เรียกมาให้รับใช้
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน
อ่าน: มาระโก 10:35-45
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 22-23, 1 เปโตร 1
สมัยที่จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช เป็นประธานาธิบดี เขาได้สร้างความประหลาดใจให้กับทหารที่ประจำการอยู่ในต่างประเทศ ด้วยการเดินทางไปเสิร์ฟอาหารค่ำให้กับบรรดาทหารด้วยตัวเองในวันขอบคุณพระเจ้า ผู้สื่อข่าวที่เขียนข่าวนี้คิดว่า ทหารบางคนอาจเก็บอาหารมื้อนั้นไว้เป็นที่ระลึกก็เป็นได้ เขาอธิบายว่า “เพราะโอกาสที่ประธานาธิบดีจะลงมาเสิร์ฟอาหารด้วยตัวเองนั้น มีไม่บ่อยนัก”
โดยหลักการแล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับเลือกตั้งคือ ผู้รับใช้ประชาชน ดังนั้น พวกเขาจะต้องปรนนิบัติผู้อื่นอยู่เสมอ ฉะนั้นการที่ประธานาธิบดีลงมาทำงานบริการจึงไม่น่าจะกลายเป็นข่าวพาดหัวในวันนั้น
มีผู้คนมากมายที่ปรารถนาจะปรนนิบัติผู้อื่นอย่างจริงใจ แต่สำหรับบางคน การรับใช้ของพวกเขาเป็นเพียงการทำเพื่อตัวเอง สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อพระเยซูทรงฝึกฝนเหล่าสาวก พวกเขาคิดว่าการติดตามพระองค์จะทำให้พวกเขายิ่งใหญ่
แต่พระเยซูทรงรีบอธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่า “ผู้ที่นับว่าเป็นผู้ครองของคนต่างชาติ ย่อมเป็นเจ้าเหนือเขา และผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ใช้อำนาจบังคับ แต่ในพวกท่านหาเป็นอย่างนั้นไม่” (มก.10:42-43) พระเยซูตรัสอย่างชัดเจนว่า พระองค์กำลังฝึกพวกเขาให้เป็นผู้รับใช้ “ถ้าผู้ใดใคร่จะเป็นเอกเป็นต้น ผู้นั้นจะต้องเป็นทาสสมัครของคนทั้งปวง” (ข้อ 44)
เราอาจเข้าร่วมสัมมนาอบรมภาวะเป็นผู้นำสักกี่ครั้งก็ได้ แต่ผู้นำที่ดีนั้นจะต้องเป็นผู้รับใช้ที่ดีก่อนเสมอ – JAL
ผู้นำแท้มีความรักที่แจ้งชัด
ปรนนิบัติพระเป็นเจ้าด้วยใจถ่อม
พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้าครอบครอง
ชีวิตพ้องพระคัมภีร์ที่ศรัทธา – D. De Haan
ผู้นำที่ดีคือผู้รับใช้ที่ดี