใช้พระเจ้าและกวีชาวอังกฤษแห่งศตวรรษที่ 17 ที่เขาได้สลักไว้บนแหวนตราของเขา ซึ่งเป็นวลีที่ปรากฏอยู่คู่กับการลงนามในจดหมายและหนังสือต่างๆของเขา ยาโคบก็เคยพูดประโยคเช่นนี้เมื่อเขาใคร่ครวญถึงความประเสริฐของพระเจ้าในขณะที่เขาเป็นคนบาปและน่าละอาย &#8220;ข้าพระองค์ไม่สมควรจะรับความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์แม้เล็กน้อยที่สุด ที่พระองค์ทรงโปรดประทานแก่ผู้รับใช้ของพระองค์&#8221; (ปฐก.32:10)
คำว่า &#8220;พระกรุณา&#8221; มาจากคำภาษาฮีบรูว่า chesed หมายถึงความรักมั่นคงของพระเจ้า ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือคำนี้ออกมาจากใจของผู้ที่มองว่าตนเองไม่คู่ควรอย่างที่สุด
ยาโคบร้องด้วยความเชื่อมั่นในความรักมั่นคงของพระเจ้าอย่างสุดใจว่า &#8220;โปรดช่วยกู้ข้าพระองค์&#8221; ถ้อยคำที่ว่า &#8220;ข้าพระองค์ไม่สมควร&#8230;โปรดช่วยกู้ข้าพระองค์&#8221; (ข้อ 10-11) อาจฟังดูขัดแย้ง แต่ยาโคบรู้ว่าทุกสิ่งที่เขานำมาต่อพระพักตร์พระเจ้านั้นถูกความบาปทำลายลง เขาเห็นว่าตนเองไม่คู่ควรที่จะได้รับพระคุณของพระเจ้า แต่ความหวังของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณค่าของตัวเขาเอง แต่ขึ้นอยู่กับพระสัญญาที่ว่าพระเจ้าจะทอดพระเนตรด้วยความโปรดปรานมายังผู้ที่เข้ามาพึ่งพระกรุณาคุณของพระองค์ ความถ่อมใจและความสำนึกในบาปที่ได้กระทำเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดสู่พระทัยของพระเจ้า
พระเจ้าทรงฟังเมื่อเราร้องขอพระกรุณาจากพระองค์อย่างถ่อมใจ เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงสดับฟังยาโคบ &#8211; DHR

พระคุณของพระเจ้าแสนประเสริฐ 	หากมีสิ่งดีเลิศฉันทำได้
จะตอบแทนรับใช้ด้วยสุดฤทัย	ตราบที่ลมหายใจฉันยังมี &#8211; Chisholm
พระกรุณาคือพระพร ที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้ที่ไม่คู่ควร





 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate">วันพฤหัสที่ 11 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  ปฐมกาล 32:3-13</span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพระองค์ไม่สมควรจะรับความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์แม้เล็กน้อยที่สุด &#8211; ปฐมกาล 32:10<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี:		เฉลยธรรมบัญญัติ 14-16,	มาระโก 12:28-44</p>
<p class="manacontent">&#8220;ข้าพเจ้าเล็กน้อยกว่าเศษเสี้ยวพระกรุณาคุณอันเล็กน้อยที่สุดของพระเจ้า&#8221; นี่คือหลักประจำใจของจอร์จ เฮอร์เบิร์ท ผู้รับใช้พระเจ้าและกวีชาวอังกฤษแห่งศตวรรษที่ 17 ที่เขาได้สลักไว้บนแหวนตราของเขา ซึ่งเป็นวลีที่ปรากฏอยู่คู่กับการลงนามในจดหมายและหนังสือต่างๆของเขา ยาโคบก็เคยพูดประโยคเช่นนี้เมื่อเขาใคร่ครวญถึงความประเสริฐของพระเจ้าในขณะที่เขาเป็นคนบาปและน่าละอาย &#8220;ข้าพระองค์ไม่สมควรจะรับความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์แม้เล็กน้อยที่สุด ที่พระองค์ทรงโปรดประทานแก่ผู้รับใช้ของพระองค์&#8221; (ปฐก.32:10)</p>
<p class="manacontent">คำว่า &#8220;พระกรุณา&#8221; มาจากคำภาษาฮีบรูว่า chesed หมายถึงความรักมั่นคงของพระเจ้า ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือคำนี้ออกมาจากใจของผู้ที่มองว่าตนเองไม่คู่ควรอย่างที่สุด</p>
<p class="manacontent">ยาโคบร้องด้วยความเชื่อมั่นในความรักมั่นคงของพระเจ้าอย่างสุดใจว่า &#8220;โปรดช่วยกู้ข้าพระองค์&#8221; ถ้อยคำที่ว่า &#8220;ข้าพระองค์ไม่สมควร&#8230;โปรดช่วยกู้ข้าพระองค์&#8221; (ข้อ 10-11) อาจฟังดูขัดแย้ง แต่ยาโคบรู้ว่าทุกสิ่งที่เขานำมาต่อพระพักตร์พระเจ้านั้นถูกความบาปทำลายลง เขาเห็นว่าตนเองไม่คู่ควรที่จะได้รับพระคุณของพระเจ้า แต่ความหวังของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณค่าของตัวเขาเอง แต่ขึ้นอยู่กับพระสัญญาที่ว่าพระเจ้าจะทอดพระเนตรด้วยความโปรดปรานมายังผู้ที่เข้ามาพึ่งพระกรุณาคุณของพระองค์ ความถ่อมใจและความสำนึกในบาปที่ได้กระทำเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดสู่พระทัยของพระเจ้า</p>
<p class="manacontent">พระเจ้าทรงฟังเมื่อเราร้องขอพระกรุณาจากพระองค์อย่างถ่อมใจ เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงสดับฟังยาโคบ &#8211; DHR</p>
<p class="poem">
พระคุณของพระเจ้าแสนประเสริฐ 	หากมีสิ่งดีเลิศฉันทำได้<br />
จะตอบแทนรับใช้ด้วยสุดฤทัย	ตราบที่ลมหายใจฉันยังมี &#8211; Chisholm<br />
พระกรุณาคือพระพร ที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้ที่ไม่คู่ควร</p>
<p><span id="more-1322"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100311.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/11/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งเตือนใจ</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/10/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/10/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 17:01:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เฝ้าเดี่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1319</guid>
		<description><![CDATA[ วันพุธที่ 10 มีนาคม
อ่าน:  2 เปโตร 1:5-15  
ข้าพเจ้าก็พร้อมอยู่เสมอที่จะเตือนสติท่านทั้งหลายให้ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้  &#8211; 2 เปโตร 1:12

อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 11-13, มาระโก 12:1-27
จิล ไพร์ซ มีความสามารถพิเศษในการจดจำที่นักวิทยาศาสตร์ต้องประหลาดใจ ในปี 2006 ความสามารถในการจำที่พัฒนามากเกินปกติ นั้นบอกเล่าอยู่ในบทความของวารสารด้านวิทยาศาสตร์เรื่อง &#8220;กรณีการมีความทรงจำที่ผิดปกติเกี่ยวกับอัตชีวประวัติ&#8221; ไพร์ซไม่ได้มีความสามารถพิเศษในการจดจำคำศัพท์ ตัวเลข ข้อมูล หรือภาษาต่างๆ แต่เธอสามารถจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอในแต่ละวันตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คุณเลือกวันไหนก็ได้ ไพร์ซจะบอกคุณว่าวันนั้นเป็นวันอะไร อากาศเป็นอย่างไร เธอกินอะไรเป็นอาหารเช้า ดูทีวีรายการอะไร และพูดคุยกับใครบ้าง  
น้อยคนที่จะมีความจำแบบนี้ เราจึงจำเป็นต้องมีสิ่งที่ช่วยเตือนความจำในการทำงานและนัดหมายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของความจริงฝ่ายจิตวิญญาณ เปโตรเข้าใจความจำเป็นของการมีสิ่งช่วยเตือนใจฝ่ายวิญญาณ ดังที่ท่านได้เขียนไว้ว่า &#8220;ข้าพเจ้าก็พร้อมอยู่เสมอที่จะเตือนสติท่านทั้งหลายให้ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้&#8230;ข้าพเจ้าเห็นสมควรที่จะเตือนสติท่านทั้งหลายให้ระลึกถึงข้อความเหล่านั้น&#8230;และข้าพเจ้าจะหาทางให้ท่านทั้งหลายระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้&#8230;&#8221;    (2 ปต.1:12-15) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"> วันพุธที่ 10 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  2 เปโตร 1:5-15  </span><br />
<span class="biblemessage">ข้าพเจ้าก็พร้อมอยู่เสมอที่จะเตือนสติท่านทั้งหลายให้ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้  &#8211; 2 เปโตร 1:12<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 11-13, มาระโก 12:1-27</p>
<p class="manacontent">จิล ไพร์ซ มีความสามารถพิเศษในการจดจำที่นักวิทยาศาสตร์ต้องประหลาดใจ ในปี 2006 ความสามารถในการจำที่พัฒนามากเกินปกติ นั้นบอกเล่าอยู่ในบทความของวารสารด้านวิทยาศาสตร์เรื่อง &#8220;กรณีการมีความทรงจำที่ผิดปกติเกี่ยวกับอัตชีวประวัติ&#8221; ไพร์ซไม่ได้มีความสามารถพิเศษในการจดจำคำศัพท์ ตัวเลข ข้อมูล หรือภาษาต่างๆ แต่เธอสามารถจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอในแต่ละวันตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คุณเลือกวันไหนก็ได้ ไพร์ซจะบอกคุณว่าวันนั้นเป็นวันอะไร อากาศเป็นอย่างไร เธอกินอะไรเป็นอาหารเช้า ดูทีวีรายการอะไร และพูดคุยกับใครบ้าง  </p>
<p class="manacontent">น้อยคนที่จะมีความจำแบบนี้ เราจึงจำเป็นต้องมีสิ่งที่ช่วยเตือนความจำในการทำงานและนัดหมายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของความจริงฝ่ายจิตวิญญาณ เปโตรเข้าใจความจำเป็นของการมีสิ่งช่วยเตือนใจฝ่ายวิญญาณ ดังที่ท่านได้เขียนไว้ว่า &#8220;ข้าพเจ้าก็พร้อมอยู่เสมอที่จะเตือนสติท่านทั้งหลายให้ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้&#8230;ข้าพเจ้าเห็นสมควรที่จะเตือนสติท่านทั้งหลายให้ระลึกถึงข้อความเหล่านั้น&#8230;และข้าพเจ้าจะหาทางให้ท่านทั้งหลายระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้&#8230;&#8221;    (2 ปต.1:12-15)  </p>
<p class="manacontent">ไม่ว่าเราจะมีความสามารถในการจดจำแบบไหน เราจำเป็นต้องรับการเตือนสติเกี่ยวกับคำสอนในพระคัมภีร์ การอ่านพระคัมภีร์ประจำวัน กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์เล็กๆ และการรับใช้ในคริสตจักรท้องถิ่น ซึ่งล้วนสามารถช่วยให้เราระลึกถึงความจริงอันสำคัญยิ่งของพระเจ้า &#8211; HDF</p>
<p class="poem">
จงท่องจำพระคำของพระเจ้า<br />
ฝึกทุกวันค่ำเช้าจำใส่ใจ<br />
คำตักเตือนสอนช่วยชีวิตให้<br />
เราเป็นตามน้ำพระทัยของพระองค์ – Sper
</p>
<p class="remark">ให้พระคำของพระเจ้าเติมเต็มความทรงจำ ครอบครองจิตใจ และนำย่างเท้าของคุณ</p>
<p><span id="more-1319"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100310.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/10/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อย่าลืม</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/09/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/09/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 17:01:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การขอบพระคุณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1316</guid>
		<description><![CDATA[ วันอังคารที่ 9 มีนาคม
อ่าน:  เฉลยธรรมบัญญัติ8:1-2,10-18 
ท่านทั้งหลายจงระวังตัวอย่าลืมพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ด้วยไม่รักษาพระบัญญัติและกฎหมายและกฎเกณฑ์ของพระองค์  &#8211; เฉลยธรรมบัญญัติ 8:11

อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 8-10, มาระโก 11:19-33
ตอนหนึ่งในการ์ตูนชุดฟาร์ไซด์ (Far Side) ที่ผมชอบมีชื่อว่า &#8220;ซุปเปอร์แมนวัยดึก&#8221; เป็นภาพของซุปเปอร์แมนยืนอยู่ที่ขอบหน้าต่าง พร้อมกระโดด เขาหันหน้ากลับมาพูดว่า &#8220;ฉันกำลังจะไปไหนนี่?&#8221;  
เราทุกคนอาจหลงลืมบ้าง ความเลื่อนลอยเป็นครั้งคราวอาจดูน่าขำหรือน่ารำคาญ แต่การขาดความจำเรื่องพระเจ้าอาจเป็นหายนะ  
เมื่อชนชาติอิสราเอลเตรียมตัวเข้าไปในดินแดนแห่งพระสัญญา โมเสสได้ท้าทายพวกเขาว่า &#8220;จงระลึกถึงทางซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านทรงนำท่านอยู่ในถิ่นทุรกันดารถึงสี่สิบปี&#8221; (ฉธบ.8:2) และ&#8221;จงระวังตัวอย่าลืมพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ด้วยไม่รักษาพระบัญญัติของพระองค์&#8221; (ข้อ 11)  
เราอาจลืมพระเจ้าเนื่องจากการทดสอบ (ข้อ 2-4) พระเจ้าปล่อยให้คนของพระองค์หิว แล้วจึงประทานมานา เมื่อเราขาดสิ่งจำเป็นในชีวิต เราอาจรู้สึกว่าพระเจ้าคงจะลืมเรา ความพอใจ (ข้อ10-11) ทั้งความอุดมสมบูรณ์และความขัดสน ทำให้เกิดการหลงลืมฝ่ายจิตวิญญาณได้ เพราะทั้งสองสิ่งทำให้เราจดจ่อที่ตนเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"> วันอังคารที่ 9 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  เฉลยธรรมบัญญัติ8:1-2,10-18 </span><br />
<span class="biblemessage">ท่านทั้งหลายจงระวังตัวอย่าลืมพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ด้วยไม่รักษาพระบัญญัติและกฎหมายและกฎเกณฑ์ของพระองค์  &#8211; เฉลยธรรมบัญญัติ 8:11<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 8-10, มาระโก 11:19-33</p>
<p class="manacontent">ตอนหนึ่งในการ์ตูนชุดฟาร์ไซด์ (Far Side) ที่ผมชอบมีชื่อว่า &#8220;ซุปเปอร์แมนวัยดึก&#8221; เป็นภาพของซุปเปอร์แมนยืนอยู่ที่ขอบหน้าต่าง พร้อมกระโดด เขาหันหน้ากลับมาพูดว่า &#8220;ฉันกำลังจะไปไหนนี่?&#8221;  </p>
<p class="manacontent">เราทุกคนอาจหลงลืมบ้าง ความเลื่อนลอยเป็นครั้งคราวอาจดูน่าขำหรือน่ารำคาญ แต่การขาดความจำเรื่องพระเจ้าอาจเป็นหายนะ  </p>
<p class="manacontent">เมื่อชนชาติอิสราเอลเตรียมตัวเข้าไปในดินแดนแห่งพระสัญญา โมเสสได้ท้าทายพวกเขาว่า &#8220;จงระลึกถึงทางซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านทรงนำท่านอยู่ในถิ่นทุรกันดารถึงสี่สิบปี&#8221; (ฉธบ.8:2) และ&#8221;จงระวังตัวอย่าลืมพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ด้วยไม่รักษาพระบัญญัติของพระองค์&#8221; (ข้อ 11)  </p>
<p class="manacontent">เราอาจลืมพระเจ้าเนื่องจากการทดสอบ (ข้อ 2-4) พระเจ้าปล่อยให้คนของพระองค์หิว แล้วจึงประทานมานา เมื่อเราขาดสิ่งจำเป็นในชีวิต เราอาจรู้สึกว่าพระเจ้าคงจะลืมเรา ความพอใจ (ข้อ10-11) ทั้งความอุดมสมบูรณ์และความขัดสน ทำให้เกิดการหลงลืมฝ่ายจิตวิญญาณได้ เพราะทั้งสองสิ่งทำให้เราจดจ่อที่ตนเอง ไม่ใช่ที่พระเจ้าผู้ทรงจัดเตรียม ความหยิ่งผยอง (ข้อ 12-16) หากความมั่งคั่งทำให้เรารู้สึกว่าเราทำสำเร็จด้วยตนเอง แสดงว่าเราลืมพระเจ้าแล้ว  </p>
<p class="manacontent">ความถ่อมใจ การเชื่อฟัง และการสรรเสริญจะช่วยให้เราจดจำได้ว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมให้และดูแลเรา อย่าลืมขอบพระคุณพระองค์ในวันนี้สำหรับสิ่งสารพัดที่ได้ทรงกระทำ &#8211; DCM</p>
<p class="poem">
อย่าให้ข้าลืมเกทเสมนี             	อย่าให้ข้าลืมความทรมาน<br />
อย่าให้ข้าลืมเรื่องมงกุฎหนาม     โปรดนำไปถึงกางเขน – Hussey
</p>
<p class="remark">อย่าให้ของประทานอันอุดมสมบูรณ์จากพระเจ้า ทำให้คุณลืมพระองค์ผู้ประทานให้</p>
<p><span id="more-1316"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100309.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/09/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช่วยชีวิต</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/08/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/08/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Mar 2010 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นพยาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1313</guid>
		<description><![CDATA[ วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม
อ่าน:  ลูกา 15:1-7  
จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่  &#8211; ลูกา 15:7

อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี: 	เฉลยธรรมบัญญัติ 5-7, มาระโก 11:1-18
เมื่อเร็วๆนี้ ผมกับมาร์ตี้ได้เดินทางไปเมืองใหญ่ๆในหลายประเทศ เราสะเทือนใจเมื่อเห็นโลกนี้เสื่อมทรามลงและเศร้าใจที่มีคนนับล้านไม่เคยได้ยินเรื่องพระคุณแห่งการทรงไถ่ของพระเยซู เราเต็มเปี่ยมด้วยความคิดว่าจะประกาศให้คนทั้งโลกรู้จักพระคริสต์  
จนผมจำได้ว่ามีเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่เดินอยู่ที่ชายหาด เขาเห็นปลาดาวมากมายกำลังจะตายเพราะแสงแดดร้อนแผดเผา เขาจึงเริ่มโยนมันกลับลงทะเล ชายที่เดินผ่านมาถามว่า &#8220;ทำอะไรอยู่?&#8221; &#8220;ช่วยชีวิตปลาดาวครับ&#8221; เด็กชายตอบ &#8220;เลิกเถอะ&#8221; ชายคนนั้นบอก &#8220;เธอไม่มีวันช่วยชีวิตปลาพวกนี้ได้หมดหรอก&#8221; &#8220;ใช่ฮะ&#8221; เด็กชายตอบ &#8220;แต่ตัวไหนที่ผมช่วย มันก็ไม่ต้องถูกแดดเผาตายนะครับ&#8221;  
ผมชอบมุมมองของเด็กคนนั้น เมื่อเราถูกคลื่นแห่งความบาปซัดขึ้นมาที่หาดและกำลังจะตาย พระเจ้าได้ส่งพระบุตรของพระองค์ให้เสด็จมาที่หาดนั้นเพื่อช่วยทุกคนที่ยอมกลับใจ และในลูกาบทที่ 15 พระเยซูทรงบอกกับประชาชนว่า ทุกครั้งที่มีแม้เพียงหนึ่งคนกลับใจใหม่ สวรรค์จะ  เฉลิมฉลอง &#8220;เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"> วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  ลูกา 15:1-7  </span><br />
<span class="biblemessage">จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่  &#8211; ลูกา 15:7<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี: 	เฉลยธรรมบัญญัติ 5-7, มาระโก 11:1-18</p>
<p class="manacontent">เมื่อเร็วๆนี้ ผมกับมาร์ตี้ได้เดินทางไปเมืองใหญ่ๆในหลายประเทศ เราสะเทือนใจเมื่อเห็นโลกนี้เสื่อมทรามลงและเศร้าใจที่มีคนนับล้านไม่เคยได้ยินเรื่องพระคุณแห่งการทรงไถ่ของพระเยซู เราเต็มเปี่ยมด้วยความคิดว่าจะประกาศให้คนทั้งโลกรู้จักพระคริสต์  </p>
<p class="manacontent">จนผมจำได้ว่ามีเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่เดินอยู่ที่ชายหาด เขาเห็นปลาดาวมากมายกำลังจะตายเพราะแสงแดดร้อนแผดเผา เขาจึงเริ่มโยนมันกลับลงทะเล ชายที่เดินผ่านมาถามว่า &#8220;ทำอะไรอยู่?&#8221; &#8220;ช่วยชีวิตปลาดาวครับ&#8221; เด็กชายตอบ &#8220;เลิกเถอะ&#8221; ชายคนนั้นบอก &#8220;เธอไม่มีวันช่วยชีวิตปลาพวกนี้ได้หมดหรอก&#8221; &#8220;ใช่ฮะ&#8221; เด็กชายตอบ &#8220;แต่ตัวไหนที่ผมช่วย มันก็ไม่ต้องถูกแดดเผาตายนะครับ&#8221;  </p>
<p class="manacontent">ผมชอบมุมมองของเด็กคนนั้น เมื่อเราถูกคลื่นแห่งความบาปซัดขึ้นมาที่หาดและกำลังจะตาย พระเจ้าได้ส่งพระบุตรของพระองค์ให้เสด็จมาที่หาดนั้นเพื่อช่วยทุกคนที่ยอมกลับใจ และในลูกาบทที่ 15 พระเยซูทรงบอกกับประชาชนว่า ทุกครั้งที่มีแม้เพียงหนึ่งคนกลับใจใหม่ สวรรค์จะ  เฉลิมฉลอง &#8220;เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่&#8221; (ลก.15:7)  </p>
<p class="manacontent">สวรรค์ได้ฉลองความรอดของคุณแล้วหรือยัง? หากว่าใช่ ขอให้คุณร่วมแรงร่วมใจกับคนที่กำลังช่วยจิตวิญญาณที่หลงหายโดยอาศัยพระคุณแห่งการช่วยกู้ของพระเยซูกันเถอะ &#8211; JS</p>
<p class="poem">
ความรักขององค์พระเจ้าแสนยิ่งใหญ่<br />
ทรงมีชัยชนะความมรณา<br />
ทรงสละชีพพระบุตรแสนสูงค่า<br />
จ่ายราคาไถ่เราพ้นบาปกรรม –Gustafson
</p>
<p class="remark">เมื่อคุณได้รับการช่วยให้พ้นภัย  คุณจะอยากช่วยคนอื่นด้วย</p>
<p><span id="more-1313"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100308.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/08/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ช่วยของพระเจ้า</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/07/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/07/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Mar 2010 17:01:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทูตสวรรค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1310</guid>
		<description><![CDATA[ วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม
อ่าน:  สดุดี 103:19-22  
ข้าแต่ท่านทั้งหลาย ผู้เป็นทูตสวรรค์ของพระองค์จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า &#8211; สดุดี 103:20

อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 3-4, มาระโก 10:32-52
ขณะที่ฉันกำลังคุยกับเด็กๆเรื่องพระเจ้า  และซุปเปอร์ฮีโร่ (ยอดมนุษย์) โทเบอัส เด็กชายช่างคิดช่างถามวัย 5 ขวบถามทุกคนว่า &#8220;พระเจ้ามีคู่หูเหมือนเฮอร์คิวลิสหรือเปล่า?&#8221; พี่ชายวัย 7 ขวบที่รู้มากกว่าตอบทันควันว่า &#8220;มีสิ มีเป็นพันๆเลย ก็ทูตสวรรค์ของพระองค์ไงล่ะ&#8221;  
ผู้คนพูดคุยกันเรื่องทูตสวรรค์ และบางคนก็เชื่อเทวะตำนานหลายเรื่องที่เกี่ยวกับทูตสวรรค์ เช่น บางคนอธิษฐานต่อทูตสวรรค์ คิดว่าทูตสวรรค์อยู่ในระดับเดียวกับพระเจ้า และบางคนเชื่อว่า เมื่อเราตายไปแล้วจะกลายเป็นทูตสวรรค์ แต่พระคัมภีร์อันเป็นสิทธิอำนาจสอนเราไว้ดังนี้  
• พระเจ้าทรงสร้างทูตสวรรค์ (คส.1:15-17)  
• ทูตสวรรค์นมัสการพระเจ้า (นหม.9:6) และมีชื่อเรียกต่างๆกันดังนี้ อัครเทวทูตาธิบดี (ยด. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"> วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  สดุดี 103:19-22  </span><br />
<span class="biblemessage">ข้าแต่ท่านทั้งหลาย ผู้เป็นทูตสวรรค์ของพระองค์จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า &#8211; สดุดี 103:20<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 3-4, มาระโก 10:32-52</p>
<p class="manacontent">ขณะที่ฉันกำลังคุยกับเด็กๆเรื่องพระเจ้า  และซุปเปอร์ฮีโร่ (ยอดมนุษย์) โทเบอัส เด็กชายช่างคิดช่างถามวัย 5 ขวบถามทุกคนว่า &#8220;พระเจ้ามีคู่หูเหมือนเฮอร์คิวลิสหรือเปล่า?&#8221; พี่ชายวัย 7 ขวบที่รู้มากกว่าตอบทันควันว่า &#8220;มีสิ มีเป็นพันๆเลย ก็ทูตสวรรค์ของพระองค์ไงล่ะ&#8221;  </p>
<p class="manacontent">ผู้คนพูดคุยกันเรื่องทูตสวรรค์ และบางคนก็เชื่อเทวะตำนานหลายเรื่องที่เกี่ยวกับทูตสวรรค์ เช่น บางคนอธิษฐานต่อทูตสวรรค์ คิดว่าทูตสวรรค์อยู่ในระดับเดียวกับพระเจ้า และบางคนเชื่อว่า เมื่อเราตายไปแล้วจะกลายเป็นทูตสวรรค์ แต่พระคัมภีร์อันเป็นสิทธิอำนาจสอนเราไว้ดังนี้  </p>
<p class="manacontent">• พระเจ้าทรงสร้างทูตสวรรค์ (คส.1:15-17)  </p>
<p class="manacontent">• ทูตสวรรค์นมัสการพระเจ้า (นหม.9:6) และมีชื่อเรียกต่างๆกันดังนี้ อัครเทวทูตาธิบดี (ยด. 1:9) เครูบ (2 พกษ.19:15) และเสราฟิม (อสย. 6:1-3)  </p>
<p class="manacontent">• ทูตสวรรค์ปรนนิบัติคนของพระเจ้า (ฮบ. 1:13-14) คอยดูแลและปกป้องพวกเขา (สดด.91:9-12)  </p>
<p class="manacontent">• ทูตสวรรค์กระทำภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เป็นพิเศษ (มธ.1:20; ลก.1:26)  </p>
<p class="manacontent">• ทูตสวรรค์ของพระเจ้ายินดีเมื่อเราสารภาพบาปและกลับใจมาสู่ความรอดในพระคริสต์ (ลก.15:7,10)  </p>
<p class="manacontent">พระเจ้าเท่านั้นที่สมควรแก่การสรรเสริญของเรา ให้เราร่วมกับทูตสวรรค์ร้องสรรเสริญพระองค์เถิด! &#8211; AMC</p>
<p class="poem">
เหล่าข้าซ้องสรรเสริญและทูนเทิด   	นามประเสริฐเยซูที่กล่าวขาน<br />
ท้องฟ้าชุมนุมนมัสการ   		ทูตสวรรค์ในวิมานถวายชัย<br />
ต่อพระพักตร์เรามาถวายมงกุฎ    	ทรงครองยุติธรรมทุกสมัย<br />
ทรงเป็นเจ้าแห่งเจ้าสืบสืบไป 		เราเทิดไท้เอาไว้เหนือชีวา – Perronet
</p>
<p class="remark">ทูตสวรรค์คือผู้ช่วยพิเศษของพระเจ้า</p>
<p><span id="more-1310"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100307.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/07/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขสบาย?</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 17:01:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความโศกเศร้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1307</guid>
		<description><![CDATA[ วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม
อ่าน:  ฟีลิปปี 4:4-7  
แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้า เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของทไว้ในพระเยซูคริสต์  &#8211; ฟีลิปปี 4:7

อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 1-2,	มาระโก 10:1-31
ขณะที่คณะนักร้องประสานเสียงชั้นมัธยมเตรียมตัวที่จะร้องบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า ซึ่งเป็นบทเพลงอมตะที่แต่งโดย โฮราทิโอ จี.   สแพฟฟอร์ด ชื่อเพลง &#8220;จิตใจข้าสุขสบาย&#8221; มีนักเรียนคนหนึ่งก้าวออกมาเล่าประวัติที่คุ้นเคยของบทเพลงนี้ สแพฟฟอร์ดเขียนเพลงนี้ขณะอยู่บนเรือที่กำลังแล่นอยู่ในทะเล ใกล้กับจุดที่ลูกสาวสี่คนของเขาจบชีวิตลง  
ขณะที่ผมฟังอารัมภบท และคำร้องที่ขับขานโดยเด็กหนุ่มสาวกลุ่มนั้น ความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้ามา &#8220;ที่ที่ลูกสาวสี่คนของเขาจบชีวิตลง&#8221; เป็นคำพูดที่ผมทำใจให้รับได้ยาก ผมได้สูญเสียลูกสาวคนหนึ่งไปอย่างกระทันหัน ดังนั้น ขณะที่ฟังถ้อยคำแห่งความเชื่อของสแพฟฟอร์ดอีกครั้ง  ผมพบว่าการต้องสูญเสียลูกสาวถึงสี่คนนั้นเป็นความรู้สึกที่เกินกว่าที่จะเข้าใจได้  
สแพฟฟอร์ดรู้สึก &#8220;สุขสบาย&#8221; ได้อย่างไรในความทุกข์นั้น? ผมได้ยินว่า &#8220;เมื่อความสุขสำราญผ่านมาทางใจของข้า&#8221;  และระลึกขึ้นได้ว่าจะพบกับสันติสุขได้ที่ไหน เปาโลกล่าวไว้ในฟีลิปปีบทที่ 4 ว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นเมื่อเราอธิษฐานจากใจของเราต่อพระเจ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"> วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  ฟีลิปปี 4:4-7  </span><br />
<span class="biblemessage">แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้า เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของทไว้ในพระเยซูคริสต์  &#8211; ฟีลิปปี 4:7<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 1-2,	มาระโก 10:1-31</p>
<p class="manacontent">ขณะที่คณะนักร้องประสานเสียงชั้นมัธยมเตรียมตัวที่จะร้องบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า ซึ่งเป็นบทเพลงอมตะที่แต่งโดย โฮราทิโอ จี.   สแพฟฟอร์ด ชื่อเพลง &#8220;จิตใจข้าสุขสบาย&#8221; มีนักเรียนคนหนึ่งก้าวออกมาเล่าประวัติที่คุ้นเคยของบทเพลงนี้ สแพฟฟอร์ดเขียนเพลงนี้ขณะอยู่บนเรือที่กำลังแล่นอยู่ในทะเล ใกล้กับจุดที่ลูกสาวสี่คนของเขาจบชีวิตลง  </p>
<p class="manacontent">ขณะที่ผมฟังอารัมภบท และคำร้องที่ขับขานโดยเด็กหนุ่มสาวกลุ่มนั้น ความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้ามา &#8220;ที่ที่ลูกสาวสี่คนของเขาจบชีวิตลง&#8221; เป็นคำพูดที่ผมทำใจให้รับได้ยาก ผมได้สูญเสียลูกสาวคนหนึ่งไปอย่างกระทันหัน ดังนั้น ขณะที่ฟังถ้อยคำแห่งความเชื่อของสแพฟฟอร์ดอีกครั้ง  ผมพบว่าการต้องสูญเสียลูกสาวถึงสี่คนนั้นเป็นความรู้สึกที่เกินกว่าที่จะเข้าใจได้  </p>
<p class="manacontent">สแพฟฟอร์ดรู้สึก &#8220;สุขสบาย&#8221; ได้อย่างไรในความทุกข์นั้น? ผมได้ยินว่า &#8220;เมื่อความสุขสำราญผ่านมาทางใจของข้า&#8221;  และระลึกขึ้นได้ว่าจะพบกับสันติสุขได้ที่ไหน เปาโลกล่าวไว้ในฟีลิปปีบทที่ 4 ว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นเมื่อเราอธิษฐานจากใจของเราต่อพระเจ้า (ข้อ 6) การอธิษฐานด้วยความเชื่อเป็นการยกภาระออกจากใจ ละทิ้งความกระวนกระวาย และปล่อยมือจากความทุกข์ระทม และเราจะได้รับ &#8220;สันติสุข    แห่งพระเจ้า&#8221; (ข้อ 7) คือจิตวิญญาณที่สงบสุขจากพระเจ้าซึ่งเกินบรรยาย สันติสุขนี้เข้ามาแทนที่ความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา (ข้อ 7) และเป็นผู้คุ้มกันจิตใจของเราทางพระคริสต์ ที่ปกป้องคุ้มครองให้เราสามารถที่จะกระซิบ แม้จะอยู่ในความเจ็บปวดว่า &#8220;จิตใจข้าสุขสบาย&#8221;  &#8211; JDB</p>
<p class="poem">
เมื่อความสุขสำราญผ่านมาทางใจของข้า<br />
เมื่อทุกข์ทรมานพัดผ่านมา<br />
ไม่ว่าเกิดเหตุใดพระองค์สอนให้พูดว่า<br />
วิญญาณข้า สุขสบาย สุขหรรษา  – Spafford
</p>
<p class="remark">พระเยซูไม่เคยทำสิ่งผิดพลาด</p>
<p><span id="more-1307"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100306.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อมูลที่ถูกต้อง</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/05/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/05/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 17:01:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเสด็จมาครั้งที่สอง]]></category>
		<category><![CDATA[ความตาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1301</guid>
		<description><![CDATA[ วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม
อ่าน:  1 เธสะโลนิกา 4:13-18  
เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบ ความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้าอย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง  &#8211; 1 เธสะโลนิกา 4:13

อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  กันดารวิถี 34-36 มาระโก 9:30-50
เครื่องของเราบินขึ้นไปได้ราว 15 นาที ตอนที่นักบินประกาศว่า เครื่องมีปัญหาสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังหาสาเหตุอยู่ หลังจากนั้น 2-3 นาที เขาก็ประกาศว่าเครื่องยนต์สั่นสะเทือน และเราอาจต้องย้อนกลับไปที่สนามบิน จากนั้นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็ทำการอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น และเมื่อพวกเราลงถึงพื้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในเหตุการณ์อกสั่นขวัญแขวนนี้ ความหวาดกลัวของผู้โดยสารผ่อนคลายลง เพราะพวกเราได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง  
ในศตวรรษแรก กลุ่มผู้เชื่อในเมืองเธสะโลนิกากลัวว่าคนที่พวกเขารักที่ตายไปแล้วจะต้องจากกันชั่วนิรันดร์ และจะถูกละทิ้งไว้เมื่อพระเยซูเสด็จมาครั้งที่สอง ด้วยเหตุนี้เปาโลจึงเขียนว่า &#8220;เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้าอย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง&#8221; (1ธส.4:13)   คำปลอบใจของเปาโล มีเจตนาเพื่อบรรเทาความหวาดกลัวของพวกเขา  โดยการบอกความจริง ที่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในโลกนี้ ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการสูญเสีย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"> วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  1 เธสะโลนิกา 4:13-18  </span><br />
<span class="biblemessage">เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบ ความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้าอย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง  &#8211; 1 เธสะโลนิกา 4:13<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  กันดารวิถี 34-36 มาระโก 9:30-50</p>
<p class="manacontent">เครื่องของเราบินขึ้นไปได้ราว 15 นาที ตอนที่นักบินประกาศว่า เครื่องมีปัญหาสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังหาสาเหตุอยู่ หลังจากนั้น 2-3 นาที เขาก็ประกาศว่าเครื่องยนต์สั่นสะเทือน และเราอาจต้องย้อนกลับไปที่สนามบิน จากนั้นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็ทำการอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น และเมื่อพวกเราลงถึงพื้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในเหตุการณ์อกสั่นขวัญแขวนนี้ ความหวาดกลัวของผู้โดยสารผ่อนคลายลง เพราะพวกเราได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง  </p>
<p class="manacontent">ในศตวรรษแรก กลุ่มผู้เชื่อในเมืองเธสะโลนิกากลัวว่าคนที่พวกเขารักที่ตายไปแล้วจะต้องจากกันชั่วนิรันดร์ และจะถูกละทิ้งไว้เมื่อพระเยซูเสด็จมาครั้งที่สอง ด้วยเหตุนี้เปาโลจึงเขียนว่า &#8220;เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้าอย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง&#8221; (1ธส.4:13)   คำปลอบใจของเปาโล มีเจตนาเพื่อบรรเทาความหวาดกลัวของพวกเขา  โดยการบอกความจริง ที่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในโลกนี้ ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการสูญเสีย พวกเขายังมีความหวังใจที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้งกับคนเหล่านั้นที่อยู่ในพระคริสต์  </p>
<p class="manacontent">ในยามสูญเสีย เราเองก็สามารถได้รับการปลอบประโลมใจและมีความหวังได้เช่นกัน เพราะพระคัมภีร์ได้บอกข้อมูลที่ถูกต้องกับเรา &#8211; BC</p>
<p class="poem">
พระเยซูเสด็จมาเร็วๆ นี้<br />
ฉันจะพบพระองค์ที่บนท้องฟ้า<br />
เป็นความหวังสูงสุดของชีวา<br />
พระองค์เจ้าข้า&#8230;ขอโปรดมาโดยไว – Sherbert
</p>
<p class="remark">ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นแค่การหยุดชั่วคราว</p>
<p><span id="more-1301"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100305.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/05/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความสุข มาจากไหน</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2010 17:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1297</guid>
		<description><![CDATA[ วันพฤหัสที่ 4 มีนาคม
อ่าน:  ปัญญาจารย์ 2:1-11  
ทุกอย่างก็อนิจจัง คือกินลมกินแล้ง และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์  &#8211; ปัญญาจารย์ 2:11

อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  	กันดารวิถี 31-33 	มาระโก 9:1-29
หลังจากศึกษาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรืองของญี่ปุ่นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ริชาร์ด อิสเตอร์ลิน สรุปว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้ทำให้คนเรามีความพึงพอใจมากขึ้นเสมอไป แต่เมื่อไม่นานมานี้ นักเศรษฐศาสตร์ เบตซี่ย์ สตีเวนสัน และจัสติน วอล์เฟอร์ ได้ทำการสำรวจในกว่า 100 ประเทศ และได้ข้อสรุปว่า ความพึงพอใจในชีวิตที่สูงที่สุดปรากฏอยู่ในประเทศที่ร่ำรวยที่สุด 
แล้วใครถูกกันแน่? ลองถามผู้เขียนพระธรรมปัญญาจารย์ดู เขาน่าจะรู้ เพราะเขาร่ำรวยมาก (2:8) เขามีทรัพย์สมบัติมากมายพอที่จะลองทำทุกอย่างในโลกนี้ได้ และเขาก็ทำแล้ว เขาปล่อยตัวไปกับความสนุกสนาน (ข้อ 1-3) โครงการใหญ่โต (ข้อ 4-8) ความบันเทิง (ข้อ 8 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"> วันพฤหัสที่ 4 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  ปัญญาจารย์ 2:1-11  </span><br />
<span class="biblemessage">ทุกอย่างก็อนิจจัง คือกินลมกินแล้ง และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์  &#8211; ปัญญาจารย์ 2:11<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  	กันดารวิถี 31-33 	มาระโก 9:1-29</p>
<p class="manacontent">หลังจากศึกษาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรืองของญี่ปุ่นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ริชาร์ด อิสเตอร์ลิน สรุปว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้ทำให้คนเรามีความพึงพอใจมากขึ้นเสมอไป แต่เมื่อไม่นานมานี้ นักเศรษฐศาสตร์ เบตซี่ย์ สตีเวนสัน และจัสติน วอล์เฟอร์ ได้ทำการสำรวจในกว่า 100 ประเทศ และได้ข้อสรุปว่า ความพึงพอใจในชีวิตที่สูงที่สุดปรากฏอยู่ในประเทศที่ร่ำรวยที่สุด </p>
<p class="manacontent">แล้วใครถูกกันแน่? ลองถามผู้เขียนพระธรรมปัญญาจารย์ดู เขาน่าจะรู้ เพราะเขาร่ำรวยมาก (2:8) เขามีทรัพย์สมบัติมากมายพอที่จะลองทำทุกอย่างในโลกนี้ได้ และเขาก็ทำแล้ว เขาปล่อยตัวไปกับความสนุกสนาน (ข้อ 1-3) โครงการใหญ่โต (ข้อ 4-8) ความบันเทิง (ข้อ 8 ) และงานหนัก (ข้อ 10-11) แต่เขาก็สรุปว่าทุกอย่างนั้น &#8220;อนิจจัง คือ กินลมกินแล้ง และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์&#8221; (ข้อ 11)  </p>
<p class="manacontent">ความอิ่มใจที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากการได้ครอบครองสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น บัญชีเงินฝาก หรือวัตถุเครื่องใช้ต่างๆ โลกทุกวันนี้ได้ทำให้เห็นแล้วว่าสิ่ง  เหล่านี้อาจสูญเสียคุณค่าไปได้ในพริบตา เราต้องแสวงหาความสุขแท้จากใครคนหนึ่งที่ไม่ได้มาจาก &#8220;ภายใต้ดวงอาทิตย์&#8221; นั่นคือ พระเยซู องค์พระผู้ช่วยให้รอดของเรานั่นเอง  </p>
<p class="manacontent">ผู้ประพันธ์บทเพลงสรรเสริญ ฟลอยด์ ฮอกกินส์ ได้เขียนไว้ว่า &#8220;ข้าได้ค้นพบเส้นทางแห่งความยินดี ข้าได้ค้นพบเส้นทางเปรมปรีดิ์ ข้าได้ค้นพบการบรรเทาความทุกข์ใจ&#8230; เมื่อได้พบพระเยซู&#8221; มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่สามารถประทานความยินดีอันเต็มเปี่ยม (ยน.15:11) &#8211; CPH</p>
<p class="poem">
ขอเพียงมีพระเยซูข้าชื่นบาน<br />
เพราะความรักยั่งยืนนานผูกพันข้า<br />
ทรงสัตย์ซื่อแม้ผันผ่านกาลเวลา<br />
ข้าเชื่อว่าเป็นเช่นนี้ตลอดไป &#8211; Crosby
</p>
<p class="remark">มารู้จักพระเยซู แล้วคุณจะรู้จักความสุข</p>
<p><span id="more-1297"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100304.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธารน้ำเชี่ยว</title>
		<link>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/03/%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/03/%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 17:01:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อ่านมานาประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นเหมือนพระคริสต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rbcthailand.org/odb/?p=1294</guid>
		<description><![CDATA[ วันพุธที่ 3 มีนาคม
อ่าน:  อาโมส 5:21-27 
แต่จงให้ความยุติธรรมหลั่งไหลลงอย่างน้ำ และให้ความชอบธรรมเป็นอย่างลำธารที่ไหลอยู่เป็นนิตย์  &#8211; อาโมส 5:24

อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  	กันดารวิถี 28-30, มาระโก 8:22-38
เมื่อตอนที่ผมเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ผม พ่อ บรรดาลุง และลูกพี่ลูกน้องของผม จะไปตกปลาเทราต์กันที่ลำธาร ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำซาคราเมนโต ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ธารน้ำสายนี้เกิดจากหิมะที่ละลาย น้ำจึงไหลแรง ใส เย็น และสดชื่นมาก ผมกับลูกพี่ลูกน้องอดใจไม่ได้ที่จะลงไปยืนแช่  ในกระแสน้ำเย็นเฉียบขณะเล่นตกปลาเทราต์สายรุ้ง  
ระหว่างทางกลับบ้าน เราจะแวะแช่ตัวในหนองน้ำที่แตกต่างจากลำธารแรกเหลือเกิน น้ำที่นี่อุ่น และมีกลิ่นตุๆแตกต่างโดยสิ้นเชิง  จากธารน้ำเชี่ยวกรากที่น่าชื่นใจนั้น  
ผู้เผยพระวจนะอาโมสได้ใช้การเปรียบเทียบธารน้ำกับฤทธิ์อำนาจของความชอบธรรมที่มีพลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (อมส.2:6-8; 5:21-27) ท่านเรียกร้องความยุติธรรมและ ความชอบธรรม ท่านเห็นว่าคนของพระเจ้า กำลังติดอยู่ในบ่อน้ำแห่งการปฎิบัติต่อผู้อื่นอย่างอยุติธรรม ทั้งที่จริงแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องมีชีวิตที่สำแดง &#8220;ความชอบธรรมเป็นอย่างลำธารที่ไหลอยู่&#8221;  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="manadate"> วันพุธที่ 3 มีนาคม</span></p>
<p><span class="readbible">อ่าน:  อาโมส 5:21-27 </span><br />
<span class="biblemessage">แต่จงให้ความยุติธรรมหลั่งไหลลงอย่างน้ำ และให้ความชอบธรรมเป็นอย่างลำธารที่ไหลอยู่เป็นนิตย์  &#8211; อาโมส 5:24<br />
</span>
<p class="readbible1yr">อ่านพระคัมภีร์ภายใน  1 ปี:  	กันดารวิถี 28-30, มาระโก 8:22-38</p>
<p class="manacontent">เมื่อตอนที่ผมเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ผม พ่อ บรรดาลุง และลูกพี่ลูกน้องของผม จะไปตกปลาเทราต์กันที่ลำธาร ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำซาคราเมนโต ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ธารน้ำสายนี้เกิดจากหิมะที่ละลาย น้ำจึงไหลแรง ใส เย็น และสดชื่นมาก ผมกับลูกพี่ลูกน้องอดใจไม่ได้ที่จะลงไปยืนแช่  ในกระแสน้ำเย็นเฉียบขณะเล่นตกปลาเทราต์สายรุ้ง  </p>
<p class="manacontent">ระหว่างทางกลับบ้าน เราจะแวะแช่ตัวในหนองน้ำที่แตกต่างจากลำธารแรกเหลือเกิน น้ำที่นี่อุ่น และมีกลิ่นตุๆแตกต่างโดยสิ้นเชิง  จากธารน้ำเชี่ยวกรากที่น่าชื่นใจนั้น  </p>
<p class="manacontent">ผู้เผยพระวจนะอาโมสได้ใช้การเปรียบเทียบธารน้ำกับฤทธิ์อำนาจของความชอบธรรมที่มีพลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (อมส.2:6-8; 5:21-27) ท่านเรียกร้องความยุติธรรมและ ความชอบธรรม ท่านเห็นว่าคนของพระเจ้า กำลังติดอยู่ในบ่อน้ำแห่งการปฎิบัติต่อผู้อื่นอย่างอยุติธรรม ทั้งที่จริงแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องมีชีวิตที่สำแดง &#8220;ความชอบธรรมเป็นอย่างลำธารที่ไหลอยู่&#8221;  </p>
<p class="manacontent">ในทำนองเดียวกัน พระเจ้าปรารถนาให้เรายอมให้ความยุติธรรม  &#8220;หลั่งไหลลงอย่างน้ำ&#8221; จากชีวิตของเรา ทางหนึ่งที่จะทำได้คือการแสวงหากฎหมายที่ยุติธรรม และสนับสนุนการดูแลผู้ยากไร้ด้วยความรัก ขอให้เราหาโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของลำธารแห่งความชอบธรรม อันทรงพลานุภาพของพระเจ้าจนกว่าพระคริสต์จะเสด็จกลับมา &#8211; HDF</p>
<p class="poem">
คริสตชนต้องเป็นคนดีซื่อตรง<br />
พระเจ้าทรงตรัสสอนไว้แจ่มแจ้ง<br />
ตามแบบอย่างพระคริสต์ทรงสำแดง<br />
ต้องโปร่งใสไร้เคลือบแคลงต่อทุกคน – Hess
</p>
<p class="remark">ความชอบธรรมจะเกิดขึ้น เมื่อเราแปลงสัจจะให้เป็นการกระทำ</p>
<p><span id="more-1294"></span></p>
<p><script type="text/javascript" src="/player/silverlight.js"></script><br />
<script type="text/javascript"  src="/player/wmvplayer.js"></script></p>
<div id='mediaspace' align='center'></div>
<p><script type='text/javascript'>
 var cnt = document.getElementById('mediaspace');
 var src = '/player/wmvplayer.xaml';
 var cfg = {height:'20', width:'470', file:"/Audio/20100303.wma", usefullscreen:"false"};
 var ply = new jeroenwijering.Player(cnt,src,cfg);
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rbcthailand.org/odb/2010/03/03/%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
