ขอบคุณครับพ่อ
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2010
อ่าน: 1 เธสะโลนิกา 2:1-12
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 1-2, กิจการ 5:1-21
ในสหรัฐอเมริกา วันแม่เป็นวันที่มีการโทรศัพท์ทางไกลมากที่สุด ส่วนวันพ่อ มีการใช้บริการโทรศัพท์เรียกเก็บเงินปลายทางมากที่สุด ดูเหมือนว่าพวกลูกๆยังคงต้องพึ่งพาค่าใช้จ่ายจากพ่ออยู่ แม้ว่าพวกเขาจะจากบ้านไปไกลแล้วก็ตาม
พ่อเป็นบุคคลที่จำเป็นในชีวิตและเป็นที่ต้องการ ไม่ใช่แค่ความช่วยเหลือด้านการเงินเท่านั้น 1 เธสะโลนิกา 2:10-12 กล่าวถึงผู้นำ คริสตจักร แต่เปาโลบอกว่า บทบาทของผู้นำ นั้น คล้ายคลึงกับบทบาทของผู้เป็นพ่อ ท่านบอกว่า “ดังที่ท่านรู้แล้วว่า เราได้เตือนสติหนุนใจและกำชับท่านทุกคนดังบิดากระทำต่อบุตร”
เตือนสติ คือ “การเรียกให้มาใกล้” ผู้เป็นพ่อมักจะคิดว่าพวกเขาต้องทำสิ่งเดียว คือการหารายได้เข้าบ้าน แต่สิ่งที่ลูกต้องการคือการให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
คำว่า หนุนใจ หมายถึง “การปลอบโยน” ไม่มีสิ่งใดมีค่าสำหรับลูกมากไปกว่าการที่พ่อให้เวลาฟังและพูดคุยกับพวกเขา หากไม่มีการปฏิสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ความสัมพันธ์ก็จะเยือกเย็นลง
กำชับ คือ “การให้ความมั่นใจ” ผู้เป็นพ่อท้าทายให้ลูกทำตามที่ตนเป็นแบบอย่าง เป็นการยืนยันความจริงจากพระวจนะพระเจ้า แม้เมื่อล้มลง พ่อก็ยังยืนยันถึงสิ่งที่ถูกต้อง คือการทูลขอให้พระเจ้าอภัยให้
เราควรจะสำนึกในพระคุณของบรรดาพ่อ ที่ช่วยให้ลูกๆ “ประพฤติอย่างสมควรต่อพระเจ้า” (ข้อ 12) – AL
ขอบคุณพระเจ้าโปรดให้ เราได้มีพ่อที่รัก
ขอทรงช่วยเรารู้จัก ให้เกียรติแก่ท่านทุกทาง – Sper
พ่อที่ดีจะสะท้อนภาพของพระบิดาบนสวรรค์