มิถุนายน 30th, 2010
admin
วันพุธที่ 30 มิถุนายน 2010
อ่าน: โคโลสี 1:12-22
พระองค์ได้ทรงช่วยเราใหพ้นจากอำนาจของความมืดและได้ทรงย้ายเรามาตั้งไวในแผ่นดินแห่งพระบุตรที่รักของพระองค์ – โคโลสี 1:13
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 17-19, กิจการ 10:1-23
ชายชาวอัฟริกาใต้ตอบโต้ชายเก้าคนที่มาปล้นบ้านของเขา หัวขโมยเจ็ดคนหนีไปได้ แต่เจ้าของบ้านสามารถผลักขโมยสองคนตกลงไปในสระน้ำหลังบ้าน เมื่อเห็นว่าชายคนหนึ่งว่ายน้ำไม่เป็น เจ้าของบ้านจึงกระโดดลงไปช่วยชีวิตเขา หนังสือพิมพ์เดอะเคปไทมส์ (The Cape Times) รายงานว่า เมื่อขึ้นจากสระน้ำได้ ขโมยตัวเปียกโชกก็ตะโกนเรียกเพื่อนๆให้กลับมา แล้วเขาก็ชักมีดออกมาขู่ชายที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้ เจ้าของบ้านเล่าว่า “เรายังคงยืนอยู่ริมสระน้ำ และเมื่อผมเห็นมีด ผมเลยจับเขาโยนกลับ ลงน้ำแต่เขาก็ตะเกียกตะกายและจมลงไปอีก ผมเลยช่วยชีวิตเขาอีกครั้ง”
ในจดหมายถึงชาวโคโลสี เปาโลเขียนเกี่ยวกับการช่วยชีวิตอีกแบบว่า พระเจ้าพระบิดา ได้ช่วยกู้พวกเขาจากอาณาจักรแห่งความมืด การช่วยชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อพระคริสต์ทรงวายพระชนม์ และเมื่อพวกเขาได้กลับใจมาเชื่อพระองค์ ภาพที่เปาโลใช้ (1:12-13) อธิบายว่าผู้เชื่อได้รับการช่วยกู้จากการครอบงำอันชั่วร้ายของซาตาน โดยถูกย้ายมาในฐานะผู้มีอิสรภาพ เข้าสู่การปกครองอย่างสันติของพระคริสต์ โดยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ผู้เชื่อจึงเป็นไท และได้เป็นประชากรในอาณาจักรแห่งความสว่าง
การตอบสนองที่เหมาะสมต่อพระคุณอันอัศจรรย์นี้ คือการแสดงความกตัญญูด้วยใจยินดี โดยถวายการปฏิบัติพระเจ้าตามชอบพระทัยของพระองค์ ด้วยความเคารพและยำเกรง (ฮบ.12:28) – MW
ความรักขององค์พระเจ้าแสนยิ่งใหญ่
ทรงมีชัยชนะความมรณา
สละชีพพระบุตรแสนสูงค่า
จ่ายราคาไถ่เราพ้นบาปกรรม – Gustafson
อ่านต่อ…
มิถุนายน 29th, 2010
admin
วันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2010
อ่าน: ฟีลิปปี 1:12-21
แต่เมื่อก่อนทุกครั้งมีใจกล้า เสมอฉันใด บัดนี้ก็ขอให้เป็นเช่นเดียวกันฉันนั้น พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอแม้จะโดยชีวิตหรือโดยความตาย – ฟีลิปปี 1:20
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 14-16, กิจการ 9:22-43
คริสเตียนเล่าสืบต่อกันมาว่า ราวคศ. 67 เปาโลถูกตัดศีรษะและฝังไว้ที่กรุงโรม ในปี 2009 นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้คาร์บอนทดสอบค่าอายุจากชิ้นส่วนที่เชื่อว่าเป็นร่างของเปาโล แม้ว่าชิ้นส่วนกระดูกหลายชิ้นจะยืนยันว่ามาจากศตวรรษที่หนึ่งหรือสอง แต่ก็ยังไม่อาจระบุตัวตนได้แน่ชัด แต่ไม่ว่ากระดูกของเปาโลจะถูกฝังอยู่ที่ใด หัวใจของท่านยังคงอยู่ผ่านทางจดหมายของท่านในพันธสัญญาใหม่
ขณะที่เปาโลถูกจำคุกที่โรม ท่านได้เขียนถึงผู้ติดตามพระเยซูในเมืองฟีลิปปี เกี่ยวกับจุดมุ่ง หมายในชีวิตของท่าน ท่านกล่าวด้วย “ความมุ่งมาดปรารถนาและความหวัง ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความละอายใดๆเลย แต่เมื่อก่อนทุกครั้งมีใจกล้าเสมอฉันใด บัดนี้ก็ขอให้เป็นเช่นเดียวกันฉันนั้น พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอ แม้จะโดยชีวิตหรือโดยความตาย เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร” (ฟป.1:20-21)
ถ้อยคำของเปาโลที่เราอ่านในวันนี้ ท้าทายให้เราสำรวจหัวใจของเราว่า เราร้อนรนในพระเยซูคริสต์เหมือนเปาโลหรือไม่? เป้าหมายของเราคือการถวายเกียรติแด่พระองค์ในทุกวันของชีวิตหรือไม่?
เมื่อเราจากโลกนี้ไปนานแล้ว ผู้คนที่รู้จักเราจะยังจดจำหัวใจของเรา ขอให้เราเป็นเหมือนเปาโล ที่ได้มอบมรดกแห่งความหวัง และการหนุนน้ำใจ โดยมีพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลาง – DCM
ขอรับใช้พระเจ้าทุกๆ วัน เดินไปตามทางนั้นพระองค์นำ
จะวางใจซื่อสัตย์ทุกเช้าค่ำ เกียรติทั้งสิ้นขอนำถวายพระองค์ – Hess
อ่านต่อ…
มิถุนายน 28th, 2010
admin
วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2010
อ่าน: 1 ซามูเอล 13:7-14
ซามูเอลกล่าวแก่ซาอูลว่า“ท่านได้กระทำการที่โง่เขลาเสียแล้ว ท่านมิได้รักษาพรบัญชาแห่งพระเยโฮวาหพระเจ้าของท่าน” – 1 ซามูเอล 13:13
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 11-13, กิจการ 9:1-21
กลางปี 2009 ไม่มีเมืองพิชเชอร์ ในรัฐโอกลาโฮมาอีกต่อไป เมืองที่เคยพลุกพล่านด้วยผู้คนกว่า 20,000 คนต้องล่มสลาย ต้นศตวรรษที่ 19 พิชเชอร์เป็นเมืองที่เจริญอย่างรวดเร็ว เพราะที่นี่อุดมด้วยแร่ตะกั่วและสังกะสี คนงานสกัดสินแร่เพื่อนำไปผลิตอาวุธให้กองทัพสหรัฐ ระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้ง
เมืองเริ่มซบเซาเมื่อสินแร่เริ่มหมด แม้สินแร่จะนำความมั่งคั่งมา แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ มลภาวะ เมื่อไม่มีการจัดการกับมลภาวะ พิชเชอร์ จึงกลายเป็นที่ดินรกร้าง ซึ่งเต็มด้วยสารพิษ รัฐบาลจึงประกาศเป็นพื้นที่อันตราย
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองพิชเชอร์ก็เกิดขึ้นกับคนเราได้เช่นกัน ความมั่งคั่งอาจดูดีจนยากที่เราจะมองเห็นผลร้ายที่อาจเกิดขึ้น การกระทำซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพฝ่ายวิญญาณในระยะยาวก็เช่นกัน หากไม่ได้รับการแก้ไข ความเสียหายก็จะตามมา กษัตริย์ซาอูลเริ่มต้นด้วยการเป็นกษัตริย์ที่ดี แต่การแสวงหาความสำเร็จ ทำให้พระองค์มองไม่เห็นความเสียหายที่ทรงก่อขึ้น ทรงหันหลังให้กับพระบัญชาของพระเจ้า ประพฤติ “โง่เขลา” (1 ซมอ.13:13) และต้องสูญเสียอาณาจักร (ข้อ 14)
หากเราพยายามแสวงหาความสำเร็จ เราต้องระวังมลภาวะฝ่ายวิญญาณที่เกิดขึ้น เมื่อเราไม่เชื่อฟังการทรงนำของพระเจ้าซึ่งปรากฏชัดในพระคัมภีร์ การดำเนินชีวิตในทางพระเจ้า ย่อมชนะการดำเนินชีวิตที่เป็นพิษได้เสมอ – JDB
พระเจ้าทรงบัญชาให้เชื่อฟัง
อย่าหันหลังทำราวกับมองไม่เห็น
เพราะความคิดความจำกัดที่เราเป็น
นำเราสู่บาปทุกข์เข็ญต้องโทษทัณฑ์ – Bosch
อ่านต่อ…