ลองคิดดู!
วันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์
อ่าน: 2 เปโตร 1:16-21
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: กันดารวิถี 12-14, มาระโก 5:21-43
ฉันกับเพื่อนๆจดจ่อกับช่วงเวลาที่จะได้เยี่ยมชมงานศิลปะที่เกี่ยวกับเรื่องบุตรน้อยหลงหาย (ลก.15) เมื่อเรามาถึงโต๊ะประชาสัมพันธ์ เราได้เห็นแผ่นพับ หนังสือ และป้ายบอกทางชี้ไปที่งานแสดงศิลปะนั้น
บนโต๊ะนั้นยังมีจานที่มีขนมปัง ผ้าเช็ดปาก และแก้วใบหนึ่ง เราแต่ละคนครุ่นคิดว่าจานนั้น มีความหมายอย่างไรได้บ้าง เราคิดว่าน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของสัมพันธภาพใกล้ชิดระหว่างบุตรชายผู้ฟุ่มเฟือยกับบิดาของเขาเมื่อเขากลับบ้าน แต่เมื่อเราพิจารณาละเอียดขึ้น เราตระหนักพร้อมกันว่า มีคนทิ้งจานใช้แล้วใบนั้นไว้บนโต๊ะ และมันก็ไม่ใช่ขนมปัง แต่เป็นคุกกี้ที่กินเหลือไว้! เราเดาผิด
เราหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่กลับทำให้ฉันนึกถึงขณะอ่านพระคัมภีร์ หลายครั้งที่เราจินตนาการเกินกว่าที่ปรากฎอยู่ในพระคำ เราต้องไม่ทึกทักเอาว่าการคาดเดาของเรานั้นถูกต้อง เราต้องศึกษาให้แน่ใจว่าการตีความของเราสอดคล้องกับพระธรรมตอนนั้น เปาโลกล่าวไว้ว่า “ผู้หนึ่งผู้ใดจะตีความหมายคำของผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เอาเองไม่ได้” (2 ปต.1:20) เราหลีกเลี่ยงการมองดูพระคำอย่างบิดเบือนได้ ด้วยการพึ่งพาการทรงนำของพระวิญญาณ การศึกษาบริบทอย่างระมัดระวัง และพึ่งพาสติปัญญาของผู้สอนพระคัมภีรที่เชื่อถือได้ – AMC
พระวจนะปรากฏในพระคัมภีร์ เราต้องมีจิตใจแสวงหา
มิใช่เพียงอ่านๆ ให้ผ่านตา แต่ควรใช้เวลาคิดใคร่ครวญ
ด้วยจิตใจไตร่ตรองอธิษฐาน ด้วยปัญญาจนเชี่ยวชาญและถี่ถ้วน
เพื่อทำตามพระประสงค์ไม่แปรปรวน หรือเรรวนหันเหไปตามลม – Hess
การตีความนอกบริบท ถือเป็นการนอกบทที่อันตราย