จงเป็นแสงสว่าง!

มกราคม 31st, 2010 admin 2 comments

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม

อ่าน: เอเฟซัส 5:8-14
เพราะว่าเมื่อก่อนท่านเป็นความมืด แต่บัดนี้ท่านเป็นความสว่างแล้วในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง – เอเฟซัส 5:8

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 25-26, มัทธิว 20:17-34

        ทุกฤดูหนาว เพื่อนของผมที่เป็นนักข่าวจะได้ไปร่วมการแข่งขันซุปเปอร์โบวล์ (การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลระดับประเทศของสหรัฐ -ผู้แปล) งานของเขาคือรวบรวมบทสััมภาษณ์นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์ฟุตบอลระดับชาติซึ่งเป็นคริสเตียน เพื่อนำมาออกรายการวิทยุคริสเตียน
        เมื่อเขาทำงานครั้งแรกในการแข่งขันเมื่อสองสามปีก่อน เขาพบว่าบรรยากาศระหว่างสัปดาห์การแข่งขัน เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว และการหาความสุขใส่ตัว เขาบอกว่า “ผมรู้สึกว่าที่นี่ช่างมืดมิดเหลือเกิน”
        วันหนึ่งเขาได้เล่าความรู้สึกนี้ให้คริสเตียนที่เป็นอดีตนักกีฬาซุปเปอร์โบวล์ฟัง นักกีฬาคนนั้นมองเพื่อนผมแล้วพูดว่า “น้องเอ๋ย นายกำลังเป็นแสงสว่างในที่มืดมิดแห่งนี้” คำพูดนี้ย้ำเตือนเพื่อนผมถึงจุดประสงค์ที่เขามาอยูี่่นี่ และช่วยให้เขากระตือรือร้นมากขึ้นที่จะรับใช้พระเจ้าในที่ซึ่งต้องการแสงสว่างแห่งข่าวประเสริฐ และกระตุ้นให้เขาส่องสว่าง
        คุณอาจกำลังทำงานอยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักพระเจ้า ความเชื่อถูกเยาะเย้ย และถือว่าชีวิตในความบาปเป็นเรื่องน่ายกย่อง คุณอาจจะรู้สึกว่ากำลังเดินเข้าไปสู่ “ที่มืดมิด”
        ลองเป็นความสว่าง (อฟ.5:8) ผ่านทางรอยยิ้ม คำพูดและการกระทำดี และขยันทำงาน จงทูลขอพระเจ้าทรงเปิดโอกาสให้คุณแบ่งปันข่าวดีของพระเยซูคริสต์ วันนี้ คุณอาจเป็นแสงสว่างเพียงดวงเดียวที่เพื่อนร่วมงานของคุณมองเห็น – JDB

พระเจ้าวางเราไว้ในโลกมืดมน เพื่อเป็นแสงแก่ปวงชนรอบตัวเรา
ร่วมประกาศพระคำของพระเจ้า เป็นพยานนำเขาพบพระองค์ – D. De Haan

การเป็นพยานของเราเพื่อพระคริสต์ คือแสงสว่างในโลกที่มืดมิด

อ่านต่อ…

หลังม่านขาด

มกราคม 30th, 2010 admin 1 ความเห็น

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม

อ่าน: ลูกา 23:39-43
ฝ่ายพระเยซูทรงตอบเขาว่า “เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม” – ลูกา 23:43

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 23-24, มัทธิว 20:1-16

        ศิษยาภิบาลและนักเขียน เออร์วิน ลุทเซอร์ เขียนไว้ว่า “หนึ่งนาทีจากที่คุณก้าวเข้าไปหลังม่านที่ขาด คุณจะได้ชื่นชมยินดีที่พระคริสต์ต้อนรับคุณเป็นการส่วนตัว หรือไม่คุณจะรู้สึกเสียใจมากเป็นครั้งแรก เพราะไม่เคยรู้อะไรมาก่อนเลย ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร อนาคตตรงหน้าคุณแก้ไขและเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว
        ลูกาได้บรรยายไว้สั้นๆ แต่แฝงด้วยพลังเป็นภาพชายสองคนที่กำลังจะก้าวเข้าไปหลังม่านแห่งความตาย เมื่อพระเยซูทรงถูกตรึงมีโจรสองคนถูกตรึงอยู่ข้างพระองค์ด้วย มาระโกบันทึกว่า ชายทั้งสองกล่าวคำหยาบช้าต่อพระเยซู (15:32)
        แต่มีโจรคนหนึ่งกลับใจและเห็นว่าพระเยซูเป็นผู้บริสุทธิ์ เขาตระหนักถึงความบาปและปลายทางของตน เขาตำหนิโจรอีกคนหนึ่งและทูลขอให้พระเยซูทรงระลึกถึงเขาเมื่อเสด็จเข้าสู่แผ่นดินของพระองค์ ถ้อยคำเหล่านี้แสดงถึงการกลับใจและความเชื่อแบบเรียบง่าย พระเยซูทรงตอบเขาว่า “เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม” (ลก.23:43) ชายคนนี้ได้รับความรอดในทันที เขารู้ว่าในวันนั้นเขาจะได้ชีวิตนิรันดร์
        เมื่อเรายอมรับว่าเราเป็นคนบาปและวางใจในการสิ้นพระชนม์และเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซู เราจึงมั่นใจว่าเมื่อเราก้าวเข้าไปหลังม่านที่ขาด เราจะรู้ในทันทีว่าจะได้ใช้ชีวิตนิรันดร์ในวันพรุ่งนี้ในที่แห่งไหน – MW

วันนี้โอกาสยังมี รอรีอยู่ด้วยเหตุใด
หากสายมิอาจแก้ไข โทษใครหากวันนั้นมา
ความรอดสุดแสนประเสริฐ รับเถิดเพราะแสนสูงค่า
ได้ไว้เป็นของชีวา นำพาถึงชีพนิรันดร์ – Anon.

เชื่อพระเยซูวันนี้ คือการเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้

อ่านต่อ…

วิ่งแข่ง

มกราคม 29th, 2010 admin 8 comments

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม

อ่าน: 1 โครินธ์ 9:19-27
ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้ – 1 โครินธ์ 9:24

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี อพยพ 21-22, มัทธิว 19

        สปิริดอน หลุยส์ มีชื่อเสียงโด่งดังในกรีก เพราะเหตุการณ์ในการแข่งขันโอลิมปิก ในปี 1896 ที่กลับมาจัดในกรุงเอเธนส์
        ระหว่างการแข่งขัน นักกีฬาชาวกรีกทำคะแนนได้ค่อนข้างดี และเป็นเจ้าเหรียญทอง แต่เหตุการณ์ที่นำความภาคภูมิใจอย่างมากมาสู่กรีก คือการแข่งวิ่งมาราธอนครั้งแรก นักกรีฑาสิบเจ็ดคนวิ่งแข่งเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร แต่ผู้ชนะคือ หลุยส์ ซึ่งเป็นเพียงกรรมกรธรรมดาๆ ความพยายามของหลุยส์ ทำให้เขามีได้รับการยกย่องจากกษัตริย์และคนทั้งประเทศและเป็นวีรบุรุษของชาติ
        เปาโลเปรียบเทียบชีวิตคริสเตียนเหมือนกับการวิ่งแข่ง ใน 1 โครินธ์ 9:24 ท่านท้าทายให้ เราไม่เพียงแต่วิ่ง แต่ให้วิ่งเพื่อชัยชนะ โดยกล่าวว่า “ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้” ท่านไม่เพียงแต่สอน แต่เป็นแบบอย่างด้วย ในจดหมายฉบับสุดท้าย ท่านบอกว่า “ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว” (2 ทธ.4:7) เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน เปาโลจึงชื่นชมยินดีในความหวังที่จะได้รับมงกุฎแห่งชัยชนะจากจอมกษัตริย์แห่งสวรรค์
        จงวิ่งอย่างเต็มกำลังเหมือนเปาโลเพื่อชนะการแข่งขันในโลกนี้ และเป็นที่พอพระทัยจอมกษัตริย์ของเรา – BC

บนเส้นทางชีวิตเราวิ่งไป
พยายามสุดใจด้วยมุ่งมั่น
อุปสรรคอย่างไรไม่ไหวหวั่น
นำชัยนั้นถวายองค์จอมราชา – Branon

การแข่งขันของคริสเตียนไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่เป็นการวิ่งมาราธอน

อ่านต่อ…