ความช้าของปัญญา

August 28th, 2010 3 comments

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2010

อ่าน: ยอห์น 8:1-11
เหตุฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา – ยอห์น 12:50

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 123-125, 1 โครินธ์ 10:1-18

เมื่อพวกฟาริสีพาผู้หญิงที่ถูกจับขณะล่วงประเวณีมาหาพระเยซู และทูลถามพระองค์ว่าควรจะทำอย่างไรกับเธอ พระเยซูทรงน้อมพระกายลงและเอานิ้วพระหัตถ์เขียนที่ดินสักครู่หนึ่ง (ยน.8:6-11) เราไม่ทราบว่าพระองค์เขียนอะไร แต่เมื่อพวกเขายังคงทูลถามพระองค์อยู่เรื่อยๆ พระองค์จึงตรัสตอบพวกเขาด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีผิด ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน“ (ข้อ 7) คำพูดเพียงไม่กี่คำได้ผลดีทีเดียว พวกฟาริสีจึงต้องเผชิญหน้ากับบาปของตนและค่อยๆทยอยออกไปทีละคน แม้ในปัจจุบัน คำพูดนั้นยังคงดังก้องไปทั่วโลก

พระเยซูทรงสนิทสนมและพึ่งพิงพระบิดาถึงขนาดตรัสเกี่ยวกับพระองค์เองว่า “เหตุฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา” (12:50) หากเรามีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับพระบิดา เราก็จะรู้ได้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรโดยอาศัยสติปัญญาของพระองค์!

เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการเชื่อฟังตามที่ท่านยากอบท้าทายไว้ คือให้เรา “ไวในการฟัง ช้าในการพูด” (1:19) ความช้าในที่นี้ไม่ใช่ความไม่ใส่ใจ ความว่างเปล่า ความไม่มั่นใจ ความรู้สึกผิด หรือความละอาย แต่เป็นความช้าเพื่อให้มีสติปัญญาที่เกิดจากการอยู่กับพระเจ้าและพระดำริของพระองค์อย่างเงียบๆ

เรามักได้รับคำเตือนให้หยุดคิดก่อนที่จะพูด แต่ผมคิดว่าเราควรก้าวไกลกว่านั้นและดำเนินชีวิตที่จดจ่อกับการฟังพระปัญญาของพระเจ้าอยู่เสมอ – DHR

องค์พระบิดา ขอทรงช่วยข้า เปิดใจรับฟัง
พระคำพระองค์ ที่ทรงสอนสั่ง รู้จักยับยั้ง ไม่ผิดพลั้งไป
ขอทรงสำแดง ให้เราเห็นแจ้ง บาปผิดน้อยใหญ่
ที่เราได้ทำ ภายในจิตใจ ขอชำระให้ ขาวสะอาดพลัน – D. De Haan

จงฟังพระเจ้าให้ดีก่อนที่คุณจะพูดแทนพระองค์

Read more…

ทั้งใกล้และไกล

August 27th, 2010 1 comment

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2010

อ่าน: มัทธิว 15:7-20
ขอทรงหันนัยน์ตาของข้าพระองค์ ไปจากการมองดูสิ่งอนิจจัง และขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ในพระมรรคาของพระองค์ – สดุดี 119:37

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 120-122, 1 โครินธ์ 9

ฉันนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในสวนที่เงียบสงบ เจ้าแม็กกี้ สุนัขของเราหมอบอยู่ข้างๆ เพียงแค่เสียงกรอบแกรบของใบไม้ แม็กกี้จะลุกขึ้นทันทีและวิ่งวนรอบต้นไม้ซึ่งมีตัวกราวน์ฮอค เกาะแน่นอยู่กับลำต้น

แม็กกี้วิ่งกลับมาเมื่อฉันเรียกชื่อมัน แต่ฉันไม่สามารถทำให้มันหันหาฉันได้ คอของมันหันไปทางเดียวเหมือนถูกตรึง แม้ว่าตัวมันจะอยู่กับฉัน แต่ความคิดความปรารถนาของมันอยู่ที่ตัวกราวน์ฮอค

แม็กกี้และกราวน์ฮอคทำให้ฉันคิดถึงตัวเองที่ถูกสิ่งต่างๆ ดึงอย่างรวดเร็วให้เลิกสนใจพระเยซู ไม่ว่าจะเป็นการทดลองในเรื่องเดิมๆ ความรับผิดชอบใหม่ หรือความปรารถนาสิ่งของต่างๆ หรือความสุขที่ไม่รู้จบ ไม่นาน สิ่งเหล่านี้สามารถเบนให้ฉันเลิกสนใจพระองค์ผู้ทรงทราบและต้องการให้ฉันได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

ปัญหาฝ่ายวิญญาณนี้ก็เกิดขึ้นกับพวกฟาริสีเช่นกัน (มธ.15:8-9) พวกเขาปรนนิบัติพระเจ้าอยู่ในพระวิหาร สั่งสอนผู้อื่น แต่จิตใจกลับห่างไกลพระเจ้า

เราก็อาจสอนและรับใช้ในคริสตจักร แต่ห่างไกลจากพระเจ้าก็ได้ แม้แต่กิจกรรมทางศาสนาก็อาจจะไร้ความหมาย หากเราไม่ได้จดจ่ออยู่ที่พระเยซู แต่หากเราเลิก “หัวแข็งใจดื้อหูตึง” (กจ.7:51) องค์พระผู้เป็นเจ้าก็อาจจะหันนัยน์ตาของเราให้พ้นจากสิ่งอนิจจังและฟื้นฟูจิตใจเราขึ้นใหม่ – JAL

บางคนที่ติดตามองค์พระคริสต์ อุปสรรคเพียงนิดคิดยอมแพ้
แต่หากมุ่งมองพระองค์ให้แน่วแน่ ไม่หลงจากทางเที่ยงแท้ของพระองค์ – Sper

เมื่อพระคริสต์อยู่ที่ศูนย์กลางของชีวิต สิ่งอื่นๆ ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

Read more…

อายุมากขึ้น หรือดียิ่งขึ้น

August 26th, 2010 2 comments

วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม 2010

อ่าน: 2 โครินธ์ 4:16-18
ถึงแม้ว่ากายภายนอกของเรากำลังทรุดโทรมไป แต่จิตใจภายในนั้นก็ยังคงจำเริญขึ้นใหม่ทุกวัน – 2 โครินธ์ 4:16

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 119:89-176, 1 โครินธ์ 8

เรารู้สึกตัวว่าเราอายุมากขึ้นก็ต่อเมื่อเราเริ่มพูดว่า “เชื่อไหมว่านักเบสบอลมืออาชีพพวกนี้ยังอายุน้อยๆทั้งนั้น” และยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อเราเลิกถามว่า “สบายดีไหม” และเปลี่ยนเป็น “นี่คุณดูดีมากเลย” ราวกับว่าเราประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น

ความชราเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่น่าเสียดายที่สังคมสอนให้เรากลัวการมีอายุมากขึ้นและต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกปิดความจริงนั้นไว้ แท้ที่จริง การมีอายุมากขึ้นอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ ความสามารถในการเติบโตของสาวกของพระเยซูเพิ่มพูนขึ้นตามอายุ ดังที่เปาโลกล่าวไว้ว่า “เหตุฉะนั้นเราจึงไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่ากายภายนอกของเรากำลังทรุดโทรมไป แต่จิตใจภายในนั้นก็ยังคงจำเริญขึ้นใหม่ทุกวัน” (2 คร.4:16)

สัญญาณทางกายบางอย่างบ่งบอกว่าเราอายุมากขึ้น แต่ก็มีสัญญาณที่บ่งบอกให้รู้ว่าเรากำลังดีขึ้นด้วย แทนที่เราจะกลายเป็นคนช่างหงุดหงิด ช่างรำคาญ ไม่น่ารัก สาวกที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจะต้องพัฒนาตนเองในเรื่องการให้อภัย รู้จักรักและห่วงใยผู้อื่น เราเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางสู่การเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้น จนกระทั่ง หัวใจและทัศนติของเราสอดคล้องและสะท้อนพระลักษณะที่น่าประทับใจและวิถีอันน่าเลื่อมใสของพระผู้ช่วยให้รอดของเรา

ฉะนั้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ให้เรารู้สึกยินดีที่เราจะเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นในฝ่ายวิญญาณ เพื่อนของเราจะสังเกตเห็นว่ายิ่งเรามีอายุมากขึ้น เราก็ยิ่งดูดีขึ้น – JS

วัยหนุ่มสาวสักวันก้าวสู่วัยชรา กาลเวลาผ่านไปดังสายน้ำไหล
แต่หากเราหว่านความรักความจริงไว้ เมื่อถึงวัยเก็บเกี่ยวผลอันชื่นทรวง – D. De Haan

อย่าเพิ่มแต่ตัวเลขของอายุ แต่ให้เพิ่มสิ่งดีๆ เข้าไปด้วยในฐานะสาวกของพระเยซู

Read more…