รักอย่างดี

November 27th, 2009 5 comments

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน

อ่าน: เอเฟซัส 3:14-21
ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้…ถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก คือ ให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ -เอเฟซัส 3:17-19

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 30-32, 1 เปโตร 4

        เมื่อสมาชิกในครอบครัวมีโอกาสรับประทานอาหารเย็นร่วมกันเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า มีคนเสนอให้แต่ละคนแบ่งปันสิ่งที่เขาหรือเธออยากจะขอบคุณพระเจ้า เราจึงเริ่มแบ่งปันทีละคน โยชูวา วัย 3 ขวบ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ “ดนตรี” นาธาน วัย 4 ขวบ สำหรับ “ม้า” แต่เราทุกคนต่างพากันเงียบเมื่อสตีเฟน (ซึ่งกำลังจะย่างห้าขวบ) ตอบว่า “ผมขอบพระคุณที่พระเยซูทรงรักผมอย่างดี” ด้วยความเชื่อแบบง่ายๆ เขาเข้าใจและรู้สึกขอบพระคุณที่พระเยซูรักเขาเป็นการส่วนตัว เขาบอกกับพวกเราว่าพระเยซู ทรงสำแดงความรักของพระองค์โดยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน
        เปาโลต้องการให้ผู้เชื่อในคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสเข้าใจว่าพระเจ้าทรงรักพวกเขาอย่างดีเพียงใดและท่านอธิษฐานว่า “ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้พร้อมกับธรรมิกชนทั้งหมด ถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์” (อฟ.3:17-19) ท่านอธิษฐานให้พวกเขาหยั่งรากลึกลงในความรักนั้น
        การทบทวนหรือแม้แต่ท่องจำข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เป็นประจำ จะช่วยให้เราหยั่งรากลงในความรักของพระเจ้า นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้เวลาวันละไม่กี่นาทีเพื่อขอบคุณพระเจ้า สำหรับวิธีการที่เฉพาะเจาะจงซึ่งพระองค์ทรงสำแดงความรักแก่เรา สิ่งนี้จะช่วยให้เราเติบโตในความเชื่อและมีใจขอบพระคุณอย่างสตีเฟน ที่พระเยซูทรงรักเรา “อย่างดีเหลือเกิน” – AMC

ความรักของพระเจ้า พระคุณมากเหลือหลาย
ยอมพลีชีวาวาย เพื่อไถ่โทษบาปข้า
ความรักนั้นยิ่งใหญ่ หาใดเสมอเหมือน
บอกเตือนให้รู้ว่า ค่ารักสูงส่ง – Lehman

หากต้องการรื้อฟื้นความรักที่คุณมีต่อพระคริสต์
จงทบทวนความรักที่พระคริสต์มีต่อคุณ

Read more…

สารภาพบาป และขอบพระคุณ

November 26th, 2009 7 comments

วันพฤหัสที่ 26 พฤศจิกายน

อ่าน: เนหะมีย์ 9:32-37
เพราะเขาทั้งหลายมิได้ปรนนิบัติพระองค์ในราชอาณาจักรของเขา แม้พระคุณยิ่งของพระองค์ พระองค์ทรงประทานแก่เขา
-เนหะมีย์ 9:35

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 27-29, 1 เปโตร 3

        ระหว่างการนมัสการวันอาทิตย์ ที่ประชุมได้กล่าวคำอธิษฐานสารภาพบาปพร้อมกันว่า “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา เราเป็นเช่นเดียวกับผู้เชื่ออีกมากมายที่มักจะบ่นเวลาที่สิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เราอยากได้ทุกสิ่งอย่างอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่พอแก่การดำรงชีวิตอยู่ เราอยากไปอยู่ที่อื่นมากกว่าอยู่ที่นี่ในเวลานี้ เราอยากได้ของขวัญที่พระองค์ประทานให้ผู้อื่น มากกว่าของขวัญที่พระองค์ประทานให้เรา เราอยากให้พระองค์ปรนนิบัติเรา แทนที่เราจะปรนนิบัติพระองค์ ขอโปรดยกโทษที่เราไม่สำนึกในพระคุณของพระองค์และสิ่งที่พระองค์ประทานให้เรา”
        ความอุดมสมบูรณ์ไม่ได้นำไปสู่การขอบพระคุณหรือสำนึกในพระคุณเสมอไป ความร่ำรวยอาจทำให้เราออกห่างพระเจ้าด้วยซ้ำ
        เมื่อชาวยิวที่ถูกจับไปเป็นเชลยเดินทางกลับมาจากบาบิโลนพร้อมกับ เนหะมีย์เพื่อบูรณะกำแพงเยรูซาเล็ม พวกเขาได้รวมตัวกันสารภาพความผิดบาปของตนเอง และของบรรพบุรุษ พวกเขาอธิษฐานว่า “บรรดาพระราชา เจ้านาย ปุโรหิตและบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย มิได้รักษาธรรมบัญญัติหรือเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์…เพราะเขาทั้งหลายมิได้ปรนนิบัติพระองค์ในราชอาณาจักรของเขา แม้พระคุณยิ่งของพระองค์ พระองค์ทรงประทานแก่เขาและแผ่นดินที่ใหญ่อุดม พระองค์ทรงยกให้แก่เขา และเขามิได้หันกลับจากการชั่วร้ายของเขา” (นหม.9:34-35)
        การสารภาพบาปนำไปสู่การขอบพระคุณและจบลงที่การเชื่อฟัง – DCM

ข้าแต่พระเจ้า เราสารภาพว่าเราไม่ได้ขอบพระคุณพระองค์ทุกเวลาสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ประทานให้ เราเป็นหนี้ชีวิตพระองค์! ขอทรงช่วยให้เราเต็มล้น ด้วยคำสรรเสริญพระองค์ และออกไปรับใช้พระองค์ด้วยใจเชื่อฟัง อาเมน

การสารภาพบาป เปิดประตูสู่การขอบพระคุณ

Read more…

นักเทศน์บนหลังม้า!

November 25th, 2009 1 comment

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน

อ่าน: 1 เธสะโลนิกา 1
พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้เลื่องลือออกไป…ทุกแห่งหน -1 เธสะโลนิกา 1:8

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 24-26, 1 เปโตร 2

        ฟรานซิส แอสเบอรี่ ขี่ม้าเป็นระยะทางปี ละ 9,700 กิโลเมตรเป็นเวลาเกือบครึ่งศตวรรษ แม้สุขภาพของเขาจะไม่ดี แต่เขายังคงขี่ม้าต่อไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยหากต้องเดินทางไกลเป็นเวลานาน เขาเลี้ยงตัวเองด้วยเนื้อกวางแดดเดียว ซึ่งไม่เน่าเสีย แอสเบอรี่เป็นที่จดจำในฐานะ “นักเทศน์บนหลังม้า” รุ่นแรกของคณะเมโธดิสท์ วิธีที่เขาใช้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการยึดดินแดนอเมริกันเพื่อพระคริสต์ การตั้งคริสตจักรในพื้นที่ห่างไกลเป็นหัวใจของการทำพันธกิจของเขา
        ขณะที่เขาใกล้จะวางมือจากพันธกิจ แอสเบอรี่ได้คัดเลือกนักเทศน์ที่ชอบเดินทางกว่า 700 คน ในปี 1771 ที่แอสเบอรี่เดินทางมาถึงดินแดนอาณานิคม จำนวนคริสเตียนในคณะเมโธดิสท์มีเพียง 600 คนในอเมริกา แต่ 45 ปีต่อมา มีจำนวนถึง 200,000 คน!
        ยุทธศาสตร์ในการตั้งคริสตจักรของแอสเบอรี่นั้นคล้ายกับเปาโล เปาโลได้เขียนจดหมายถึงคริสตจักรที่ท่านก่อตั้งขึ้นในเมืองเธสะโลนิกาว่า “เพราะว่าพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้เลื่องลือออกไปจากเธสะโลนิกา ไม่ใช่แต่ในแคว้นมาซิโดเนียและในแคว้นอาคายาเท่านั้น แต่ความเชื่อของท่านในพระเจ้าได้ลือไปทุกแห่งหน” (1 ธส.1:8; กจ.17:1-10)
        ยุคของ “นักเทศน์บนหลังม้า” ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เราแต่ละคนยังมี “ดินแดนที่ต้องเข้าถึง” ซึ่งได้แก่ เพื่อน ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน ที่เป็นเสมือนทุ่งนาในการทำพันธกิจของเรา มีใครบ้าง ที่คุณคิดว่าจำเป็นต้องได้ยินข่าวประเสริฐในวันนี้? – HDF

ขอพระเจ้าให้ข้ามีภาระใจ
รักห่วงใยจิตวิญญาณที่หลงหาย
เฝ้าติดตามทุ่มเทมิเว้นวาย
ด้วยมุ่งหมายนำเขามาหาพระองค์ – Tucker

คนที่รักพระคริสต์จะรักคนที่หลงหาย

Read more…